ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สืบแค้นบัลลังก์เลือด

สืบแค้นบัลลังก์เลือด

เมื่อพี่สาวเสียชีวิตอย่างลึกลับ เหมยลู่อิงจึงตัดสินใจเข้าสู่พระราชวังเพื่อค้นหาความจริง ท่ามกลางการชิงอำนาจและบัลลังก์ที่นองไปด้วยเลือด นางต้องเผชิญกับฮ่องเต้ผู้เจ้าเล่ห์ที่คอยกลั่นแกล้งด้วยการส่งของกำนัลล้ำค่ามาให้จนนางกลายเป็นเป้าสายตาของเหล่าสนมในวังหลวง การเอาตัวรอดจากแผนร้ายและคลื่นความแค้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมังกรผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้หลอกล่อได้ง่ายอย่างที่คิด นางจะสืบหาตัวฆาตกรและรักษาชีวิตรอดจากเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยลมหายใจได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

เสียงฆ้องบอกเวลาเที่ยงคืน ทหารที่ถือฆ้องเคาะตามจังหวะเดินไปรอบวังหลวง เมื่อผ่านไปจนเสียงเงียบหายไปแล้ว คนที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดก็ออกมา คนผู้คนนั้นรูปร่างคล้ายบุรุษสวมเสื้อผ้าสีดำกลมกลืนกับความมืดในยามวิกาล และสามารถผ่านตาทหารนับพันได้ นับว่ามีฝีมือไม่เบา

ไม่รอช้า ชายผู้นั้นเร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายปลายทาง อีกด้านหนึ่งมีสตรีนางน้อยที่แอบออกจากเรือนนอนมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกัน

ตำหนักเย็นในราตรีนี้เสียงเรียกหาฝ่าบาทหายไปหมดแล้ว สตรีเหล่านั้นล้วนนอนพักเอาแรง แต่บางคนก็ยังเดินวนไปเวียนมาเหมือนคนไร้สติ แม้แต่คนเดินผ่านก็ยังไม่สนใจ

อันอำนาจต้องแย่งชิงเพื่อเป็นที่หนึ่งมันจอมปลอมสิ้นดี ลู่อิงส่ายหน้าไปมาก่อนรีบไปยังเป้าหมาย แต่กลับเจออีกคนมาแทน

ขโมย! ไม่สิ เหตุใดต้องมาขโมยในตำหนักเย็นด้วย นางไม่เข้าใจจึงได้แต่แอบมองจากด้านนอก เห็นชายหนุ่มเคาะเป็นจังหวะไม่นานสตรีด้านในก็ออกมา

งดงาม งดงามจริงๆ สตรีงามถึงเพียงนี้ยังถูกขัง แล้วที่อยู่ด้านนอกไม่ถูกฝังลงหลุมหรอกหรือ คนที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้เริ่มอยู่ไม่ติดเมื่อมียุงมากัด สองมือจะยกขึ้นตีก็นึกว่าไม่ควรส่งเสียงจึงลดมือลง

นางสังเกตเห็นชายชุดดำรับของบางอย่างในมือของสตรีผู้นั้นแล้วหลบหายไป นางกำลังจะลุกขึ้นไปทางด้านหลังเพื่อไปหาหลักฐานเกี่ยวกับพี่สาวนาง เพราะสถานที่สุดท้ายที่พี่สาวนางอยู่คือตำหนักเย็น แต่แล้วก็ถูกมือใครบางคนปิดปากแล้วพานางไปอีกด้าน

หลุมศพ!! นี่คือที่โยนศพของคนทำผิด ในความมืดสนิทไร้เสียงรบกวน มีแต่กลิ่นศพโชยแตะจมูก ไม่นานคนผู้นั้นก็ปล่อยนาง เหมยลู่อิงถอยหลังติดต้นไม้มองดาบยาวที่อีกฝ่ายถืออยู่

นางคิดว่าชายชุดดำมีฝีมือแล้ว คนผู้นี้ฝีมือคงมากกว่าจึงกล้าถืออาวุธเข้าวังหลวง มีโอกาสจะลอบปลงพระชนม์ได้ทุกเวลา นั่นไม่เรียกว่ากบฏหรือ

คนที่พาตัวนางมามีสีหน้าแปลกใจ หากเป็นสตรีอื่นคงร้องแหกปากทั่ววังหลัง แต่นางไม่ทำ เอาแต่ยืนนิ่ง สังเกต และระวังตัว เมื่อเริ่มสนุกจึงขยับเท้าไปทีละก้าว ทีละก้าวจนกระทั่งตอนนี้สองคนประจันหน้ากัน นางก็ยังไม่วิ่งหนีอีก

“พาข้ากลับไป แล้วข้าจะไม่พูดถึงเรื่องคืนนี้”

ได้มีโอกาสออกจากวังหลวงแล้ว แต่นางยังยืนยันจะกลับไปอีก ดวงตาคมมองสตรีตรงหน้า หรือสตรีนางนี้ก็คือสตรีที่หมายปองยศถา และอำนาจเช่นสตรีอื่น น่าเบื่อเสียจริง

คนที่พูดตอนนี้มองสบดวงตาคู่นั้น มันมั่นคง หนักแน่น และไร้ความกลัว เขาสามารถฆ่าคนได้ในพริบตา แต่กลับไว้ชีวิตนาง ไม่สิ ไม่แน่ตอนนี้อาจจะเริ่มอยากสังหารนางแล้วก็เป็นได้

ท่านพี่ ข้ายังไม่ได้ชำระแค้นให้ท่านก็ต้องมาตาย การเข้าวังครั้งนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี

คนที่มัวแต่คิดเพลินมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายสับสันมือเข้าที่ต้นคอ ก่อนที่นางจะสลบไป

ชายปริศนามองข้อมือนาง ก่อนถอดกำไลหยกสีเลือดจากข้อมือนางมาเก็บเอาไว้ จากนั้นก็พาร่างที่ไร้สติส่งคืนเรือนนอน

กว่าเจ้าของร่างจะได้สติก็รุ่งเช้าของอีกวัน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจ้าหัวขโมย!!! กำไลหยกสีเลือดหลักฐานเพียงชิ้นเดียวกลับถูกเขาขโมยไปได้ อย่าให้เจอเชียว นางจะถอดหน้ากากให้จงได้

สิ่งที่คิดจะทำก็ทำไม่สำเร็จ แถมของสำคัญยังถูกขโมยไปอีก เหมยลู่อิงจึงได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตลอดทั้งวัน พอมาซักผ้าก็เลยได้โอกาสใส่อารมณ์ลงกับกองผ้า เท้าน้อยเหยียบย่ำลงไปไม่หยุด ปากก็สรรหาคำด่า

“ไอ้โจรบ้า โจรหัวขโมย” เสียงนี้ไม่เบา คนรอบด้านเริ่มส่ายหน้าเพราะคิดว่านางเริ่มสติไม่ดีเช่นคนอื่น จึงหนีหายไปหมด ราตรีมืดสนิทอีกครั้ง คนที่ลงกับเสื้อผ้ากำลังจับผ้าขึ้นมาจะบิดเพื่อตากก็ได้ยินเสียงหัวเราะขำบนกำแพง

เป็นเขา! ไอ้หัวขโมยชุดดำเมื่อคืน ต่อให้นางตายฝังลงหลุมก็จดจำแววตานั้นได้

“ลงมาเดี๋ยวนี้ แล้วเอาของของข้าคืนมา”

คนผู้นั้นไม่ได้ลงตามคำสั่ง ยังหัวเราะแววตายั่วล้อเป็นประกาย ก่อนยกกำไลเลือดขึ้นมาถือเล่นอย่างกวนประสาท

“ไม่ใช่ของตัวเองสักหน่อย เอามันคืนมาให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะร้องบอกยาม ช่วย!” ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเขาก็มาถึงตัวนางแล้วปิดปากนางไว้ นางยังไม่ทันได้ส่งเสียงเต็มคำด้วยซ้ำ ฝีมือร้ายกาจไปแล้ว คนที่อยู่ด้านหลังตอนนี้ยังมีเสียงหัวเราะในลำคอเหมือนเดิม

“สถานที่แบบนี้ถึงเจ้าร้องไปก็ไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วย เจ้าไม่รู้หรือว่าคนในวังหายไปต่อวันนับไม่ถ้วน”

คนหรือสถานที่ฆ่าสัตว์กันแน่ถึงได้ฆ่าคนเป็นผักปลา เหมยลู่อิงบ่นในใจ ก่อนจะได้กลิ่นหอมจากคนด้านหลัง กลิ่นเครื่องหอมนี้มีเพียงบุรุษที่มีเงินเท่านั้นถึงจะมีไว้ครอบครอง แสดงว่าเขาหาใช่คนธรรมดา อาจจะเป็นขุนนาง ทหาร หรือไม่ก็พวกคหบดีที่หวังอำนาจ หรือไม่ก็...

ดวงตานางเบิกกว้างหันมองคนด้านหลัง ใบหน้าที่ปิดสนิทตอนนี้อยู่ใกล้แค่แก้มนาง ดวงตาดำสนิทนั้น อีกทั้งเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ไม่ใช่ว่าตอนนี้...

“ฝ่าบาท เป็นท่านหรือเพคะ”

ชายชุดดำนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนหัวเราะ “เจ้าดูละครงิ้วมากเกินไปหรือเปล่า” จากนั้นก็ขำออกมาอีกรอบ

“ฝ่าบาทของเจ้าตอนนี้คงสำราญกับสนมนางใดนางหนึ่ง ไม่มีเวลามายุ่งเกี่ยวกับนางสนมตาอิ้งเช่นเจ้าหรอก อีกอย่าง ถ้าข้าเป็นฮ่องเต้จริง เหตุใดต้องขโมยกะอีแค่กำไลวงเดียว”

ที่เขาพูดมาก็มีส่วนถูก นางคงคิดมากเกินไปจริงๆ “ว่าแต่ท่านคือใคร” จังหวะที่เขาอยู่ด้านหลังนางนั่นเอง เหมยลู่อิงก็ฉวยโอกาสจะดึงผ้าปิดหน้าเขาออก

ทว่าอีกฝ่ายก็หมุนตัวสลัดนางออกอย่างรวดเร็ว ท่าทางราวกับแมวขโมยนั้นทำนางหงุดหงิดที่ตามไม่ทัน

“ถ้าท่านไม่บอกก็ไม่เป็นไร แต่ได้โปรดส่งกำไลวงนั้นให้ข้าเถอะ กำไลวงนั้นสำคัญกับข้ามาก”

“ก็ต้องดูว่าสำคัญกับเจ้ายังไง”

“เป็นกำไลของพี่สาวข้า”

“เจ้าไม่มีพี่สาว” ชายชุดดำเอ่ยขึ้นทันที ทำให้เหมยลู่อิงรู้ว่าอีกฝ่ายสืบประวัติของซ่งเป่ยฝูแน่นอน “ข้ามีลูกพี่ลูกน้องที่เปรียบเหมือนพี่สาวข้า” เอาสิ นางก็ยังแถไปได้อีก

ซ้ำสีหน้านางยังบอกชัดเริ่มระแวงอีกฝ่าย ชายชุดดำคนนั้นยังพูดต่อ

“บอกมาว่าเจ้าเป็นใคร และเข้าวังมาทำไม?”

คำถามนั้นนางไม่ตอบเด็ดขาด พอเห็นเขาแกว่งกำไลหมุนไปมาก็คิดจะเข้าไปคว้าเอามาเป็นของตน แต่เสียงฝีเท้าจากมุมกำแพงอีกฝั่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง พอเหมยลู่อิงหันมาอีกรอบชายชุดดำนั่นก็หายไปอีกแล้ว

แม่ทัพชิงหยวนที่อยู่เวรในวันนี้ทำหน้าแปลกใจอีกแล้วที่พบเจอนาง “วังหลวงออกกว้างขวาง ไม่คิดเลยว่าข้าจะเจอเจ้าถึงสองวันติดๆ”

เหมยลู่อิงคำนับอีกฝ่าย “ข้ามาซักผ้า”

แม่ทัพชิงหยวนหันมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นนางกำนัลหรือแม้แต่ขันที ตลอดจนตาอิ้งที่ตำแหน่งเท่านางสักคน “เจ้านี่หาญกล้าเหลือเกิน ไม่กลัวว่าจะถูกทำร้ายรึ”

เหมยลู่อิงรู้ว่าวังแห่งนี้อันตราย แต่ตายแล้วเป็นยังไง นางตายแล้วก็ได้เจอพี่สาว ไม่เห็นว่าจะไม่ดีตรงไหน

“มีท่านแม่ทัพอยู่ เหตุใดข้าจะต้องกลัวเล่า” นางประจบประแจงแม่ทัพชิงหยวนกำลังจะขอตัวก็ได้ยินหลิวชงอวี้ดังมาแต่ไกล

“พี่ชายข้า” เสียงนั้นทำให้แม่ทัพหลิวชิงหยวนหันไปมองแล้วทำหน้าดุใส่น้องสาวตนอีกรอบ

“เจ้าก็ด้วย เหตุใดชอบมายามวิกาล” หลิวชงอวี้ทำผิด แต่ก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะให้พี่ชายหายโกรธ

“ท่านก็รู้ว่าข้าซักผ้าไม่เป็น ดีที่ได้ฝูเอ๋อร์ช่วย ข้าเลยรีบไปเก็บอาหารเอาไว้ให้ ถ้าไม่เช่นนั้นวันนี้อาจจะอดกินข้าวอีก”

“ต้องลำบากถึงเพียงนั้น ข้าก็ถึงบอกให้เจ้าแต่งกับคนอื่นไปเสีย”

หลิวชงอวี้ทำหน้ามุ่ยใส่ “ท่านก็บอกให้ฝ่าบาทเรียกข้าเสียทีสิ น้องสาวท่านจะได้มีคนเอาใจ หรือได้เลื่อนตำแหน่ง”

“ไม่ได้เด็ดขาด!” ยังไงเขาก็ไม่ให้ฮ่องเต้เรียกน้องสาวตนรับใช้

พอมีคนขวางเช่นนี้หลิวชงอวี้ก็อาละวาดเสียงดังกว่าเดิม “ที่แท้ก็เป็นพี่ ข้าเลยต้องเป็นแค่ตาอิ้งเช่นนี้”

“ก็ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าเข้าวัง”

“ก็ข้าจะเข้า ข้าชอบฝ่าบาท ข้าชอบฝ่าบาท”

“เจ้า!!” คนเป็นพี่ชายกำหมัด โกรธจนลืมไปแล้วว่าเคยสงสัยในตัวเหมยลู่อิงอย่างไร กว่าสองคนจะเถียงกันจบนางก็ยืนจนเมื่อย คืนนั้นพอพวกนางกลับตำหนักก็พากันหลับเป็นตาย

เหมยลู่อิงรู้ว่าตำแหน่งที่พวกนางอยู่นั้นไม่ได้มั่นคงสักนิด นางหันมองนางกำนัลของตน และขันทีของตนที่นั่งอยู่ด้านนอกกำลังพูดคุยอย่างสนุกปาก ไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วยพวกนางทำความสะอาดด้านใน

“ถ้าข้าได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อใด นางกำนัลพวกนั้นข้าจะจัดการก่อนใครเชียว” คนไม่ปิดบังความรู้สึกยังบ่นไม่หยุด เหมยลู่อิงได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า ตอนนี้นางกังวลเรื่องเดียวว่าทำยังไงถึงจะเอากำไลหยกสีเลือดของพี่สาวนางกลับมาได้

“วันนี้มีผ้าอีกไหม ข้าจะเอาไปซักให้”

หลิวชงอวี้ทำหน้าแปลกใจ “ข้าเริ่มคิดแล้วว่าเจ้าคงจะชอบซักผ้าจริงๆ หรือว่ามีอะไรที่ลานซักล้าง”

นางคงประเมินชงอวี้ต่ำไป อีกฝ่ายก็ไหวพริบไม่เลว

“เปล่าเสียหน่อย เพียงแค่ข้ารู้สึกเบื่อ” นางพูดไปพลางลุกขึ้นไปหยิบผ้าออกไปสองชุด แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนซักล้างท้ายวัง

เมื่อไปถึงนางก็มองหาชายชุดดำอีกครั้ง นางเชื่อว่าบุรุษผู้นั้นจะต้องออกมาอีกแน่ๆ พอมาถึงตอนนี้นางก็ต้องวิเคราะห์เขาอีกรอบ นอกจากบุรุษที่ยิ่งใหญ่อย่างฮ่องเต้แล้ว คนที่สามารถไปไหนมาไหนในวังได้ตามใจชอบอีกคนคืออ๋องเฟยเทียน หรือว่าจะเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้

“เจ้ากำลังรอข้าใช่ไหม” น้ำเสียงเจือการหยอกล้อนั้น ทำให้คนที่กำลังมองหาเขาเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสีแดง

“หรือว่าเจ้าสนใจจะมานั่งชมจันทร์กับข้าบนนี้”

ขืนให้นางขึ้นไปได้ตกลงมาตายแน่ “คืนของของข้ามาเสีย แล้วท่านจะไปไหนก็ไป ข้าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกองครักษ์วังหลวงแน่นอน”

ฮึเขาหัวเราะขำ “ข้าคิดว่าเจ้าคงประเมินแล้วว่าข้าคงมีฐานะไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นจะสามารถเข้าออกตลอดเวลาได้ยังไง”

เหมยลู่อิงพยายามเก็บอาการของตัวเองเอาไว้ คนผู้นี้มองนางแค่แวบเดียวก็รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ คิดว่าเรื่องที่นางโกหกว่ากำไลเลือดนี้เป็นของญาติพี่น้องเขาก็คงไม่มีทางเชื่ออย่างสนิทใจ

ระหว่างที่นางกำลังคิดหาวิธีพูดให้เขายอมคืนกำไลนั้น อีกฝ่ายก็กระโดดลงมา จากนั้นก็

“โอ๊ย” เหมยลู่อิงทรุดลงไปกับพื้น คงเพราะความมืด และมีเพียงแสงจันทร์เลยทำให้ชายชุดดำไม่รู้ว่านางเป็นอะไร เขารีบวิ่งเข้าไปดูนาง คุกเข่าลงแล้วจับขานางเพื่อดูว่าถูกอะไรกัดหรือเปล่า

เหมยลู่อิงเห็นจังหวะนั้นก็ “ดึง” ผ้าสีดำนั้นได้สำเร็จ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HVF” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HVF
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้ายเล่ห์ลวงรัก
7.9
นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่รุนแรงและคำพูดหยาบคายในบางตอน ธามแสดงความรังเกียจต่อหญิงสาวอย่างชัดเจนด้วยการเตรียมถุงยางอนามัยป้องกัน เขาเมินเฉยต่อเสียงคัดค้านและยัดเยียดความสัมพันธ์ให้อย่างโหดร้ายจนเธอต้องกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย ทว่าเมื่อเขาล่วงเกินเธอจนสุดทาง ความจริงที่ว่านี่คือครั้งแรกของเธอก็ทำให้เขาต้องตกตะลึงกับสิ่งที่เพิ่งได้พบเห็น ท่ามกลางความร้าวรานและน้ำตาที่ไหลรินในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการกระทำอันป่าเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย Love race โค้งรักอันตราย
8.4
รณภูมิ นักแข่งรถหนุ่มผู้ร้อนแรงตกหลุมรักแพรธิมาทันทีที่เห็นแผ่นหลังเนียนสวยของเธอจนต้องตามจีบ แต่ความสัมพันธ์แสนเร่าร้อนกลับต้องเผชิญบททดสอบ เมื่อทั้งคู่กลายเป็นคู่แข่งที่ต้องชิงชัยในสนามความเร็วเพื่อตำแหน่งแชมป์เพียงหนึ่งเดียว แม้รณภูมิจะมอบสัมผัสที่ทำให้แพรธิมาเคลิบเคลิ้มจนยากจะถอนตัว ทว่าหน้าที่และการแข่งขันก็บีบให้เธอต้องเลือกระหว่างความรักที่วาบหวิวกับชัยชนะที่ต้องแลกมาด้วยความเร็วในเกมรักอันตรายนี้
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย หลังหย่าผัวนักแข่งรถเสียใจบ้าไปแล้ว
8.7
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่เจ็ด ความลับของสามีนักแข่งรถถูกเปิดโปงผ่านโพสต์ของหญิงคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขาในสนามแข่งมาตลอด ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาปกปิดตัวตนของฉันจากเพื่อนร่วมทีมโดยอ้างเรื่องความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วเขากลับให้ความสำคัญกับคนอื่น ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ด้วยการส่งข้อความขอหย่าและถอดแหวนทิ้งไป ก่อนจะหยิบถุงมือสีดำคู่เดิมกลับมาสวมอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ว่าความเร็วที่เขาเคยขู่ว่าอันตรายนั้น แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่ฉันคุ้นเคยยิ่งกว่าใคร
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย นางเซี่ย
9.2
เซี่ยฟางหวา บุตรีจวนจงหย่งโหว ละทิ้งชีวิตคุณหนูวัยเจ็ดปีเพื่อฝึกวิชากับองครักษ์เงาบนเขาไร้นาม หวังกลับมาเป็นเสาหลักให้ครอบครัว แปดปีต่อมา นางทำลายค่ายฝึกจนราบและลอบเข้าเมืองหลวง ทว่าแผนการกลับพลิกผันเมื่อพบกับฉินเจิง อ๋องน้อยแห่งจวนอิงชินอ๋อง การพบกันเพียงครั้งเดียวกลายเป็นพันธนาการให้นางไม่อาจคืนสู่สถานะเดิม จำต้องแปลงโฉมเป็นสาวใช้ไร้เสียงคอยรับใช้เขา แม้นางจะแตกฉานในกลยุทธ์และวิชาแพทย์จนไร้คู่เปรียบ ทว่าเมื่ออยู่หน้าอ๋องน้อยผู้นี้ นางกลับเจอแต่ความมืดมนและไร้หนทางรับมือเขาได้อย่างสิ้นเชิง