ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สืบแค้นบัลลังก์เลือด

สืบแค้นบัลลังก์เลือด

เมื่อพี่สาวเสียชีวิตอย่างลึกลับ เหมยลู่อิงจึงตัดสินใจเข้าสู่พระราชวังเพื่อค้นหาความจริง ท่ามกลางการชิงอำนาจและบัลลังก์ที่นองไปด้วยเลือด นางต้องเผชิญกับฮ่องเต้ผู้เจ้าเล่ห์ที่คอยกลั่นแกล้งด้วยการส่งของกำนัลล้ำค่ามาให้จนนางกลายเป็นเป้าสายตาของเหล่าสนมในวังหลวง การเอาตัวรอดจากแผนร้ายและคลื่นความแค้นครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อมังกรผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้หลอกล่อได้ง่ายอย่างที่คิด นางจะสืบหาตัวฆาตกรและรักษาชีวิตรอดจากเกมการเมืองที่เดิมพันด้วยลมหายใจได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 3

เสียงฆ้องบอกเวลาเที่ยงคืน ทหารที่ถือฆ้องเคาะตามจังหวะเดินไปรอบวังหลวง เมื่อผ่านไปจนเสียงเงียบหายไปแล้ว คนที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดก็ออกมา คนผู้คนนั้นรูปร่างคล้ายบุรุษสวมเสื้อผ้าสีดำกลมกลืนกับความมืดในยามวิกาล และสามารถผ่านตาทหารนับพันได้ นับว่ามีฝีมือไม่เบา

ไม่รอช้า ชายผู้นั้นเร่งฝีเท้าไปยังจุดหมายปลายทาง อีกด้านหนึ่งมีสตรีนางน้อยที่แอบออกจากเรือนนอนมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกัน

ตำหนักเย็นในราตรีนี้เสียงเรียกหาฝ่าบาทหายไปหมดแล้ว สตรีเหล่านั้นล้วนนอนพักเอาแรง แต่บางคนก็ยังเดินวนไปเวียนมาเหมือนคนไร้สติ แม้แต่คนเดินผ่านก็ยังไม่สนใจ

อันอำนาจต้องแย่งชิงเพื่อเป็นที่หนึ่งมันจอมปลอมสิ้นดี ลู่อิงส่ายหน้าไปมาก่อนรีบไปยังเป้าหมาย แต่กลับเจออีกคนมาแทน

ขโมย! ไม่สิ เหตุใดต้องมาขโมยในตำหนักเย็นด้วย นางไม่เข้าใจจึงได้แต่แอบมองจากด้านนอก เห็นชายหนุ่มเคาะเป็นจังหวะไม่นานสตรีด้านในก็ออกมา

งดงาม งดงามจริงๆ สตรีงามถึงเพียงนี้ยังถูกขัง แล้วที่อยู่ด้านนอกไม่ถูกฝังลงหลุมหรอกหรือ คนที่หลบอยู่หลังพุ่มไม้เริ่มอยู่ไม่ติดเมื่อมียุงมากัด สองมือจะยกขึ้นตีก็นึกว่าไม่ควรส่งเสียงจึงลดมือลง

นางสังเกตเห็นชายชุดดำรับของบางอย่างในมือของสตรีผู้นั้นแล้วหลบหายไป นางกำลังจะลุกขึ้นไปทางด้านหลังเพื่อไปหาหลักฐานเกี่ยวกับพี่สาวนาง เพราะสถานที่สุดท้ายที่พี่สาวนางอยู่คือตำหนักเย็น แต่แล้วก็ถูกมือใครบางคนปิดปากแล้วพานางไปอีกด้าน

หลุมศพ!! นี่คือที่โยนศพของคนทำผิด ในความมืดสนิทไร้เสียงรบกวน มีแต่กลิ่นศพโชยแตะจมูก ไม่นานคนผู้นั้นก็ปล่อยนาง เหมยลู่อิงถอยหลังติดต้นไม้มองดาบยาวที่อีกฝ่ายถืออยู่

นางคิดว่าชายชุดดำมีฝีมือแล้ว คนผู้นี้ฝีมือคงมากกว่าจึงกล้าถืออาวุธเข้าวังหลวง มีโอกาสจะลอบปลงพระชนม์ได้ทุกเวลา นั่นไม่เรียกว่ากบฏหรือ

คนที่พาตัวนางมามีสีหน้าแปลกใจ หากเป็นสตรีอื่นคงร้องแหกปากทั่ววังหลัง แต่นางไม่ทำ เอาแต่ยืนนิ่ง สังเกต และระวังตัว เมื่อเริ่มสนุกจึงขยับเท้าไปทีละก้าว ทีละก้าวจนกระทั่งตอนนี้สองคนประจันหน้ากัน นางก็ยังไม่วิ่งหนีอีก

“พาข้ากลับไป แล้วข้าจะไม่พูดถึงเรื่องคืนนี้”

ได้มีโอกาสออกจากวังหลวงแล้ว แต่นางยังยืนยันจะกลับไปอีก ดวงตาคมมองสตรีตรงหน้า หรือสตรีนางนี้ก็คือสตรีที่หมายปองยศถา และอำนาจเช่นสตรีอื่น น่าเบื่อเสียจริง

คนที่พูดตอนนี้มองสบดวงตาคู่นั้น มันมั่นคง หนักแน่น และไร้ความกลัว เขาสามารถฆ่าคนได้ในพริบตา แต่กลับไว้ชีวิตนาง ไม่สิ ไม่แน่ตอนนี้อาจจะเริ่มอยากสังหารนางแล้วก็เป็นได้

ท่านพี่ ข้ายังไม่ได้ชำระแค้นให้ท่านก็ต้องมาตาย การเข้าวังครั้งนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี

คนที่มัวแต่คิดเพลินมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่อีกฝ่ายสับสันมือเข้าที่ต้นคอ ก่อนที่นางจะสลบไป

ชายปริศนามองข้อมือนาง ก่อนถอดกำไลหยกสีเลือดจากข้อมือนางมาเก็บเอาไว้ จากนั้นก็พาร่างที่ไร้สติส่งคืนเรือนนอน

กว่าเจ้าของร่างจะได้สติก็รุ่งเช้าของอีกวัน

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน เจ้าหัวขโมย!!! กำไลหยกสีเลือดหลักฐานเพียงชิ้นเดียวกลับถูกเขาขโมยไปได้ อย่าให้เจอเชียว นางจะถอดหน้ากากให้จงได้

สิ่งที่คิดจะทำก็ทำไม่สำเร็จ แถมของสำคัญยังถูกขโมยไปอีก เหมยลู่อิงจึงได้แต่ทำหน้าบอกบุญไม่รับตลอดทั้งวัน พอมาซักผ้าก็เลยได้โอกาสใส่อารมณ์ลงกับกองผ้า เท้าน้อยเหยียบย่ำลงไปไม่หยุด ปากก็สรรหาคำด่า

“ไอ้โจรบ้า โจรหัวขโมย” เสียงนี้ไม่เบา คนรอบด้านเริ่มส่ายหน้าเพราะคิดว่านางเริ่มสติไม่ดีเช่นคนอื่น จึงหนีหายไปหมด ราตรีมืดสนิทอีกครั้ง คนที่ลงกับเสื้อผ้ากำลังจับผ้าขึ้นมาจะบิดเพื่อตากก็ได้ยินเสียงหัวเราะขำบนกำแพง

เป็นเขา! ไอ้หัวขโมยชุดดำเมื่อคืน ต่อให้นางตายฝังลงหลุมก็จดจำแววตานั้นได้

“ลงมาเดี๋ยวนี้ แล้วเอาของของข้าคืนมา”

คนผู้นั้นไม่ได้ลงตามคำสั่ง ยังหัวเราะแววตายั่วล้อเป็นประกาย ก่อนยกกำไลเลือดขึ้นมาถือเล่นอย่างกวนประสาท

“ไม่ใช่ของตัวเองสักหน่อย เอามันคืนมาให้ข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะร้องบอกยาม ช่วย!” ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเขาก็มาถึงตัวนางแล้วปิดปากนางไว้ นางยังไม่ทันได้ส่งเสียงเต็มคำด้วยซ้ำ ฝีมือร้ายกาจไปแล้ว คนที่อยู่ด้านหลังตอนนี้ยังมีเสียงหัวเราะในลำคอเหมือนเดิม

“สถานที่แบบนี้ถึงเจ้าร้องไปก็ไม่มีผู้ใดเข้ามาช่วย เจ้าไม่รู้หรือว่าคนในวังหายไปต่อวันนับไม่ถ้วน”

คนหรือสถานที่ฆ่าสัตว์กันแน่ถึงได้ฆ่าคนเป็นผักปลา เหมยลู่อิงบ่นในใจ ก่อนจะได้กลิ่นหอมจากคนด้านหลัง กลิ่นเครื่องหอมนี้มีเพียงบุรุษที่มีเงินเท่านั้นถึงจะมีไว้ครอบครอง แสดงว่าเขาหาใช่คนธรรมดา อาจจะเป็นขุนนาง ทหาร หรือไม่ก็พวกคหบดีที่หวังอำนาจ หรือไม่ก็...

ดวงตานางเบิกกว้างหันมองคนด้านหลัง ใบหน้าที่ปิดสนิทตอนนี้อยู่ใกล้แค่แก้มนาง ดวงตาดำสนิทนั้น อีกทั้งเสียงที่เต็มไปด้วยพลัง ไม่ใช่ว่าตอนนี้...

“ฝ่าบาท เป็นท่านหรือเพคะ”

ชายชุดดำนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนหัวเราะ “เจ้าดูละครงิ้วมากเกินไปหรือเปล่า” จากนั้นก็ขำออกมาอีกรอบ

“ฝ่าบาทของเจ้าตอนนี้คงสำราญกับสนมนางใดนางหนึ่ง ไม่มีเวลามายุ่งเกี่ยวกับนางสนมตาอิ้งเช่นเจ้าหรอก อีกอย่าง ถ้าข้าเป็นฮ่องเต้จริง เหตุใดต้องขโมยกะอีแค่กำไลวงเดียว”

ที่เขาพูดมาก็มีส่วนถูก นางคงคิดมากเกินไปจริงๆ “ว่าแต่ท่านคือใคร” จังหวะที่เขาอยู่ด้านหลังนางนั่นเอง เหมยลู่อิงก็ฉวยโอกาสจะดึงผ้าปิดหน้าเขาออก

ทว่าอีกฝ่ายก็หมุนตัวสลัดนางออกอย่างรวดเร็ว ท่าทางราวกับแมวขโมยนั้นทำนางหงุดหงิดที่ตามไม่ทัน

“ถ้าท่านไม่บอกก็ไม่เป็นไร แต่ได้โปรดส่งกำไลวงนั้นให้ข้าเถอะ กำไลวงนั้นสำคัญกับข้ามาก”

“ก็ต้องดูว่าสำคัญกับเจ้ายังไง”

“เป็นกำไลของพี่สาวข้า”

“เจ้าไม่มีพี่สาว” ชายชุดดำเอ่ยขึ้นทันที ทำให้เหมยลู่อิงรู้ว่าอีกฝ่ายสืบประวัติของซ่งเป่ยฝูแน่นอน “ข้ามีลูกพี่ลูกน้องที่เปรียบเหมือนพี่สาวข้า” เอาสิ นางก็ยังแถไปได้อีก

ซ้ำสีหน้านางยังบอกชัดเริ่มระแวงอีกฝ่าย ชายชุดดำคนนั้นยังพูดต่อ

“บอกมาว่าเจ้าเป็นใคร และเข้าวังมาทำไม?”

คำถามนั้นนางไม่ตอบเด็ดขาด พอเห็นเขาแกว่งกำไลหมุนไปมาก็คิดจะเข้าไปคว้าเอามาเป็นของตน แต่เสียงฝีเท้าจากมุมกำแพงอีกฝั่งดังขึ้นทำให้นางหันมอง พอเหมยลู่อิงหันมาอีกรอบชายชุดดำนั่นก็หายไปอีกแล้ว

แม่ทัพชิงหยวนที่อยู่เวรในวันนี้ทำหน้าแปลกใจอีกแล้วที่พบเจอนาง “วังหลวงออกกว้างขวาง ไม่คิดเลยว่าข้าจะเจอเจ้าถึงสองวันติดๆ”

เหมยลู่อิงคำนับอีกฝ่าย “ข้ามาซักผ้า”

แม่ทัพชิงหยวนหันมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นนางกำนัลหรือแม้แต่ขันที ตลอดจนตาอิ้งที่ตำแหน่งเท่านางสักคน “เจ้านี่หาญกล้าเหลือเกิน ไม่กลัวว่าจะถูกทำร้ายรึ”

เหมยลู่อิงรู้ว่าวังแห่งนี้อันตราย แต่ตายแล้วเป็นยังไง นางตายแล้วก็ได้เจอพี่สาว ไม่เห็นว่าจะไม่ดีตรงไหน

“มีท่านแม่ทัพอยู่ เหตุใดข้าจะต้องกลัวเล่า” นางประจบประแจงแม่ทัพชิงหยวนกำลังจะขอตัวก็ได้ยินหลิวชงอวี้ดังมาแต่ไกล

“พี่ชายข้า” เสียงนั้นทำให้แม่ทัพหลิวชิงหยวนหันไปมองแล้วทำหน้าดุใส่น้องสาวตนอีกรอบ

“เจ้าก็ด้วย เหตุใดชอบมายามวิกาล” หลิวชงอวี้ทำผิด แต่ก็รู้ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะให้พี่ชายหายโกรธ

“ท่านก็รู้ว่าข้าซักผ้าไม่เป็น ดีที่ได้ฝูเอ๋อร์ช่วย ข้าเลยรีบไปเก็บอาหารเอาไว้ให้ ถ้าไม่เช่นนั้นวันนี้อาจจะอดกินข้าวอีก”

“ต้องลำบากถึงเพียงนั้น ข้าก็ถึงบอกให้เจ้าแต่งกับคนอื่นไปเสีย”

หลิวชงอวี้ทำหน้ามุ่ยใส่ “ท่านก็บอกให้ฝ่าบาทเรียกข้าเสียทีสิ น้องสาวท่านจะได้มีคนเอาใจ หรือได้เลื่อนตำแหน่ง”

“ไม่ได้เด็ดขาด!” ยังไงเขาก็ไม่ให้ฮ่องเต้เรียกน้องสาวตนรับใช้

พอมีคนขวางเช่นนี้หลิวชงอวี้ก็อาละวาดเสียงดังกว่าเดิม “ที่แท้ก็เป็นพี่ ข้าเลยต้องเป็นแค่ตาอิ้งเช่นนี้”

“ก็ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าเข้าวัง”

“ก็ข้าจะเข้า ข้าชอบฝ่าบาท ข้าชอบฝ่าบาท”

“เจ้า!!” คนเป็นพี่ชายกำหมัด โกรธจนลืมไปแล้วว่าเคยสงสัยในตัวเหมยลู่อิงอย่างไร กว่าสองคนจะเถียงกันจบนางก็ยืนจนเมื่อย คืนนั้นพอพวกนางกลับตำหนักก็พากันหลับเป็นตาย

เหมยลู่อิงรู้ว่าตำแหน่งที่พวกนางอยู่นั้นไม่ได้มั่นคงสักนิด นางหันมองนางกำนัลของตน และขันทีของตนที่นั่งอยู่ด้านนอกกำลังพูดคุยอย่างสนุกปาก ไม่มีทีท่าจะเข้ามาช่วยพวกนางทำความสะอาดด้านใน

“ถ้าข้าได้เลื่อนตำแหน่งเมื่อใด นางกำนัลพวกนั้นข้าจะจัดการก่อนใครเชียว” คนไม่ปิดบังความรู้สึกยังบ่นไม่หยุด เหมยลู่อิงได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า ตอนนี้นางกังวลเรื่องเดียวว่าทำยังไงถึงจะเอากำไลหยกสีเลือดของพี่สาวนางกลับมาได้

“วันนี้มีผ้าอีกไหม ข้าจะเอาไปซักให้”

หลิวชงอวี้ทำหน้าแปลกใจ “ข้าเริ่มคิดแล้วว่าเจ้าคงจะชอบซักผ้าจริงๆ หรือว่ามีอะไรที่ลานซักล้าง”

นางคงประเมินชงอวี้ต่ำไป อีกฝ่ายก็ไหวพริบไม่เลว

“เปล่าเสียหน่อย เพียงแค่ข้ารู้สึกเบื่อ” นางพูดไปพลางลุกขึ้นไปหยิบผ้าออกไปสองชุด แล้วมุ่งหน้าไปยังเรือนซักล้างท้ายวัง

เมื่อไปถึงนางก็มองหาชายชุดดำอีกครั้ง นางเชื่อว่าบุรุษผู้นั้นจะต้องออกมาอีกแน่ๆ พอมาถึงตอนนี้นางก็ต้องวิเคราะห์เขาอีกรอบ นอกจากบุรุษที่ยิ่งใหญ่อย่างฮ่องเต้แล้ว คนที่สามารถไปไหนมาไหนในวังได้ตามใจชอบอีกคนคืออ๋องเฟยเทียน หรือว่าจะเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้

“เจ้ากำลังรอข้าใช่ไหม” น้ำเสียงเจือการหยอกล้อนั้น ทำให้คนที่กำลังมองหาเขาเงยหน้าขึ้นมองบนกำแพงสีแดง

“หรือว่าเจ้าสนใจจะมานั่งชมจันทร์กับข้าบนนี้”

ขืนให้นางขึ้นไปได้ตกลงมาตายแน่ “คืนของของข้ามาเสีย แล้วท่านจะไปไหนก็ไป ข้าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกองครักษ์วังหลวงแน่นอน”

ฮึเขาหัวเราะขำ “ข้าคิดว่าเจ้าคงประเมินแล้วว่าข้าคงมีฐานะไม่ธรรมดา ไม่เช่นนั้นจะสามารถเข้าออกตลอดเวลาได้ยังไง”

เหมยลู่อิงพยายามเก็บอาการของตัวเองเอาไว้ คนผู้นี้มองนางแค่แวบเดียวก็รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ คิดว่าเรื่องที่นางโกหกว่ากำไลเลือดนี้เป็นของญาติพี่น้องเขาก็คงไม่มีทางเชื่ออย่างสนิทใจ

ระหว่างที่นางกำลังคิดหาวิธีพูดให้เขายอมคืนกำไลนั้น อีกฝ่ายก็กระโดดลงมา จากนั้นก็

“โอ๊ย” เหมยลู่อิงทรุดลงไปกับพื้น คงเพราะความมืด และมีเพียงแสงจันทร์เลยทำให้ชายชุดดำไม่รู้ว่านางเป็นอะไร เขารีบวิ่งเข้าไปดูนาง คุกเข่าลงแล้วจับขานางเพื่อดูว่าถูกอะไรกัดหรือเปล่า

เหมยลู่อิงเห็นจังหวะนั้นก็ “ดึง” ผ้าสีดำนั้นได้สำเร็จ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เด็กในโอวาท
9.5
คิง พชร หนุ่มจอมพยศผู้มั่นใจว่าไม่มีใครสยบเขาได้ กลับต้องเผชิญหน้ากับความบ้าบิ่นและอำนาจมืดของ ภาค พิเภก ชายผู้แสนเย็นชาและโหดเหี้ยมเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้คิงจะเคยลั่นวาจาว่าเกลียดชังคนอย่างภาคเข้าไส้และขอไม่พบเจอกันอีกตลอดชีวิต แต่โชคชะตากลับเล่นตลกอย่างร้ายกาจ เมื่อเขากลับต้องวนเวียนมาติดกับและตกเป็นคนในโอวาทของภาคอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความขัดแย้งและอันตรายที่บีบคั้นให้คิงต้องหาคำตอบว่าทำไมชีวิตเขาถึงต้องมาสยบอยู่ใต้เงื้อมมือของชายคนนี้
หน้าปกนวนิยาย กลร้ายทรายเสน่หา
8.0
มิลินถูกจับตัวไปผจญภัยในทะเลทรายอันร้อนระอุโดยพระเอกหนุ่มที่ต้องการเอาคืนหลังถูกเธอใส่ร้ายจนเสียชื่อเสียง แม้จะรู้ภายหลังว่าเป็นความเข้าใจผิด แต่เขาก็ยังบังคับให้เธอทำงานหนักเพื่อแลกกับอาหารและที่พัก ท่ามกลางอันตรายจากโจรทะเลทรายและการปะทะคารมที่ดุเดือด ความใกล้ชิดในกระโจมพักกลับค่อยๆ เปลี่ยนความบาดหมางให้กลายเป็นความเสน่หา จากคู่กัดที่พร้อมจะข่วนหน้ากันจึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความหวานล้ำที่อบอวลไปทั่วผืนทราย
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เถื่อนปรารถนา
8.7
ท่ามกลางพงไพรเขียวขจีที่เป็นฉากหลังของการหลบหนีจากการไล่ล่าอันดุเดือด ความสัมพันธ์ของคนสองคนได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางอันตราย ก่อเกิดเป็นเพลิงปรารถนาที่แผดเผาอย่างเร่าร้อนและรุนแรงในป่าลึก สองร่างกายและหัวใจถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นความผูกพันที่ยากจะถอนตัว แม้ภารกิจหนีตายจะสิ้นสุดลงและทั้งคู่ได้ก้าวพ้นชายป่าออกมาแล้วก็ตาม แต่เปลวไฟแห่งความเสน่หาที่โชติช่วงกลับไม่มีทีท่าว่าจะมอดดับลงไปง่ายๆ ตามระยะทางที่ผ่านพ้นมา
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย เรือนนารีสกุล
8.5
ท่ามกลางป่าสนและขิมะอันหนาวเหน็บแห่งเสี่ยวเป้ย เรือนนารีที่เคยงดงามกลับปิดตายเป็นความลับนับสิบปีหลังการตายปริศนาของเจ้าของเรือน ทว่าภายในนั้น เจียวเจี๋ย พี่สาวผู้สืบทอดตระกูลเจียว ยังคงซ่อนตัวสมาชิกที่เหลือรอดรวมถึง เจียวลู่ น้องสาวคนเล็กให้พ้นจากสายตาภายนอก แม้กาลเวลาจะผ่านไปแต่เพลิงแค้นจากการถูกลอบสังหารล้างตระกูลเมื่อสิบปีก่อนยังไม่มอดดับ สองพี่น้องที่รอดตายอย่างปาฏิหาริย์ในวันนั้น กำลังรอคอยเวลาทวงคืนความยุติธรรมให้แก่สายเลือดที่ถูกพรากไปอย่างไม่เป็นธรรม