ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

อสุรเริงไฟ (หัวใจศิลา)

ชีวิตของศิลาถูกหล่อหลอมด้วยความเจ็บปวดจนกลายเป็นชายผู้มีจิตใจแข็งแกร่งดั่งหินผา ภายใต้บุคลิกที่ดูสงบนิ่งเขากลับซ่อนไฟแค้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เมื่ออสูรร้ายอย่างเขาเริ่มออกล่าเพื่อชำระความแค้น มินตาหญิงสาวผู้ไร้เดียงสากลับต้องกลายเป็นเหยื่อที่ติดอยู่ท่ามกลางวังวนอันตราย เธอต้องเผชิญกับความน่าหวาดหวั่นของเพลิงแค้นที่ผสมปนเปไปกับไฟปรารถนาอันเร่าร้อน ซึ่งพร้อมจะหลอมละลายหัวใจและทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าในเกมแห่งการแก้แค้นครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ถึงโรงพยาบาลแล้วจ้า”

มินตาบอกด้วยเสียงยินดี มีเสียงเหมือนระบายลมหายใจแบบโล่งอกตามติดมาด้วย ในย่านชานเมืองแบบนี้หล่อนได้ขับรถเที่ยวหาโรงพยาบาลเอกชนสักแห่งที่ดูดีสักหน่อยจนคนเจ็บได้โอดโอยว่ากว่าจะพบเลือดคงจะไหลออกจากบาดแผลหมดตัวเสียก่อนเป็นแน่แท้

“โชคนายยังดี เลือดยังไหลออกไม่หมด...”

หล่อนเลี้ยวรถขึ้นไปตามทางที่ลาดขึ้นสูง ไปสู่ทางจอดตรงประตูกระจกชั้นล่างของโรงพยาบาลพอดี

“เฮ้ย...ระวังคันหน้า ทำไมต้องไปจ่อติดแบบนั้นด้วย”

“ฉันก็ระวังแล้ว”

หล่อนบอก แต่ฝีมือการขับรถของหล่อนออกจะย่ำแย่สักหน่อย...เพราะเมื่อรถคันหน้าจอดลง ก็มีเสียงกระแทกโครมตามติดมา พร้อมกับเสียงโวยวายของหล่อนลั่นรถ จนเพื่อนหนุ่มเอามือข้างที่ไม่มีบาดแผลอุดหูทันที แต่กระนั้นเสียงหล่อนก็ยังเข้าไปในหูอีกข้างจนได้

“เขาเบรกกะทันหันนะ เขาผิด ฉันไม่ผิด”

“เออ...แก้ตัวเอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน จะต้องเสียงเงินอีกตามเคย”

คนที่นั่งทำตัวงอๆ จมลงไปกับเบาะที่นั่งข้างๆ คนขับยืดคอขึ้นมาก่อน แล้วจึงชะเง้อขึ้นมาทั้งตัว

“ชนกับไอ้รถใหม่เอี่ยมป้ายแดงเชียวนะ...เอาไอ้กระป๋องบาดทะยักคันนี้ไปชนกับรถผู้ดีอีกแล้ว เจ้ามิน”

“เขาผิด”

มินตายังบอกย้ำ หล่อนเกาะพวงมาลัยอยู่นิ่งๆ ยามหน้าโรงพยาบาลวิ่งมาดู พร้อมกับเตียงคนป่วยที่ถูกเข็นผ่านประตูกระจก ที่เปิดเลื่อนโดยระบบอัตโนมัติออกมาโดยบุรุษพยาบาลรูปร่างแข็งแรงวิ่งกันมาไขว่ไปหมด

มินตาเบิกตากว้าง...หล่อนกระทุ้งข้อศอกเข้ามาถูกแขนของธันวา แขนข้างที่มือเจ็บพันเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวหนาและมีเลือดเปรอะไปหมด ได้ยินเสียงโอดโอยเหมือนเจ็บหนัก

“เขาเอาเตียงมาเข็นนายด้วยล่ะ...ที่นี่บริการเยี่ยมเลยนะ...คนเจ็บมาก็เข็นเข้าไป...นายทำหน้าสวยๆ หน่อยนะตอนนอนเข้าไปน่ะ อย่าทำเจี๋ยมเจี้ยมเป็นหมูต้มล่ะ...”

มินตาเปิดประตูรถก้าวลงมา เรื่องที่หล่อนคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่คือรถชนท้ายรถคันข้างหน้ากลายเป็นเรื่องที่ไม่มีใครมาสนใจสักนิด หล่อนเห็นคนเข้าไปรุมล้อมรถใหม่เอี่ยมสีเขียวคันนั้น แล้วเมื่อประตูตอนหลังเปิดออก หล่อนก็เห็นว่ามีการหามหัวหามท้ายผู้หญิงคนหนึ่งออกมา หล่อนชะเง้อคอมอง...แล้วจึงหันมาบอกธันวาเหมือนกับจะผิดหวังไม่น้อย เมื่อเตียงนั้นถูกเข็นเข้าไปโดยมีผู้หญิงคนนั้นนอนเข้าไปด้วย

“นายคงจะต้องเดินเข้าไปเองแล้ว เตียงเขาเอามารับรถคันโน้น...เป็นอะไรน้อ...หน้าซีดจนเกือบจะเขียว แล้วเลือดก็เปื้อนมาเต็มกระโปรง”

ธันวาย่องแย่งมายืนอยู่เคียงข้าง เขามีคำตอบแก้ข้อข้องใจของมินตาเพียงมองไปแวบเดียว

“ตกเลือดน่ะ”

เขากระซิบเบาๆ ที่ริมหูหล่อน แล้วมินตาก็ทำให้เขาหน้ามุ่ยเมื่อหล่อนหันกลับมาถามย้ำ

“นายว่าไงนะ...ตกเลือด...เป็นยังไง ตกเลือดนี่น่ะ”

เสียงของหล่อนไม่เบานัก...บุรุษร่างสูงที่ยืนอยู่เงียบๆ แล้วโดดเด่นเหนือบุรุษคนอื่นๆ นับจากมาดและการแต่งตัวของเขาจึงหันมา ดวงตาสีเข้มนั่นลุกวาวขึ้น เหมือนไม่พอใจ ทำให้ธันวาส่งยิ้มแห้งๆ ไปให้ กระชากมินตาเข้ามาใกล้ตัว โดยลืมไปว่ามือที่ใช้นั้นคือมือที่เจ็บ เขาสะบัดมือออกเร่าๆ เมื่อกำมือเข้าหากันจึงกระเทือนบาดแผลเลือดไหลออกมาอีกแล้วก็เปื้อนเสื้อของมินตา

“หุบปากซะ เจ้ามิน...เห็นลูกกะตาไอ้หมอนั่นไหม...มันมองยังกะจะกินเลือดเนื้อ”

มินตาเห็นแล้ว หล่อนยืนอยู่ห่างจากผู้ชายคนนั้นไม่มากนัก หล่อนมองเห็นเขาเต็มตา แล้วเขาก็ก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้าหล่อนโดยไม่พูดจาอะไรสักคำ แต่ดวงตาของเขาเหลือร้ายนัก มันเหมือนเขามีกองไฟอยู่ในดวงตาแผดเผาทำลาย...มินตากลืนน้ำลายลงคอ หล่อนก้าวถอยหลังมานิดหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจแล้วไปยืนแอบอยู่เบื้องหลังธันวา

“รถผมเสียหาย”

เขาก้มๆ ลงไปมองท้ายรถของตัวเองนิดหนึ่ง...เสี้ยวหน้าด้านข้างนั่นคุ้นสายตาเหลือเกิน มินตายกมือลูบคางอีกมือกอดเอาไว้ใต้อก อันเป็นท่าที่หล่อนจะใช้ยามเมื่อใช้ความคิดอย่างหนัก เหมือนหล่อนเคยเห็นคนหน้าตาแบบนี้...

เคยเห็นแน่ๆ แต่ที่ไหนกันหนอ...

หล่อนอยากจะทุบหัวตัวเอง เวลานึกอะไรที่มันช่างนึกไม่ออกแล้วกลายเป็นเรื่องยาก

เมื่อเขายืดตัวขึ้นมา ได้มองเห็นกันตรงๆ รูปหน้าสี่เหลี่ยมแนวขากรรไกรกว้างแข็งแรง เหมือนรูปปั้นสมบูรณ์แบบเหลือเกิน...หล่อนลดมือลงจากปลายคางเมื่อได้ยินเสียงของเขาแจ้งข้อกล่าวหา

“รถผมไฟแตก กันชนบุบ...ผมจะเรียกบริษัทประกันมาตกลงกับทางคุณ”

“อะไรกัน”

มินตาก้าวออกไปอย่างลืมตัว... “ไฟแตก กันชนบุบเชียวหรือ ไหน...เป็นรถใหม่ ป้ายแดง ทำไมบุบง่ายนักเล่า”

หล่อนก้มลงไปดูบ้าง แล้วเมื่อยืดตัวขึ้นมาอีกหนหล่อนก็เห็นดวงดาวระยิบระยับ เมื่อศีรษะโขกเข้ากับอะไรอย่างหนึ่งแข็งๆ หล่อนไม่ได้ร้อง แต่ได้ยินเสียงร้องเบาๆ จากปากเขา แล้วมินตาจึงได้รู้ว่าหล่อนเอาหัวไปกระแทกคางของเขา

“ตายจริง” หล่อนอุทาน...แล้วธันวาก็สั่นศีรษะเหมือนระอาใจ อย่างหนักกับการที่ได้เห็นเพื่อนหญิงของเขาจับแขนผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น แล้วยื่นมือแตะตรงปลายคางเหลี่ยมๆ มีรอยผ่านิดๆ ...

ธันวาได้แต่ส่งเสียงครางอยู่ในใจ

...เอาละ ไอ้ตัวยุ่ง เริ่มยุ่งแล้ว...

“คุณเจ็บหรือเปล่า ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”

แล้วมือของมินตาก็ตกผล็อยลง เมื่อเขามองหล่อนเหมือนจะฆ่าหล่อนเสียให้ได้ ดวงตาคมจัดคู่นั้นทำให้หล่อนตัวสั่นได้อย่างประหลาด หล่อนค่อยๆ ถอยจนติดตัวถังรถของตัวเองแล้วก็เลื่อนตัวปราดๆ มายืนเคียงธันวาอีกหน ปากของหล่อนเท่านั้นที่ยังส่งเสียงได้เจื้อยแจ้วอยู่

“ฉันขอโทษแล้วนี่”

“ผมจะรวมเข้าไปในค่าเรียกร้องก็แล้วกัน”

แล้วเขาก็หันหลังกลับเดินดุ่มๆ จากไป ประตูกระจกนั่นเลื่อนเปิดรับเขาเข้าไปแล้ว มินตาแทบจะเต้นเร่าๆ

“ต๊าย...อีตางก คนรวยนี่มันงกเหมือนกันหมดเลยนะ ยิ่งรวยยิ่งงก อะไรๆ ก็ตีค่าเป็นเงินทั้งนั้น ยากหรอกย่ะ ฉันจะไม่จ่ายสักสลึง ฉันไม่ได้ผิด...” แล้วหล่อนก็ยิ้มหวานเจี๊ยบให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่มาขอร้องให้หล่อนเอารถลงไปจอดชั้นล่าง เพราะมีรถกำลังจะเลี้ยวขึ้นมาเพื่อส่งคนไข้...

“ค่ะ” มินตารับคำ...หล่อนไล่ธันวาเข้าไปข้างใน

“ดูมือนายซิ เลือดไหลออกมาอีกแล้ว เข้าไปหาหมอก่อน เดี๋ยวฉันจะตามเข้าไป...เอารถไปจอดข้างล่างก่อน ไม่ใช่คนรวยมาจากไหนนี่...จะได้มีคนมาเอารถไปจอดให้”

ปากหนอปาก...ธันวานึกในใจ เพื่อนของเขาคนนี้ปากดีนัก หล่อนสามารถแกว่งปากไปหาเรื่องได้ไม่ยากเลย เขาเดินระทดระทวยเข้ามา...ไปหยุดยืนรีๆ รอๆ อยู่หน้าห้องฉุกเฉินตามคำบอกของนางพยาบาลที่ออกมาต้อนรับเมื่อมองเห็นมือโชกเลือดของเขา แต่เขาก็ยังเข้าไปในห้องนั้นไม่ได้นอกจากมองผ่านเข้าไปทางช่องกระจกใสๆ ที่อยู่ตรงระดับสายตาพอดี เขาเห็นหมอและพยาบาลกำลังวิ่งกันวุ่นข้างในนั้น

คงเป็นแม่สาวที่ถูกหามลงมาจากรถคันเมื่อครู่ หล่อนอาจจะแท้ง...แล้วเขาก็หันกลับ...เกือบจะชนกับบุรุษหนุ่มหน้าตาแววตาดุๆ จนเกือบจะเป็นโหดเหี้ยมคนนั้นเข้าแล้ว

เขาหลีกทางให้เจ้าของดวงตาดุนั้น พอดีกันมินตาขึ้นมาจากชั้นล่าง หล่อนเข้ามาหาเขา...

“คุณธันวา...”

พยาบาลที่ไปทำบัตรให้กับเขาเดินมาเรียก แล้วให้เขาก้าวผ่านเข้าไปในห้อง มีมินตาทำท่าเหมือนจะตามเข้ามาด้วยเหมือนกัน แต่มีเสียงขอร้องอ่อนหวานเสียก่อน

“ข้างในห้องคนมากค่ะ เชิญนั่งรอข้างนอกนะคะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ความเหยียดหยามของพี่สาวต่างแม่, คำลวงของคนรัก
9.5
ไอริน นักไวโอลินเด็กทุนต้องเผชิญกับฝันร้ายกลางงานกาล่า เมื่อวิดีโอลับส่วนตัวถูกแฉต่อหน้าสังคมชั้นสูง โดยมีธามแฟนหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลและศิรินพี่สาวต่างแม่ร่วมมือกันทำลายเธอเพื่อความบันเทิง ความรักที่เคยเชื่อมั่นกลายเป็นการหักหลังที่แสนสาหัส ไอรินถูกทารุณกรรมอย่างทารุณทั้งร่างกายและจิตใจตามคำสั่งของธามที่ต้องการกำจัดเธอให้สิ้นซาก ท่ามกลางความเจ็บปวดและรอยแค้นที่สลักลึก เธอตัดสินใจที่จะละทิ้งอดีตที่พังทลายเพื่อหนีจากเงื้อมมือปีศาจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เป็นอิสระจากคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย น้องคนนั้นมันเด็กผม (That boy is my boyfriend)
9.8
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดและบรรยากาศอันแสนอันตราย ชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าหมายได้ตัดสินใจลุกขึ้นเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว แม้ร่างกายจะไร้ซึ่งสิ่งปกปิดและดูบอบบาง แต่เขากลับประกาศกร้าวด้วยคำขู่ที่เฉียบขาดว่า หากอีกฝ่ายยังคิดจะรุกล้ำเข้ามาในร่างกายของเขา สิ่งเดียวที่จะได้รับตอบแทนกลับไปคือกระสุนปืนที่จะพุ่งเจาะเข้าที่ศีรษะทันที การปะทะกันระหว่างความปรารถนาอันรุนแรงและจิตวิญญาณที่พร้อมสู้ตายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายแนวโรแมนติกแอคชั่นเรื่องนี้
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันเกิดใหม่ ได้ซุกซนอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้คลั่งรัก
8.7
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
หน้าปกนวนิยาย สมบัติแห่งขุนเขา
9.2
เนี่ยหลิงสิ้นใจลงอย่างปริศนาและตื่นขึ้นมาอีกครั้งในดินแดนแห่งผู้ฝึกตนโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาเริ่มต้นชีวิตใหม่ท่ามกลางโลกแห่งพลังลมปราณพร้อมกับพรลึกลับสองประการที่ได้รับมาแบบไม่ทันตั้งตัว นอกเหนือจากความสามารถใหม่ เขายังมีธนูคู่ใจพร้อมลูกศรครบชุดและแหวนมิติสำหรับเก็บสิ่งของติดตัวไปด้วย แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เขาก็จำใจต้องก้าวต่อไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยนี้ด้วยความหวังว่าโชคชะตาครั้งใหม่จะนำพาชีวิตไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ยอดดวงใจเทพบุตรจอมเถื่อน (ซีรีย์ยอดดวงใจเทพบุตรอัลเล็นโซ่ ลำดับที่ 3)
9.6
เซ็ทต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการถูกคนสนิทหักหลังไปเข้าพวกกับศัตรู เขาจึงตัดสินใจลักพาตัวแพททิเซีย ลูกสาวลูกครึ่งของฟาวิโอ่มาเป็นตัวประกันที่คฤหาสน์เพื่อใช้ต่อรอง หญิงสาวผู้มีใจรักมั่นในตัวเซ็ทจึงยอมติดตามมาโดยไม่รู้ตัวว่าตนเองคือหมากในเกมแค้น ทว่าความงดงามและเสน่ห์อันบริสุทธิ์ของเธอกลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยเย็นชาของเขา จากการลงทัณฑ์ที่ตั้งใจไว้กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ยากจะต้านทาน ท่ามกลางไฟแค้นที่กำลังเปลี่ยนเป็นความรักอันเร่าร้อน