ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ฤทธิ์รักภรรยาวัยกระเตาะ

ฤทธิ์รักภรรยาวัยกระเตาะ

ตอน
แชร์

ตอน 2

“โอเคค่ะ วันหลังก็วันหลัง งั้นวันนี้คริสกลับก่อนนะคะ” แม้จะอยากดื้อดึงแต่คริสก็รู้นิสัยของเทวาดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน ขืนดันทุรังเธอนั่นแหละจะมีแต่เสียกับเสีย ทั้งเสียหน้า เสียภาพลักษณ์และเสียความรู้สึกด้วย รอให้เธอแต่งงานกับเขาก่อนแล้วค่อยเผยตัวตนออกมาก็ไม่สาย

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ แต่ทว่าคริสกลับยังไม่ยอมลงไปจากตักของชายหนุ่ม หนำซ้ำยังโน้มใบหน้าลงไปมอบจูบร้อนๆ ให้เทวา ซึ่งเป็นฉากจูบที่เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาของศรัณ ชนิดที่ว่าเธอหลบสายตาไม่ทันเสียด้วย

และเมื่อถอนจูบออก คริสจึงขยับลงมาจากตักของคนรักหนุ่ม แล้วเดินตรงเข้ามาหาเด็กสาวที่เธอนั้นอยากจะเขี่ยให้ออกไปพ้นๆ จากชีวิตของเทวาใจจะขาด

เพราะยิ่งโตศรัณก็ยิ่งฉายแววความสวย แม้เทวาจะยืนกรานว่าไม่เคยคิดอะไรเป็นอื่นกับเด็กในอุปการะ แต่น้ำตาลใกล้มดอะไรมันก็ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เธอจึงอยากตัดไฟเสียแต่ต้นลม

“อาไปก่อนนะคะหนูศรัณ บายค่ะ”

“สวัสดีค่ะอาคริส” ศรัณยกมือไหว้คริสพร้อมส่งยิ้มให้ แต่ทว่าคริสกลับเมินใส่ก่อนจะเดินผ่านเธอออกไป ศรัณลอบถอนหายใจออกมานิดหน่อย เพราะรู้ว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคริสดูไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่

หากวันไหนที่เทวากับคริสแต่งงานกันขึ้นมา เธอก็คงโตพอที่จะย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แม้การเป็นเด็กในอุปการะของเทวาจะเหลืออีกหกปี แต่เขาก็คงไม่ว่าอะไรหากเธอจะขอออกไปดูแลตัวเอง

“มีอะไรหรือเปล่า” คำถามของเทวาช่วยดึงสติของศรัณให้กลับคืนมา

“พอดีศรัณมีรายงานต้องทำส่งอาจารย์น่ะค่ะ เลยจะเข้ามาหาข้อมูลที่ห้องหนังสืออาหนึ่ง แต่ไม่คิดว่า...” ยังไม่ทันที่ศรัณจะเอ่ยจบประโยค เสียงของเทวาก็แย้งขึ้น

“เป็นเด็กเป็นเล็กคิดเลยเถิดไปถึงไหน...ช่างเถอะๆ ว่าแต่รายงานวิชาอะไร”

“แปลข่าวภาษาอังกฤษนะคะ ศรัณไม่อยากหาข่าวในกูเกิ้ล แต่อยากแปลข่าวเก่าๆ จากหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษที่อาหนึ่งเก็บไว้มากกว่า” ศรัณเอ่ยบอก เธอชอบเรียนภาษาต่างประเทศมาก โดยเฉพาะภาษาอังกฤษเพราะคิดว่ามันสำคัญในการสื่อสาร

ปีนี้ศรัณ อายุครบสิบเก้า แต่ทว่ากลับยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หก สาเหตุที่เป็นแบบนั้นเพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเก้าขวบ ทำให้เธอต้องเข้ารับการรักษาเรื่องสุขภาพจิต นั่นทำให้ศรัณต้องหยุดเรียนไปถึงหนึ่งปีเต็ม

“งั้นก็เข้ามาเอาไปสิ”

“ขอบคุณค่ะ” เอ่ยรับเสร็จ ศรัณก็เดินไปยังมุมเก็บหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษที่เทวาวางไว้ แม้ตอนนี้หนังสือพิมพ์จะเป็นสิ่งที่หายาก แต่คนชื่นชอบอ่านข่าวสารผ่านหนังสือพิมพ์มากกว่าโซเชียลอย่างเทวาก็ยังคงมีอยู่ นั่นทำให้ชายหนุ่มมีหนังสือพิมพ์หลายร้อยฉบับ เรียกได้ว่าเขาเก็บสะสมไว้ก็คงไม่ผิดนัก

“ชอบภาษาอังกฤษมากหรือเรา”

“ค่ะ...ภาษาจีนกับเกาหลีศรัณก็ชอบนะคะ” ขณะนั่งเปิดหนังสือพิมพ์เพื่อหาข่าวที่สนใจศรัณก็เอ่ยตอบชายหนุ่มขึ้น

“ชอบเพราะจะได้เข้าใจตอนไอดอลเขาคุยกันใช่ไหม”

“อาหนึ่งรู้จักคำว่าไอดอลด้วยเหรอคะ” ศรัณหันมาถามชายหนุ่มอย่างแปลกใจ นั่นเพราะไม่คิดว่าเทวาจะเข้าใจคำว่าไอดอลด้วย ส่วนชายหนุ่มเองก็ไม่ได้อยากเข้าใจนักหรอก แต่ที่ต้องทำความเข้าใจเพราะจะได้รู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้ฮิตหรือชอบอะไรกัน นั่นเพื่อจะได้คุยกับศรัณได้เข้าใจต่างหาก

“รู้สิ ถึงอาจะแก่แต่อาก็รู้ทันโลกว่าเขาไปไหนต่อไหนกัน”

“ใครบอกว่าอาหนึ่งของศรัณแก่” เอ่ยจบศรัณก็ส่งยิ้มให้เทวา น่าแปลกเพราะมันเป็นรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของเทวาเต้นไม่เป็นจังหวะ ทั้งๆ ที่เขาน่าจะชินกับรอยยิ้มของศรัณมากกว่าใคร

“ก็อาแก่จริงๆ อีกไม่กี่ปีก็จะสี่สิบเข้าไปแล้ว เพื่อนรุ่นเดียวกันมีเมียมีลูกไปจนหมดแล้ว”

“อาหนึ่งจะแต่งงานกับอาคริสเมื่อไหร่คะ” คำถามของศรัณทำให้เทวานิ่งไปครู่หนึ่ง นั่นนะสิเขากับคริสจะแต่งงานกันเมื่อไหร่

“ไม่ใช่เรื่องที่เด็กควรรู้” เอ่ยรับเสร็จเทวาก็ลุกออกไปจากห้องหนังสือ ปล่อยให้ศรัณนั่งทำรายงานตามลำพัง แต่ทว่าเธอกลับนั่งเหม่อ

แม้เทวาจะไม่ตอบคำถามว่าเมื่อไหร่ แต่ศรัณก็เดาได้ว่าคงเร็วๆ นี้แน่นอน ทำไมเธอถึงไม่อยากให้ทั้งสองคนแต่งงานกัน แต่ทว่าอีกใจก็อยากให้แต่ง

“นี่เราเป็นอะไร” ศรัณเอ่ยถามตัวเองอย่างสับสน ก่อนจะส่ายหน้าไล่ความคิดอื่นออกไปจากสมอง จากนั้นก็ตั้งสติเพื่อทำงานรายตรงหน้าให้เสร็จ แม้สมองบางส่วนจะคิดวอกแวกไปหาเทวาบ่อยๆ ก็ตาม

ส่วนเทวานั้นเมื่อกลับถึงห้องนอนได้ ก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง สมองของชายหนุ่มคิดวนไปวนมาอยู่หลายเรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องคริสและที่หนีไม่พ้นคือเรื่องของศรัณ

เพราะตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ทุกครั้งเมื่อร้องไห้ก็จะวิ่งมาให้เขาโอ๋อีกแล้ว ศรัณเติบโตขึ้นทุกๆ วัน เมื่อไหร่ที่เธออายุครบยี่สิบห้า วันนั้นไม่แน่ว่าศรัณอาจไม่ต้องการเขาอีกก็เป็นได้ เธออาจต้องการอิสระหรือไม่ก็ต้องการไปจากการดูแลของเขา

เทวาไม่อยากให้วันนั้นมาถึง เพราะอะไรถึงไม่อยากให้มาถึงชายหนุ่มก็สับสนในตัวเอง ถ้าเลือกได้เขาอยากให้ศรัณเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย แต่มันคงอยู่เหนือการควบคุมของเขาได้สินะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ประธานขาหนูไม่ไหว
8.2
ความอยากรู้อยากเห็นนำไปสู่ความปรารถนาที่ยากจะหักห้ามใจ เมื่อเธอเฝ้าจินตนาการถึงใบหน้าและท่าทางของท่านประธานหนุ่มในยามที่เขาปลดปล่อยอารมณ์ดิบออกมา แม้ว่าเขาจะดูเป็นคนเข้าถึงยากและเคร่งขรึมต่อหน้าคนอื่น แต่สำหรับเธอนั้นเขากลับมีมุมลับที่น่าค้นหามากกว่าที่ใครจะคาดคิด เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและการลองเชิงเริ่มต้นขึ้น เมื่อกำแพงที่เขาสร้างไว้ไม่ได้สูงชันเกินกว่าที่เธอจะก้าวข้ามไปค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
หน้าปกนวนิยาย สาปรักรัตติกาล
9.6
ฌาน ชายหนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงภายใต้ชีวิตอันเงียบสงบในไทยมานานกว่าสามปี แต่ความลับที่เขากเพียรพยายามปิดบังกลับสั่นคลอนเมื่อได้พบกับ ยิหวา อดีตนักข่าวสาวที่เพิ่งตกงานเพราะมีปัญหากับดาราชื่อดัง ด้วยสัญชาตญาณนักข่าวของเธอทำให้เขาเริ่มอยู่อย่างลำบากใจ ฌานพยายามเว้นระยะห่างเพื่อความปลอดภัยของหญิงสาว ทว่ายิ่งได้ใกล้ชิดกันมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งโหยหาและปรารถนาในตัวเธอจนยากจะห้ามใจท่ามกลางความลับสายเลือดแวมไพร์ที่รอการเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย หว่ออ้ายหนี่...ท่านประธานลูกติดคนนี้คือที่
8.7
หลิวชิงเฟยนักแสดงสาวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกองถ่ายและตื่นขึ้นในร่างของหญิงสาวชื่อเดียวกันผู้มีนิสัยร้ายกาจจนครอบครัวพังพินาศ เธอพบว่าตนเองหลุดเข้ามาเป็นตัวประกอบในโลกนิยายที่ต้องถูกมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลแห่งเซี่ยงไฮ้กำจัดทิ้ง ทว่าเธอกลับได้รับคำสั่งเสียสุดท้ายจากพี่สาวให้พาสุนัขและหลานชายไปพบพ่อแท้ๆ ของเขา ชิงเฟยต้องเลือกระหว่างความปลอดภัยของตนเองกับการทำตามคำขอเพื่อส่งวิญญาณพี่สาวไปสู่สุคติในเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตรายถึงชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ลวงสวาทสาวโบรกเกอร์
9.5
ท่ามกลางกฎเหล็กสุดเข้มงวดของบริษัทเอสเอ็มทีที่สั่งห้ามพนักงานคบหากันโดยเด็ดขาด เมญารินทร์และติณห์ภัทรกลับแอบลักลอบสร้างความสัมพันธ์ลับที่เสี่ยงต่อการถูกไล่ออก ทว่าความลับนี้กลับถูกขจรเกียรติผู้เป็นเจ้านายล่วงรู้เข้าอย่างไม่คาดฝัน เพื่อปกป้องคนรักและรักษาหน้าที่การงานเอาไว้ เมญารินทร์จึงจำใจยอมรับข้อเสนออันแสนอันตรายด้วยการเอาตัวเข้าแลกเพื่อปิดปากเขา โดยที่แฟนหนุ่มของเธอไม่มีโอกาสได้ระแคะระคายถึงพันธสัญญาฉาวที่เธอต้องเผชิญเพียงลำพัง