
ร้อนรักบอสหน้าใส
ตอน 2
ผมเป็นคนหน้าตาดี ผมรู้เรื่องนี้มานานแล้ว และเพราะหน้าตาที่แหละที่ทำให้ผมเติบโตบนเส้นทางอาชีพหนุ่มเช่าไปพร้อมๆ กับเรียนในมหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องขอเงินแม่สักดอลลาร์ หลังจบและทำอาชีพนี้มาเกือบปี ก็คิดว่าตัวเองเข้าใจและรู้จักอาชีพนี้มากพอ กำลังคิดตั้งกิจการของตัวเอง
เพราะอะไรนะเหรอ
เพราะผมชอบมันจริงจังน่ะสิ ถ้าเราเจอสิ่งที่เราชอบ และรู้ตัวดีว่าทำได้ดี (มากกกก) เราจะไม่ยึดมันเป็นงานที่มั่นคงถาวรเหรอ
ผมกำลังคิดจะตั้งบริษัทตอนที่ได้รับโทรศัพท์จากพีท หรือปีเตอร์ พ่อเลี้ยง
เราไม่ได้พบกันเกือบปีแล้ว นับแต่แม่ตายผมก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีก ถึงแม้แม่จะฝากฝังให้เขาดูแลผผม ปีเตอร์เองก็พยายามส่งเงินมาให้ใช้ แต่ผมก็ปฏิเสธ แค่เงินทุนประกันที่แม่ทำไว้ให้ กับเงินลงทุนเล็กๆ น้อยๆ ของแม่ รวมกับงานพิเศษที่ผมทำอยู่ ก็ดูแลตัวเองได้สบายๆ
แถมพีทก็รวยเป็นบ้า ผมไม่อยากให้ญาติๆ (ซึ่งมีไม่กี่คนนัก) ของพีทเห็นว่าลูกเลี้ยงคนนี้จ้องจะจับเอาสมบัติของเขา ผมก็เลยถอยห่างออกมาดีกว่า
"นิค ฉันต้องการให้นายไปดูแลบริษัทให้หน่อย ระหว่างที่ฉันรักษาตัว" พีทบอกผมสั้นๆ อย่างนั้น หลังจากเขาโทรมาบอกว่าเขาป่วยเพราะอะไร และเขาต้องการความช่วยเหลือมากแค่ไหน
"ทำไมต้องเป็นผมล่ะ" ผมถาม "คุณให้..ใครดูแลให้ก็ได้ ผมไม่มีความรู้ทางธุรกิจคุณก็รู้"
ให้ตายเถอะ..ผมไม่อยากยุ่งกับธุรกิจและทรัพย์สมบัติของเขาเลย
"ฉันไม่ไว้ใจใคร และฉันไม่มีญาติใกล้ชิดที่ไหนแล้ว มันคงใช้เวลาไม่นานหรอก ประมาณเดือนเดียวเอง"
"แต่...ผมไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจของคุณเลยนะ" ผมย้ำอีกครั้ง
"ไม่มีใครยากเกินจะเรียนหรอกเจ้าหนู" พีทบอก "ถ้าฉันตายไปนายก็ต้องทำอยู่ดี เพราะฉันยกบริษัทนี้ให้นาย" พีทบอกสั้นๆ "แต่ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก น่า มาช่วยฉันดีกว่าเดือนเดียวเอง นายเรียนจบแล้วไม่ใช่เหรอ"
"ครับจบแล้ว กำลังจะทำงานเป็นเรื่องเป็นราว"
"งั้นก็พับแผนนั้นไว้ก่อนได้ไหม ฉันต้องการนายจริงๆ นะ"
ผมตกลงรับปากพีท เพราะเขาป่วยหนักและป่วยกะทันหัน ผมเองก็ยังไม่ได้เริ่มธุรกิจ มาทำงานคั่นเวลาสักเดือนก็คงได้ แถมจะได้เรียนรู้เรื่องการทำธุรกิจไปด้วยในตัว เผื่อจะเอาไปปรับใช้กับตัวเองในอนาคต
ก่อนมาทำงาน ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจของพีทมาเล็กน้อย แต่พอมาเจอมันจริงๆ มันมากกว่าที่คิด
"คุณนิคคะ เย็นมากแล้ว ยังไม่กลับเหรอคะ" ลินดา เลขาฯ ของพีทเยี่ยมหน้าเข้ามามองผม วันนี้เธอวนเวียนเดินเข้าเดินออกห้องผมหลายรอบ ทุกรอบผมจะได้เห็นก้นงอนๆ ของเธอส่ายไปส่ายมาชวนเร้าใจ เธอเป็นคนหุ่นดี หน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แค่ไม่รู้จักแต่งตัวแบบที่ผู้ชายสนใจ แถมสวมแว่นกรอบหนาแบบเฉิ่มนิดๆ อยากรู้นักว่าพีทเคยนอนกับเธอบ้างหรือเปล่า
ไม่น่าหรอก...เพราะพีทชอบผู้หญิงผอมแห้งหน่อยๆ อย่างแม่ของผม และดูท่าทางเขาเป็นคนตรงไปตรงมา แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเขาเป็นผู้ชายที่ซื่อสัตย์มาก ไม่เหมือนพ่อของผม รายนั้นเจ้าชู้สุดๆ จนแม่ทนอยู่ด้วยไม่ได้ต้องเลิกราจากกันในที่สุด
"อยากอ่านตรงนี้ให้จบก่อนครับ" ตอบแล้วลุกขึ้นบิดตัวไล่ความเมื่อย
ผมสังเกตเห็นว่าเลขาของพ่อเลี้ยงมองชายเสื้อที่เปิดขึ้นให้เห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องของผมไม่วางตา...อาจเป็นเพราะตอนนี้ผมถอดเสื้อสูทออก ปล่อยเสื้อออกนอกกางเกง พับแขนเสื้อไว้ที่ศอก และปลดกระดุมลงสองเม็ด
เธอมีครอบครัวหรือยังนะ ผมคิด...อายุก็ไม่น้อย หุ่นดี อกเป็นอก เอวเป็นเอวแบบนี้ไม่น่าจะรอดโสดมาจนบัดนี้หรอก
ผู้หญิงอายุมากกว่า มีเจ้าของแล้ว สเปคเลย อย่างนี้ต้องทดสอบเสียหน่อยว่าเธอชอบผมไหม
"คุณต้องรีบกลับไหมครับ" ผมถาม
"ไม่ค่ะ ฉันไม่มีใครรออยู่ที่บ้าน" คนตอบยิ้มหวานพร้อมกับเดินเข้ามาในห้อง
ตอบแบบนี้ ...อ่อยหรือเปล่านะ
คนพูดเดินมายืนเท้าแขนที่ข้างโต๊ะ ก่อนจะก้มลง ผมไม่ได้มองที่เอกสารแต่มองที่คอเสื้อที่เว้าลึกของอีกฝ่าย เนินอกอวบอิ่มแม้ไม่ได้เต่งตึงแบบสาวรุ่นแต่ก็ไม่หย่อนคล้อย
"ตรงไหนคะที่สงสัย" กลิ่นน้ำหอมกรุ่นๆ ของหญิงสูงวัยลอยเข้าจมูก "ฉันอยู่ช่วยได้ค่ะ"
"ตรงนี้" ผมลากมือไปที่เอกสารที่อยู่เลยหน้าของลินดาไปนิด นั่นทำให้มือของตัวเองปัดผ่านหน้าอกของเธออย่างจงใจ "ขอโทษครับ"
ลินดาหน้าแดง สีชมพูที่ข้างแก้มทำให้แก้มของเธอเปล่งปลั่งราวกับสาวรุ่น เชื่อได้เลยว่า ถ้าหล่อนมีสามีแล้ว คงไม่ได้มีอะไรกับสามีมาหลายวันแล้ว...สายตาแบบนี้ ท่าทางแบบนี้ผมเห็นบ่อย แววตาลึกๆ ของเธอบอกว่ากำลัง...อดอยากเรื่องอย่างว่า แต่ก็กล้าๆ กลัวๆ
ถ้าเป็นผมคนเดิมที่กำลังทำงานอยู่ เห็นแววตาแบบนี้ผมคงไม่รอช้าที่จะดึงเอวคอด สะโพกผายนั่นเข้าหาตัว กดเธอลงกับพื้นโต๊ะระหว่างแยกหว่างขาของเธออกก็จะแลกลิ้นกันให้ตายไปข้างหนึ่ง แล้วก็ไล่ลงมาที่อกอวบนั่นเอาจมูกลงไปซุกสูดกลิ่น victoria secret bomshell น้ำหอมกลิ่นเซ็กซี่นั่นจนหมด จากนั้นค่อยลอกเสื้อผ้าของเธอออกให้หมด
เจ้าน้องชายของผมแข็งปั๋งเมื่อนึกถึงเรื่องนั้น ... ผมห่างเรื่องนี้มาหลายวันแล้วเหมือนกัน ตอนนี้มันคงอยากหาร่องเข้าไปซุกแล้วบดขยี้ให้อีกฝ่ายสั่นไปทุกหยาดหยดเต็มที
"เอิ่ม..." เสียงลินดาปลุกภวังค์ของผม แล้วก็พบว่าเธอมองผมอยู่ ตาแป๋วเลยล่ะ
"ครับ" ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วแกล้งเบียดตัวเข้าใกล้เธออีกนิดอย่างจงใจให้ต้นขาของเราเบียดกัน อีกนิดเดียวเธอจะได้สัมผัสส่วนที่แข็งขึงที่สุดของผม แต่...ยังก่อน ผมรู้ว่าการรอคอย สนุกกว่าเสมอ
เธอสนใจผมแน่ๆ ดูจากอาการแล้ว
ไม่วันนี้พรุ่งนี้...ผมต้องได้ยัด เอ้ยยยย จัดยัยรุ่นพี่อกอวบนี่แน่นอน
ขอปั่นหัวหล่อนเล่นสักวันสองวัน หลังจากนั้นจะได้เอากันมันๆ หน่อย ผมคิด
คุณอาจจะชอบ





