ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ด้วยมนตราแห่งรัก

ด้วยมนตราแห่งรัก

ดลลดาพยายามเผชิญหน้ากับชวนนท์ เจ้านายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องจะจับผิดความรู้สึกของเธอ ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงาน ชวนนท์รุกคืบเข้าหาเพื่อพิสูจน์ว่าหญิงสาวกำลังหวาดกลัวเขาอยู่ แม้ดลลดาจะพยายามเชิดหน้าปฏิเสธเพียงใด แต่เมื่อถูกเขาคว้าตัวเข้าไปประชิดจนสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง ร่างกายและสายตาของเธอก็ไม่อาจซ่อนความหวั่นใจได้อีกต่อไป เธอพยายามขัดขืนสุดกำลังพร้อมร้องขออิสระด้วยเสียงที่สั่นเครือในอ้อมกอดที่กักขังเธอไว้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ดิฉันจะไม่แต่งชุดนักศึกษามาอีก” ดลลดาบอกเขาทั้งที่ยังก้มหน้าอยู่

เมื่อได้คำตอบที่น่าพอใจแล้ว ชวนนท์ก็มองไปยังมือบางที่ประสานกันอยู่ เห็นรอยแดงที่ข้อมือ เนื่องจากถูกประตูลิฟต์หนีบ ชายหนุ่มหันหลังกลับเดินไปที่ผนังห้องที่เป็นกระจกใสแจ๋ว สามารถมองลงไปเห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่างได้อย่างงดงาม

“คราวหน้าคราวหลังก็ระวังหน่อย อย่าโง่เอาข้อมือมาขวางประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิดอีกล่ะ ถึงแม้จะรู้ว่ามันจะกั้นประตูไม่ให้ปิดได้ แต่ก็ไม่ค่อยมีคนฉลาดจะทำให้ตัวเองเจ็บตัวไม่เข้าท่าแบบนี้ ไปได้แล้ว”

ดลลดาตวัดสายตาใส่อีกฝ่ายเมื่อได้ยินเขาเหน็บแนม ค่อนไปทางด่าเธอว่าโง่นั้น ชิ... ผู้ชายปากร้าย เห็นคนเจ็บตัว ไม่ปลอบแล้วยังซ้ำเติมอีก ก่อนหันหลังเดินตัวตรงออกไปจากห้อง สาวน้อยไม่รู้เลยว่า ถึงแม้ชายหนุ่มหันหลังให้ แต่สายตาเขาก็ยังจับจ้องมองเธอตลอดเวลา จากเงาสะท้อนที่กระจก

ชายหนุ่มแอบผ่อนลมหายใจออกมายืดยาว ทันทีที่สาวน้อยเดินออกไปแล้ว

“ดรีม เป็นไงมั่ง เจ้านายว่าอะไรบ้างรึเปล่า”

ดลลดามองสบตาอรอนงค์นิดนึง ก่อนจะมองไปที่เอกสารตรงหน้าที่อรอนงค์นำมาให้เธอพิมพ์

“จะเหลือเหรอคะพี่อร เฮ้อ... มาทำงานวันที่สองก็โดนดุเอาซะแล้ว”

“เอาน่า คราวนี้ช่างมัน ถือซะว่าเป็นบทเรียนแรก เรายังต้องเจออีกนาน 3 เดือนล่ะ”

“ค่ะ ดรีมจะทนค่ะ ต้องทนให้ได้ พี่อรไม่ต้องห่วงค่ะ สู้สู้”

ดลลดา ส่งยิ้มโชว์ฟันสวยเกือบครบ 32 ซี่ ให้อรอนงค์ เป็นการบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ

“หนูจันทร์”

ภา หรือภารินี วิ่งกระหืดกระหอบมาหาร่างอวบอิ่มด้วยวัยสาวของเพื่อนสาวขณะกำลังเดินกอดตำราเรียนอยู่ ดวงตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อนเป็นประกายวาววับ เมื่อหันหน้ามาตามเสียงเรียกของเพื่อนสาว

หนูจันทร์ของครอบครัว และของเพื่อนๆ มีชื่อเต็มๆ ว่า ศศิวิมล วิริยะเจริญ ด้วยความที่เกิดมาในตระกูลที่มีฐานะมั่นคง และได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างประคบประหงม เนื่องจากบิดาและมารดานั้นมีบุตรสาวเพียงคนเดียว สาวน้อยอย่างหนูจันทร์ จึงเหมือนเจ้าหญิงองค์น้อยๆ ที่อ่อนหวานน่ารัก หนูจันทร์เป็นสาวสวยเหมือนตุ๊กตาญี่ปุ่น มีผมสีดำสนิทเป็นเงางาม มีดวงตาสีน้ำตาลสวย มีผิวสีขาวอมชมพู และริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารัก จึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมาย ทั้งรุ่นพี่ รุ่นเดียวกัน หรือแม้แต่รุ่นน้อง แต่หนูจันทร์ไม่เคยยอมใจอ่อนคบหากับชายใดเลย เธอตั้งหน้าตั้งตาร่ำเรียน เพื่อจะจบการศึกษาด้วยคะแนนสูง เป็นความภูมิใจของพ่อแม่ นั่นคือสิ่งที่เพื่อนๆ รู้ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้ว หัวใจของหนูจันทร์นั้นไม่ได้ว่างเปล่า แต่มีเงาของชายหนุ่มผู้หนึ่งซ่อนอยู่ในนั้น เต็มสี่ห้องหัวใจ

สาวน้อยยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น วันนั้นเป็นวันที่ฝนตกหนัก หนูจันทร์ที่อยู่ในชุดนักเรียนมัธยมของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง กำลังจะข้ามถนนตรงทางม้าลาย แต่จู่ๆ ก็มีรถที่แล่นมาด้วยความเร็ว ทั้งที่ฝนตกหนักถนนลื่น จึงไม่เห็นร่างบางของเด็กสาวที่กำลังเดินข้ามถนน ครั้นใกล้ตัวเจ้าของรถคนนั้นคงเพิ่งเห็นเด็กสาว ก็เลยเหยียบเบรก แต่... ไม่ทันเสียแล้ว รถคันดังกล่าวได้ชนร่างบางทันที ร่างของหนูจันทร์ลอยลิ่ว เหมือนใบไม้ และตกลงที่พงหญ้าข้างทาง ตอนนั้นสมองของหนูจันทร์เบลอไปหมด ทั้งตัวชาหนึบหนูจันทร์กระดุกกระดิกตัวไม่ได้เลย จนเมื่อมีอ้อมแขนอันอบอุ่น แข็งแรง ช้อนร่างแน่งน้อยเอาไว้อย่างทะนุถนอม เปลือกตาบางใสจึงกระพือขึ้นมองเห็นต้นคอแข็งแกร่ง ปลายจมูกโด่งสวย ปลายขนตายาวไม่แพ้อิสตรี ผมของเขาเปียกลู่แนบเข้ากับศีรษะทุย เขาคงรู้สึกว่ามีคนมองอยู่ จึงก้มหน้ามาสบตาสีสวยของเธอ แววตาที่แสดงถึงความเป็นห่วงเป็นใยเธอนักหนาทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ แล้วสติสัมปชัญญะของศศิวิมลก็ดับวูบลง

เมื่อศศิวิมลรู้สึกตัวอีกครั้ง บุคคลที่ได้พบก็คือบิดาและมารดาของสาวน้อยนั่นเอง อาการของสาวน้อยไม่น่าเป็นห่วงดังที่คิดไว้ คงเป็นเพราะตอนที่เธอตกลงมานั้น มีความนุ่มของพงหญ้าที่รับร่างเอาไว้ ลดการกระแทกลงได้มาก อาการของศศิวิมลก็มีเพียงที่สะโพกซึ่งได้รับการกระแทกจากตัวรถ และรอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกายที่มีไม่มาก หมอลงความเห็นว่าควรจะต้องตรวจดูให้แน่ใจก่อน ในเรื่องของระบบประสาทและสมอง สาวน้อยจึงต้องนอนโรงพยาบาลอยู่ 4 วัน

และในวันสุดท้ายของการนอนโรงพยาบาล บุคคลที่อยู่ในความทรงจำของสาวน้อยก็ปรากฏตัวขึ้น ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อน และกางเกงสแลคสีเทาดำ เขาส่งยิ้มมาให้ศศิวิมลก่อน แล้วจึงยกมือทำความเคารพบิดาและมารดาของเด็กสาว ท่านทั้งสองยกมือขึ้นรับไหว้ และส่งยิ้มยินดีให้ชายหนุ่ม

“พ่อชลาทิศ ไปยังไงมายังไงกันล่ะจ๊ะนี่ ถึงได้มาที่นี่ได้” มารดาของศศิวิมลทักทายชายหนุ่มอย่างสนิทสนม

“ผมผ่านมาแถวนี้น่ะครับ ก็เลยแวะเข้ามาเยี่ยม” รอยยิ้มอ่อนโยนของชลาทิศทำให้สาวน้อยที่อยู่บนเตียงคนไข้ตาลาย

“เหรอจ๊ะ แหมดีจริง น้ายังไม่ได้ขอบใจพ่อชาร์ลเลยตั้งแต่วันนั้น ได้แต่โทรไปคุยกับแม่เรา ถึงวีรกรรมของลูกชายที่น่ายกย่อง”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96GKN” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96GKN
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บังคับรักมาเฟียไร้ใจ
9.4
เมื่อพยศรักปะทะกับอำนาจมืดในมือมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอย่าง เหนือเมฆ เขาจึงประกาศกร้าวเพื่อตีตราจองจำเธอไว้ในฐานะเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น พร้อมคำขาดสุดอันตรายที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาลว่า หากเธอยังกล้าปันใจหรือทอดสะพานให้ชายอื่นหน้าไหนอีก เขาจะไม่ละเว้นโทษตายให้เธออย่างเด็ดขาด เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเข้มข้นท่ามกลางแรงหึงหวงที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจังหวะหัวใจให้มอดไหม้ไปกับไฟสวาทและการครอบครองที่ไม่มีวันสิ้นสุด
หน้าปกนวนิยาย เพลิงรักร้าย จอมใจจอมเถื่อน
9.6
รามเริ่มบรรเลงบทรักอันเร่าร้อนด้วยการปลดบิกินีของเหมือนฝันออกอย่างแผ่วเบา ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ เขาสัมผัสเรือนร่างและทรวงอกอวบอิ่มของเธอจนหญิงสาวสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน แม้ปากจะเอ่ยห้ามด้วยความขัดเขิน แต่ร่างกายกลับตอบสนองต่อสัมผัสอันจาบจ้วงนั้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เมื่อไฟสวาทถูกจุดขึ้น รามจึงเดินหน้ามอบความรัญจวนใจให้แก่ร่างเปลือยเปล่าบนตัก พร้อมลูบไล้สู่จุดอ่อนไหวที่แสนหวานล้ำเพื่อแผดเผาหัวใจของทั้งคู่ให้หลอมละลายไปกับเพลิงรักที่เขาสร้างขึ้น
หน้าปกนวนิยาย MY BOY ผู้ชายข้าใครอย่าแตะ
8.2
เมื่อพยาบาลสาวต้องมารับมือกับคนไข้หนุ่มจอมกวนที่อ้างว่าป่วยเพราะไม่มีเงินกินข้าว พร้อมเสนอตัวขอฝากท้องแบบหน้าไม่อาย ความสัมพันธ์สุดวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางฝีปากที่เผ็ดร้อน แม้เธอจะพยายามข่มขู่เขาด้วยชื่อพี่ชาย แต่ชายหนุ่มผู้หน้าด้านทนทานยิ่งกว่าปูนซีเมนต์คนนี้กลับไม่เกรงกลัว แถมยังตอบโต้ด้วยคำพูดหื่นกระหายและท่าทีคุกคามที่ชวนให้ใจสั่น เธอต้องเลือกว่าจะหนีไปให้ไกลเพื่อความปลอดภัย หรือจะยอมพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์อันตรายของผู้ชายพันธุ์ดุคนนี้
หน้าปกนวนิยาย คืนสวาทเมียบำเรอ
8.3
เมื่อทะเบียนสมรสที่ได้มาต้องแลกกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาตกลงมอบสถานะภรรยาตามกฎหมายให้เพียงเพราะต้องการนางบำเรอส่วนตัวไว้ระบายความใคร่เท่านั้น แม้ในทางสังคมเธอจะได้ชื่อว่าเป็นเมียแต่งที่เชิดหน้าชูตา แต่ในยามค่ำคืนเธอกลับเป็นได้แค่ทาสสวาทที่ไร้หัวใจและมีค่าเพียงแค่ร่างกายสวยงามสำหรับเขา คำประกาศกร้าวที่ว่าจะไม่มีวันมอบความรักให้นั้นกลายเป็นตราบาปที่คอยย้ำเตือนว่าเธอเป็นเพียงไม้ประดับข้างกายที่เขาสามารถหยิบใช้ได้ตามอารมณ์
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูร้อนรัก
8.6
เรื่องราวความรักที่ขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาอันเร่าร้อน เมื่อชายหนุ่มผู้ซื่อสัตย์ให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่นว่าจะมอบหัวใจให้คุณหนูเพียงผู้เดียวเท่านั้น แม้จะถูกยั่วยวนด้วยหญิงอื่นเขาก็ไม่หวั่นไหว ในขณะที่หญิงสาวตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจน เขาก็ยืนยันสถานะแฟนด้วยความจริงใจ พร้อมวางแผนอนาคตให้เธอเป็นภรรยาหลังเรียนจบ ท่ามกลางความผูกพันทางกายและใจที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะแยกจากกันได้ ความรักครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมั่นคงและแรงดึงดูดที่แสนเย้ายวน
หน้าปกนวนิยาย เรือนรักเรือนเสน่หา (เรือนคุณพระ)
9.2
ท่ามกลางพิษไข้ที่รุมเร้า บุษบาไม่อาจยอมให้ศรจากไปไหน สายตาที่สั่นคลอนของเธอทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างเพื่ออยู่เคียงข้างเตียง ศรประคองใบหน้าหญิงสาวด้วยความทะนุถนอม พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะจัดการทุกอุปสรรคเพื่อครองคู่กับเธออย่างถูกต้อง เขาโอบกอดร่างบางไว้ในอ้อมแขนด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม หวังเพียงให้ความอบอุ่นนี้คงอยู่ชั่วนิรันดร์ แม้ในยามที่สติของบุษบาจะเลือนรางคล้ายฝัน แต่สัมผัสอันอ่อนโยนและคำว่ารักจากใจเขาก็ยังคงชัดเจนและตราตรึง