หน้าปกนวนิยาย ทาสรักมนตราเสน่หา

ทาสรักมนตราเสน่หา

8.0 / 10.0
ในบรรยากาศที่แสนจะอ่อนโยน ติณภพเอ่ยเรียกชื่อของพระจันทร์ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยความเสน่หา พร้อมกับลูบไล้ไปตามเรือนร่างของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา มือหนาเริ่มรุกรานด้วยการเลิกชายเสื้อของเธอขึ้นอย่างช้าๆ จนเกือบจะเผยให้เห็นความงดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ร่มผ้า แม้พระจันทร์จะพยายามทัดทานด้วยความขัดเขิน แต่เขากลับเชยคางมนของเธอขึ้นมาสบตา พร้อมกับตั้งคำถามที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อว่าเธอนั้นไม่ได้รักเขาแล้วหรืออย่างไร เป็นการกดดันผ่านสัมผัสที่นุ่มนวลเพื่อหวังจะครอบครองใจเธอ

ทาสรักมนตราเสน่หา ตอนที่ 1

ตอนที่ 1

หญิงสาวร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืน สองมือชูขึ้นเหนือศีรษะ พลางเอี้ยวตัวไปด้านซ้ายทีขวาที ผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าพ่นออกจากริมฝีปากเฮือกใหญ่อย่างเซ็งในอารมณ์

“จนได้นะเรา อุตส่าห์ค้นหาและรวบรวมข้อมูลจนหัวหมุน สุดท้ายก็มาตกม้าตายตอนจบ เพราะลืมหยิบหนังสือเล่มสำคัญที่จะใช้สรุปเนื้อหาทุกอย่างติดมือมาด้วย เฮ้อ!”

หญิงสาวบ่นงึมงำ ขณะก้มมองนาฬิกาข้อมือสุดหรูที่เพิ่งจะได้รับมาสดๆ ร้อนๆ เมื่อตอนสายของวันนี้เองแล้วก็ต้องเบะหน้า เมื่อมันบอกว่าเหลืออีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะเที่ยงคืน

‘เอาไงดีล่ะเรา’

ศศิกานต์ขมวดคิ้วเข้าหากัน สองจิตสองใจจะไปเอาหนังสือดี หรือเก็บข้าวของที่วางกองอยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือตัวเล็กให้เข้าที่เข้าทาง วางทุกอย่างในมือลง เพื่อไปนอนหลับพักผ่อนบนเตียงนอนนุ่มๆ ส่วนงานที่คั่งค้างอยู่ค่อยทำต่อในวันพรุ่งนี้ แต่เมื่อคิดอีกที ทำให้เสร็จเลยดีกว่า พรุ่งนี้จะได้ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบ

เพราะคิดว่าตอนนี้ทุกคนในบ้านคงจะหลับแล้ว หญิงสาวจึงเดินออกไปจากห้อง โดยไม่ยอมหยิบเสื้อคลุมชุดนอนติดมือมาด้วย

เส้นทางเดินทอดยาวจากห้องด้านล่างของตัวบ้านขึ้นไปบนตึกใหญ่ชั้นสองเปิดไฟสว่างโร่ คงจะคอยเจ้าของบ้านหนุ่มซึ่งกลับดึกเป็นปรกติวิสัยของคนทำงานและอาจมีบ้างที่แวบไปหาความสุขส่วนตัว แต่ไม่เคยที่จะพกพาสาวใดกลับมาให้คนในบ้านได้รู้จัก

จนตอนนี้คุณนายนิจอาภาผู้เป็นมารดาเริ่มจะกลัดกลุ้ม เพราะลูกชายก็แก่ตัวลงทุกวัน ไอ้ความหวังที่ว่าจะมีหลานสาวหลานชายตัวน้อยให้ชื่นชมคงจะยากเต็มที เพราะกระทั่งข่าวคราวกับหญิงสาวก็ไม่เคยมีเข้าหูมาเลยสักครั้ง เคยมีหลายครั้งแล้วที่ผู้เป็นแม่ชักนำสาวทั้งสวยและไม่สวยมาให้ติณภพได้รู้จัก แต่ชายหนุ่มก็เหมือนกับนกรู้ ถ้าไม่ติดงานก็จะต้องมีข้ออ้างมากมายจนผู้เป็นแม่ต้องล่าถอยไปด้วยความไม่สบายใจ

หญิงสาวยิ้มเมื่อนึกถึงหญิงวัยกลางคน ที่ทำทุกทางเพื่อชักนำลูกสาวหลานสาวของเพื่อนๆ มาแนะนำให้บุตรชายรู้จัก แม้จะถูกปฏิเสธทุกครั้ง แต่คุณนายนิจอาภาก็จะไม่ละความพยายาม ด้วยเชื่อว่าจะมีสาวแสนดีสักคนผูกใจติณภพเอาไว้ได้

หญิงสาวยื่นมือไปจับลูกบิดประตูแผ่วเบา ถึงแม้จะไม่มีใครอยู่ภายในห้อง แต่ด้วยความเกรงใจติณภพผู้เป็นเจ้าของห้องที่เก็บรักษาหนังสือ จัดเข้าที่เข้าทางอยู่เป็นหมวดหมู่อย่างเรียบร้อยและสวยงาม ห้องสมุดกึ่งห้องทำงานสะอาดเอี่ยมอ่องเหมือนกับไม่เคยมีใครเข้ามาใช้งาน แต่ทุกคนในบ้านก็รู้ดีกันว่าหากไม่อยู่ที่ทำงาน ชายหนุ่มจะมานั่งทำงานเงียบๆ อยู่ในห้องนี้คนเดียวเสมอ

ศศิกานต์ไม่รู้เลยว่าตอนนี้เธอได้ตกอยู่ในสายตาของผู้เป็นเจ้าของห้อง ซึ่งรู้สึกตัวตื่นตั้งแต่แรกที่ประตูเปิดแล้ว สายตาคมกริบไล่มองสาวน้อยในปกครองของคุณแม่บ้านที่ทำงานกับมารดามาหลายปีจนเรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนซี้กันเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าคนหนึ่งจะไปไหนจะต้องมีอีกคนเคียงข้างกายจนไม่เหลือเค้าลูกน้องและเจ้านายเลยสักนิด

อาจเป็นความเหงาเพราะคนข้างกายจากไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคร้าย แต่มารดาไม่เคยคิดที่จะหาใครมาแทน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเอง แต่อีกส่วนเพราะแม่บอกว่าเบื่อการมีชีวิตครอบครัว มันกินเอาชีวิตส่วนตัวไปเสียหมด จะไปไหนมาไหนทีก็ลำบาก ต้องคอยบอกกล่าว ไหนจะยังมีความเป็นห่วงเป็นใยเวลาที่ห่างไกลกัน ท่านเลยบอกว่าขอมอบความรู้สึกนั้นไว้ให้เขาเพียงคนเดียวดีที่สุด

ศศิกานต์ก้าวเดินอย่างแผ่วเบาไปหยิบเอาหนังสือที่เลือกไว้ตรงมุมหนึ่งของชั้น แต่ต้องชะงักเพราะไม่เจอหนังสือดังกล่าว ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วทั้งชั้นเก็บแล้วแต่ก็ไม่เจอ

หญิงสาวเริ่มกังวล เพราะกลัวหนังสือเล่มสำคัญหาย เดือดร้อนทั้งเรื่องเรียนและคนที่เป็นเจ้าของหนังสือจะต้องโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ประมาทเลินเล่อ มือเล็กยกขึ้นเกาศีรษะ ใบหน้ารูปไข่ขมวดมุ่นและยุ่งเหยิงด้วยความหนักอกหนักใจ

“แย่ละ เราเอาไปลืมไว้ที่ไหนนะนี่ แล้วที่นี้จะทำไงดีล่ะ งานก็ต้องส่งอาจารย์วันจันทร์อยู่แล้ว ถ้าหนังสือหายไปก็แย่เลย”

ศศิกานต์พึมพำเบาๆ เรียกรอยยิ้มบนใบหน้าที่ทอดมองไปอย่างเอ็นดู ร่างหนาเอนตัวอิงเก้าอี้บุนวมอย่างดี ดวงตาคมปราบไล่มองเรือนร่างโปร่งบางอย่างเชื่องช้า พินิจพิจารณาด้วยหัวใจที่เต้นแรงและเร็วเหมือนกับได้เจอกับใครบางคนที่รอคอยมาแสนนาน จนคนเป็นเจ้าของต้องแปลกใจอย่างล้นพ้น

ชายหนุ่มยกมือขึ้นนวดต้นคอแกร่ง สลับกับใช้ปลายนิ้วกดคลึงบริเวณเหนือดั้งจมูกโด่งได้สัน เพื่อช่วยผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการนั่งฟุบหลับอยู่เป็นเวลานาน แต่ดวงตากลับไม่คลาดคลาจากร่างโปร่งบางที่กำลังก้าวเดินอย่างแผ่วเบาเป็นเหมือนกับนางฟ้าตัวน้อยกำลังหนีใครมาท่องเที่ยวอย่างนั้นแหละ ทำเอาหัวใจหนุ่มใหญ่ถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ จนเหมือนกับจะทะลุออกมาจากทรวง

ไม่ใช่เขาไม่สนใจผู้หญิง แต่หลายต่อหลายคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตไม่เคยทำให้รู้สึกอย่างจะหยุดใช้ชีวิตเสเพลด้วยเลยสักนิด ผิดกับแม่สาวน้อยในบ้านคนนี้เหลือเกิน ที่เพียงเห็นใกล้ๆ ก็ทำให้เกิดความรู้สึกอย่างอยู่ใกล้ชิด ตื่นนอนมาตอนเช้าได้เห็นหน้า ได้หอมแก้ม คงจะมีความสุขมากอย่างที่คิดไม่ถึงเลยทีเดียว

ชายหนุ่มสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะคิดว่าสาวน้อยที่ทั้งสวยและน่ารักและน่าทะนุถนอมอย่างศศิกานต์ย่อมมีคนจับจองหัวใจแล้ว ส่วนหนึ่งในหัวใจก็แย้งขึ้นมา เขาจะยอมแพ้ตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มลงสนามเลยหรือไงกัน คิ้วคมเข้มขมวดมุ่นเข้ากัน ความคิดเริ่มแตกแขนงออกเป็นสองฝักสองฝ่าย ในที่สุดฝ่ายปรารถนาที่มีอำนาจแรงกล้ากว่าก็เป็นฝ่ายชนะ ใบหน้าคมคร้ามแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม ดวงตาเป็นประกายพราวระยับ

“หาอะไรอยู่น่ะพระจันทร์” ชายหนุ่มทัก พร้อมยื่นมือไปกดสวิตช์ไฟที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะเคลื่อนมือไปจับหนังสือเกี่ยวกับธุรกิจเล่มหนึ่งขึ้นมาแอบเอาไว้อย่างไม่ทันได้รู้ตัว

เขาเห็นมันตกหล่นอยู่ใกล้ๆ กับโต๊ะทำงาน ก็เลยหยิบขึ้นมาดูและตั้งเอาไว้ก่อน เพราะรู้ว่าที่บ้านหลังนี้มีอยู่เพียงคนเดียวที่อยู่ในวัยกำลังเรียน ทำให้คิดว่าคงจะเป็นแม่สาวร่างโปร่งที่คร่ำเคร่งกับตำราเรียนนั่นแหละ ทำตกหล่นไว้ คงจะเป็นงานสำคัญมาก เลยทำให้ศศิกานต์รีบมาเอาในคืนนี้ แต่ก็ดีที่ทำให้เขาได้เห็นอะไรดีๆ

หญิงสาวค่อยๆ หันไปมองตามเสียงที่ได้ยิน ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ปลายมือปลายเท้าเย็นเฉียบด้วยความตกใจและเป็นกังวล

‘ติณภพจะว่าอะไรหรือเปล่า ที่เธอบุกรุกเข้ามาในสถานที่ส่วนตัว’

“คะ...คุณอิฐ คะ...คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมพระจันทร์ถึงไม่ได้ยินเสียงรถ แล้วมานั่งทำอะไรมืดๆ อยู่ในห้องนี้คนเดียวล่ะคะ”

หญิงสาวถามยาวอย่างตื่นตระหนก ใบหน้าขาวสวยแดงระเรื่อลามไปถึงลำคอระหงทันตา เมื่อได้สบกับสายตาคมวาวระยับ จากความรู้สึกตกใจ หวาดกลัวและหวาดหวั่น กลับกลายมาเป็นเขินอายและหัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะกับสายตาคมที่มองตามเรือนร่างอย่างชื่นชม

ด้วยอากาศในค่ำคืนนี้ร้อนมาก หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เลยเลือกใส่ชุดนอนแบบสบายๆ มันเลยติดโป๊ไปค่อนข้างเยอะ เพราะเป็นตัวเสื้อสายเดี่ยวยาวเลยสะเอวมานิดหน่อย อีกทั้งตัวกางเกงก็นั้นเต่อขึ้นมาเผยให้เห็นขาวเรียวยาว มือเรียวอยากยกขึ้นปิดเรือนกาย แต่รู้ว่าถ้าทำเช่นนั้นจะกลายเป็นยั่วยุให้ติณภพมองเพิ่มมากขึ้น ศศิกานต์จึงได้แต่ยืนตัวสั่น ไรขนตามเรือนกายลุกชัน

อ่านต่อ

สารบัญ ทาสรักมนตราเสน่หา

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทิ้งหมั้นเพื่อรักเก่า งั้นฉันแต่งงานใหม่
8.7
ซ่งชิงอวี่ยอมทุ่มเทความรักให้ลู่เหยี่ยนจือมานานถึงเจ็ดปี แม้เขาจะปันใจให้คนรักเก่าจนถึงขั้นมีลูกด้วยกัน ในวันจดทะเบียนสมรสเขากลับทอดทิ้งเธอไว้ลำพังเพื่อไปหาหญิงคนนั้น ความผิดหวังซ้ำซากทำให้เธอตัดสินใจตัดขาดและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับชายอื่น เมื่อลู่เหยี่ยนจือเห็นเธอแต่งงานใหม่เขากลับคลุ้มคลั่งและพยายามตามง้อขอโอกาสอย่างไร้ศักดิ์ศรี แต่ซ่งชิงอวี่ที่หัวใจตายด้านไปแล้วกลับตอบโต้ด้วยความรำคาญใจว่าอย่ามาวุ่นวายกับคนมีครอบครัวแล้วอย่างเธออีกเลย
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักพ่อหนุ่มไอที
8.8
เมื่อความหิวไม่ได้จบลงที่เมนูอาหารทั่วไป แต่กลับกลายเป็นความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในใจ เรื่องราวความรักในยุคปัจจุบันของสาวคนหนึ่งที่โคจรมาพบกับหนุ่มไอทีสุดเนิร์ด จนเกิดเป็นความสัมพันธ์ที่เกินจะห้ามใจ เธอไม่ได้เป็นคนหื่นกระหาย แต่แค่อยากลองลิ้มรสสัมผัสที่แตกต่างไปจากชีวิตเดิมๆ ที่แสนจืดชืด พบกับความโรแมนติกที่แฝงไปด้วยความแสบสัน เมื่อหัวใจเรียกร้องอยากกินอย่างอื่นที่ไม่ใช่แค่ข้าวสวยร้อนๆ อีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
หน้าปกนวนิยาย หัวใจเมียน้อย
8.5
เมื่อหนี้บุญคุณกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หญิงสาวคนหนึ่งจึงต้องยอมสละสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตเพื่อตอบแทนผู้มีพระคุณ ครั้งแรกเธอจำต้องแลกด้วยพรหมจรรย์อันบริสุทธิ์เพื่อชดใช้หนี้สิน ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อบุญคุณครั้งที่สองบีบคั้นให้เธอต้องมอบหัวใจทั้งดวงเข้าไปผูกพันในความสัมพันธ์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความรักและความเจ็บปวดในฐานะเมียน้อยที่สังคมตราหน้า เธอจะจัดการกับความรู้สึกที่ถลำลึกนี้ได้อย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์