ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย Monster Wife เมียเสเพล

Monster Wife เมียเสเพล

เมื่อทฤษฎีโบราณกล่าวว่าเสือสองตัวไม่อาจอาศัยในถ้ำเดียวกันได้ แต่สำหรับผู้หญิงอย่างฉันที่รักการลองดีและไม่เคยเชื่อในคำพังเพยใดๆ การพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเองจึงเริ่มต้นขึ้น ฉันตัดสินใจก้าวเข้าสู่เกมแห่งการท้าทายที่เต็มไปด้วยอันตรายและแรงดึงดูด เพื่อทดสอบว่าระหว่างเขากับฉัน ใครจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้หรือเราจะสามารถอยู่รอดไปด้วยกันได้ในโลกที่เต็มไปด้วยการห้ำหั่นใบนี้ มาร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์สุดระทึกที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์เดิมๆ ให้สิ้นซาก
ตอน
แชร์

ตอน 1

เสือกับสิงห์คิดว่าอยู่ถ้ำเดียวกันได้ไหม....???

เขาว่ากันว่า...เสือกับสิงห์อยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้

ฉันเป็นพวกไม่เชื่อทฤษฏีหรือคำพังเพยเปรียบเปรยใด ๆ

เป็นพวกชอบพิสูจน์ด้วยตัวเอง

ท้าทายดีชะมัด เอาล่ะมารอดูกันเถอะ

ว่าฉันกับเขา...เราจะอยู่กันรอดไหม!!

บีสเตอร์คลับ, เฮฟเว่นพาร์ค

ดนตรีบีทหนัก ๆ ที่เปิดโดยดีเจชื่อดังแห่งยุค สร้างอะดรีนาลีนไหลพล่านไปทั่วกาย ฉันโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะอย่างยั่วยวน และรู้สึกพอใจมากที่ได้เห็นสายตาหนุ่ม ๆ พวกนั้นมองเหมือนอยากจะขย้ำฉันในคืนนี้ กระโปรงหนังสีดำขลับที่สั้นอยู่แล้วถูกถลกขึ้นอีกเผยให้เห็นรอยสักเล็ก ๆ รูปกลุ่มนกบิน สวยใช่ไหมล่ะ....ฝีมือเพื่อนฉันเอง ‘น้ำหอม’ เป็นคนสักให้

แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่รอยสัก เพราะหนุ่ม ๆ พวกนั้นจ้องต้นขาฉันต่างหาก!

“น้อย ๆ หน่อยอีเนตร เดี๋ยวก็ได้ผู้ชายทั้งคลับเป็นผัวหรอก”

นั่นคือชื่อของฉันเอง ‘เนตรพาฬ’ แปลว่าดวงตาของเสือ แววตาเฉี่ยวคมสุดเซ็กซี่ที่สยบใครมานักต่อนัก อย่าเผลอมาสบตาเชียว บอกเลยว่ารอดยาก ทุกคนที่นี่ต่างรู้ประวัติฉันดี แม้จะโลว์โพรไฟล์ แต่ไฮเพอร์ฟอร์แมนค่ะ! ก็แค่นักศึกษาวิทยาลัยช่างศิลป์ปีสองแผนกจิตรกรรม การวาดภาพเป็นสิ่งที่รักพอ ๆ กับการเต้นรำและดื่มเหล้า

และสาวเที่ยวบินสูงอย่างฉันรักอิสระเป็นที่สุด ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งได้

“นิด ๆ หน่อย ๆ เอง ไม่เห็นจะเสียหาย” ฉันไหวไหล่ตอบกลับไป ก็จริงนี่นา...มากกว่านี้ก็เคยทำมาแล้วกะอีแค่โชว์ขาอ่อนเอง เบบี๋มากสำหรับเนตรพาฬ

เพื่อนสาวคนสนิทเบ้หน้าอย่างหมั่นไส้ในความมั่นของฉัน เธอคือ ‘สายรุ้ง’ สาวใต้หัวใจแบ๊ว ยัยนี่ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่ามีบ้านเกิดอยู่ทางใต้ เพราะทั้งหน้าตาและผิวพรรณเหมือนอิมพอร์ตมาจากเกาหลี เราเรียนอยู่คนละที่แต่ใจเดียวกัน คุยถูกคอเลยเป็นเพื่อนเที่ยวมาจนถึงบัดนี้

“นิดหน่อยอะไรกันเนตร ถกขึ้นอีกนิดก็เห็นกางเกงในแล้วนะ” น้ำเสียงห่วงใยแกมตำหนินี้ เป็นของแม่ชีประจำกลุ่ม นางชื่อ ‘เอริ’ หญิงสาวผู้แต่งตัวมิดชิดแม้กระทั่งตอนเที่ยวก็ยังใส่เสื้อผ้าเหมือนไปวัด ใครจะเชื่อว่าเธอมีนิสัยชอบเที่ยวกลางคืนและยังมีรสนิยมแปลกประหลาดอีกด้วย

ซึ่งทั้งสายรุ้งและเอริเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันรักมากกก

“อย่าบ่นไปเลยน่า เห็นแล้วไงเอาไปไมได้สักหน่อย” ฉันบอกขณะโยกย้ายส่ายสะโพกอย่างยั่วยวน เพื่อเรียกความสนใจจากสายตาใครบางคน

“ย่ะ! เอาไปไม่ได้ แต่โดนทำอย่างอื่นได้ หันไปดูสิ..หนุ่มโต๊ะนู้นน่ะ จ้องเธอไม่กระพริบเลย ดู ๆๆๆ สายตาหื่นกระหายอะไรอย่างนี้” เอริทั้งบ่นทั้งสะกิดให้ฉันหันไปมองโต๊ะด้านหลัง

ซึ่งก็จริงอย่างที่เธอว่า สายตาของแต่ละคนบ่งบอกว่าคืนนี้อยากร่วมเตียงกับฉัน หึ....ยังหรอก ฉันยังไม่ค่อยพอใจนัก ยี่ห้อเนตรพาฬทำ แค่นี้ยังน้อยไป มันต้องแรงกว่านี้.....แรดกว่านี้!

ฉันหันไปส่งจูบให้พวกเขาอย่างยั่วยวน ประจวบกับเป็นช่วงที่ดีเจพูดออกไมค์พอดี ‘อกหักเรื่องเล็ก แต่อกเล็กมันช้ำใจ เอ้า! ขอมือสาวอกใหญ่ไซส์บึ้มหน่อยเร้ววววว’ แค่ยกมือเหมือนคนอื่นน่ะคนอย่างเนตรไม่ทำหรอก มันต้องเป็นอะไรที่น่าจดจำกว่านั้นเยอะ ทุกสายตาต้องรวมอยู่ที่ฉัน...จุดเดียวเท่านั้น

เจ้าของรองเท้าส้นสูงสี่นิ้วสีแดงแปร๊ดก้าวขึ้นบนแท่นเสาอย่างมั่นคง ท่าโพสสุดยั่วยวนเรียกเสียงโห่ร้องจากคนทั้งคลับ ฉันไม่ใช่หน้าตาดีอะไร ก็แค่ระดับท้องนาบ้านไร่ แต่ถ้าพูดถึงหุ่นล่ะเป็นนางแบบเพลย์บอยได้สบาย ๆ ฉันเลยกลายเป็นดาวเด่นของที่นี่ยังไงล่ะ

วิถีของเนตรคือ รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน ชอบสังสรรค์และยั่วผู้ชาย เกิดมามีชีวิตเดียวก็ต้องใช้ให้คุ้มสิ...ว่าไหม? มีร่างกายที่ดีเก็บไว้ทำไมให้เสียของ ฉะนั้นฉันเลยวาดลวดลายควงเสาอย่างช่ำชอง ทุกท่วงท่าเรียกเสียงเชียร์ได้ดังกระหึ่ม และเหมือนทุกครั้งที่มีชายหนุ่มผู้กล้าหาญขึ้นมาพัวพันแทนต้นเสาทื่อ ซึ่งฉันก็ชอบนะ...นุ่มกว่ากันเยอะเลย

ปลายเล็บแหลมยาวที่ถูกต่อมาอย่างสวยงามเกี่ยวเข้าที่คอเสื้อเชิ้ตของชายคนแปลกหน้า ฉันเขยิบเข้าไปใกล้จนร่างกายเราเสียดสีกันไปมา บีทดนตรีเล่นจังหวะช้าลงเล็กน้อย ซึ่งก็เหมาะเจาะมากกับการใช้ท่าเต้นยั่วยวนแบบที่ถนัด สองมือแกร่งเลื้อยไปมาตามส่วนโค้งเว้าของเอว รู้สึกได้ถึงความตื่นตัวเมื่อใช้สะโพกบดเบียดลงบนส่วนนั้นของฝ่ายชาย ฉันคงปลุกปั่นอารมณ์เขามากไปหน่อย จนทนไม่ไหวไล่มือขึ้นมาจนเกือบถึงหน้าอก ซึ่งฉันหยุดการเคลื่อนไหวนั้นไว้ได้ทัน

“โอ๊ะโอ่ ใจเย็นสิคะ?” ฉันพลิกตัวกลับมาแล้วกระซิบชิดริมหู แต่สายตากำลังจับจ้องไปที่ใครบางคนที่นั่งอยู่โต๊ะด้านในสุด ซึ่งใครคนนั้นกำลังมองมาเช่นกัน

“แบบนี้เป็นไง...ดีกว่าไหม?” ฉันยกขาข้างหนึ่งขึ้นเกี่ยวกับสะโพกของผู้ชายตรงหน้า สองมือโอบรัดรอบคอไว้แน่นเลยทำให้หน้าอกขนาดใหญ่ที่แหวกออกจนให้ร่องแนบชิดกับแผงอกแกร่งไปด้วย

คนอย่างเนตรไม่ชอบเดินตามเกม แต่ชอบคุมเกมมากกว่า ฉันไม่ชอบให้ใครแตะตัวเกินจำเป็น แต่ก็ไม่ปฏิเสธที่จะเป็นฝ่ายเสนอเข้าหาก่อน ความใกล้ชิดติดพันเริ่มเกินลิมิตขึ้นทุกที แต่ฉันจำเป็นต้องทำเพื่อเหตุผลบางอย่าง ยิ่งโดนสายตาปริศนาจากมุมมืดจ้องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องเพิ่มความแนบชิดมากขึ้นเท่านั้น

ชายหนุ่มข้างกายช่างเป็นใจเหลือเกิน รู้งานจนฉันแทบไม่ต้องควบคุมอะไร เขาเป็นคู่เต้นที่ดีทีเดียว รู้ในความต้องการทั้งของฉันและของตัวเอง ท้ายทอยของเขาถูกรั้งลงจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อนบริเวณใบหู เสียงครางกระหึ่มดังขึ้นในลำคอเมื่อโดนกระตุ้นด้วยการบดเบียด และอีกนิดเดียวเท่านั้นริมฝีปากหนาก็จะประทับลงบนซอกคอ ถ้าไม่โดนมือของใครบางคนฉุดฉันลงมาเสียก่อน!

“กลับได้แล้ว” ฉันกระตุกยิ้มอย่างพอใจ เมื่อได้ยินเสียงที่รอคอยมานาน

ในที่สุดเจ้าของสายตาคู่นั้นก็ทนไม่ไหวต้องเดินมาลากฉันลงจากแท่น บอกแล้วไงว่าฉันชอบคุมเกม!

”เนตรยังไม่อยากกลับ” ฉันสะบัดมือออกแล้วทำท่าจะก้าวขึ้นไปบนแท่นอีกครั้ง ท่ามกลางความงุนงงของชายหนุ่มคู่เต้น แต่ก้าวขึ้นไปแค่ขาเดียวก็โดนดึงกลับลงมาใหม่

“กลับเดี๋ยวนี้” เขากดเสียงต่ำวางอำนาจแบบที่ฉันเกลียด! มีเหรอที่จะยอมทำตาม น่าจะรู้นะว่ายิ่งห้ามก็ยิ่งอยาก....ไม่ชอบให้ทำก็ยิ่งอยากทำ

“ไม่ ชัดมะ” ฉันเชิดหน้ามองเขาอย่างท้าทายพร้อมกับสะบัดมือออกจากการเกาะกุมไปด้วย แต่คราวนี้ผู้ชายตรงหน้ากำข้อมือเอาไว้แน่นจนเริ่มเจ็บ

“ชัดเต็มสองหูเลยครับ” เขาว่าพลางดึงร่างฉันเข้าไปแนบชิดจนไร้พื้นที่ให้อากาศแทรกผ่าน ฉันไม่ชอบถูกควบคุมเลยยื้อยุดขัดขืนร่างกายเพื่อให้เป็นอิสระ แต่ก็สู้แรงไม่ไหว ผู้ชายบนแท่นเริ่มทำตัวไม่ถูกจะลงก็ไม่ได้เพราะยืนขวางอยู่ ครั้นจะเต้นคนเดียวกับเสาก็ดูแปลก ๆ เลยเก้ ๆ กัง ๆ จนคนข้างตัวดึงฉันออกห่างจากแท่น

“ขอโทษด้วยครับ เธอเมามากไปหน่อย” หึ...ก็พูดไป ยังไม่ได้ดื่มสักแก้วจะเอาที่ไหนมาเมา แม้น้ำเสียงจะบอกถึงความสุภาพ แต่สายตาที่มองไปยังผู้ชายคนนั้นน่ะ แทบจะกินเลือดกินเนื้อ

“จะปล่อยได้รึยัง พี่สิงห์!” นั่นแหละชื่อของเขา ผู้ชายหน้าตาหล่อเหลา ทุกส่วนบนใบหน้างดงามไร้ที่ติ มีรูปร่างสูงโปร่งตามแบบฉบับที่สาว ๆ ชอบ ผิวขาวเรืองแสงที่เรียกสายตาจากผู้พบเห็น ทำให้ผู้ชายคนนี้ดูโดดเด่นอยู่เสมอ น่าเสียดายที่นิสัยเขาไม่ได้สวยงามเหมือนหน้าตา

‘กาฬสิงห์’ เป็นผู้ชายในแบบที่ผู้หญิงใฝ่ฝันถึง เขาสมบูรณ์แบบในทุก ๆ เรื่อง ในวงการกันดีว่าเขาน่ะเป็น ‘ตัวพ่อ’ จอมเพลย์บอย ไม่มีคืนสักคืนที่จะกลับบ้านตัวเปล่า สิงห์ร้ายอย่างเขาเพียงแค่กระดิกนิ้วหน่อยเดียว สาว ๆ ก็พร้อมยอมพลีกายอย่างไม่ต้องคิดเยอะ

“ถ้าจะ ’แรด’ ก็ให้มันมีขอบเขตบ้างนะครับน้องเนตร” เฮ้อ! แรดงั้นเหรอ...! ถือเป็นคำชมได้ไหม? พี่สิงห์ก็เป็นแบบนี้เสมอ พูดจาดีกับผู้หญิงทั้งโลกยกเว้นฉัน!

“เนตรแรดแล้วทำไมเหรอคะ พี่สิงห์เดือดร้อน?” เริ่มพอใจนิด ๆ เมื่อเห็นเขามีอาการบางอย่าง เพื่อให้แน่ชัดฉันเลยเปลี่ยนจากท่าทีขัดขืนเป็นโอนอ่อนตาม มือข้างที่เคยต่อต้านถูกนำมาวางไว้แนบอกแกร่ง ฉันไล้ข้อนิ้วแหวกไปตามรอยแยกของกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำสนิท ส่วนแขนอีกข้างยกขึ้นพาดไว้ที่ท้ายทอย คนถูกระทำเพียงแค่จ้องมองนิ่ง ๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พิศวาสเถื่อน
8.7
เบน คริสเตียนเซน สาบานว่าจะต้องทวงแค้นให้มาเรียส น้องชายฝาแฝดที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเชื่อว่าพลอยพิชญาคือต้นเหตุที่ต้องรับผิดชอบ เบนจึงลวงเธอมายังเกาะสกรูวาเพื่อกักขังและทรมานให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้หญิงสาวจะยอมจำนนชดใช้ความผิดด้วยชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง แต่ความใกล้ชิดกลับสร้างความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพันธนาการพิศวาสที่มัดตัวเขาไว้เสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นและการลงทัณฑ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสน่หาอันยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย ท่านอาจารย์อย่ารบกวนข้าเลย 师父,别打扰我。
9.0
เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของอาจารย์ผู้เป็นที่รัก ไป๋เหม่ยหลานยอมรับโทษทัณฑ์แสนสาหัสจากสำนักเซียวเหยาจนสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยว เมื่อได้รับโอกาสให้กลับชาติมาเกิดใหม่ นางจึงปรารถนาเพียงการใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนและตัดขาดจากความสัมพันธ์ในอดีตให้สิ้นซาก ทว่าโชคชะตากลับไม่เป็นใจ เมื่ออดีตอาจารย์ที่นางเคยภักดีกลับก้าวเข้ามาพัวพันในชีวิตของนางอีกครั้งอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ นางจะจัดการกับวาสนาที่ไม่อยากจำนี้อย่างไรในภพชาตินี้
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่... เป็นมาเฟียในกะลาแลนด์
9.4
อดีตยมทูตผู้ทรงพลังกลับชาติมาเกิดใหม่ในฐานะผู้นำแก๊งมาเฟียสุดระห่ำ พร้อมภารกิจสุดเพี้ยนในการแผ่ขยายอิทธิพลและทะเยอทะยานยึดครองดินแดนกะลาแลนด์โดยใช้กลยุทธ์สุดกาวที่ไม่มีใครคาดคิด ผลงานภาคต่อของ 'เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต' ที่นำเสนอเรื่องราวบทใหม่แบบจบในตัว ให้คุณได้สัมผัสความมันส์จากการปะทะและแผนการสุดล้ำในการสร้างอาณาจักรอาชญากรรมเหนือจินตนาการ แม้ไม่เคยอ่านภาคแรกมาก่อนก็สามารถสนุกไปกับการผจญภัยสุดระทึกและตลกขบขันนี้ได้อย่างเต็มอิ่ม
หน้าปกนวนิยาย ข้าจะเกี้ยวท่านมาเป็นสามี
9.1
ในอดีตชาติที่ผ่านมา นางเคยทำผิดพลาดครั้งใหญ่เพราะความไร้เดียงสาที่มอบหัวใจให้บุรุษผิดคน จนพลั้งมือทำร้ายชายผู้ที่รักและภักดีต่อตัวนางอย่างสุดหัวใจ เมื่อโอกาสครั้งใหม่มาถึงพร้อมการย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง นางจึงขอละทิ้งความรักที่มีต่อท่านอ๋องอย่างไม่ใยดี และตั้งมั่นว่าจะทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจรองแม่ทัพแสนดีผู้นี้ให้มาเป็นสามีของนางเพียงคนเดียวให้จงได้ เรื่องราวการแก้ตัวและภารกิจเกี้ยวรักจึงเริ่มต้นขึ้น
หน้าปกนวนิยาย เอื้อมหัวใจเทพบุตรแบดบอย
9.5
เมื่อเอื้อมพัฒน์ เชฟหนุ่มสุดฮอตเจ้าของฉายาพ่อเสือร้ายผู้รักสนุกและไม่เคยคิดผูกมัดกับใคร กลับมาสะดุดตาเด็กฝึกงานสาวอย่างศุรตาจนเกิดเป็นความสนใจที่ยากจะถอนตัว ทว่าเส้นทางความรักของเพลย์บอยตัวฉกาจครั้งนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะอดีตที่ขมขื่นและเบื้องหลังอันดำมืดของเขากำลังตามหลอกหลอน อีกทั้งปมความขัดแย้งที่แฝงไปด้วยอันตรายยังพร้อมจะปะทุขึ้นทุกเมื่อเพื่อทำลายความสัมพันธ์ที่เริ่มก่อตัวนี้ให้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย สาวน้อยผู้นำพาครอบครัวสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 2
8.4
จากอดีตผู้รอดชีวิตในดินแดนซอมบี้สู่การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในร่างเด็กหญิงวัยห้าขวบ ฉินหลิวซีต้องเผชิญกับความแร้นแค้นและการกดขี่จากญาติพี่น้องที่เห็นแก่ตัว เมื่อโชคชะตาเล่นตลกให้เธอมาอยู่ในครอบครัวที่ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้และใช้ความสามารถที่มีเพื่อพลิกฟื้นฐานะของทุกคนให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง เป้าหมายเดียวของเธอในชาตินี้คือการถลกแขนเสื้อจัดการปัญหาและนำพาครอบครัวไปสู่ความมั่งคั่งให้จงได้