ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย  ท่านประธานขาพาหนูลงจากเตียง เอ๊ย! คานที

ท่านประธานขาพาหนูลงจากเตียง เอ๊ย! คานที

แวววิวาห์ตกที่นั่งลำบากเมื่อครอบครัวบังคับให้กลับไปแต่งงานกับชายที่เลือกให้ เธอจึงต้องเร่งหาแฟนหนุ่มที่สมบูรณ์แบบเพื่อไปคานอำนาจ แต่โชคชะตากลับพลิกผันเพียงเพราะความสะเพร่าที่ใช้คีย์การ์ดเข้าผิดห้อง จนนำไปสู่ความสัมพันธ์อันร้อนแรงกับภาคิน ประธานหนุ่มจอมเผด็จการผู้ไร้ความปรานี เขาไม่เพียงแต่ใช้อำนาจข่มเหงเธอในที่ทำงาน แต่ยังกักขังเธอไว้บนเตียงด้วยบทรักสุดเร่าร้อนที่ยากจะหลบหนี ข้อเสนอแลกเปลี่ยนด้วยเงินตราและพันธสัญญาการแต่งงานจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางเสน่ห์ที่แสนอันตราย
ตอน
แชร์

ตอน 3

บทที่ 2

“มือถือๆๆ” เธอนึกถึงโทรศัพท์มือถือที่เมื่อคืนแบตหมด จึงตั้งใจจะรีบวิ่งไปชาร์ต แต่ด้วยความรีบร้อนทำให้เธอไม่ทันระวังผ้าผ่อนที่นุ่งกระโจมอกไว้คลายออก กระทั่งร่วงหลุดลงไปกองที่ปลายเท้า

“อุ๊ย!” ที่ต้องร้องอุทาน ไม่ใช่เพราะผ้าหลุด เพราะปกติมันก็หลุดอยู่เป็นนิจอยู่แล้ว ก็อยู่คนเดียวจะต้องกลัวใครมาเห็น แต่ที่ต้องร้องเพราะร่องรอยที่ผู้ชายทิ้งไว้บนเนื้อตัวเธอต่างหาก

“บ้าบอ! ทำไมหื่นขนาดนี้เนี่ยคุณภากร” เธอเขินแทบบิดตัวเป็นเกลียวกับรอยแดงเป็นจ้ำๆ ใต้ร่มผ้า คิดไม่ถึงว่าคนที่มีประสบการณ์เรื่องอย่างว่าเป็นศูนย์ จะทำให้ผู้ชายหลงใหลได้

“ป่านนี้เขาจะคิดถึงเราบ้างไหมนะ บางทีเขาก็จะกำลังตามหาเราอยู่ก็ได้ ก็เราเล่นออกมาโดยไม่บอกเขาสักคำนี่นา ตอนนี้คงกำลังพยายามโทรหาเรา เออ…จริงด้วย! โทรศัพท์ ตายๆๆ ป่านนี้ไม่โทรจนสายไหม้ไปแล้วรึไง” เธอรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาชาร์ต แต่ทันทีที่เครื่องเปิดขึ้นมา เสียงเตือนข้อความจากสายโทรเข้าก็ดังขึ้น แต่มันกลับไม่ใช่เบอร์ของคนที่คิด

“ไม่เห็นมีสายคุณภากรเลย มีแต่สายยัยศิ แล้วนี่ยัยศิจะโทรมาทำไมนักหนาเนี่ย” ข้อความจากเบอร์ที่พยายามโทรหากลับเป็นเบอร์ของเพื่อนรักอย่างศิศิรา กระทั่งข้อความจากไลน์ก็เด้งตามมาอีกรัวๆ

(วา แกรีบออกมาจากห้องคุณภากรด่วนเลย ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น ไว้ฉันจะอธิบายให้ฟังทีหลัง) ศิศิราที่รู้เห็นในทุกๆ เรื่องของเพื่อน จะเรียกว่ากองหนุนก็คงไม่ผิดนัก ก็คีย์การ์ดที่เธอได้มาก็มาจากเพื่อนรักคนนี้แหละ ดูเหมือนข้อความของศิศิราจะทำให้แวววิวาห์สงสัยอยู่ไม่น้อย กระทั่งได้อ่านข้อความถัดมา ซึ่งดูจากเวลาน่าจะห่างกันประมาณยี่สิบนาที

(ฉันหวังว่าแกจะทันได้อ่านข้อความนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป คุณภากรเขาไม่ได้เป็นอย่างที่แกคิด เขาไม่ได้ชอบผู้หญิง เขาเป็นเกย์) ข้อความนี้ของเพื่อนทำให้เธอเผลอเถียงออกมาทันที

“บ้าแล้ว แกนั่นแหละที่ต้องตั้งสติ เขาจะเป็นเกย์ได้ยังไงในเมื่อเขาเพิ่งนอนกับฉันเมื่อคืน เป็นอะไรของแกเนี่ยยัยศิ หรือว่าเมา” เธอส่ายหน้าน้อยๆ ไม่เชื่อที่เพื่อนบอกเลยสักนิด กระทั่งข้อความถัดมา แต่คราวนี้ฝั่งนั้นกลับส่งมาเป็นเสียงแทนการพิมพ์

(วา ตอนนี้แกอยู่ไหน ออกมารึยัง ฉันรู้ว่าเรื่องที่คุณภากรเป็นเกย์มันเป็นเรื่องที่เชื่อยาก แต่แกเชื่อฉันเถอะ เพราะฉันเห็นมากับตา) คลิปเสียงแรกทำเอาคนอ่านถึงกับขมวดคิ้ว ก่อนจะกดฟังคลิปเสียงต่อไป

(ฉันเจอเขาในงาน แล้วเขาก็มากับคู่ขาของเขาด้วย ทีแรกฉันก็คิดว่าเขาจะพากันไปต่อที่ห้อง เลยให้แกรีบออกมา แต่ตอนนี้ฉันว่ายาว เพราะเขาเปิดห้องที่นี่กันแล้ว) ใช่! เพื่อนเธอไปงานแต่งงานของญาติ และเท่าที่จับใจความได้ เธอไปเจอเขาที่นั่น แต่ที่ไม่เข้าใจเลยคือ มันจะเป็นอย่างที่เพื่อนเธอว่าได้ยังไง ในเมื่อเธอกับเขาเพิ่งจะมีอะไรกันเมื่อคืน

ข้อมูลที่ได้มาทำเธออึ้ง รอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนหน้าไม่มีอีกแล้ว มีเพียงความรู้สึกราวกับถูกค้อนหนักๆ มาทุบลงบนหัว จนเธอแทบล้มทั้งยืน ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างที่เพื่อนว่า แล้วเมื่อคืนมันคืออะไร ถ้านั่นไม่ใช่ภากร แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใคร ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามือไม้สั่นไปหมด แต่ก็ยังพยายามคิดในแง่ดีว่าเพื่อนอาจจะกำลังเข้าใจอะไรผิด พลันนิ้วเธอก็ดันเผลอจิ้มโทรออกไป

“วา…วา…ฮัลโหลวา แกเป็นอะไรรึเปล่า” เสียงปลายสายจากศิศิราทำให้เธอตื่นจากภวังค์ ก้มมองโทรศัพท์ที่อยู่ในมือด้วยความตกใจ

“อื้อ! ว่าไง” 

(ว่าไงอะไรล่ะ ฉันต่างหากที่ต้องถามแก แกเป็นฝ่ายโทรหาฉันนะ นี่แกเป็นอะไรรึเปล่าเนี่ย หรือเป็นเพราะผิดหวังเรื่องเมื่อคืน เอาน่า! ไม่ต้องคิดมาก ผู้ชายไม่สิ้นไร้เท่าใบพุทรา ผิดหวังตอนนี้ยังดีกว่าต้องมาเสียใจภายหลัง เกย์นะแก ยังไงเขาก็ไม่เอาผู้หญิงอย่างเราๆ หรอก อีกอย่างรูปหล่อ โปรไฟล์ดีไม่ได้มีแค่คุณภากรซะหน่อย อีกอย่างผู้หญิงหน้าตาดีมีพรหมจรรย์เป็นของแถมอย่างเราๆ ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร เชื่อฉัน! มั่นหน้าเข้าไว้ เดี๋ยวผู้ชายก็เข้ามาให้เลือกเองนั่นแหละ) เอ่อ…ดูเหมือนศิศิราจะพูดแบบนี้มาตั้งแต่ห้าหกปีที่แล้ว จนตอนนี้อีกไม่กี่ปีก็สามสิบแล้ว เฮ้อ! เห็นคานทองรออยู่รำไร แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นมันอยู่ที่ว่า…เธอนอนกับใครก็ไม่รู้ ที่สำคัญพรหมจรรย์ที่เคยหวงแหนก็ถูกพรากไปแล้วด้วย

“ฮือๆๆ” คำว่าพรหมจรรย์จากปลายสายทำให้เธอปล่อยโฮอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ จนปลายสายพลอยตกใจไปด้วย

(เฮ้ย! วาแกเป็นอะไรไป เสียใจเรื่องคุณภากรขนาดนี้เลยเหรอ) เสียงปลายสายดูร้อนรนด้วยความเป็นห่วง แต่มันกลับทำให้แวววิวาห์ยิ่งร้องไห้หนักยิ่งกว่าเดิม เพียงเพราะชื่อของคุณภากร

“ฮือๆๆ หมดแล้ว ฉันไม่เหลืออะไรแล้วแก” แวววิวาห์ฟูมฟายจนปลายสายตกใจอีก

(อะไร? ไม่เหลืออะไร มันเกิดอะไรขึ้น ฉันงงไปหมดแล้ว หรือว่าเมื่อคืนมันมีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่รู้ ให้ตายสิ! เมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นกับแกวา) น้ำเสียงศิศิราเริ่มเครียดจัด ด้วยทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกันมาหลายปี ไม่สิไม่ใช่แค่เธอสองคน แต่ยังมีสาวเนิร์ดอย่างพริมรตาด้วยอีกคน ทั้งสามคนเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมจนจบปริญญา กระทั่งมาทำงานก็ยังได้ทำงานอยู่บริษัทเดียวกัน ถึงแม้เธอจะเป็นคนเดียวที่เพิ่งย้ายตามมาทีหลังก็ตามเถอะ

“ฮือๆๆ เมื่อคืนฉัน…ฉัน…ฮึกๆๆ เมื่อคืน…ฮือๆๆ” ความเครียด ความกลัว ความสับสนผสมปนเปกันจนเธอพูดไม่ออก และไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี

(เอาล่ะ! ไหนแกลองตั้งสติ แล้วค่อยๆ เล่าให้ฉันฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าแกยังไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า แต่แกจงจำไว้ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่ข้างแกเสมอ) คำปลอบประโลมของเพื่อนทำให้เธอตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด

“ฉันเสียตัวไปแล้ว ฮือๆๆ”

(ฮะ! เสียตัว! เสียให้ใคร) เสียงของศิศิราแทบเป็นเสียงตะโกน จนคนฟังร้องหนักยิ่งกว่าเดิม

“ไม่รู้…ฉันไม่รู้ ฮือๆๆ” แวววิวาห์ยังคงฟูมฟาย

(ไม่รู้? แกไม่รู้ว่าแกนอนกับใครเนี่ยนะ วา!) น้ำเสียงของศิศิราก็ฟังดูร้อนรนไม่แพ้กัน

“ฉัน…ฉันเมา ฮือๆๆ” 

(เมา! โอเค! เอาล่ะ ไหนแกลองเล่าเรื่องทั้งหมดมาตั้งแต่ต้นซิ ไม่ๆๆ แกเมา งั้นเอาที่จำได้แล้วกัน) ดูเหมือนศิศิราเองก็พยายามตั้งสติอย่างยิ่งยวดอยู่เหมือนกัน

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สามีเป็นถึงเศรษฐีพันล้าน
7.9
เมื่อเจ้าบ่าวหนีงานแต่ง เฉียวซิงเฉินจึงตัดสินใจคว้าชายแปลกหน้ามาจดทะเบียนสมรสแทนเพื่อประชดรัก ทว่าสามีใหม่ของเธออย่างลู่ถิงเซียวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงคุณชายไร้ค่าของตระกูลลู่ ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยและคำเตือนจากอดีตคนรักที่ทรยศ เธอเลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างเขาและประกาศว่าทั้งคู่รักกันหวานชื่น แต่แล้วความจริงก็ปรากฏเมื่อตัวตนลับของเขาถูกเปิดเผยว่าคือมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่พร้อมจะคุกเข่ามอบแหวนเพชรล้ำค่าและดูแลเธอไปชั่วชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ภรรยาไม่รับจ้าง
8.2
ภูริดล นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จแต่ปฏิเสธการมีครอบครัวตามความต้องการของบิดา ได้พบกับพิรฎา หญิงสาวที่ยอมเซ็นสัญญาเป็นภรรยาจ้างวานเพื่ออิสรภาพจากครอบครัวที่ไร้ความสุข ทว่าเธอกลับพลาดพลั้งเสียทีให้เขาและพบความลับในสัญญาว่าภารกิจนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อเธอให้กำเนิดทายาทโดยไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวท่ามกลางคำลวงและความจริงที่ถูกปิดบัง ทั้งคู่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจว่าความรักครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย รอยทัณฑ์มาร ชุด จอมมารบราซิเลี่ยน
8.0
คริสเตรียโน เวลัสโค มหาเศรษฐีเจ้าของไร่กาแฟผู้ทรงอิทธิพลต้องการครอบครองหัวใจพิมดาหลา คนงานสาวผู้ต่ำต้อยที่แอบรักเขามานาน แม้เขาจะเคยมองข้ามเธออย่างเย็นชาจนหญิงสาวตัดสินใจเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรี แต่จอมมารหนุ่มกลับทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้ในอ้อมกอด แรงอารมณ์ที่ปะทุขึ้นท่ามกลางความแตกต่างของชนชั้นนำไปสู่บททดสอบอันเร่าร้อน เมื่อความหึงหวงครอบงำจนเขาไม่อาจยอมให้ชายใดได้เห็นความงดงามของเธอ เขาจึงเลือกใช้พันธนาการแห่งรักและอำนาจเพื่อตีตราจองเธอไว้เพียงผู้เดียวตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย หย่าแล้วก็ไม่ต้องขอคืนดี
9.8
เมื่อฮั่วเยี่ยนสือทิ้งเธอไปหาคนรักเก่าในวันครบรอบ ซูหว่านหนิงจึงเลือกหย่าขาดและกลับเข้าสู่วงการบันเทิงจนโด่งดัง เธอฉีกหน้ากากดอกไม้พลาสติกของมือที่สามอย่างไม่ใยดี ขณะที่อดีตสามีผู้หยิ่งผยองกลับต้องร้อนรนเมื่อเห็นชายหนุ่มโปรไฟล์ดีมากมายรุมล้อมอดีตภรรยา จากคนเย็นชาเปลี่ยนเป็นคนคลั่งรักที่คอยตามตื๊อขอคืนดีทุกวิถีทาง แต่เธอไม่ชายตามองพร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่คู่ควรกับเธออีกต่อไป และเธอจะไม่มีวันหวนกลับไปหาขยะที่โยนทิ้งไปแล้วเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย อรุณกนกสยบน่านฟ้า (หลงเด็กซีรีส์1)
9.5
เมื่อน่านฟ้า ประธานหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์พยายามใช้ชั้นเชิงเหนือเมฆในคลับหรูเพื่อล่อลวงเด็กเอ็นมาปรนนิบัติแบบไม่ต้องจ่ายเงิน แต่แผนการที่คิดว่าสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลง เมื่อเขาได้พบกับคู่ปรับที่ร้ายกาจยิ่งกว่าที่คิดไว้ เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้เพียงแค่รู้ทัน แต่ยังใช้เล่ห์เหลี่ยมตลบหลังจนท่านประธานผู้เย่อหยิ่งถึงกับเสียอาการและไปไม่เป็น กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดป่วนที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบในโลกของมหาเศรษฐี
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย