ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กับดักเสน่หาอาญาอสูร

กับดักเสน่หาอาญาอสูร

วินภวัตไม่อาจลืมเลือนขวัญณภัทรได้เลยนับตั้งแต่การพบกันครั้งแรกที่แสนสั้น จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้เขาได้ช่วยชีวิตเธอที่บาดเจ็บจากการถูกยิง ความโหยหาที่สะสมมานานปะทุขึ้นเป็นความปรารถนาอันเร่าร้อน เมื่อสัมผัสแนบชิดทำให้หญิงสาวแทบสิ้นสติและหลงลืมทุกสิ่งรอบตัว แม้จะพยายามดึงสติกลับมาเพื่อหยุดยั้งอารมณ์ที่เตลิด แต่ความดึงดูดที่รุนแรงนี้กลับตอกย้ำว่าความรู้สึกของชายหนุ่มไม่ใช่เพียงความหวือหวาชั่วคราว ทว่าคือความเสน่หาที่ยากจะถอนตัว
ตอน
แชร์

ตอน 3

ขณะพลิกดูหนังสือที่เพิ่งหยิบจากชั้นโชว์หนังสือมาใหม่ในร้าน ซึ่งมีหนังสือทุกประเภทจากหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย วางจำหน่าย ขวัญณภัทร จันทร์ฉาย- เกรย์เมอร์ หรือนามที่ใช้ในปัจจุบัน คลารา เคท เกรย์เมอร์ ก็บอกตัวเองว่านี่คือปาฏิหาริย์สำหรับหล่อน

ทั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาในหนังสือที่หล่อนกำลังจ้องอยู่ด้วยสายตาตื่นตะลึง แต่เป็นชื่อผู้แต่ง เพียงแต่หนังสือเล่มที่หล่อนกำลังพลิกดูมือไม้สั่น ใช้คำว่า ‘ผู้รวบรวม’ แปลว่าไม่ได้เขียนขึ้นเอง เป็นแต่เพียงผู้สรรหาจากสิ่งที่มีอยู่เดิมมาพิมพ์รวมเล่มเอาไว้ อาจจะเพื่ออนุรักษ์ หรือเพื่อความสะดวกในการค้นหาข้อมูลสำหรับอนุชนรุ่นหลัง

ด้านหน้าปกมีชื่อหนังสือ‘ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทย’

มุมขวาล่างมีระบุเอาไว้ รวบรวมโดย... ‘แสงโสม จันทร์ฉาย’

คำว่า ‘จันทร์ฉาย’ เหมือนจะลอยเด่นขึ้นมาในม่านตาเบิกกว้างของหล่อน เพราะตรงกับนามสกุล ของบิดาที่หล่อนไม่เคยรู้จัก

พ่อ...ซึ่งเคยพูดกับแม่ของหล่อนเอาไว้ตั้งแต่ก่อนหล่อนเกิด หากมีลูกสาวจะให้ชื่อขวัญนภัทร ในเวลาต่อมาก็กลายเป็นชื่อต้นตามกฎหมายที่หล่อนใช้ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุแปดขวบ

ชีวิตของขวัญณภัทรอาจสะดวกสบาย แต่ไม่น่าสนุกเท่าใดนัก

มารดาของหล่อน เจสสิก้า จันทร์ฉาย- เกรย์เมอร์ หรือ เจน จากไปเพราะอาการปอดติดเชื้อรุนแรง ขณะขวัญณภัทรอายุเจ็ดขวบ ทำให้ขวัญณภัทรต้องอยู่ในปกครองอันเข้มงวดของ มาเรีย เกรย์เมอร์ ผู้เป็นยาย มีเบ็ตติน่าเป็นพี่เลี้ยง

หลังมรณกรรมของมารดา คุณยายให้หล่อนใช้ชื่อ คลารา เคท เกรย์เมอร์ ตัดทิ้งทั้งชื่อไทย และนามสกุลบิดาที่หล่อนเคยใช้ตั้งแต่แรกเกิด ขวัญณภัทร จันทร์ฉาย-เกรย์เมอร์ จึงเป็นเพียง คลารา เคท เกรย์เมอร์ แต่ขวัญณภัทรก็ไม่เคยลืมว่าในตัวหล่อนมีสายเลือดไทยอยู่ครึ่งหนึ่ง

ขวัญณภัทรใจเต้นแรง หลังเปิดดูเนื้อหาด้านในพบว่ามีการลงภาพผู้เขียน ซึ่งในที่นี้เป็นผู้รวบรวมเนื้อหาในหนังสือเล่มที่หล่อนถืออยู่ แทรกเอาไว้ในหน้าที่ห้า นับจากปกหน้า เป็นภาพขาวดำ

ภาพดังกล่าวเกือบเป็นพิมพ์เดียวกับภาพถ่ายในซองพลาสติก ที่หล่อนเก็บเอาไว้อย่างทะนุถนอมมาหลายปี

สมัยยังเด็กใครบอกยังไงหล่อนก็เชื่อ แต่จำได้ว่าเคยถามเบ็ตติน่าเกี่ยวกับพ่อที่ให้กำเนิด ว่าเป็นคนยังไง หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า ตายไปแล้วจากอุบัติเหตุเครื่องบินตก เป็นคนหน้าตาดี ผมดำ ตาดำแต่เบ็ตติน่าก็กำชับว่าไม่ควรไปถามคุณยาย เพราะจะทำให้คุณยายโกรธเอาได้ ซึ่งหล่อนก็เชื่อมาตลอด

กระทั่งอายุสิบสาม หล่อนพบรูปถ่ายใบหนึ่ง สอดอยู่ในหนังสือที่เป็นของสะสมของมารดาในลังกระดาษแข็ง พิมพ์ด้วยภาษาที่หล่อนอ่านไม่ออก เป็นรูปชายหนุ่มหน้าตาเข้มคมคาย ผมดกดำ คิ้วหนา ดวงตาพร่างยิ้ม

มีลายมือเขียนหวัดๆ ไว้ข้างหลังรูปว่า ‘เจน ดาร์ลิ่ง’ เป็นภาษาอังกฤษ เซ็นชื่ออักษรย่อด้วย ‘PS’ ซึ่งหล่อนคิดว่าคงจะย่อมาจากชื่อ ‘ภูมิ จันทร์ฉาย’ อันเป็นชื่อบิดาที่ให้กำเนิด แต่แปลกว่าเขาใช้ ‘S’ แทนที่จะใช้ ‘J’

บรรทัดถัดลงมาจากชื่อย่อ มีเครื่องหมายขีดเล็กๆ เหมือนตัวเอ็กซ์ ไว้สองสามอัน ซึ่งหล่อนทราบว่าเป็นเครื่องหมายแทนจุมพิต

หล่อนตัดสินใจนำหนังสือเล่มนั้นไปถามผู้ที่หล่อนคิดว่าจะให้คำตอบได้ และก็เลยได้รู้ว่า เป็นหนังสือกาพย์-กลอน ไทย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หล่อนก็พยายามขวนขวายที่จะเรียนรู้ภาษาไทย โดยปิดเป็นความลับ ไม่ให้คุณยายรู้ อีกทั้งไม่บอกใครเรื่องรูปชายหนุ่มที่หล่อนเจอโดยบังเอิญ และได้นำไปสอดใส่ซองพลาสติกเก็บไว้อย่างทะนุถนอม

เวลาผ่านไปหลายปี ความรู้ภาษาไทยของหล่อนแตกฉาน โดยเฉพาะการพูด เพราะมีคนไทยพอสมควรในเมืองที่หล่อนอยู่ ทำให้ได้ฝึกพูดออกเสียงเป็นประจำ และอาจจะเป็นได้ว่า เมื่อหล่อนเริ่มเรียนพูดไทย อายุยังไม่มาก ลิ้นยังไม่แข็งจนเกินไป สำเนียงภาษาจึงใกล้เคียงเจ้าของภาษาแทบจะไม่เพี้ยนถ้าไม่ตั้งใจจับสังเกต

คนไทยที่หล่อนรู้จัก รวมถึงครูที่สอน ซึ่งเป็นนึกศึกษาชาวไทยที่เดินทางมาเรียนต่อในระดับปริญญาโท ด้านการศึกษา เคยชมหล่อนว่าพูดไทยชัดกว่านักเรียนไทยที่มาเรียนต่างประเทศสี่ห้าปีบางคนเสียอีก

ขวัญณภัทรรีบนำหนังสือไปคิดเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ จากนั้นก็รีบดิ่งกลับบ้าน

ถึงบ้าน ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์ขนาดสามห้องนอน มีห้องนั่งเล่น และห้องรับแขกแยกเป็นสัดส่วน ก็ตรงเข้าห้องนอนส่วนตัว มือไม้สั่นขณะเปิดกระเป๋าถือแบบสะพายที่ใช้เป็นประจำ ซึ่งเมื่อออกไปยังร้านหนังสือ หล่อนหยิบแต่กระเป๋าสตางค์ติดตัวไป เพราะร้านอยู่ไม่ไกลจากบ้าน

ซองพลาสติกที่ใส่ไว้ซอกเล็กถูกดึงออกมาวางเทียบรูปที่ลงแทรกไว้ในหนังสือ

รูปในซองนั้นเป็นรูปขนาดโปสการ์ด เห็นดวงหน้าชัด และเห็นลงมาเพียงอก ขณะรูปที่ลงแทรกไว้ในหนังสือขยายสามในสี่ของขนาดหนังสือ เป็นรูปถ่ายเล่นธรรมดาเต็มตัวของบุรุษ สวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อน ดวงหน้ามีริ้วรอย ขอบหางตาก็มีรอยตีนกา หน้าผากมีรอยย่น รอยจากจมูกลงมามุมปากก็เห็นชัดว่าอายุมากกว่าคนในรูปในซองพลาสติก

ขวัญณภัทรรีบพลิกกลับมาดูหน้าในหลังปกหนังสือ เพื่อดูปีพ.ศ. ที่ตีพิมพ์ พบว่าเป็นเล่มที่ตีพิมพ์ครั้งที่สาม สองปีมาแล้ว

หล่อนเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไร เพื่อติดต่อสืบเสาะหาตัวคนเขียนหนังสือเล่มนี้ ถึงแม้จะใช้ชื่อผู้หญิง แต่ก็อาจจะเป็นแค่นามแฝง เพราะรูปที่ลงแทรกเอาไว้เป็นรูปบุรุษ ซึ่งหล่อนอดคิดไม่ได้ว่า อาจจะเป็นบิดาที่ยังมีชีวิตอยู่

ไม่แน่ ข้อมูลที่ว่าบิดาของหล่อนเสียชีวิตไปแล้ว อาจจะเป็นแค่คำลวงตามบัญชาของคุณยาย ซึ่งหล่อนพอจะทราบว่าคุณยายไม่เคยชอบลูกเขยคนไทย ฉะนั้นก็คงไม่อยากให้หลานสาวเสาะแสวงหาพ่อที่ให้กำเนิด จึงตัดปัญหาด้วยการบอกว่าตายไปแล้ว

ขวัญณภัทรลุกขึ้น ตามหาเบ็ตนิน่า คนเดียวที่น่าจะให้คำตอบแก่หล่อนได้

ตั้งแต่คุณยายเสีย คู่หมั้นของหล่อน สตีฟ เคลเลอร์ ก็แนะนำให้เช่าบ้านหลังใหญ่ของตระกูลเกรย์เมอร์ ซึ่งตั้งอยู่ไกลตัวเมืองออกไปเกือบสามสิบไมล์ ให้ย้ายมาอยู่อพาร์ตเมนต์ใจกลางเมืองชั่วคราว ก่อนจะย้ายไปบ้านเขา เมื่อแต่งงานกันแล้ว เพื่อเขาจะได้ดูแลสะดวก ไปมาหาสู่ก็ง่าย

ขวัญณภัทรทำตาม เพราะรู้สึกอยู่บ้านใหญ่เมื่อไม่มีคุณยายออกจะวังเวง คนรับใช้ทุกคนต้องออกจากงาน โดยที่หล่อนจ่ายเงินเดือนให้คนละหนึ่งปีทุกคน แม้สตีฟค้านว่ามากไป

อันที่จริง เรื่องแต่งงานนี้ ควรจะแต่งานก่อนหน้านี้ ถ้าคุณยายของหล่อนไม่มาเสียซะก่อน ทำให้ต้องเลื่อนเวลาออกไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96FUG” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96FUG
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สองพี่น้องหลังเขาวั้งซานกู่
9.5
ลู่ฉางกัง ทายาทผู้มั่งคั่งที่เคยใช้ชีวิตอย่างเย่อหยิ่งจนสูญเสียสิ่งสำคัญ ได้รับโอกาสครั้งที่สองเมื่อกล่องไม้โบราณนำพาเขาย้อนสู่อดีตในร่างเด็กชายวัยสิบขวบ ณ มิติคู่ขนานแห่งนี้ เขาได้พบกับบุคคลในความทรงจำที่มิอาจลืมเลือน การเดินทางเพื่อแก้ไขความผิดพลาดและปกป้องครอบครัวจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เนื้อแท้เขาจะไม่ใช่คนดีเพียบพร้อมและเต็มไปด้วยกิเลส แต่บททดสอบแห่งการเอาตัวรอดจะค่อยๆ ขัดเกลาคุณชายเจ้าอารมณ์ให้รู้จักความหมายของชีวิตและการนำพาคนรักไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย พิศวาสเถื่อน
8.7
เบน คริสเตียนเซน สาบานว่าจะต้องทวงแค้นให้มาเรียส น้องชายฝาแฝดที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เขาเชื่อว่าพลอยพิชญาคือต้นเหตุที่ต้องรับผิดชอบ เบนจึงลวงเธอมายังเกาะสกรูวาเพื่อกักขังและทรมานให้เหมือนตกนรกทั้งเป็น แม้หญิงสาวจะยอมจำนนชดใช้ความผิดด้วยชีวิตท่ามกลางความเกลียดชัง แต่ความใกล้ชิดกลับสร้างความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นพันธนาการพิศวาสที่มัดตัวเขาไว้เสียเอง ท่ามกลางไฟแค้นและการลงทัณฑ์ที่แปรเปลี่ยนเป็นเสน่หาอันยากจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ดวงใจองครักษ์เถื่อน
9.4
ความต่างของฐานะและหน้าที่อันหนักอึ้งบีบบังคับให้ 'ฮะมีส' ต้องสะกดกลั้นความรักที่มีต่อ 'จัสทีน่า' ไว้ภายใต้ความเย็นชา เขาทำได้เพียงเฝ้าคุ้มครองเธออยู่ห่าง ๆ จนกระทั่งวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจากไปโดยไร้คำร่ำลา ทิ้งไว้เพียงบาดแผลลึกในใจที่กรีดกินความรู้สึกของหญิงสาว การหายตัวไปอย่างกะทันหันของเขาเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนและสร้างความทุกข์ทรมานให้แก่เธออย่างแสนสาหัส จนเกือบจะพรากลมหายใจสุดท้ายของเธอไปพร้อมกับความทรงจำที่แตกสลายในอดีต
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
《คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่》ถ่ายทอดเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของหญิงสาวผู้เคยเป็นความภาคภูมิใจของตระกูล เธอเกิดมาในฐานะทายาทที่ถูกคาดหวังสูงสุด ทั้งความสามารถและพรสวรรค์ทำให้เธอถูกวางตัวให้เป็นศูนย์กลางของอนาคตครอบครัว แต่ชีวิตของเธอกลับเปลี่ยนไปเพราะความรักที่ยาวนานถึงเจ็ดปี เธอยอมสละทุกอย่าง ทั้งชื่อเสียง อนาคต และศักดิ์ศรี เพื่อช่วยชายที่เธอรักอย่างมู่จื่อเจว๋ ทั้งยังใช้ความสามารถของตนสร้างธุรกิจ สนับสนุนเขาจนตระกูลของเขาก้าวสู่ความรุ่งเรือง แต่ความทุ่มเททั้งหมดกลับถูกตอบแทนด้วยการหักหลัง เขาและเพื่อนสนิทที่เธอเคยไว้ใจร่วมกันวางแผน夺走ทุกอย่าง ทั้งบริษัท อำนาจ และชีวิตของเธอ เธอถูกทำให้หมดสติยาวนานถึงสามปี และในช่วงเวลานั้น เธอกลายเป็นเพียง “เงา” ที่ถูกกดทับอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขณะที่คนที่ทรยศเธอกลับใช้ชีวิตหรูหราและเย้ยหยันศักดิ์ศรีของเธออย่างไม่เกรงกลัว เมื่อเธอฟื้นขึ้นมา ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หญิงสาวที่เคยอ่อนโยนได้หายไป เหลือเพียงตัวตนที่เยือกเย็น เด็ดขาด และเต็มไปด้วยพลังในการเอาคืน เธอเริ่มต้นการชำระบัญชีอย่างไม่ลังเล เปิดโปงความจริงทั้งหมด ล้มล้างแผนการของคนทรยศ และทวงคืนทุกสิ่งที่เคยเป็นของเธอ ความสัมพันธ์ที่เคยพังทลายถูกฉีกออกทีละชั้น พร้อมเผยให้เห็นโครงสร้างอำนาจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังโลกชนชั้นสูง ยิ่งเรื่องราวดำเนินไป ตัวตนที่แท้จริงของเธอก็ยิ่งถูกเปิดเผย เธอไม่ใช่เพียงหญิงสาวธรรมดา แต่คือทายาทตัวจริงของตระกูลใหญ่ระดับประเทศ อีกทั้งยังเป็นผู้ครอบครองความสามารถระดับนานาชาติ ทั้งด้านการต่อสู้และเครือข่ายอำนาจลับในโลกธุรกิจใต้ดิน การกลับมาของเธอทำให้วงการชนชั้นสูงสั่นสะเทือน ทุกตระกูลใหญ่ต้องหันมาจับตามอง ชายที่เคยทำร้ายเธอได้แต่คุกเข่าอ้อนวอนขอการให้อภัย แต่เธอไม่เหลือความรู้สึกเดิมอีกต่อไป ขณะที่อีกด้านหนึ่ง ชายผู้ทรงอิทธิพลระดับโลกที่รอคอยเธอมานานกว่าทศวรรษ ยังคงยืนอยู่เคียงข้างเธออย่างมั่นคง และในที่สุด เธอก็เลือกก้าวไปสู่เส้นทางใหม่ของตนเอง—เส้นทางของผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นเหยื่ออีกต่อไป แต่เป็นผู้ควบคุมโชคชะตาของโลกทั้งใบอย่างแท้จริง
หน้าปกนวนิยาย วิศวะข้ามภพกับองค์รัชทายาท
9.7
วิศวกรสาวต้องเผชิญโชคชะตาพลิกผันเมื่อตื่นขึ้นในยุคจีนโบราณในฐานะพระชายาขององค์รัชทายาทผู้ไร้หัวใจ ท่ามกลางบรรยากาศในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและการชิงดีชิงเด่นทางการเมือง เธอต้องใช้สติปัญญาและความรู้ที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากศัตรูที่คอยจ้องทำลาย ขณะเดียวกันความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างเธอกับสามีผู้เย็นชาก็เริ่มก่อตัวเป็นความรักท่ามกลางอันตราย เธอจะสามารถกุมชัยชนะในเกมอำนาจและรักษาหัวใจในโลกที่ไม่คุ้นเคยนี้ได้หรือไม่