ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติไปเป็นคุณแม่มือใหม่

ทะลุมิติไปเป็นคุณแม่มือใหม่

ใบหม่อนต้องเผชิญกับโชคชะตาที่คาดไม่ถึง เมื่อเธอหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซีและตื่นขึ้นมาในร่างของคุณแม่ที่กำลังจะคลอดบุตรพอดี ทั้งที่ชีวิตก่อนหน้านี้เธอเป็นสาวโสดที่ไม่เคยมีแม้แต่แฟนด้วยซ้ำ ความวุ่นวายทวีคูณเมื่อเธอให้กำเนิดลูกแฝดถึงสามคนท่ามกลางสภาพความเป็นอยู่ที่ยากจนและขัดสนอย่างหนัก สถานการณ์ที่แสนรันทดนี้ทำให้เธอตั้งคำถามกับพระเจ้าว่าเหตุใดถึงได้ส่งเธอมาเผชิญกับบททดสอบที่สาหัสเช่นนี้ หรือนี่คือการกลั่นแกล้งจากสวรรค์ที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน
ตอน
แชร์

ตอน 1

ใบหม่อน หญิงสาวชาวไทยเชื้อสายจีน อายุ25ปี สาวสวยรวยและโสดมาก พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อ5 ปีที่แล้วด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์หลังจากที่เสียพ่อแม่ไป ใบหม่อนที่ไม่มีใครรออยู่ที่บ้านแล้วเวลาทั้งหมดทุ่มเทให้กับงานและการอ่านนิยาย

วันนี้ใบหม่อนไปทำงานด้วยอารมณ์บูด จนเพื่อนร่วมงานไม่กล้าเข้าใกล้สาเหตุมาจากนิยายที่เธออ่าน เนื้อหาในนิยายกล่าวเอาไว้ว่านางเอกได้ทะลุมิติไปยังโลกคู่ขนานที่จะเรียกว่ายุคโบราณก็ไม่ได้ จะเรียกว่ายุคปัจจุบันก็ไม่ได้อีก ทั้งภาษาและวัฒนธรรมผสมปนเปกันไป การแต่งตัวเหมือนชนเผ่าอะไรสักเผ่าของชาวจีนแต่กลับไม่ได้ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร

อีกทั้งยังเป็นโลกที่ด้อยพัฒนาหาเทคโนโลยีไม่เจอ ไม่มีพลังภายในไม่มีพลังวิเศษอะไรทั้งนั้นแถมเริ่มต้นมาก็ดราม่าอีก แบบนี้จะไม่ให้ใบหม่อนคนคูลอารมณ์เสียได้ยังไง ตอนที่นางเอกทะลุมิติไปอยู่ในร่างหญิงสาวที่กำลังคลอดลูกพอดีแถมครอบครัวยากจนมากๆ ให้นางเอกทะลุมิติมาแบบไม่มีตัวช่วยอะไรมิตงมิติก็ไม่มี ตอนนี้หาสติของตัวเองเจอก็ดีเท่าไหร่แล้ว

โผล่มาก็กำลังคลอดลูกแถมยังต้องมาอดมื้อกินมื้อปลูกผักเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ ซ้ำร้ายสามีของนางเอกก็โดนแม่เลี้ยงขับไล่ออกจากบ้านพร้อมกับพี่ชายและพี่สะใภ้นางเอกก็ไม่มีความสามารถอะไรผักตามป่ายังไม่รู้จักเลยว่าอะไรที่สามารถกินได้ นี่ให้นางเอกที่แต่เดิมก็เป็นคนไร้ความสามารถ พอได้เกิดใหม่ก็ไร้ความสามารถอีกแล้วแบบนี้จะมีชีวิตรอดได้อีกเรอะ เรื่องแบบนี้ใครมันจะอยากอ่านกันเหอะเสียดายเงินที่ซื้อมาจริงๆ ใบหม่อนทำได้แค่โยนหนังสือนิยายทิ้งและมาทำงานด้วยใบหน้าบูดบึ้ง

"หม่อนๆ ใบหม่อน" หัสนัยเพื่อนร่วมงานเรียกใบหม่อนเสียงดังเพราะเขาเรียกหลายรอบแล้วแต่ไม่มีเสียงขานรับจากใบหม่อน

"อะไร เรียกทำไมเสียงดังเนี่ยหูจะแตกอยู่แล้ว"

"เอ้าก็เรียกตั้งนานไม่ตอบแล้วเนี่ยเป็นอะไรนั่งหน้าบูดเนี่ยอารมณ์เสียเรื่องอะไรมาอีกอย่าบอกว่านิยายที่ซื้อมาเมื่อวานไม่สนุกไม่ได้ดั่งใจอีกนะ"

"ก็ประมาณนั้นแหละ แล้วมีอะไรเรียกไม"

"หัวหน้าหน่วยเรียกพบน่ะ เรื่องภารกิจลับครั้งนี้"

"อืม ขอบใจมาก"

"เห้ยไม่เป็นไรไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร"

ใบหม่อนไปพบหัวหน้าหน่วยและได้รับภารกิจลับให้ไปซุ่มโจมตีขบวนขนยาเสพติดที่ชายแดนโดยพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่ทางการตามล่ามานานหลังจากจบภารกิจบุกทำลายแก๊งยาเสพติดครั้งนี้ใบหม่อนจะมีวันหยุดยาวหนึ่งเดือน เธอวางแผนว่าหนึ่งเดือนนี้เธอจะไปเรียนทำอาหารและขนมเพิ่มเติมพร้อมทั้งจะไปเวิร์กช็อปที่กรมการเกษตร ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสัตว์บกหรือสัตว์น้ำ

เธอวางแผนเอาไว้ในอนาคตจะลาออกจากหน่วยผันตัวเองไปทำการเกษตรเชิงท่องเที่ยวและให้บริการบ้านพักแบบโฮมสเตย์ เหนือสิ่งอื่นใดคืออ่านนิยายที่เธอชื่นชอบคิดๆดูแล้วหยุดหนึ่งเดือนไม่พอจริงๆ

วันออกเดินทางใบหม่อนเตรียมของเสร็จเรียบร้อยก็ออกเดินทางทันทีจุดนัดหมายคือกองบัญชาการเมื่อทุกคนมากันครบแล้วก็ออกเดินทางทันทีใช้เวลาในการทำภารกิจทั้งหมด5วันเมื่อภารกิจเสร็จสิ้นก็เดินทางกลับทันทีระหว่างทางได้มีการพูดคุยกับเพื่อนร่วมทีมเกี่ยวกับวันหยุดยาวนี้ว่าใครวางแผนจะทำอะไรบ้าง

"หม่อนหยุดยาวนี้มีแผนจะทำอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมา

"ว่าจะไปเรียนทำอาหารทำขนมเพิ่มแล้วก็ไปฝึกปลูกผักเลี้ยงสัตว์ที่กรมการเกษตรอ่ะ"

“เห้ย นี่เอาจริงหรือเรื่องปลูกผักทำโฮมสเตย์เนี่ย” นัยเองอดถามออกมาไม่ได้เขาไม่คิดว่าใบหม่อนจะจริงจังกับเรื่องนี้มาก

"อืม จริงจังมาก แล้วพวกนายสองคนล่ะมีแผนจะทำอะไร"

"กลับบ้านที่ต่างจังหวัดน่ะ" วินัยตอบใบหม่อนด้วยความดีใจ

"อืมกลับบ้านเหมือนกัน"หัสนัยตอบออกมาสีหน้าไม่ยินดีที่ได้กลับบ้าน

"เอ้า จะกลับบ้านไม่ดีใจเหรอทำไมทำหน้าแบบนั้น"ใบหม่อนอดถามไม่ได้

"นั่นสิมีอะไรหรือเปล่า"วินัยถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่มีอะไรก็คุณนายที่บ้านน่ะสินัดดูตัวเรากับลูกสาวเพื่อนพวกนายเองก็รู้เรายังไม่อยากแต่งงานตอนนี้เราไม่อยากมีภาระตอนนี้เวลาไปทำภารกิจจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง ที่สำคัญเราไม่ชอบลูกสาวเพื่อนของคุณนายคนนี้เลย”

“ทำไมนายเคยเจอเขาหรือไง สวยป่ะ” วินัยถามออกมา

“สวยแต่นิสัยไม่สวย อย่าให้เราพูดเลยเคยเจอแบบบังเอิญสองสามครั้ง เหวี่ยงวีนไร้เหตุผล”

“อ่าแบบนี้ก็แย่ดิคุณนายแม่ถูกภาพลวงตาหลอกลวงหรือไง แบบนี้แต่งเข้ามามีหวังบ้านลุกเป็นไฟ” ใบหม่อนรู้สึกสงสารเพื่อนจริงๆ

“นายก็ไม่ต้องกลับไปก็สิ้นเรื่องบอกคุณนายแม่ว่าติดทำภารกิจไง หรือจะไปเที่ยวบ้านเราก็ได้นะถ้าไม่ติดว่าบ้านเรากันดาลมาก” วินัยเอ่ยชวน

“อืม ดีเหมือนกัน งั้นเราไปบ้านนายด้วยแล้วกัน หม่อนล่ะไม่ไปด้วยกันเหรอ”

“ไม่ล่ะพวกนายไปกันเถอะ เอาไว้คราวหน้าก็แล้วกัน”

วันหยุดมาถึงใบหม่อนดี๊ด๊ามากตื่นแต่เช้าออกกำลังกายเสร็จไปตลาดซื้อของสดเข้าบ้านเพื่อทำอาหารหลังจากนั้นก็ออกไปร่ำเรียนการเพาะปลูกที่กรมการเกษตรจนถึงบ่ายสามโมงเย็นเลิกเรียนกลับบ้านอ่านนิยายที่ชื่นชอบใบหม่อนใช้ชีวิตแบบนี้ทุกๆวันกิจกรรมแต่ละวันก็เหมือนเดิม เหลือวันหยุดอีกห้าวันเธอรู้สึกว่าเวลาในวันหยุดนั้นหมุนเร็วมากใกล้จะได้เวลากลับไปทำงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าทำให้เธอรู้สึกแย่นิดหน่อยเพราะยังอยากหยุดต่อ

วันหยุดยาวผ่านพ้นไปวันทำงานก็เริ่มขึ้นใบหม่อนไปทำงานแต่เช้า เพื่อนร่วมทีมกลับมาทำงานกันครบแล้วรวมถึงวินัยและหัสนัยด้วย

“หวัดดี เป็นไงไปบ้านวินัยสนุกป่ะ”ใบหม่อนถามหัสนัย

“สนุกมาก ใช้ชีวิตในชนบทห่างไกลสงบดี ที่สำคัญมือถือไม่มีสัญญาณคุณนายแม่โทรมาด่าไม่ได้”

“ฮ่าๆ นายก็พูดไปเรื่อย”

“เอ้าจริงๆนะ วินัยสอนเราจับปลาทำอะไรหลายๆอย่างสนุกดี พ่อแม่วินัยก็ใจดีมาก”

“อืมเอาไว้คราวหน้าเราจะไปด้วย”

“หม่อน หัส หัวหน้าเรียก” วินัยเดินมาเรียกเพื่อนทั้งสองคน

“ขอบใจ ไปกันเถอะสงสัยมีภารกิจ” หัสนัยเอ่ยออกมา

“สวัสดีครับหัวหน้า”

“สวัสดีค่ะหัวหน้า”

“อืมสวัสดี ที่ผมเรียกพวกคุณมาวันนี้ผมมีภารกิจใหม่ให้พวกคุณไปทำ”

“เมื่อไหร่คะหัวหน้า”

“อีกห้าวัน พวกคุณเตรียมตัวให้พร้อม ภารกิจทลายแก๊งค้ามนุษย์ ภารกิจนี้อันตรายมากพวกคุณระวังตัวด้วย พวกค้ามนุษย์มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่หนุนหลังอยู่ ทำงานให้รัดกุมที่สุด ที่สำคัญรักษาชีวิตตัวเองให้ดี ต้องปลอดภัยกลับมา”

“รับทราบครับ/รับทราบค่ะ”

“เอาล่ะพวกคุณไปเตรียมตัวเถอะ”

หลังจากนั้นทั้งสามคนกลับไปเตรียมตัวเพื่อไปทำภารกิจอีกห้าวันข้างหน้า ใบหม่อนรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกเธอได้เรียกทนายประจำตระกูลมาพบและทำพินัยกรรมยกสมบัติทั้งหมดให้กับการกุศลหากเธอเสียชีวิต และยังได้แบ่งเงินอีกจำนวนหนึ่งให้กับทนายประจำตระกูลเมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วเธอรู้สึกโล่งใจแปลกๆ แต่ก็ช่างเถอะลูกหลานไม่มีญาติพี่น้องไม่มี สามีก็ไม่มีงานที่เธอทำก็เสี่ยงพอสมควรจัดการไว้ก็ไม่มีอะไรเสียหาย

โดยที่ใบหม่อนไม่มีทางได้รู้เลยว่าการไปทำภารกิจในครั้งนี้เธอจะไม่ได้กลับมา กลางดึกคืนก่อนไปทำภารกิจขณะที่ใบหม่อนนอนหลับอย่างสบายใจเธอฝันว่ามีใครสักคนมาบอกกับเธอว่าฝากลูกๆของข้าด้วยจากนั้นก็สะดุ้งตกใจตื่น

“ฝันบ้าอะไรวะ ฝากลูกๆอะไรสงสัยเพราะนิยายบ้าเล่มนั้นไม่น่าไปหยิบมาดูเลยให้ตายสิเอามาฝันเป็นตุเป็นตะ”

หลังจากตื่นขึ้นมาบ่นแล้วใบหม่อนไม่สามารถข่มตาหลับลงได้อีก เธอลุกขึ้นอาบน้ำและออกไปที่กองบัญชาการเพื่อรอเดินทางไปทำภารกิจร่วมกับทีม ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่อยู่นั้นใบหม่อนเห็นคนร้ายเล็งปืนใส่หัสนัยเพื่อนร่วมทีมเธอจึงผลักเพื่อนให้พ้นวิถีกระสุนและตัวเธอเองกลิ้งหลบไปอีกด้านแต่ทว่าโชคร้ายที่กลิ้งไปทางคนร้ายอีกคนทำให้ใบหม่อนเสียชีวิตขณะทำภารกิจการจากไปของใบหม่อนในครั้งนี้สร้างความเสียใจให้เพื่อนร่วมทีมและทุกคนในหน่วยงานเป็นอย่างมาก

เนื่องจากใบหม่อนไม่เหลือญาติแล้วหัสนัยและหัวหน้าหน่วยจึงเป็นคนจัดการเรื่องทำศพของใบหม่อน ทั้งวินัยและหัสนัยได้แต่อวยพรให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดีและถ้าหากใบหม่อนได้เกิดใหม่ก็ขอให้มีครอบครัวที่อบอุ่นไม่ต้องอยู่แบบโดดเดี่ยวเช่นนี้ ใบหม่อนที่ยืนดูร่างตัวเองถูกเผาไป พร้อมกับวิญญาณที่ล่องลอยเคว้งคว้างเธอหวังว่าจะได้พบกับคุณพ่อและคุณแม่แบบนี้เธอจะไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกแล้ว แต่นั่นมันแค่สิ่งที่เธอหวังเอาไว้ แต่ความจริงแล้ว

“โอ๊ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจ็บๆๆ ทำไมมันเจ็บแบบนี้ นี่เราโดนยิงตาย มันเจ็บถึงวิญญาณเลยหรือไง”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักในรอยทราย
9.1
มินทราภาต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่เมื่อถูกชายปริศนาบุกรุกเข้าหาถึงในห้องพักโรงแรม แม้เธอจะพยายามป้องกันตัวแต่กลับพบว่าเขาคือแขกคนสำคัญ ความเข้าใจผิดนำไปสู่ความสัมพันธ์อันซับซ้อน เมื่อจอมโอหังอย่างเจ้าชายคริสตินเริ่มมีใจให้สาวงามที่เขาเคยสบประมาท เขาจึงวางแผนพาเธอไปยังดินแดนของตนเพื่อพิสูจน์รักแท้ ทว่ามินทราภากลับถูกลักพาตัวไปหมายเอาชีวิตท่ามกลางทะเลทรายอันกว้างใหญ่ ทั้งคู่ต้องร่วมกันฟันฝ่าอันตรายเพื่อรักษาชีวิตและความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้น
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นมากกว่าชายพิการ
7.9
มันหอมหลงเข้าไปอยู่ในร่างใหม่ขณะเก็บเห็ดบนภูเขา แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอต้องช่วยชายหนุ่มปริศนาหนีเสือจนตกเขาไปด้วยกัน เมื่อฟื้นขึ้นมาเธอพบว่าเขาบาดเจ็บหนักทั้งขาหัก ตาบอด และจำอะไรไม่ได้เลย ทว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ทั้งคู่ต้องแต่งงานกันตามประเพณีเพราะผิดผีป่าผีเรือน หากไม่ตบแต่งจะเกิดอาเพศต่อหมู่บ้าน ท่ามกลางความวุ่นวายในโลกแฟนตาซีและกลิ่นอายอีสาน เธอจะเอาตัวรอดในฐานะภรรยาของชายพิการผู้ลึกลับคนนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สามี ข้าจะเลี้ยงดูท่านเอง
8.2
หวังฉีหลิน ผู้เชี่ยวชาญการเกษตรวัย 25 ปี จบชีวิตลงพร้อมความฝันที่ยังไม่เป็นจริง แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างหญิงชาวนาชื่อเดียวกันที่มีภาระหนักอึ้ง ทั้งสามีป่วยติดเตียงและลูกแฝดวัยซน ครอบครัวของเธอถูกบ้านหลักกดขี่และขับไสส่งหลังสามีบาดเจ็บ อีกทั้งร่างเดิมยังตายเพราะถูกทำร้ายขณะแย่งชิงโสมล้ำค่า ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและหินสีรุ้งลึกลับ เธอจึงต้องลุกขึ้นสู้เพื่อปกป้องครอบครัวใหม่และสร้างชีวิตที่เคยฝันไว้ในโลกใบนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย สตรีแกร่ง หลินซูเหมย
8.2
อมิตา นักมวยสาวฝีมือฉกาจจบชีวิตลงขณะช่วยพลเมืองดีจากโจรปล้นทรัพย์ ทว่าวิญญาณของเธอกลับข้ามภพมาเข้าร่าง หลินซูเหมย คุณหนูห้าผู้ขี้โรคแห่งสกุลหลินในเมืองหนานอัน ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตจากการถูกลอบผลักตกสระน้ำด้วยวัยเพียงสิบห้าปี เมื่อนักสู้สาวต้องมาอยู่ในร่างที่เคยถูกพี่สาวและบ่าวไพร่รุมกลั่นแกล้ง เธอจึงตัดสินใจใช้ทักษะแม่ไม้มวยไทยจากชาติก่อนมาฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่ง เพื่อลุกขึ้นสู้และปกป้องคนสำคัญในโลกใบใหม่นี้ด้วยความกล้าหาญ