
สวยเก่งอย่างฉันไม่ง้อคุณหรอก
ตอน 3
คำพูดจบลงเพียงเท่านี้ หยุยเอินหันหน้าและเดินจากไป เธอฉีกหน้าเขาซะขนาดนี้ ก็คงไม่สามารถจะนอนเตียงเดียวกับเขาได้อีกต่อไปแล้ว
แต่ทว่า จู่ ๆ ก็มีแรงจากด้านหลังดึงตัวเธอกลับมาที่เตียงอย่างดุเดือด ร่างของชายสูงใหญ่พละกำลังมหาศาลกดตัวเธอไว้ใต้ร่างของเขา
หยุยเอินดิ้นรน เธอพูดขึ้นว่า “คุณยอมรับข้อตกลงการหย่าไปแล้วไม่ใช่เหรอ? เเล้วตอนนี้คุณจะทำอะไรอีก?”
มุมปากของถิงหย่วนกระตุกเป็นเส้นโค้งที่เยือกเย็น “ก็คุณบอกว่า คุณขายตัวให้ผมแล้ว งั้นผมจะมีเหตุผลที่จะไม่นอนได้ยังไง”
หยุยเอินกัดริมฝีปากของเธอแน่น……
จูบอันร้อนแรงของถิงหย่วนแทบจะเรียกได้ว่า เป็นจูบที่บ้าคลั่ง ราวกับว่าเขาอยากจะกลืนกินหยุยเอินไปทั้งตัว
กระดูกไหปลาร้า ไหล่ ริมฝีปาก
ทั้งหมดล้วนเกิดร่องรอยจากการแก้แค้นของถิงหย่วนทั้งสิ้น
ภายใต้ความปรารถนาอันแรงกล้าของเขา หยุยเอินก็เข้าใจเเล้วว่าที่ถิงหย่วนพูดนั้นก็ถูก ในเมื่อเธอประเคนให้เขาถึงขนาดนี้ เเล้วถ้าเขาไม่นอนกับเธอ มันก็จะเสียเปล่า
ฝู้ถิงหย่วนหน้าตาดีหุ่นก็เซี๊ยะ ความสามารถในด้านนั้นก็ยอดเยี่ยมมาก หลังจากที่เธอหย่ากับเขาเเล้ว เธอคงจะหาผู้ชายที่เพียบพร้อมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ทำไมถึงไม่สนุกไปกับมันซะล่ะ?
เธอยกแขนเรียว ๆ ของเธอขึ้น โอบกอดรอบคอของถิงหย่วนไว้ แล้วเข้าไปตามเเรงปรารถนาอย่างเร่าร้อน
ต่อมาเธอถึงกับพลิกตัวเเล้วกดร่างของถิงหย่วนไว้ด้านใต้ตัวของเธอ
ชีวิตแต่งงานสามปีของเธอกับถิงหย่วนนั้น เธอไม่เคยกล้าที่จะเร่าร้อนได้ถึงขนาดนี้มาก่อน ปกติเเล้วเธอจะขี้อาย เธอเป็นคนที่เก็บอารมณ์อยู่ และนิ่งเงียบอยู่เสมอ ทั้งในด้านการใช้ชีวิตและเรื่องบนเตียง
ดังนั้นการกระทำของเธอในครั้งนี้ทำให้ถิงหย่วนตัวแข็งทื่ออยู่ชั่วครู่ สุดท้ายชายชาตรีก็อดกลั้นไว้ไม่ไหว ลมหายใจของถิงหย่วนนั้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อหยุยเอินได้ยินเข้า ใบหน้าและใบหูของเธอก็แดงฉาน ใจเธอมุ่งมั่นและแน่วแน่ จับหน้าของเขาขึ้นมาจูบ……
ในคืนนี้เธอกับถิงหย่วนปรองดองกันอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอได้เริ่มที่จะเร่าร้อนกับเขาหรือเปล่า
รุ่งสาง เมื่อหยุยเอินตื่นขึ้นมา ถิงหย่วนก็ไม่อยู่ที่บ้านแล้ว สงสัยเขาคงจะออกไปพบทนายแล้วล่ะ
หลังจากที่เธอล้างหน้าแปรงฟันอย่างเงียบ ๆ เสร็จเเล้ว เธอก็ไปทานอาหารเช้า เเละนั่งรอถิงหย่วนอยู่ในห้องรับเเขก เพราะทั้งคู่ได้นัดกันไว้ตอนเเปดโมงครึ่ง
หยุยเอินรอมาตั้งแต่แปดโมงครึ่งจนถึงเก้าโมง เเต่ถิงหย่วนก็ยังไม่ปรากฏตัว
เเล้วเธอก็รอต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง จากนั้น หยุยเอินก็เลยต้องโทร. หาเขา “อีกนานไหมกว่าคุณจะถึงบ้าน?”
ถิงหย่วนตอบเธอเบา ๆ “ผมอยู่ที่เมืองฮาร์น่า”
“ว่าไงนะ?” หยุยเอินตกใจมาก พอหายตกใจเธอก็รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา “คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่า จะเซ็นใบหย่าตอนแปดโมงครึ่งน่ะ?”
“โครงการทางนี้มีปัญหานิดหน่อย ผมเลยรีบมาตั้งแต่เช้าตรู่เเล้ว เรื่องหย่าไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ถ้าไม่มีอะไรจะวางสายแล้วนะ” น้ำเสียงของถิงหย่วนเยือกเย็น พอพูดจบเขาก็วางสายไปทันที
หยุยเอินบีบโทรศัพท์ที่อยู่ในมือ จากนั้น ไฟโกรธก็ปะทุขึ้นออกมาจากอก
สำหรับเขาแล้ว เธอจะมีหรือไม่มีตัวตนอยู่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ ดังนั้นเรื่องใหญ่อย่างเรื่องหย่า เขาก็ปล่อยเธอให้รอเก้อได้สบายอยู่เเล้ว
หยุยเอินนั่งอยู่ในห้องรับเเขกอีกสักพักถึงจะสามารถปรับอารมณ์ได้เป็นปกติ จากนั้น เธอก็นั่งแท็กซี่ไปที่บ้านซูหนิงเพื่อนสนิทของเธอ
ซูหนิงเป็นดาราสาวชื่อดัง ใบหน้างดงามสดใส
เมื่อได้ฟังหยุยเอินพูดว่า เธอตัดสินใจจะหย่ากับถิงหย่วนแล้ว ซูหนิงก็กอดเธอไว้แน่น “ยินดีด้วยนะ อีกไม่นานก็พ้นทุกข์เสียที”
หยุยเอินได้ฟังคำพูดที่เกินจริงของซูหนิง เธอถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว แต่เธอมองออกว่า ซูหนิงไม่พอใจกับการแต่งงานของเธอกับถิงหย่วนในครั้งนี้เท่าไหร่นัก
ซูหนิงเทไวน์แดงให้หยุยเอิน แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันเคยโน้มน้าวเธอมาตั้งนานแล้ว ให้หนีไปจากเขาตั้งแต่ตอนอายุยังไม่มาก แบบนี้ถึงจะมีต้นทุนไปเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง”
“ฉันรู้จักหนุ่มหล่อเนื้อแน่นมากมายในวงการ หลังจากที่เธอหย่าแล้ว ฉันจะแนะนำให้รู้จักนะ”
หยุยเอินรีบส่ายหัว “อย่า ๆ ๆ ฉันไม่อยากคบกับพวกดารา แล้วก็ไม่อยากแต่งงานใหม่แล้วด้วย”
พอพูดถึงตอนท้าย ท่าทางของหยุยเอินดูมืดหม่นลงเล็กน้อย ชีวิตเเต่งงานสามปีของเธอกับถิงหย่วนนั้น ทำให้เธอเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
ซูหนิงอุทานด้วยความเสียดาย “จริงเหรอ? เธอสวยเหมือนดอกไม้ เเถมยังมีความสามารถอีกด้วย ถ้าไม่มีความรักเลย มันก็จะประหลาดเกินไปหน่อยนะ”
หยุยเอินก้มมองไปที่ไวน์แดงในแก้วแล้วพูดพึมพำ “ผู้ชายมีดีอะไรกันนะ? สู้เอาเวลาไปมุ่งมั่นทำธุรกิจจะดีกว่า”
เธอก็อยากพิสูจน์ให้เห็นประจักษ์ว่า เเม้ว่าเธอจะแยกทางกับถิงหย่วนแล้ว เเต่เธอก็ยังคงมีชีวิตที่ดีได้เช่นเดิม
คุณอาจจะชอบ





