ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เวียงเชียงรุ้งนครา สิเน่หาข้ามภพ

เวียงเชียงรุ้งนครา สิเน่หาข้ามภพ

ธารณ์ ศัลยแพทย์หนุ่มผู้เติบโตในต่างแดนต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อเขาหลุดมิติย้อนอดีตไปไกลหลายร้อยปีสู่ดินแดนโบราณที่เขาไม่รู้จัก ชีวิตพลิกผันยิ่งขึ้นเมื่อเขาหน้าตาเหมือนเจ้าชายที่กำลังประชวรหนักจนถูกบังคับให้ปลอมตัวแทนเพื่อว่าราชการ ทั้งที่เขายังพูดสื่อสารแทบไม่รู้เรื่อง นอกจากต้องรับบทหนักในวังหลวงแล้ว เขายังถูกลอบฆ่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยที่ไม่มีทักษะการต่อสู้เลย ท่ามกลางความขัดแย้งเขายังต้องพยายามหาทางกลับสู่โลกปัจจุบันให้ได้ก่อนที่จะเอาชีวิตไม่รอด
ตอน
แชร์

ตอน 2

จังหวัดเชียงใหม่ ปีพุทธศักราช ๒๕๖๐

สายธารนามว่าน้ำปิงไหลเรื่อยตามทิศทางการไหลของกระแสน้ำ ไม่ว่าโลกจะหมุนเปลี่ยนไปกี่ยุคกี่สมัย เทคโนโลยีจะก้าวล้ำธรรมชาติอันงดงามไปสักเท่าใด หากแต่สายธารแห่งธรรมชาตินี้ยังคงไหลหล่อเลี้ยงผู้คนไม่เคยหยุดนิ่งสักครา

ณ รีสอร์ตหรูริมสายน้ำแห่งนี้ มีชายคนหนึ่งนอนทอดอารมณ์เล่นที่เก้าอี้ตากอากาศมองธรรมชาติแห่งสายน้ำด้วยความดื่มด่ำ บรรยากาศยามค่ำคืนทำให้ภาพแม่น้ำปิงที่ถูกทำลายจากฝีมือมนุษย์ทุเลาความรุนแรงลงมากโข พระจันทร์ทอแสงสาดส่องกระแสน้ำเกิดเป็นประกายระยิบระยับราวกับจะสะท้อนภาพของดวงดาวที่ลอยเด่นอยู่บนฟากฟ้า เป็นความความสวยงามของธรรมชาติที่หลายคนละเลยที่จะหยุดยืนมองเพราะมัวแต่ก้าวตามหาสิ่งที่เรียกว่าความก้าวหน้า จนลืมที่จะมองรากฐานแห่งชีวิตคือแหล่งธรรมชาติเหล่านี้ ชายหนุ่มรู้สึกเสียดายสายนทีที่โดนมนุษย์ทำร้ายสายนี้เหลือเกิน เขาอยากรู้นักว่าก่อนที่โลกนี้จะเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเยี่ยงทุกวันนี้ สายน้ำในครั้งก่อนจะงดงามมากกว่าที่เห็นอยู่ในตอนนี้สักเพียงใด

หากย้อนเวลากลับไปเห็นได้...ก็คงจะดีเหมือนกัน

“เป็นอะไรนะเรา” ธารณ์ เรแกน พูดกับตัวเองเบาๆ เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆ เขาก็มีความรู้สึกรักและผูกพันกับสายน้ำแห่งนี้อย่างหาเหตุผลไม่ได้ แม้ว่าเขานั้นจะมีสายเลือดชาวไทยไหลเวียนอยู่ในตัวเต็มเปี่ยมหากแต่เขาใช้ชีวิตที่ต่างประเทศมาตั้งแต่ยังเด็ก ชีวิตการเรียน เพื่อนฝูง หน้าที่การงานของเขาล้วนอยู่ต่างแดนทั้งนั้น ไม่มีเหตุผลใดๆ เลยที่จะทำให้เขามาเมืองไทยถึงปีละสี่ครั้งนอกจากว่านึกอยากมานอนมองสายน้ำแห่งนี้ในยามค่ำคืน สาบานได้ว่าที่เขาอยู่เมืองไทยทุกวันนี้เพราะเหตุผลเท่านี้จริงๆ

เขารู้เรื่องราวของตนเองเพียงว่า เขาเป็นเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไม่มีใครรู้จักพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา สามีภรรยาชาวอเมริกันคือโจนาธานและเอลิซาเบธมาขอรับเขาไปเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่ยังแบเบาะ ทั้งสองพาเขาไปอยู่อเมริกาในตอนนั้น เขาจึงเติบโตมากับภาษาและวัฒนธรรมที่นั่นโดยที่แทบจะไม่รู้จักเมืองไทยเลย

จนเมื่อเขาโตเป็นหนุ่มเข้าเรียนแพทย์ใหม่ๆ พ่อบุญธรรมของเขาได้พามาเที่ยวเมืองไทยเป็นครั้งแรก ท่านอยากให้เขาได้เห็นบ้านเกิดของตัวเอง ท่านทั้งสองพาเขามาเที่ยวที่เชียงใหม่และพักที่รีสอร์ตริมน้ำปิงแห่งนี้ในครั้งแรกที่มา ตอนนั้นเขารู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่กับวัฒนธรรมและสถานที่ที่ได้ชื่อว่าบ้านเกิดของตัวเองมาก จากที่ไม่รู้อะไรและไม่ได้สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยเลยก็ทำให้เขาสนใจเมืองไทยมากขึ้น และพยายามศึกษาภาษาไทยจนพอที่จะพูดได้ หลังๆ เขาก็มาเมืองไทยเองคนเดียวได้ และเขาก็มาที่เชียงใหม่ทุกครั้งที่มีโอกาส โดยที่เขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือแรงดึงดูดที่ทำให้เขามาที่นี่ รู้แต่ว่ามาทีไรก็มาที่รีสอร์ตนี้ทุกครั้งไป

มีเรื่องตลกเรื่องหนึ่งที่เอลิซาเบธและโจนาธานเคยเล่าให้เขาฟังเมื่อมานั่งเล่นกันที่เก้าอี้ตากอากาศริมน้ำแห่งนี้พร้อมกันสามคนพ่อแม่ลูก เอลิซาเบธเล่าว่าเมื่อหลายปีก่อนนั้นเธอกับสามีมานั่งเล่นที่นี่ในตอนกลางคืน แล้วก็เห็นทารกนอนร้องไห้จ้าอยู่กลางพงหญ้าริมน้ำแห่งนี้ เอลิซาเบธจึงเข้าไปดูด้วยความตกใจว่าทำไมมีเด็กมานอนอยู่ที่นี่ได้ เมื่อเธอเห็นทารกน้อยคนนี้ก็ตกหลุมรักทันทีเพราะว่าเธอกับสามีนั้นมีลูกไม่ได้ เคยไปหาหมอทำเด็กหลอดแก้วมาหลายครั้งจนหมดความหวัง จึงมีความคิดที่จะเลี้ยงเด็กทารกคนนี้เป็นบุตรของตนเองโดยที่ไม่ตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงของเด็ก แม้ว่าโจนาธานจะไม่เห็นด้วยแต่ก็คัดค้านภรรยาสุดที่รักไม่ได้ เขาจึงต้องดำเนินการให้เพื่อนสนิทที่เป็นประธานมูลนิธิเด็กกำพร้าชื่อดังสร้างเอกสารเท็จเกี่ยวกับตัวเด็กคนนี้ขึ้นมาแล้วให้ทางมูลนิธิมอบเด็กให้เขาและภรรยารับไปอุปถัมภ์ในฐานะลูกบุญธรรมที่อเมริกา ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือตัวธารณ์นั่นเอง

หากแต่ธารณ์นั้นเชื่อว่านั่นเป็นเรื่องเล่าตลกๆ ของครอบครัวเพื่ออำเขาเล่นเท่านั้น จากวันนั้นจนถึงวันนี้วันที่เขาเรียนจบแพทย์มาแล้วมีหน้าที่การงานทำเรียบร้อย เขาก็มาเที่ยวที่นี่อยู่เสมอ เมื่อโจนาธานและเอลิซาเบธเสียชีวิตลงเขาก็รู้สึกเหงาและไม่เหลือใครอยู่อเมริกาเลย วูบหนึ่งเขาคิดว่าอยากมาใช้ชีวิตที่เมืองไทยเสียเหลือเกิน แต่ก็มีอีกความคิดหนึ่งขัดแย้งขึ้นมาว่าเขาชอบเมืองไทยมากก็จริงอยู่ แต่หากเขามาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่เขาจะต้องปรับตัวอีกหลายอย่าง อย่างน้อยก็เรื่องภาษาเป็นเรื่องแรก เขาจึงไม่รีบร้อนตัดสินใจนัก วัยของเขาผ่านมาเพียงแค่ยี่สิบห้าปีเท่านั้นเขายังเหลือเวลาในชีวิตอีกมาก อาจจะทำงานอีกสักหน่อย เรียนภาษาไทยให้เก่งกว่านี้มากๆ แล้วค่อยย้ายมาทำงานที่นี่ก็ได้ ระหว่างนี้ก็มาเที่ยวบ่อยๆ เท่าที่ใจต้องการก็พอ

ระหว่างที่นั่งดูอะไรเล่นๆ ไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น เขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่างผ่านเข้ามาในสายตา ที่ริมน้ำมีผู้หญิงแต่งตัวแบบล้านนาเหมือนพนักงานต้อนรับของรีสอร์ตแห่งนี้กำลังเดินลงน้ำไปอย่างเชื่องช้า เขากะพริบตาเพื่อมองอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่ได้ตาฝาด เมื่อยังเห็นภาพนั้นอยู่เขาก็ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติจิตใต้สำนึกในสมองสั่งการให้เขารีบเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้นให้ได้ เธอกำลังคิดสั้น!

“เฮ้... คุณ คุณจะทำอะไรน่ะ” เขาวิ่งเข้าไปใกล้และร้องถาม

หญิงสาวผู้นั้นหันหน้ากลับมามองเขาช้าๆ ภาพที่ประจักษ์แก่สายตาของชายหนุ่มทำให้เขาตกตะลึงจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นไปชั่วขณะ ใบหน้าของผู้หญิงในชุดล้านนาคนนี้สวยหวานงดงามจนยากจะถอนสายตา เธอหันมาที่เขา ใบหน้าหวานนั้นเพ่งมองเขาราวกับจะสะกดให้เขาจมดิ่งลงไปในความงดงามของเธอ แล้วสักพักหญิงสาวก็หันหลังให้ ไม่สนใจเขาอีกต่อไป เธอก้าวเดินลงน้ำอีกครั้งอย่างเชื่องช้า

“คุณคิดจะ...จะอะไรวะ” ธารณ์เกาหัวแกรกๆ นึกอยากเตะตัวเองที่นึกคำพูดเป็นภาษาไทยไม่ออกในยามหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้

“Suicide ภาษาไทยเขาเรียกว่าอะไรวะอ้อ... นึกออกแล้ว เฮ้ นี่คุณหยุดนะ คุณจะฆ่าตัวตายเหรอคุณ ไม่ได้นะ” เขาตะโกนเรียกหญิงสาว แต่เหมือนว่าเธอจะไม่ได้ยินเขาจึงไม่หันกลับมามองอีก หรืออีกนัยหนึ่งเธอมีความพยายามที่จะฆ่าตัวตายมากจนไม่สนใจคนทัดทานอย่างเขา

ธารณ์คิดว่าตอนนี้การเกลี้ยกล่อมคงช่วยอะไรไม่ได้เพราะเธอคงไม่คิดจะฟังเขานับตั้งแต่วินาทีที่ตัดสินใจจะฆ่าตัวตายแล้ว อีกอย่างคือภาษาไทยของเขาคงไม่แข็งแรงพอที่จะเจรจากับหญิงสาวในสถานการณ์ที่คับขันอย่างนี้ได้ทันการณ์แน่ หมอหนุ่มจึงตัดสินใจวิ่งลงน้ำตามหญิงสาวลงไปหมายจะลากคนสวยแต่คิดสั้นขึ้นมาจากน้ำแล้วสั่งสอนถึงคุณค่าแห่งชีวิตเสียให้เข็ด คนอื่นเขาดิ้นรนอยากมีชีวิตอยู่อีกเป็นพันๆ ล้านคน ตัวเองกลับอยากตาย อย่างนี้มันใช้ได้เสียที่ไหน

ดูเหมือนว่าธารณ์จะตัดสินใจช้า เพราะกว่าเขาจะวิ่งตามไปคว้าร่างบางนี้ไว้ทัน เขากับเธอก็ยืนในน้ำแทบมิดหัวเสียแล้ว แถมแม่สาวล้านนาหน้าหวานยังไม่ยอมให้เขาจับขึ้นมาจากน้ำง่ายๆ กลับแข็งขืนดึงดันเดินลงไปในน้ำลึกกว่าเก่าจนทั้งคนช่วยและคนถูกช่วยจมลงไปกับสายน้ำ ธารณ์ดำน้ำไปจับตัวเธอมาและใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดดึงร่างบางขึ้นมาเหนือน้ำพยายามที่จะลากร่างของหญิงสาวเข้าฝั่ง แต่น่าแปลกที่แรงของคนที่ออกกำลังกายอย่างหนักสม่ำเสมออย่างเขากลับแทบสู้เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ไม่ได้เลย

เขาล็อกตัวหญิงสาวเอาไว้แน่น แต่เธอกลับมีเรี่ยวแรงพอที่จะดันตัวเองและเขาไปยังตำแหน่งที่ลึกกว่าเก่า ธารณ์รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะหมดอากาศหายใจเพราะกลั้นหายใจในน้ำมานานเกินไปแล้ว เขาพยายามที่จะลอยตัวขึ้นเหนือน้ำเพื่อสูดเอาอากาศหายใจ หากแต่แขนเรียวเล็กของเธอกลับดึงเขาไว้มั่นพร้อมกับดึงร่างของชายหนุ่มให้จมลงไปในสายน้ำลึกกว่าเดิม

‘ตายล่ะ เจ้าหล่อนไม่ได้คิดจะตายคนเดียวเสียแล้ว’ เขาคิด

ภายใต้กระแสธารอันเย็นเฉียบ ธารณ์ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่ามีแสงสว่างเรืองรองขึ้นมาทั่วบริเวณรอบตัวเขาและเธอ ผมที่เคยยาวสลวยมันวับยามต้องแสงจันทร์ของแม่สาวล้านนาบัดนี้สยายพลิ้วปลิวไปตามกระแสน้ำ แต่ผมบางส่วนของหล่อนลอยมาพันคอเขาเอาไว้ เขาพยายามเพ่งมองใบหน้าหวานสวยอีกครั้ง แต่ก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นใบหน้าบิดเบี้ยวน่าหวาดกลัวราวกับผีร้าย ดวงตากลมโตแดงก่ำจ้องมองเขาไม่ลดละ ธารณ์ใจหายวาบพยายามจะคิดว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้เป็นความฝัน แต่เหตุการณ์มันก็ทำให้เขารู้สึกตัวอยู่เสมอว่ามันน่าจะเป็นความจริง เพราะมีเครื่องยืนยันที่เด่นชัดที่สุดคืออาการเหมือนจะขาดใจตายที่แสนทรมานนี้

เขากำลังจะตายจริงๆ เพราะช่วยคน!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย ข้าคือดาวมงคลน้อยหลินลู่ฉี
9.0
เมื่อยมทูตหน้าใหม่ดึงวิญญาณมาผิดดวง เพื่อรักษาไว้ซึ่งสมดุลของโลกวิญญาณ หลินลู่ฉีผู้มีปราณมงคลในยุคปัจจุบัน จึงถูกส่งไปยังต่างโลก สวมร่างเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่เพิ่งถูกงูกัดตายด้านหลังอารามเต๋า เจ้าอาวาสไม่อาจยอมรับวิญญาณสวมร่างได้ แต่เมื่อขับไล่วิญญาณร้ายออกจากร่างกายไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขับไล่คน ออกจากอารามแทน ++++ "อนิจจาวาสนาเด็กน้อยได้ดับสิ้นลงแล้ว จี้คงเตรียมพิธีสวดส่งวิญญาณให้นางเถอะ" นักพรตเฒ่าสั่งการลูกศิษย์ตัวน้อย หันหลังหมายจะเดินกลับไปยังที่พักของตน "ขอรับท่านอาจารย์" จี้คงขานรับคำสั่ง หันไปเตรียมสิ่งของสำหรับทำพิธีสวดส่งวิญญาณผู้ตาย ทว่าผ่านไปเพียงอึดใจเดียว "อ๊ากกก ! มีผี !" เสียงกรีดร้องดังลั่น ร่างเล็ก ๆ ของเขาวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังผู้เป็นอาจารย์ "จี้คงมีอะไร" "นะนางลืมตาขอรับท่านอาจารย์" เด็กน้อยชี้นิ้วสั่น ๆ ไปที่ศพบนพื้น "ว่าอย่างไรนะ" นักพรตเฒ่ารีบตรงไปคุกเข่าอยู่ด้านข้างศพ เห็นเปลือกตาของนางขยับไปมา ก่อนจะปรือลืมขึ้นอย่างลำบากยากเย็น "นี่มัน...เป็นไปไม่ได้" รีบคว้าข้อมือของเด็กน้อยมาจับชีพจรดู ดวงตาของนักพรตเฒ่ามืดมนลงในทันที แตะนิ้วทำนายชะตา นี่มันคือการสลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ ดึงตัวลูกศิษย์ถอยหลังไปสามก้าว "ผีร้ายตนไหนกล้ามาสวมร่างคนตาย จงออกไปเสีย !" ผีร้ายที่ว่ากำลังมึนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า จำได้ว่าเธอกำลังขับรถกลับบ้าน ใช่แล้ว เกิดอุบัติเหตุขึ้น มีรถบรรทุกเสียหลัก พุ่งมาชนรถของเธอ จากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบไป ท่าทางเหม่อลอยไร้สติของนางทำนักพรตเฒ่าหวาดระแวงในทันที เตรียมหยิบยันต์ป้องกันภูตผีออกมา ขณะที่เด็กน้อยยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นเพ่งมองอย่างประหลาดใจ ดวงตาคู่กลมน้อยกลอกกลิ้งไปมาอย่างสับสน นิ้วมือสั้น ๆ นี่มันอะไร ขยับปลายเท้าเข้าหากัน ขาก็สั้น พลิกฝ่ามือตัวเองไปมา สีหน้าคล้ายคนอยากร้องไห้ นี่มันโลกถล่มใส่หัวของเธอหรืออย่างไรกัน เปรี๊ยะ ! ยันต์ขับไล่ภูตผีถูกปาใส่นางสุดแรง ก่อนที่มันจะปลิวร่อนลงไปกองอยู่บนพื้น ยันต์ไม่เกิดการเผาไหม้ ผีร้ายยังคงอยู่ในร่างกายของเด็กน้อย "เจ้า ๆ ๆ ออกไปจากร่างของนางเดี๋ยวนี้ !" นักพรตเฒ่าชี้นิ้วพร้อมดึงยันต์สายฟ้าฟาดออกมาอีกแผ่น นี่นับเป็นยันต์ที่ทรงพลังที่สุดของเขาแล้ว รีบปาใส่เด็กน้อยสุดแรง เปรี๊ยะ ! ทว่าไร้ผลอยู่ดี... ตาเฒ่านี่เล่นตลกอะไรกัน... [นิยาย3เล่มจบ 252ตอน]
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าจะเกี้ยวท่านเอง
9.8
วิญญาณเร่ร่อนได้รับโอกาสเกิดใหม่ในร่างของอันจิ่งเถียน สตรีอาภัพที่ถูกอดีตคู่หมั้นอย่างหวงเจี่ยวหลงทิ้งขว้างอย่างไม่ใยดี ทว่านางจำเป็นต้องมีปราณมังกรจากเขาเพื่อประคองวิญญาณให้คงอยู่และตามหาตัวตนที่แท้จริง ภารกิจยั่วยวนบุรุษปากร้ายผู้แสนรังเกียจนางจึงเริ่มต้นขึ้น แม้เขาจะมองว่านางคือสตรีมารยาที่ใช้เล่ห์กลอาคมอันน่ารังเกียจเพียงใด แต่นางผู้เป็นตัวแม่ด้านมารยาก็พร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อมัดใจเขาให้จงได้ ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกภูติผีและเวทมนตร์คาถาที่เต็มไปด้วยความขบขัน
หน้าปกนวนิยาย หวามรักในรอยทราย
7.8
น้ำตาลตัดสินใจเดินทางกลับสู่อารันดาตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ เพื่อพบกับชี้คฟีรอสชายหนุ่มผู้มั่นคงในรักต่อเธอ ทว่าค่ำคืนแรกกลับเกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อเธอถูกลักพาตัวจากห้องนอนไปตื่นขึ้นในกระโจมกลางทะเลทราย พร้อมกับร่างโชกเลือดของชี้คหนุ่มที่นอนหมดสติอยู่เคียงข้าง ท่ามกลางอุปสรรคและหญิงสาวมากมายที่จ้องจะแย่งชิงเขา น้ำตาลต้องพิสูจน์ว่าความรักและความเชื่อใจของเธอจะแข็งแกร่งพอที่จะฟันฝ่ากระแสลมร้อนและอันตรายในดินแดนแห่งนี้ไปได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ตัวอย่าง1
9.0
เมื่อโลกแฟนตาซีถูกคุกคามด้วยภัยร้ายที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน การเดินทางครั้งสำคัญเพื่อกอบกู้ความสงบสุขจึงเริ่มต้นขึ้น ตัวเอกผู้ออกผจญภัยต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคอันตรายและการต่อสู้ที่ดุเดือดในดินแดนที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์และปริศนา ท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาต้องรวบรวมความกล้าและทักษะทั้งหมดที่มีเพื่อเอาชนะศัตรูและปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดเอาไว้ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปในมหากาพย์การผจญภัยครั้งนี้