
ไฟรักบัลลังก์ทมิฬ
ตอน 3
เมืองแฮรีสเบิร์ก ริมฝั่งแม่น้ำซัวควิฮานน่า
ภายในห้องนอน
ร่างสูงใหญ่ของราเชนทร์ บัดนี้กำลังนอนหลับสนิทบนเตียงอันหนานุ่มที่เขานอนแล้วรู้สึกอบอุ่นมากไปกว่าโรงพยาบาลหลายเท่า ชายหนุ่มออกจากโรงพยาบาลมาได้อาทิตย์เศษๆ และอยู่ในระหว่างการหยุดพักผ่อนเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศ เพราะอีก 1 สัปดาห์นับจากนี้ไปเขาจะต้องเก็บตัวฝึกซ้อมพร้อมเดินสายแข่งขันตามโปรแกรมที่ถูกจัดขึ้นทั้งปี
ท่ามกลางความเงียบสงัด และความเย็นที่เกิดจากอากาศต้นฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกำลังผลัดใบสู่ความเขียวชอุ่มแทนใบเก่าที่ค่อยๆ ร่วงลงไปกับพื้น เสียงคล้ายคนละเมอดังออกมาจากห้องนอน จากเสียงที่ฟังเหมือนหลับฝันไปแต่ฝันนั้นทำให้เจ้าของร่างถึงกับมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้า ทั้งๆ ที่อากาศในยามนี้ยังจัดว่าเย็นอยู่มิใช่น้อย
“ใครเรียก! เรียกผมทำไม! เรียกทำไม!” เสียงละเมอของราเชนทร์ ดังออกมาเหมือนเขากำลังได้ยินหรือเห็นอะไรสักอย่าง พร้อมเสียงร้องตะโกนโวยวายดังขึ้นสุดเสียงดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ไป!” ร่างของราเชนทร์ ลุกขึ้นนั่งจากที่นอนอันหนานุ่มของเขาทันที เหงื่อเม็ดใหญ่ขึ้นเต็มใบหน้าของเขาไปหมด เสียงหายใจหอบถี่เหมือนคนที่ผ่านการออกแรงอย่างเหน็ดเหนื่อย จนทำให้เขาหายใจหอบออกมาแบบนั้น
ชายหนุ่มหันกลับไปมองรอบๆ ตัวเขา สายตามองไปที่นาฬิกาที่ติดอยู่ฝาผนัง บอกเวลาตีสามเศษๆ ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นเสยผมสีดำที่ตัดเข้ารูปมาอย่างดี พร้อมเป่าปากออกไปอย่างแรงเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเป็นเพียงความฝันไม่ใช่เรื่องจริง
“ตีสามแล้ว เฮ้อ! ที่แท้เราก็ฝันไป ฝันบ้าบออะไร! เพ้อเจ้อสิ้นดี!” ชายหนุ่มพูดพร้อมลุกขึ้นจากเตียงนอน ร่างสูงที่ใส่เพียงกางเกงนอนขายาวเพียงตัวเดียว เผยให้เห็นแผงอกหนา ทั้งกว้างและกำยำเพราะเป็นนักกีฬา เดินตรงเข้าไปยังห้องน้ำส่วนตัวในห้องนอนของเขา
มือหนาเปิดน้ำลงในอ่างล้างหน้า พร้อมวักน้ำที่อยู่ในอ่างขึ้นลูบไล้ใบหน้าของเขาเพื่อให้คลายจากความง่วงนอน ใบหน้าหล่อคมคาย เมื่อถูกหยาดน้ำเกาะพราวยิ่งเพิ่มความเย้ายวนใจให้แก่ใบหน้าของเขาเป็นเท่าตัว มือใหญ่ควานหาผ้าขนหนูเพื่อซับใบหน้าให้สะอาด พร้อมเงยหน้าขึ้นมองกระจกใบใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเขา
“เฮ้ย!” ราเชนทร์สะดุ้งจนสุดตัวทันที เมื่อสายตาของเขามองเห็นภาพบางอย่างในกระจกตรงหน้าแทนที่มันควรจะเป็นใบหน้าของเขา
กระจกตรงอ่างล้างหน้าของเขา ปรากฏภาพให้เห็นเมืองขนาดใหญ่มหึมา มีแม่น้ำสีฟ้าครามขนาดใหญ่ไหลผ่าน เบื้องหลังมองเห็นพีระมิดอยู่ไกลลิบ ทั่วบริเวณมีแต่ทรายสีทองอร่าม และคนกลุ่มใหญ่สองกลุ่ม วิ่งปะทะเข้าหากันเหมือนกำลังทำสงคราม หน้าตาแต่ละคนช่างน่ากลัว บ้างมีผิวดำทะมึน และบ้างก็มีผิวสีน้ำตาลเพราะเกรียมแดด ทั่วบริเวณเต็มไปด้วยฝุ่นทรายฟุ้งกระจาย ศพชายฉกรรจ์นอนตายเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด และเสียงร้องโหยหวนของผู้หญิงและเด็ก ดังก้องระงม
ภาพดังกล่าวที่ปรากฏให้ราเชนทร์เห็นกับตา สร้างความตกตะลึงให้แก่เขาจนยืนนิ่งอยู่กับที่ ถึงกับทำอะไรไม่ถูก และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเขามองเห็นร่างของบุรุษแต่งกายแปลกประหลาด ปรากฏขึ้นท่ามกลางสงครามอันดุเดือดเดินฝ่าผู้คนนับหมื่น มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมแสงเรืองรองกระจายล้อมรอบร่างของบุรุษปริศนาคนนั้น จนแม้แต่ราเชนทร์รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าเขาไม่ใช่คนธรรมดา เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังก้องขึ้นมาทันที พร้อมมือขวาของบุรุษผู้นั้นที่มีอะไรบางอย่างอยู่ในมือ ยกขึ้นชี้มาทางชายหนุ่ม
“เจ้าคือคนที่ข้าเลือก! อาณาจักรแห่งนี้รอคอยเจ้าอยู่! ไม่ว่าเจ้าจะรับอาณาจักรแห่งนี้ของข้าหรือไม่ เจ้าก็ไม่มีทางที่จะปฏิเสธข้าได้ เพราะข้าได้เลือกเจ้าแล้ว เจ้าจะต้องมาหาข้าอย่างแน่นอน” บุรุษแต่งกายประหลาด พูดพร้อมเหวี่ยงสิ่งที่อยู่ในมือของเขาออกมาจากในกระจก ซึ่งมีอยู่ด้วยกันถึง 3 อัน
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของราเชนทร์ เมื่อเห็นบุรุษแต่งกายประหลาดเหวี่ยงของที่อยู่ในมือซึ่งมีถึง 3 อัน พุ่งออกมาจากกระจกตรงมาหาเขาด้วยความเร็วจนมองตามไม่ทัน ชายหนุ่มทำได้แต่เพียงยืนนิ่งงันอยู่กับที่ด้วยความตกตะลึง
“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!” เสียงของหนักตกลงกับพื้นดังสนั่น แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ในมือของผู้ชายที่อยู่ในกระจกมีจริง ราเชนทร์ถึงกับตาเหลือกค้างขึ้นมาทันที พร้อมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายที่อยู่ในกระจก เห็นชายคนนั้นยืนยิ้มให้กับเขา พร้อมภาพเมืองใหญ่มหึมาที่เต็มไปด้วยพีระมิด ดับวูบหายไปทันที และคำพูดสุดท้ายของชายลึกลับที่ทิ้งเป็นปริศนาให้เขาต้องคิดตาม
“ข้ารอเจ้าอยู่ราเมนเซท เจ้าจะต้องมาหาข้าอย่างแน่นอน”
“พรึ่บ!”
“หาย! หายไปแล้ว! เกิดอะไรขึ้น! นี่มันเกิดขึ้นให้เห็นเต็มสองตาเราเลยเหรอเนี่ย เป็นไปได้อย่างไง” ราเชนทร์ พูดพร้อมค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งยองๆ เพื่อก้มลงเก็บสิ่งของประหลาดที่ชายลึกลับปรากฏให้เขาเห็นอยู่ในกระจกก่อนจะเหวี่ยงออกมา
ชายหนุ่มนั่งมองวัตถุ 3 สิ่งซึ่งมีรูปร่างที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรด้วยความพิศวง สิ่งหนึ่งดูคล้ายแส้และอีกสิ่งหนึ่งมีรูปร่างคล้ายไม้เท้าด้ามงอ อีกสิ่งมีรูปร่างเหมือนงูกับนกอยู่ด้วยกัน ทั้งสามสิ่งมีสีทองเหลืองอร่าม ถ้าไม่เห็นกับตาตัวเองที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อครู่ เขาจะไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดแต่ในเมื่อเขาเห็นและรับรู้อยู่เพียงคนเดียว แล้วจะมีใครบ้างที่จะเชื่อในสิ่งที่เขาเห็น ราเชนทร์กล่าวออกมาทันทีเมื่อเขาหยิบวัตถุสองสิ่งขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ
“นี่มันเรียกว่าอะไรกัน ทำไมมีรูปร่างประหลาดๆ สีทองไปหมดเลย ทำด้วยทองคำอย่างนั้นเหรอ แล้วจะรู้ได้อย่างไงวะเนี่ย ไอ้สิ่งที่อยู่ในมือของเรามันเรียกว่าอะไร แล้วมันออกมาจากกระจกได้ยังไง ถ้าจะไปเล่าให้ใครฟังเขาจะพากันเชื่อเราหรือเปล่าวะ” คิ้วเข้มของเขาขมวดเข้าหากันทันที ด้วยความสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา
สมองของราเชนทร์สั่งการออกมาทันที ว่าถึงอย่างไรเขาต้องรู้ให้ได้ ว่าสิ่งที่เขาเห็นในกระจกมีสาเหตุเกิดจากอะไร สายตาของชายหนุ่มมองไปยังวัตถุสามสิ่งที่อยู่ในมือเขา คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเริ่มคลาย เมื่อเขาคิดออกแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป
“มันไม่ยากเกินกว่าคนอย่างราเชนทร์ที่จะรู้หรอก” ชายหนุ่มพูดพร้อมยกวัตถุสามสิ่งที่อยู่ในมือของเขาขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เมื่อเขารู้ว่าจะหาข้อมูลได้จากที่ไหน
สถาบันสมิธโซเนี่ยน (Smithsonian Institution)
“คุณว่าอะไรนะ! ของทั้งหมดนี้นะเหรอทำมาจากทองคำแท้ ราคาประเมินไม่ได้” เสียงร้องถามของราเชนทร์ แฝงไปด้วยความตกใจกับสิ่งที่เพิ่งได้ยิน
“ใช่แล้ว! ของโบราณอายุน่าจะไม่ต่ำกว่า 4000 ปี และทำมาจากทองคำแท้ๆ แบบนี้ คำนวณตามความเก่าแก่และฝีมือของคนในสมัยโบราณที่ทำออกมา มันประเมินค่าไม่ได้หรอกคุณไบรอัน”
“ถึงขนาดนั้นเหรอ” ชายหนุ่มถึงกับอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อในเมื่อเจ้าหน้าที่ของสถาบันยืนยัน
ร่างสูงใหญ่ของราเชนทร์ สุรสีห์ ไวลด์ ในชุดลำลองสบายๆ ยืนสูงตระหง่านคร่อมโต๊ะทำงานของเจ้าหน้าที่ในสถาบันสมิธโซเนี่ยน ซึ่งดูแลรับผิดชอบในพิพิธภัณฑ์แสดงศิลปะและประวัติศาสตร์ของทวีปแอฟริกา ซึ่งเขารู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความแปลกใจของเจ้าหน้าที่สถาบัน เมื่อเห็นท่าทางตกใจของเขา
“คุณไบรอันตกใจอะไร ผมนึกว่าคุณจะรู้ซะอีก ว่าของที่คุณนำมาให้ผมช่วยตรวจสอบมันเรียกว่าอะไรและมาจากไหน คุณไม่ได้สั่งซื้อวัตถุโบราณพวกนี้เพื่อเอามาสะสมเหรอครับ แต่ถ้าคุณซื้อมาไว้เพื่อสะสมคุณเสี่ยงต่อการที่จะถูกรัฐบาลอียิปต์ เรียกเอาสมบัติของชาติเขากลับคืนมากนะ”
“เปล่า! ผม...ผมไม่ได้ซื้อมาไว้สะสม แล้วรัฐบาลอียิปต์จะมาเรียกร้องกับผมทำไม” ชายหนุ่มตอบปฏิเสธตามความเป็นจริง
“อ้าว! แล้วคุณไปได้วัตถุโบราณของอียิปต์มาได้อย่างไงครับ คุณรู้หรือเปล่าว่าไอ้วัตถุโบราณสามสิ่งนี้ อันที่มีรูปร่างคล้ายแส้หรือคนอียิปต์ในสมัยโบราณ จะเรียกว่าไม้นวดขาว เป็นสัญลักษณ์อำนาจอันยิ่งใหญ่ ส่วนอีกอันไม้เท้าด้ามงอ คล้ายตะขอ เป็นสัญลักษณ์การปกครองที่มีอิทธิพลสูงส่ง ส่วนอันสุดท้ายคล้ายรัดเกล้าหรือที่เรียกว่ามงกุฎ ที่มีสัญลักษณ์เป็นรูปพญางูศักดิ์สิทธิ์ซึ่งคนอียิปต์ในสมัยโบราณเรียกว่าเทวีวัดเจ็ดแห่งอาณาจักรไอยคุปต์ล่าง และรูปนกแร้งสัญลักษณ์ของเทวีเน็คเบ็ตแห่งอาณาจักรไอยคุปต์บน ทั้งสามสิ่งที่คุณเอามาให้ผมตรวจสอบ มันคือสัญลักษณ์ของกษัตริย์อียิปต์ในยุคโบราณนะคุณไบรอัน”
“ของโบราณสามอย่างนี้นะเหรอ เป็นของกษัตริย์อียิปต์ในสมัยโบราณ!” ราเชนทร์ รำพึงออกมาทันที สายตาก้มลงมองวัตถุโบราณที่เขาเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นของโบราณเก่าแก่ และยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นของกษัตริย์อียิปต์ในสมัยโบราณ
“คุณไบรอัน! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมยืนนิ่งไม่ยอมพูดอะไรเลย” เจ้าหน้าที่สถาบันพูดพร้อมมองหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความแปลกใจ
“เออ...เปล่า แค่ตกใจที่คุณบอกผมว่า ของทั้งหมดที่ผมเอามาให้คุณตรวจสอบเป็นของกษัตริย์อียิปต์ในสมัยโบราณ” ราเชนทร์ พูดตอบกลับไปตามความรู้สึกของเขา พร้อมถามเจ้าหน้าที่สถาบันในสิ่งที่เขาควรจะทำต่อไป
“คือว่าของทั้งหมดนี้ผมไม่ได้ซื้อ แต่มัน....” ชายหนุ่มหยุดคิดไปชั่วขณะว่าจะพูดตามความเป็นจริงหรือจะเลี่ยงไปอย่างอื่นดี จึงจะฟังแล้วดูเข้าท่า ขืนพูดตามที่เขาเห็นเมื่อคืน ถ้าไม่ถูกหาว่าบ้าก็ต้องเพี้ยนแน่ๆ ก่อนจะตัดสินใจพูดเลี่ยงไปเป็นอย่างอื่น
“เออของทั้งหมดนี้ผมได้รับจากแฟนคลับที่ชอบการเล่นกีฬาของผม เออ...คือ...คือผมได้รับทางไปรษณีย์และผมก็ไม่เคยเปิดดูเลย เพราะติดการแข่งขัน มันนอนอยู่ในกล่องพัสดุผมก็ไม่รู้ว่านานเท่าไร ผมก็จำไม่ได้ จนผมป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลตามที่เป็นข่าวนั่นแหละ เลยได้พักผ่อนอยู่กับบ้าน ถึงเพิ่งมีเวลาดูข้าวของภายในบ้าน พอเปิดเห็นไอ้เจ้าของสามสิ่งนี้เมื่อคืน ผมก็เอามาให้คุณดูนี้แหละ แล้วผมจะต้องทำแบบไหนต่อไปดีล่ะ” ราเชนทร์ ถามหาทางออกกับเจ้าหน้าที่สถาบันทันที
เจ้าหน้าที่ของสถาบัน ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที คนบ้าอะไรจะส่งของโบราณมีค่ามหาศาลมาให้ทางไปรษณีย์ ไม่รู้หรือว่าของพวกนี้จะทำให้คนธรรมดากลายเป็นมหาเศรษฐี นอนอยู่บนกองเงินกองทองไปกินไม่รู้กี่ชาติถึงจะหมด หรือถ้าคิดในทางกลับกันนักกีฬาชื่อดังที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้ กำลังปิดบังแหล่งที่มาวัตถุโบราณนี้ก็ได้และไม่รู้จักข้าวของโบราณ ถึงได้หอบของโบราณเหล่านี้มาให้เขาตรวจสอบ ความคิดบางอย่างแวบขึ้นในสมองขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดเป็นเชิงเออออตามชายหนุ่มไปด้วย
“อ๋อ! เป็นแบบนี้เอง ผมก็ว่าคุณแปลกๆ ดูไม่รู้อะไรเลยเพราะถ้าเป็นคนที่ชอบสะสมวัตถุโบราณต้องรู้ว่าของพวกนี้ มันคืออะไรและมีคุณค่าทางด้านโบราณคดีแค่ไหน ยิ่งเป็นของที่เกี่ยวกับกษัตริย์ในสมัยโบราณของอียิปต์ ถ้ารัฐบาลอียิปต์รู้ประเทศของเขาต้องเรียกร้องเอาสมบัติชิ้นสำคัญของกษัตริย์กลับสู่ประเทศแน่นอน คุณไบรอันรู้อะไรไหม ถ้ามีใครรู้ว่าคุณมีวัตถุโบราณมูลค่ามหาศาลอยู่กับตัวแบบนี้ ท่าทางชีวิตคุณจะวุ่นวายน่าดู” เจ้าหน้าที่สถาบัน พูดพร้อมถอนหายใจออกมาเบาๆ แต่สายตากลับแฝงอะไรบางอย่างเมื่อรู้ว่า ราเชนทร์ไม่มีความรู้เกี่ยวกับวัตถุโบราณอย่างแน่นอน ก่อนจะเงยหน้าเมื่อได้ยินเสียงห้าวของเขา
“ชีวิตผมนะเหรอจะวุ่นวาย แล้วเขามีสิทธิอะไรถึงจะเข้ามาวุ่นวายกับผม” ราเชนทร์ ถามสวนกลับไปทันที
“ของโบราณที่คุณได้รับ พวกพ่อค้าวัตถุโบราณมันชอบ ถ้าพวกมันรู้ก็จะพยายามที่จะซื้อไปให้ได้ แล้วเอาไปขายต่อในราคามหาศาล ถ้ามันซื้อไม่ได้มันก็จะขโมย และอีกหลายวิธีที่พวกมันจะทำขอแค่มันรู้ว่าวัตถุโบราณอยู่ที่ไหน ยิ่งถ้าไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับของโบราณเหมือนคุณไบรอัน ยิ่งง่ายเพราะคนที่ไม่ชอบเล่นหรือสะสมของโบราณ บางทีให้ไปฟรีๆ หรือขายต่อให้ในราคาถูก เพราะเก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้อะไร สมบัติของประเทศอียิปต์สูญหายไปเยอะ เพราะเป็นของที่เต็มไปด้วยความเก่าแก่และมีมนต์ขลัง ที่สำคัญทองคำในสมัยโบราณเป็นทองคำบริสุทธิ์หายากมาก ทองคำในยุคปัจจุบันเทียบความบริสุทธิ์สู้ไม่ได้เลย”
ราเชนทร์ ยืนฟังเจ้าหน้าที่สถาบันด้วยความตั้งใจ ไม่เคยคิดเลยว่าของโบราณที่มาจากอียิปต์จะเป็นสิ่งที่คนสมัยใหม่อยากได้ไว้ครอบครอง ทั้งๆ ที่ ซื้อของโบราณพวกนั้นมาแล้วก็ไม่ได้ทำอะไร ตั้งเอาไว้ดูเล่นเฉยๆ
ชายหนุ่มไม่เคยสนใจของโบราณแต่ก็เคยอ่านมาบ้าง ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เคยเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์มาบ้างแต่ไม่เคยเห็นข้าวของที่มาจากอียิปต์ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ชีวิตเขาจะหมดไปกับการฝึกซ้อมและการเดินสายแข่งขันตลอด เพราะเขาเป็นนักกีฬามืออาชีพ หาเวลาไปเที่ยวเล่นไม่ค่อยมี แต่ภายในใจของเขาตอนนี้เขายอมไม่ได้ หากของโบราณที่เขาได้มาจากเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ถูกขายเปลี่ยนมือต่อๆ กันไป ก่อนจะเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ของสถาบัน
“แล้วถ้าผมจะนำของโบราณทั้งหมดนี้คืนให้แก่รัฐบาลอียิปต์ ผมทำได้ใช่ไหม”
“คุณไบรอันจะคืนของโบราณนี้ให้กับอียิปต์เหรอครับ” เจ้าหน้าที่สถาบันถามสวนกลับไปทันที
“ใช่ครับ!”
เจ้าหน้าที่ของสถาบัน นั่งมองหน้าราเชนทร์อยู่ชั่วครู่ สายตาจับจ้องมองวัตถุโบราณมูลค่ามหาศาลที่อยู่ตรงหน้า ความคิดบางอย่างแล่นขึ้นมาในหัวทันที ถ้าหากเขาได้วัตถุโบราณตรงหน้า แน่นอนเงินจำนวนมหาศาลจะต้องลอยมากองตรงหน้าเขา เพียงแค่ติดต่อพ่อค้าวัตถุโบราณ ขี้คร้านจะรีบมาเดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำ และเขาจะสบายไปตลอดชาติไม่ต้องมานั่งทำงานในสถาบันให้มันเมื่อยอีกต่อไป ความคิดในด้านมืดแล่นเต็มหัวไปหมด พร้อมพูดอาสาทันที
“เดี๋ยวผมจะช่วยคุณเอง ผมจะติดต่อกับทางสถานทูตอียิปต์ให้ทางเจ้าหน้าที่ในพิพิธภัณฑ์ไคโรเดินทางมารับของโบราณทั้งหมดนี้กลับไปประเทศของเขา จะให้แจ้งว่าเป็นคุณไบรอันเป็นผู้มอบคืนหรือจะให้แจ้งในนามรัฐบาลสหรัฐ” เจ้าหน้าที่ของสถาบัน พูดพร้อมมองหน้าชายหนุ่มที่กำลังยืนฟังด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้แต่ตากลับมองไปทางของโบราณที่อยู่ตรงหน้าแทน
ราเชนทร์ ยืนกอดอกฟังเจ้าหน้าที่สถาบันแนะวิธีการส่งมอบคืนวัตถุโบราณให้กับรัฐบาลอียิปต์ สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าเจ้าหน้าที่สถาบัน กำลังยืนคิดว่าเขาควรจะให้สถาบันสมิธโซเนี่ยนเป็นธุระจัดการแทนในฐานะรัฐบาลสหรัฐส่งมอบของโบราณทั้งหมดคืนให้แก่ประเทศอียิปต์ซึ่งจะดีกว่าเขา แต่ท่าทางของเจ้าหน้าที่สถาบันที่กำลังมองของโบราณที่กองอยู่ตรงหน้า ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกสังหรณ์ใจบอกไม่ถูก แทนที่จะน่าไว้ใจทำไปทำมา ชักไม่เข้าท่าซะแล้ว
“เออ...เอาเป็นว่าผมเปลี่ยนใจ! ผมได้ของพวกนี้มาจากแฟนคลับที่ชื่นชอบในการเล่นกีฬาของผม เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไปหาดูที่อยู่ซึ่งเขาส่งพัสดุมาให้ผมแล้วติดต่อเขาให้มารับคืนไป หรือถ้ามันจำเป็นจริงๆ ผมจะเป็นคนส่งคืนให้แก่รัฐบาลอียิปต์เอง ขอบคุณสำหรับการบรรยายของโบราณทั้งหมดที่คุณทำให้ผมรู้ว่า มันคืออะไร ผมขอตัว” ราเชนทร์ พูดกระชับได้ใจความ พร้อมก้มลงใช้มือหนากวาดของโบราณทั้งหมดใส่ในกระเป๋าเอกสารทันที ท่ามกลางเสียงทักท้วงของเจ้าหน้าที่สถาบัน
“เดี๋ยวๆ คุณไบรอัน คุณไม่เห็นต้องลำบากถึงขนาดนั้นเลย คุณจะมาเสียเวลากับของโบราณพวกนี้ทำไม เวลาของคุณเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น แข่งขันนัดเดียว คุณก็ได้ค่าตัวไม่รู้กี่ล้านดอลลาร์แล้ว ของโบราณพวกนี้มันต้องใช้เวลาในการประสานงานและติดต่อหลายขั้นตอนเชียวนะ” เจ้าหน้าที่สถาบัน พูดจาหว่านล้อมราเชนทร์เพื่อให้คล้อยตาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่เป็นอย่างที่คิด
“ผมไม่เสียเวลา! แต่ผมไม่อยากเสียความรู้สึก ความโลภไม่เข้าใครออกใคร ในเมื่อของพวกนี้มาอยู่กับผม ผมคือคนที่ครอบครองเพราะฉะนั้นถ้าจะคืนเจ้าของเขาไป ผมควรจะทำหน้าที่นี้จะดีกว่าใครทั้งหมด” ทันทีที่ราเชนทร์พูดจบ ชายหนุ่มหันหลังกลับเดินออกจากห้องทำงานของเจ้าหน้าที่สถาบันคนดังกล่าวด้วยความรวดเร็ว โดยมีเสียงร้องถามของเจ้าหน้าที่สถาบันดังตามมาติดๆ
“คนไบรอัน! คุณจะไปไหนล่ะครับ ไม่เห็นจะต้องรีบร้อนกลับเลยนะครับ”
“ผมจะเอาของไปเก็บไว้บ้าน! เพราะผมมีประชุมทีมวันนี้” ชายหนุ่มตอบกลับมาโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
“โธ่โว้ย! เสือกจะมีอุดมการณ์อะไรขึ้นมาตอนนี้วะ พลาดเงินก้อนมหาศาลเลยกู” เจ้าหน้าที่สถาบัน ฮึดฮัดเป็นการใหญ่ เขาสบถออกมาอย่างหัวเสียเมื่อราเชนทร์ไม่หลงกลตามที่เขาคิดไว้ สายตายังคงมองตามกระเป๋าที่ชายหนุ่มใส่ของวัตถุโบราณล้ำค่าตาเป็นมัน
“ในเมื่อมันไม่หลงกลก็ไม่เป็นไร เรื่องอะไรวะของหายากแบบนี้ในรอบ 100 ปียังหาไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ 100 ปี ชาตินี้จะหาได้หรือเปล่าก็ไม่รู้” เจ้าหน้าที่สถาบัน แสยะยิ้มอย่างน่ากลัว มันกำลังคิดแผนการชั่วขึ้นในหัวสมองทันที สายตาของมันมองตามหลังราเชนทร์ ที่เดินออกจากประตูไม่กะพริบตา
คุณอาจจะชอบ





