หน้าปกนวนิยาย ของเล่น (3P)

ของเล่น (3P)

8.4 / 10.0
เมื่อความแค้นในอดีตผลักดันให้ไดมอนด์วางแผนแก้แค้นศัตรูผ่านน้องสาวอย่างเธอ เขาจึงท้าพนันกับแผ่นดินเพื่อนสนิทด้วยเงินห้าล้านบาทเพื่อพิชิตใจและปิดเกมรักนี้ภายในหนึ่งเดือน หญิงสาวที่ไม่เคยคาดคิดว่าต้องรับมือกับผู้ชายสองคนพร้อมกันกลับกลายเป็นหมากในเกมเดิมพันที่ยิ่งหนีก็ยิ่งถูกไล่ล่า ความสัมพันธ์ซับซ้อนแบบสามคนจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความสะใจและการชิงดีชิงเด่นของชายหนุ่มทั้งสองที่มองเธอเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งในสงครามประสาทครั้งนี้

ของเล่น (3P) ตอนที่ 1

07 : 30 น.

“ยัยพาย ยัยพาย เสร็จหรือยังลูก ตอนนี้มันสายมากแล้วนะ” เสียงของผู้เป็นแม่ร้องเรียกลูกสาวด้วยความรีบร้อน ในขณะที่หญิงสาวกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก

พระพายยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจก ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาบางๆ วันนี้เป็นวันแรกในการเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เข้าสู่สังคมใหม่ๆ

“เสร็จแล้วค่ะแม่” คนตัวเล็กตอบกลับ พลางรวบผมยาวสีดำสลวยมัดเป็นหางม้า แล้วหยิบแว่นตากรอบหนาขึ้นมาสวมใส่

“รีบไปกันเลย เดี๋ยวจะสายเอา”

“…..”

บนรถ

“ลืมอะไรหรือเปล่า เตรียมของหมดแล้วใช่ไหม?” แม่ทวนคำถามอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่แค่ลูกสาวที่รู้สึกแบบนั้น คนเป็นแม่ก็ดีใจไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าพระพายจะอายุสิบเก้าปีแล้ว แต่ในสายตาของคนเป็นแม่ ลูกก็ยังคงเป็นเด็กอยู่เสมอ

“เรียบร้อยแล้วค่ะ”

“นมกับขนมปัง แม่ใส่กระเป๋าไว้ให้แล้วนะ อย่าลืมกินด้วยล่ะ”

“ไม่ลืมค่ะแม่”

“ตั้งใจเรียนนะ เอาไว้ตอนเย็นเดี๋ยวแม่จะมารับ” ผู้เป็นแม่โน้มใบหน้าไปหอมแก้มลูกสาวด้วยความเอ็นดู 

“โอเคค่ะแม่ แล้วเจอกัน” พระพายตอบกลับ พร้อมกับเปิดประตูลงจากรถมา

Hugo University

ตึก ตัก ตึก ตัก เสียงฝีเท้าดังขึ้นอย่างเร่งรีบ พร้อมกับดวงตากลมโตที่สอดส่องมองไปรอบๆ บริเวณนั้นทันทีที่เดินมาถึงตึกคณะ แต่เธอก็ไม่เห็นบุคคลที่กำลังตามหา มือบางล้วงควานหาสมาร์ตโฟนในกระเป๋าสะพาย ก่อนจะต่อสายหาใครสักคน

ติ๊ดดดด ต่อสายเพียงไม่นาน ปลายสายก็กดรับ 

“ฮัลโหลดาหวัน ตอนนี้แกมาถึงหรือยัง?” หญิงสาวเอ่ยถามเพื่อนสนิท เมื่อไม่เห็นเพื่อนสาวตามที่ได้นัดกันไว้ ดาหวันคือเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมัธยมปลาย พอเข้ามหาวิทยาลัยก็ได้มาเรียนคณะเดียวกันอีก

(ใกล้ถึงแล้ว แกรอฉันอีกแป๊บนึงนะ อย่าเพิ่งไปไหน) ปลายสายตอบกลับด้วยความรีบร้อน

“แล้วแกจะให้ฉันยืนรอตรงไหน?”

(รออยู่ที่หลังตึก ตอนนี้ฉันกำลังเลี้ยวรถเข้ามอแล้ว)

“โอเคๆ รีบมานะ”

ติ๊ด! คนตัวเล็กกดวางสาย พร้อมกับเก็บสมาร์ตโฟนลงในกระเป๋า พลางรีบยกมือปิดจมูกเมื่อได้กลิ่นบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้งอยู่ข้างๆ 

มองไปรอบๆ เธอก็เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบ ที่นั่งอยู่ตรงนี้ก่อนแล้ว แต่ด้วยความรีบเธอเลยไม่ทันได้สังเกต พอมารู้ตัวอีกที ก็เป็นผู้หญิงคนเดียว ที่ยืนอยู่ในนั้น

ร่างบางหันไปมองยังต้นตอของกลิ่นนั่น พร้อมกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะเมื่อได้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของผู้ชายคนนั้น สีผมดำขลับตัดกับสันจมูกโด่งคมของเขา มันทำให้เธอหลุดเข้าไปในภวังค์ความหล่ออยู่ชั่วขณะ 

เมื่อรู้สึกว่ามีสายตากำลังจ้องมอง แผ่นดินจึงหันไปสบตากับเธอแบบตรงๆ ก่อนจะเห็นว่าเป็นหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่สวมใส่แว่นกรอบหนาเท่าก้นแก้ว ถึงแม้ว่าเธอจะเสื้อนักศึกษาตัวโคร่งพร้อมกระโปรงที่ยาวกับถึงตาตุ่ม มันก็ยังแสดงสัดส่วนโค้งเว้าของเธออยากชัดเจน

เมื่อได้สติคนตัวเล็กจึงก้าวถอยหลังเพื่อหนีจากกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อย่างรีบร้อน ก่อนจะเซถลาไปชนแผงอกแกร่งของใครสักครั้งที่ยืนอยู่ทางด้านหลัง โดยไม่ทันได้ระวัง

“อ๊ะ!” ริมฝีปากบางเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ พร้อมหันขวับไปมอง ก่อนจะพบว่าเป็นผู้ชายอีกคน รูปร่างสูงโปร่งบวกกับผมสีเท่าหม่น มันยิ่งทำให้คนตรงหน้าดูน่าเกรงขามมากขึ้นไปอีก

“…..” ดวงตาคู่คมของไดมอนด์จ้องมองคนตัวเล็กที่เพิ่งถอยมาชนเขาอย่างแรง

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” พระพายรีบกล่าวคำขอโทษ เมื่อเห็นสีหน้าหงุด

หงิดของเขา

“…..”

“เสน่ห์แรงนักนะมึง เปิดเรียนมาวันแรก ก็มีรุ่นน้องมาอ่อยถึงที่ซะแล้ว” ชายหนุ่มที่อยู่ในกลุ่มร้องแซว ก่อนจะมองหน้าของหญิงสาว กับเพื่อนชายสลับกัน

“อ่อย?” คนตัวเล็กทวนคำพูดนั้น ด้วยความไม่เข้าใจ เธอไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่อ่อยแบบที่เขาพูด

“เด็กปีหนึ่งหรอเราอ่ะ?” เพื่อนในกลุ่มเอ่ยถาม ทำให้ทุกคนที่นั่งอยู่บริเวณนั้น ต่างพากันหันมามองเธอเป็นตาเดียว

“ใช่ค่ะ” ร่างบางกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พลางกอดกระเป๋าสะพายไว้แน่น สายตาของพวกเขาที่มองมา มันทำให้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัย

“อยู่คณะอะไร?”

“คณะอักษรศาสตร์ค่ะ” คนตัวเล็กตอบกลับอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเรียนวันแรก เธอเลยยังไม่รู้จักใคร ในใจตอนนี้ ภาวนาให้เพื่อนสาวของเธอมาไวๆ จะได้รีบออกไปจากตรงนี้เสียที

“ขณะเดียวกันกับเมียมึงซะด้วย”

“…..” ไดมอนด์เอาแต่ยืนเงียบ จ้องหน้าเธออยู่แบบนั้น

“พูดถึงก็มาพอดี ตายยากฉิบ!” เพื่อนชายอีกคนพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นดาวแฟนสาวของไดมอนด์เดินมาพอดี

“นินทาอะไรฉันอยู่ อย่าคิดว่าไม่รู้นะ” ดาวถามอย่างหยอกล้อด้วยความสนิท ก่อนจะหอมแก้มแฟนหนุ่มต่อหน้าเพื่อนทุกคนเหมือนที่ชอบทำ แต่วันนี้ผิดปกติ เมื่อไดมอนด์ไม่ได้สนใจเธอเหมือนทุกวัน

“…..”

“ไดมอนด์คะ ไดมอนด์!”

“อะไร?” ชายหนุ่มถามกลับ พลางหันกลับไปมองที่แฟนสาว

“คุณมองอะไรอยู่คะ?”

“ยุ่งน่า” ไดมอนด์ตอบแบบไม่ใส่ใจ ก่อนจะละสายตาจากพระพายแล้ว

กลับมามองแฟนสาวของตัวเอง

“…..” เมื่อสบจังหวะ พระพายจึงรีบเดินถอยออกมาจากตรงนั้น

“ถ้าเหม็นกลิ่นบุหรี่แล้วจะมายืนใกล้ทำไม ถอยไปสิ” แผ่นดินจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความหงุดหงิดเมื่อคนตัวเล็กเดินเข้ามาใกล้ ในขณะที่เขายืนสูบบุหรี่อยู่แถวนั้นพอดี เขาเป็นเพื่อนสนิทกับไดมอนด์ คนที่เธอเดินชนเมื่อกี้

“เมื่อกี้เธอทำรองเท้าฉันเลอะ จะรับผิดชอบยังไง?” ไดมอนด์เดินเข้าหาคนตัวเล็กอย่างเอาเรื่องเพราะเมื่อกี้เธอเผลอเหยียบรองเท้าผ้าใบคู่โปรดที่เขาเพิ่งซื้อมาในราคาหลายหมื่น

“…..” ดวงตากลมโตหันซ้ายมองขวา เพราะไม่รู้จะไปทางไหน เมื่อผู้ชายทั้งสองต่างพากันจับจ้องหันมามองเธอเป็นตาเดียว

อ่านต่อ

สารบัญ ของเล่น (3P)

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย รอรักกลับมา
8.9
ตลอดสามปีในฐานะภรรยา ซูป้านเซี่ยทุ่มเทดูแลมู่หนานจืออย่างสุดความสามารถ แต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความหมางเมิน เมื่อคนรักเก่าของเขากลับมา ความสัมพันธ์ก็ยิ่งพังทลายจนเธอตัดสินใจขอหย่า แม้เขาจะปรามาสว่าเธอต้องซมซานกลับมาอ้อนวอน แต่เธอกลับเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใสในบาร์พร้อมเปิดตัวคนรักใหม่ ทิ้งให้มู่หนานจือที่เคยลำพองใจต้องเริ่มกระวนกระวาย เมื่อพบว่าผู้หญิงที่เคยรักเขาจนหมดใจ บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้เขาอีกต่อไปแล้ว
หน้าปกนวนิยาย รักร้าย มาเฟียลูกติด
8.3
แทนไท มาเฟียหนุ่มวัยยี่สิบเก้ากลายเป็นคนเย็นชาหลังถูกคนรักทิ้งไปหาชายที่รวยกว่าพร้อมลูกชายวัยเพียงหนึ่งเดือน ความแค้นผลักดันให้เขาสร้างอาณาจักรธุรกิจจนมั่งคั่งและมองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ จนกระทั่งเขาได้พบกับพรพระพาย เลขาสาววัยยี่สิบสองปีที่เพิ่งสูญเสียพ่อแม่จากอุบัติเหตุและต้องสู้ชีวิตด้วยตัวคนเดียว เธอเข้ามาทำงานในบริษัทของเขาและกลายเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเข้าถึงหัวใจของอาชิ ลูกชายวัยสามขวบผู้มีโลกส่วนตัวสูงและเฉลียวฉลาดให้กลับมาร่าเริงได้อีกครั้ง
ตอน
อ่านเลย
แชร์