ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว

ซีรีส์คู่รักข้างรั้ว

มะนาว ครูสอนโยคะผู้รักความเงียบสงบย้ายเข้าสู่บ้านหลังใหม่เพื่อเริ่มต้นชีวิตที่เรียบง่าย แต่ความฝันนั้นกลับถูกรบกวนโดย ภูผา วิศวกรหนุ่มจอมป่วนข้างบ้านที่สร้างเสียงดังและเรื่องน่าหงุดหงิดให้เธอไม่เว้นวัน แม้เธอจะพยายามปิดกั้นตัวเองจากความวุ่นวายของเขาเพียงใด แต่เมื่อเสียงเหล่านั้นเงียบหายไป หัวใจเธอกลับรู้สึกอ้างว้างอย่างน่าประหลาด รั้วที่เคยแบ่งเขตบ้านอาจตั้งตระหง่านอยู่เช่นเดิม แต่กลับไม่อาจขวางกั้นความรู้สึกที่เริ่มก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขาได้เลย
ตอน
แชร์

ตอน 2

“โอเคเรียบร้อย เดี๋ยวผมกลับไปต่อสายไฟรถต่อ ไม่งั้นค่ำนี้อดไปซื้อของให้ข้าวปั้น”

“ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ถ้าจะเทสต์ลำโพงอีก รบกวนเบา ๆ หน่อยนะคะ”

“ครับผม” เขารับปากแล้วหัวเราะ

มะนาวมองแผ่นหลังที่เดินข้ามรั้วกลับไปไม่วางตา

เย็นย่ำ ท้องฟ้าระบายสีส้ม มะนาวเอากระบวยไปรดน้ำสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน

“นี่สิ ชีวิตที่อยากได้”

ไม่นานรถกระบะคันหนึ่งก็เลี้ยวเข้ามาจอดซ้อนหน้าบ้านของเธอ จนรถเธอออกไม่ได้ ทำให้เธอต้องชะโงกไปดู

“โทษทีครับ ลงของแป๊บเดียว เดี๋ยวผมย้ายรถให้” ภูผาตะโกนข้ามรั้ว มือชูคีมเหมือนชูธงขอเวลา

“แป๊บเดียวของพี่กี่นาทีคะ”

“เอ่อ... ผมสัญญาว่าไม่เกินยี่สิบนาที!”

“สิบห้าค่ะ” เธอพ่นลมหายใจ หันกลับมารดน้ำต้นไม้อย่างพยายามใจเย็น

สิบห้านาทีผ่านไป รถยังอยู่อย่างมั่นคง พอดีภูผาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากในบ้าน

“ขอโทษครับ ผมย้ายเดี๋ยวนี้เลย”

“โอเคค่ะ คราวหน้าขออนุญาตก่อนนะคะ ฉันต้องออกไปซื้อของ” มะนาวพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ชัดเจน

“รับทราบครับ” เขายกมือทำความเคารพ

ค่ำวันเดียวกัน แหวนแก้ววิดีโอคอลมาในจังหวะที่มะนาวกำลังปิ้งขนมปัง

“เล่าเรื่องศึกข้างรั้ววันนี้ให้ฟังหน่อยว่าถึงไหนแล้ว” มะนาวยักไหล่

“มีเปิดเพลงกับจอดรถ แต่ก็มีน้ำใจมาช่วยยกของ”

แหวนแก้วยิ้มกว้าง

“เพื่อนบ้านหล่อไหม”

“อะไรของเธอนี่”

“ถ้าหล่อนิยายดี จีบเลย แกยังโสดนี่นา”

“ไม่เอา แค่เพื่อนบ้าน” มะนาวทำเสียงแข็งใส่

“ฉันย้ายมาเพื่อความสงบ แค่นี้ก็มากพอแล้ว”

“มีแฟนดีก็สงบได้นะนาว” แหวนแก้วยังพูดไม่ทันจบ ไฟทั้งบ้านก็กะพริบ แล้วดับวูบลงพร้อมกันทั้งซอย

ความมืดสนิทโอบล้อม เงียบเชียบ ปนความวังเวงนิด ๆ เพราะเธอยังไม่ชินกับที่อยู่ใหม่ ก่อนมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากข้างรั้ว ๆ

“มะนาว! โอเคไหมครับ” เสียงของภูผาดังชัดเจนท่ามกลางความมืด

“โอเคค่ะ” เธอรับคำเพราะว่าโทรศัพท์ของเธอแบ็ตก็ดันมาหมดพอดี

บ้านทั้งซอยยังจมอยู่ในความมืด เงาไม้ใหญ่พาดลงบนถนนแคบ ๆ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนดังแทรกมาเป็นระยะ ๆ มะนาวกอดแขนตัวเองเบา ๆ แม้จะไม่กลัว แต่ก็รู้สึกแปลกที่ความเงียบสนิทปกคลุมไปทั่ว

ทันใดนั้น แสงไฟฉายวูบผ่านรั้วไม้เข้ามา

“มะนาว คุณอยู่ตรงไหนครับ” เสียงของภูผาตะโกนถาม

“อยู่ตรงนี้ค่ะ” เธอตอบรับ นึกตำหนิตัวเองที่ไม่มีไฟฉายสักกระบอก ไม่มีเทียนไขสักเล่ม คิดว่ามีแค่โทรศัพท์ก็คงพอ แต่พอฉุกเฉินกลับไร้ประโยชน์สินดี

“โอเคครับ”

“ไฟดับทั้งซอยเลยใช่ไหมคะ”

“ใช่ครับ น่าจะหม้อแปลงมีปัญหา” ภูผาส่องไฟฉายขึ้นเหนือรั้ว

“ปกติแบบนี้กว่าจะกลับมาก็เกือบชั่วโมง”

“แย่จัง” เธอบ่น

“ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย”

“หิวแล้วสิ” ภูผาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้น

“ก็นิดหน่อยค่ะ”

“ผมทำบะหมี่ให้เอาไหมครับ”

มะนาวหัวเราะเบา ๆ

“ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็มีบะหมี่เหมือนกัน แค่ไม่อยากทำในความมืดน่ะค่ะ”

“เดี๋ยวผมยกเตามาไว้ใกล้รั้ว แล้วเรานั่งกินกันคนละฝั่งรั้วดีไหม คุณจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว”

“นั่งกินบะหมี่คนละฝั่งรั้วgsiv8t”

“ใช่ครับ โรแมนติกนะครับ” เสียงเขาขำในลำคอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเกรงใจ”

“ถ้าหิวก็บอกได้นะครับ” มะนาวเงียบไป แต่ริมฝีปากยกยิ้มจาง ๆ เธอเปลี่ยนเรื่อง

“แล้วพี่ซ่อมอะไรอยู่ตลอดเลยเหรอ เห็นทั้งเช้า ทั้งบ่าย ทั้งเย็น มีสายไฟเต็มมือ”

“ผมเรียนจบไฟฟ้ามาน่ะครับ ชอบซ่อมโน่นนี่ไปเรื่อย ของเสียอยู่ใกล้มือมันก็อดไม่ได้”

“แล้วลำโพงที่เปิดดัง ๆ นั่นก็ซ่อมเหรอคะ”

“ซ่อมจริง ๆ ครับ แต่ก็แอบเทสต์เพลงไปด้วย” เขาสารภาพเสียงเจื่อน

เงียบไปชั่วอึดใจ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืน แล้วภูผาก็เอ่ยเสียงนุ่มลง

“จริง ๆ ผมดีใจนะที่มีเพื่อนบ้านใหม่มาอยู่ตรงนี้ ก่อนหน้านี้เงียบเหงาไปหน่อย”

มะนาวชะงัก ใจเธอเต้นแรงอย่างไม่คาดคิด

“ฉันย้ายมาที่นี่เพื่อความสงบ ไม่ใช่เพื่อความวุ่นวายนะคะ”

“ครับ ผมเข้าใจ” เขารับคำง่าย ๆ

“งั้นผมจะพยายามเป็นเพื่อนบ้านที่เงียบ เท่าที่ทำได้” แสงไฟฉายสั่นเล็กน้อย เหมือนเขายกมือเกาศีรษะอยู่หลังรั้ว มะนาวแอบหัวเราะเบา ๆ แล้วถามกลับ

“แล้วถ้าพี่ทำเสียงดังอีกจะทำยังไงคะ”

“ก็จะยอมรับคำด่า แล้วหาของหวานมาง้อ”

“พูดเหมือนรู้จักฉันมานานเลยนะคะ”

“ก็เริ่มรู้จักแล้วไง” ประโยคนั้นทำให้หัวใจของมะนาวสะดุดกึก

ไม่นานเสียงรถกระบะของการไฟฟ้าก็แล่นเข้าซอยมา ไฟฟ้าสว่างวาบกลับคืนมาอย่างพร้อมเพรียง บ้านทั้งซอยสว่างจ้า

“เห็นไหมครับ ไฟมาแล้ว คืนนี้ได้กินข้าวแน่”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”

“ยินดีครับ” เขาพยักหน้า

“คืนนี้ฝันดีนะครับ”

หญิงสาวยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบสั้น ๆ

“ฝันดีค่ะพี่”

เธอหันหลังกลับเข้าบ้าน ใจยังเต้นแรงกับคำพูดง่าย ๆ ที่ลอดผ่านรั้วไม้เหมือนแสงไฟอุ่น ๆ ที่ยังคงส่องเข้ามาในหัวใจ

เช้าวันถัดมา อากาศสดใส ลมอ่อนพัดกลิ่นหญ้าตัดใหม่โชยมาปะทะจมูก มะนาวขับรถคันเล็กสีขาวกลับจากตลาด ตั้งใจจะนำรถเข้าจอดในบ้าน ทว่าภาพตรงหน้าทำให้เธอต้องเหยียบเบรกรถในทันที

รถกระบะคันสีดำของภูผาจอดเอียงกินพื้นที่จนล้ำเข้ามาเกือบครึ่งหน้าบ้านเธอ เหลือช่องแค่พอให้จักรยานลอดไปได้

มะนาวดับเครื่อง เดินลงจากรถ กอดถุงผักแนบอกแล้วมองไปทางรั้ว

“คุณภูผา!”

เสียงทุบเหล็กดังตึงตังจากในโรงรถฝั่งโน้น

“ครับ”

ประตูเล็กเปิดออก เผยให้เห็นภูผาในเสื้อกล้ามเปื้อนคราบน้ำมัน มือยังถือค้อนอยู่ เขามองหน้าเพื่อนบ้านสาวแล้วยิ้มกว้างทักทาย

“พี่จอดรถแบบนี้ ฉันเอารถเข้าบ้านไม่ได้ค่ะ” มะนาวชี้นิ้วไปที่กระบะคันสีดำ ภูผาหันไปมองก่อนยิ้มแหย

“โทษทีนะ รีบขนของเลยจอดแบบนั้น เดี๋ยวผมขยับให้”

“ตอนนี้เลยค่ะ”

“รับทราบครับ”

เมื่อทางโล่ง เธอรีบถอยรถเข้าบ้าน แต่ยังไม่วายหันไปพูด

“คราวหน้าถ้าจอดแบบนี้อีก ฉันจะเอากระถางต้นไม้เรียงไว้รอบ ๆ รถพี่เลย จะได้รู้สึกเหมือนอยู่ในสวนสาธารณะ” ภูผาหัวเราะลั่น เขารีบเดินตามมาที่รั้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เชลยสวาทชีคร้าย
8.4
กชนิภา...ตกเป็นของชีคใจร้ายด้วยความผิดที่ไม่ได้ก่อ ชีคอัสวาน...เห็นเธอเป็นเพียงเครื่องระบายความแค้น ความแค้นที่ลดลงในทุกๆ วัน และมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่ โดยไม่รู้ตัว... ... “อย่าทำอะไรพี่ชายฉันเลย ฉันไหว้ล่ะ พี่ชายฉันไม่ได้ลงมือข่มขืนด้วย อย่าลงโทษถึงตายเลยนะคะ” กชนิภาอ้อนวอนอัสวาน ยกมือไหว้ชีคผู้เหี้ยมโหดตามปากพูด อัสวานมองหญิงสาวที่กล้าต่อปากต่อคำกับตนทั้งที่พี่ชายตัวเองผิดด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนยกมือเป็นสัญญาณให้ลูกน้องหยุดลากตัวชายทั้งสองคน “แลกกับอะไรล่ะ” กชนิภาเงยหน้ามองคนพูด “เงินเหรอคะ คุณต้องการเท่าไหร่ ฉันจะหามาให้คุณค่ะ” อัสวานกระตุกยิ้ม นัยน์ตาประกายความเจ้าเล่ห์ “เงินฉันมีเยอะ เยอะจนฉันใช้ไม่ไหว แล้วฉันจะต้องการเงินจากเธอทำไม” “แล้วคุณต้องการอะไร บอกฉันสิคะ ฉันจะรีบหามาให้คุณ ขอแค่คุณอย่าทำอะไรพี่ชายฉัน ฉันยอมทุกอย่าง” “ฉันอยากได้ของที่ฉันไม่มีมากกว่า” “อะไรคะ คุณต้องการอะไร” เมื่อมีโอกาส กชนิภารีบคว้า “ตัวเธอไงล่ะ ถ้าอยากให้พี่ชายเธอรอด เธอต้องเป็นนางบำเรอของฉัน” กชนิภาตกใจอ้าปากค้าง ดวงตาสั่นไหวเสมือนหัวใจที่เต้นเร็วแรง เธอไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ ประโยคที่ทำให้ ร่างกายทุกสัดส่วนแข็งทื่อ อาการตกใจไม่ได้เกิดแค่กชนิภาคนเดียว ยศวินก็ตกใจไม่คิดว่า อัสวานจะยื่นข้อเสนอนี้ “ฮะซีนจัดการ” ของแบบนี้ต้องมีแรงกระตุ้น ฮะซีนรู้คำสั่ง เขาลากตัวยศวินเข้าใกล้กรงจระเข้ ยศวินออกแรงทั้งหมดที่มีดิ้นรนหนี แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ในที่สุดยศวินถูกลากไปถึงกรงสัตว์ร้าย ฮะซีนเปิดช่องตรงกรงกำลังทำแบบเดียวกับที่ฮาริมทำกับโอดิล “โรสช่วยพี่ด้วย พี่ยังไม่อยากตาย ช่วยพี่ด้วยโรส” ยศวินร้องตะโกนลั่น ความกลัวอาบทั่วจิตใจ ไม่สนใจว่าการที่ตนรอดตายจะแลกด้วยสิ่งใด “จัดการมันฮะซีน” อัสวานเปล่งเสียงคำสั่ง อาดีบเดินเข้ามาช่วยฮะซีนยกร่างยศวิน “ฉันยอมแล้ว ฉันยอมแล้ว” กชนิภาเสียงสั่น “ฉันยอมคุณแล้ว คุณก็ต้องรักษาสัญญาด้วย” อัสวานกระตุกยิ้ม พอใจกับคำตอบ ซึ่งเขามั่นใจเกินร้อยว่า เธอต้องยอม แล้วก็เป็นไปตามที่เขาคาดเดาไม่ผิดเพี้ยน “คนอย่างฉันพูดคำไหนคำนั้น” อัสวานบอกสาวปากกล้า ก่อนพยักหน้าให้ลูกน้องที่ปล่อยร่างยศวินกับอนันต์ คนเป็นพี่ชายรีบคลานมาหาน้องสาว กอดรัดร่างกชนิภาไว้แน่นแล้วเอ่ยขอบคุณเบาๆ โดยไม่นึกถึงใจคนเป็นน้องสักนิดว่า จะรู้สึกอย่างไร เสียใจมากแค่ไหนที่ต้องใช้ร่างกายแลกชีวิตพี่ชาย “งั้นคุณก็ปล่อยพี่ชายฉันสิ” “ปล่อยแน่ แต่ต้องหลังจากที่เธอทำตามข้อตกลงซะก่อน แล้วฉันถึงจะปล่อยตัวพี่ชายเธอ” “คุณกลัวฉันเบี้ยว แล้วคุณไม่คิดเหรอว่าฉันจะกลัวคุณผิดคำพูด” กชนิภาโต้กลับทันควัน “ฉันไม่เดือดร้อนนะ กับการไม่ไว้ใจฉันของเธอ เพราะคนที่ตายไม่ใช่ญาติพี่น้องของฉัน แต่เป็นพี่ชายเธอ” อัสวานยักไหล่พูด ไม่แยแสใครทั้งสิ้น “ฉันเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ไม่มีตุกติกหรือเล่นแง่” กชนิภามองชายหนุ่มที่เป็นต่อตนทุกทาง อัสวานเหมือนผู้คุมเกม ไม่มีทางที่เธอจะต่อกรกับเขาได้ “ตกลงค่ะ คุณว่ายังไงฉันว่าตามนั้น” อัสวานกระตุกยิ้ม “ฉันจะให้พี่ชายเธอกับเพื่อนอยู่ที่นี่จนกว่าหน้าที่ของเธอจะเสร็จ แล้วฉันจะปล่อยมันสองตัว” กชนิภามองชายหน้าตาหล่อเข้มทว่าจิตใจโหดเหี้ยมทั้งน้ำตา เธอไม่เคยรู้สึกอดสูและตัวเองไร้ค่าเท่าวันนี้เลย แต่ถึงกระนั้นกชนิภาก็ไม่อาจต่อรองกับบุรุษที่ถือถ้วยรางวัลแห่งชัยชนะได้เลย กชนิภาเดินตามร่างสูงใหญ่ของอัสวานออกไปจากห้องใต้ดิน เพื่อทำหน้าที่นางบำเรอตามข้อตกลง
หน้าปกนวนิยาย หวงรัก
8.9
เมื่อความสัมพันธ์มาถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่อาจหวนคืน คำเตือนสุดท้ายจึงดังขึ้นเพื่อย้ำเตือนถึงผลลัพธ์ที่จะตามมา หากตัดสินใจก้าวข้ามเส้นแบ่งนี้ไป ทุกอย่างระหว่างเราจะไม่มีวันกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีกตลอดกาล นี่คือเรื่องราวความรักแนวโรแมนติกสมัยใหม่ที่สำรวจความเปลี่ยนแปลงของหัวใจและความเปราะบางของความผูกพัน เมื่อการกระทำเพียงครั้งเดียวอาจทำลายความคุ้นเคยที่เคยมีมาจนหมดสิ้นและเปลี่ยนสถานะของคนสองคนไปอย่างสิ้นเชิงในพริบตาเดียว
หน้าปกนวนิยาย ไม่เป็นตัวแทนอีกแล้ว ราชินีกลับมา
9.3
ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ฉันใช้ชีวิตในฐานะคู่หมั้นของเจตน์พัฒน์และน้องสาวที่พี่ชายรัก จนกระทั่งหทัยแฝดผู้พี่ที่ทิ้งงานแต่งไปกลับมาพร้อมคำลวงว่าป่วยหนัก เพียงครู่เดียวทุกคนก็หันไปเข้าข้างเธอ แม้ฉันจะถูกลอบทำร้ายด้วยแมงมุมพิษหรือถูกใส่ร้ายจนโดนเฆี่ยนตี พวกเขาก็มองว่าฉันเป็นแค่ตัวแทนไร้ค่าที่น่ารำคาญ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นเมื่อพวกเขาปล่อยให้ฉันห้อยอยู่ริมผาเพื่อรอความตาย ทว่าฉันรอดมาได้และเลือกจัดฉากจบชีวิตตัวเองเพื่อกลับมาล้างแค้นในฐานะวิญญาณที่คอยหลอกหลอนคนทรยศ
หน้าปกนวนิยาย บ้านของฉัน มันส์หยด
9.2
นีน่าและนีโน่เป็นพี่น้องบุญธรรมที่เติบโตมาในครอบครัวของสิงหากับเอมอร ทว่าความสัมพันธ์ที่ควรจะอบอุ่นกลับเริ่มบิดเบี้ยวเมื่อนีน่าก้าวสู่วัยสิบแปดปี เธอได้พบเห็นความลับดำมืดระหว่างแม่เลี้ยงกับพี่ชายอย่างไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อพ่อเลี้ยงเริ่มแสดงท่าทีคุกคามและแม่กับพี่ชายยังคงลักลอบทำเรื่องผิดศีลธรรม ความสับสนและตัณหาถาโถมเข้าใส่จนนีน่าเริ่มสูญเสียการยั้งคิด ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่มั่วซั่วและซับซ้อนเกินกว่าจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย สิงห์เกมสวาท
8.4
ภายใต้กติกาความสัมพันธ์ที่อนุญาตเพียงการกอดแต่ไร้ซึ่งความรัก มนสิชาต้องเผชิญกับแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน เมื่อกฤษฎิ์ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายมองออกว่าเธอซ่อนความต้องการและความไร้เดียงสาเอาไว้ สายตาคมที่จ้องมองและการสัมผัสอย่างใกล้ชิดทำให้หัวใจของเธอสั่นคลอนจนลมหายใจติดขัด ท่ามกลางบรรยากาศที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะ เธอจะเลือกเดินหน้าทำลายกฎเหล็กที่ตั้งไว้ หรือจะยอมถอยห่างก่อนที่ความรู้สึกจะถลำลึกไปจนกู้คืนไม่ได้ในเกมเสน่หาครั้งนี้