
คุณชายของใบหม่อน
ตอน 3
“หม่อนสวยจริงๆ เหรอคะ?” เธอถามคุณชายอย่างตื่นเต้นเพราะเวลานั้นยังไม่เห็นลุคใหม่ของตัวเอง
“มาดูกระจกสิ” เขาเรียกให้เธอมายืนดูกระจกในที่ที่เขายืนอยู่ เพื่อให้เธอสามารถมองเห็นความสวยของตัวเองได้ชัดเจน
“ว้าว~”
“สวยใช่ไหมล่ะ?”
“คุณชายว่า หม่อนสวยถูกใจคุณชายภูริหรือยังคะ?” เธอไม่พูดเปล่าหมุนตัวให้อีกคนดู แต่ไม่ทันระวังส้นสูงที่ใส่อยู่ขาจึงพลิก “อุ๊ย!”
หมับ!
ทว่าโชคยังดีที่ชายร่างสูงคว้าเอวบางของเธอไว้ได้ทัน เธอจึงไม่หงายหลังไปซะก่อน “ระวังด้วย” เขาพูดเสียงนุ่ม
“ค่ะคุณชาย”
“หม่อนต้องทำให้ไอภูริเปลี่ยนใจมาชอบหม่อนได้แน่ อย่าพึ่งท้อนะ”
“...” เธอเงียบและไม่ได้ตอบอะไรกับไป เพราะตอนนี้เธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจว่าเขาจะชอบเธอได้ แต่ในใจก็ไม่เคยนึกท้อและคิดจะเลิกชอบเขาสักวินาที
“เราลงไปข้างล่างกันเถอะ เผื่อคนอื่นรอเราอยู่...”
“ค่ะคุณชาย”
ชั้นล่างของบ้าน...
เมื่อทั้งคู่เดินลงมา ก็เห็นว่ามีคนนั่งรออยู่ที่ห้องโถงใหญ่กลางบ้านถึงสองคน นั่นคือคุณชายใหญ่และคุณชายเล็กของบ้าน จะเหลือก็แต่คุณพ่อของทั้งสามหนุ่มที่ยังไม่ลงมาจากห้อง
“ว้าว ได้สาวสวยควงไปงานจริงๆ ด้วยแฮะ” ภูดิทพี่ใหญ่พูดขึ้นเมื่อเห็นว่าใบหม่อนนั้นสวยผิดหูผิดตาไปจากเดิมที่เห็นทุกวัน
“เธอเป็นคนสวยอยู่แล้ว แต่งนิดแต่งหน่อยก็สวยแล้วครับ”
“หม่อนสวยไหมคะคุณชาย^^” ใบหม่อนเดินไปเสนอหน้าให้คุณชายภูริที่นั่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ให้มองดูความสวยของเธอ เพราะต้องการจะได้รับคำชมจากเขา แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เขาไม่ได้ตะลึงกับความสวยของเธอเลยสักนิด
“อย่างเธอใช้คำว่าสวยไม่ได้หรอก...แล้วนี่จะไปออกงานด้วยกันจริงๆ เหรอ แต่งตัวไม่แมทกันสักนิด สีไปคนละทางเลย...”
“แต่ว่าชุดของหม่อน เข้ากันกับชุดของคุณชายเลยนะคะ^^” เธอพูดด้วยรอยยิ้มและท่าทางสดใสเช่นเดิม แม้ว่าอีกคนจะพูดจาไม่น่ารักใส่
เขาก้มมองชุดของตัวเองแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา ที่สีชุดของตนเข้ากันกับชุดของสาวใช้อย่างที่เธอว่า...
“เสร็จกันแล้วใช่ไหม งั้นไปกันเถอะ”
“ผมขอไปเปลี่ยนชุดก่อนได้ไหมครับพ่อ”
“ชุดนี้หล่อแล้ว ไปกันเถอะ” คุณพ่อคนสุขุมพูดบอกกับลูกชายคนเล็กของเขาท่าทางอบอุ่น ก่อนจะเดินนำออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่นอกบ้าน
งานเลี้ยงบริษัท...
เมื่อเจ้างานมาถึงที่งาน แขกมากหน้าหลายตาที่มาถึงก่อนก็ต่างพากันหาโอกาสเข้าหาเพื่อที่จะได้พูดคุยกับเขา และหวังว่าจะได้ร่วมงานใหญ่ๆ ด้วยกันโดยให้บริษัทยักใหญ่ของคุณภาคภูมิหนุนหลังให้
“ยินดีครับ เชิญตามสบายได้เลยนะครับ ขาดเหลืออะไรบอกกับพนักงานเราได้เลยนะครับ..” ท่าทางที่นุ่มนวลและให้เกียรติคนอื่นเสมอของคุณภาคภูมิทำให้เขาเป็นที่รักของลูกน้องและผู้ร่วมลงทุนหลายๆ คนในงาน
“วันนี้คุณท่านดูหล่อเท่ห์จังเลยนะคะ” ใบหม่อนพูดชมนายใหญ่ของเธอท่าทางปลื้มปริ่ม แต่กลับถูกอีกคนเข้าใจผิด
“กับพ่อฉันก็จะไม่เว้นเลยเหรอ”
“อะไรกันคะ หม่อนก็แค่...”
“เกลียดจริงๆ เด็กชอบเถียง”
“หม่อนยังไม่ทัน...”
“นี่!...” เขาเหลือกตาใส่เพื่อให้เธอเลิกแก้ตัว และเงียบปากลงเพราะเสียงของเธอมันน่ารำคาญในความคิดของเขา
“หม่อนทำอะไรก็ผิด” คนตัวเล็กพูดบ่นงึมงำขึ้นอย่างน้อยใจ
ภูริเดินเบี่ยงตัวไปทางอื่นเพราะไม่อยากมองเห็นใบหม่อนอยู่ในสายตา แต่กลับกัน แม้ว่าใบหม่อนจะน้อยใจคุณชายคนเล็กแค่ไหนแต่ในโฟกัสของเธอก็ยังมีแค่เขา
“หิวหรือเปล่าหม่อน ของในงานหยิบกินได้เลยนะ” คุณชายใหญ่พูดบอกกับคนใช้สาวสวยหน้านิ่ง
“หม่อนกินอะไรไม่ลงหรอกค่ะ โดนดุอีกแล้ว...” เธอพูดปากคว่ำแต่สายตาก็ยังจ้องมองไปยังคนที่เธอชอบไม่เปลี่ยนโฟกัส
“นี่! ทำอะไรของคุณ กล้ามาแต๊ะอั๋งฉันเหรอ!” เสียงโวยวายของหญิงสาวดังมาจากทางที่ภูริยืนอยู่ ซึ่งเขาก็เป็นผู้ชายโรคจิตคนนั้นที่เธอยืนด่าอยู่อย่างไม่อายผู้คนในงาน
“เหอะ! ฉันเนี่ยนะ…”
“ไม่ใช่นะคะ ผู้ชายคนนี้ต่างหากที่จับก้นคุณ” ใบหม่อนเดินเข้ามาขวางหน้าคนที่เธอชอบเพื่อออกตัวปกป้องเขา พร้อมกับชี้นิ้วไปที่ชายโรคจิตตัวจริง
“นี่ยัยเด็กบ้า แกกล้ามาใส่ร้ายลุงฉันเหรอ?!”
“เธอคิดว่าก้นของเธอ มันดึงดูดมือของฉันให้ไปจับของสกปรกอะไรแบบนั้นเหรอ?” ภูริพูดพร้อมกับมองเหยียดรูปร่างของสาวตรงหน้าที่ดูไม่มีอะไรให้น่าสนใจเลยสักนิด ใบหม่อนที่เขามองว่าน่าเกลียดแล้วเธอยิ่งน่าเกลียดซะกว่า
“ไอบ้านี่!”
ซ่าส์!
เธอสาดไวน์ที่ถืออยู่ในมือใส่ภูริชายปากเสีย ทว่าใบหม่อนกลับบังเขาจนมิดเพื่อไม่ให้น้ำนั้นกระเด็นโดนเขาแม้แต่หยดเดียว
“ขอโทษนะครับ ผมว่ามีอะไรค่อยๆ คุยกันดีกว่า” ภูผาคนใจเย็นเดินเข้ามาห้ามทัพไว้เพราะเห็นว่าเรื่องเริ่มใหญ่กว่าแค่มีปากเสียงกัน
“แต่ว่าคุณชายภูริไม่ผิดนะคะ หม่อนเห็นกับตาเลยว่า...”
“ชั่งเถอะหม่อน ชั่งเถอะ” ภูผาพูดหยุดเธอไว้ ไม่ให้พูดความจริงต่อเพราะกลัวว่าเรื่องจะบานปลายและแขกในงานจะแตกตื่นมากไปกว่านี้
ส่วนคนที่ถูกกล่าวหานั้นก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่น้อย ที่โดนหญิงแปลกหน้าดูถูกว่าตนทำสิ่งน่ารังเกียจแบบนั้น ทั้งที่เขามั่นใจว่าตัวเองไม่ใช่คนตาต่ำและไม่ทำอะไรแบบนั้นแน่
“เปียกแขนเสื้อหมดเลย..” เสียงที่แฝงไปด้วยความเป็นห่วงของใบหม่อนพูดขึ้นพร้อมกับใช้ทิชชูเช็ดแขนเสื้อให้คนตัวสูง คุณชายคนที่เธอชอบสุดใจ
“ทำอะไรของเธอ?”
การกระทำน่าหงุดหงิดนั้นทำให้คุณชายคนเล็กต้องรีบสะบัดมือของเธอออกจากแขนเสื้อของเขา เพราะเวลานี้สภาพของเธอดูน่าสมเพชเป็นที่สุด แต่กลับมาห่วงภาพลักษณ์ของเขาที่โดนน้ำไม่กี่หยดกระเด็นใส่แขนเสื้อ
“เดี๋ยวหม่อนเช็ดให้ค่ะ แขนเสื้อคุณชายมันเลอะ”
“อย่ามาจับตัวฉัน” เขาพูดห้ามสาวคนใช้เสียงแข็ง แถมขมวดคิ้วไม่ชอบใจมองไปที่เธอ
“หม่อนก็แค่...”
“พอเถอะหม่อน ออกไปข้างนอกกับฉันดีกว่า” คุณชายกลางเจ้าของน้ำเสียงนุ่มนวลพูดบอกกับใบหม่อน
“แต่ว่า...”
“ไปเถอะ เดี๋ยวฉันยืนอยู่เป็นเพื่อนไอภูริมันเอง” คุณชายใหญ่พูดขึ้นเพราะรู้ว่าเธอเป็นห่วงน้องชายคนเล็กของเขา แต่เวลานี้เธอก็น่าเป็นห่วงไม่ต่างกัน ทั้งสภาพและจิตใจที่โดนน้องชายของเขาย่ำยีไม่รู้กี่ครั้ง และเนื้อตัวของเธอเวลานี้ก็เปียกปอนไปด้วยไวน์
ภูผาคว้าแขนของใบหม่อนเดินออกจากงานไป เพราะคิดว่าต้องพาเธอไปล้างเนื้อล้างตัวจากคราบไวน์สีเข้มที่ติดอยู่ทั้งบนใบหน้าสวย และเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่
ปุก!
“โอ๊ย ตีผมทำไมเนี่ย?”
“ขอบคุณเธอสักคำมันจะตายหรือไง ใบหม่อนอุตส่าห์ปกป้องแกนะ” พี่ใหญ่อดไม่ได้ที่จะพูดเตือนน้องชายถึงพฤติกรรมที่ไม่น่ารักต่อสาวคนใช้
“ผมไม่ได้ขอให้เธอช่วยสักหน่อย”
“ไอเด็กเวรนี่!” เขาง้างมือใส่น้องชายเมื่อเห็นว่าคนเย็นชาพูดตอบกลับเขาแบบนั้น
--------------------------------------------------------------------------
[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode]
[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]
คุณอาจจะชอบ





