
ขอความรักที
ตอน 2
“แม่ก็พูดเวอร์ไป ไม่เอาไม่พูดด้วยแล้ว รักไปอาบน้ำนอนดีกว่า”
ว่าแล้วก็ลุกขึ้นคว้ากระเป๋าสะพายก่อนจะเดินฮัมเพลงขึ้นห้องไปอย่างอารมณ์ดีกว่าทุกวัน
กรองแก้วได้แต่มองตามหลังแล้วส่ายหน้า ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับคำเกริ่นขอแต่งงานที่ลูกสาวเล่าให้ฟังเลยสักนิด ตราบใดที่ยังไม่ใช่การขอแต่งงาน ก็คงได้แต่หวังว่าความรักของร้อยรักในครั้งนี้จะลงเอยด้วยดี เพราะตนไม่อยากฟังถ้อยคำที่ว่า ‘แฟนรักทิ้งรักไปแล้วค่ะแม่’ อีกแล้ว ฟังทีไร ใจของคนเป็นแม่ก็เจ็บหนึบทุกครา คราวนี้ตนขอฟังอะไรที่มันดีๆ บ้างสักครั้ง
เมื่อวานยังรู้สึกว่ามันเป็นวันที่ดีอยู่เลย ทว่าความรู้สึกเหล่านั้นก็พลันหายวับไปกับตาเมื่อแสงอรุณของวันใหม่มาเยือน เพราะแทนที่จะเป็นวันที่ดีพ้องกับเสียงเรียกวันศุกร์ ตรงกันข้ามมันกลับเป็นวันซวยซ้ำซวยซ้อนของร้อยรัก เริ่มจากนาฬิกาไม่ปลุกจนเธอตื่นสาย พอออกจากบ้านนั่งแท็กซี่หวังไปถึงที่ทำงานให้เร็วที่สุด กลับต้องลงกลางทางเนื่องจากยางแตก เสียเวลาเรียกคันใหม่ที่กว่าจะได้ก็เล่นเอาเธอเหงื่อตก
“จะทันไหมนี่” ร้อยรักบ่นอย่างหัวเสียขณะลงจากรถแท็กซี่แล้วรีบวิ่งเข้าบริษัทเพื่อไปตอกบัตรเข้างาน ทันใดนั้นเองเธอก็สะดุดล้มแทบหัวคะมำเมื่อจู่ๆ ส้นรองเท้าหัก!
“บ้าเอ๊ย!” หญิงสาวสบถพร้อมกับถอดรองเท้ามาถือแล้ววิ่งต่อ สุดท้ายก็สามารถตอกบัตรเข้างานทันเวลาแบบฉิวเฉียด เล่นเอาเจ้าตัวถึงกับหอบแฮก เดินไปที่โต๊ะทำงานด้วยท่าทีอ่อนระโหยโรยแรง
“ยายรัก...”
เสียงของธารีเพื่อนสนิทในแผนกเรียกร้อยรักให้เงยหน้าขึ้นมายิ้มรับสีหน้าซีดเซียว
“สภาพแบบนี้มันคืออะไร” ถามพลางกวาดสายตามองคนตรงหน้าที่เรียกได้ว่าโทรมสุดๆ ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า แถมในมือยังถือรองเท้าส้นหัก ดูสภาพแล้วราวกับเพิ่งไปทะเลาะกับใครมา
“ไม่รู้สิ รู้แค่ว่าวันนี้ซวยแต่เช้าเลย”
“มิน่าถึงมาช้า ฉันกำลังจะโทร.หาอยู่พอดี”
“รีบร้อนขนาดนั้นเลยเหรอ ว่าแต่พวกนั้นมีอะไรกันน่ะ” ร้อยรักพยักพเยิดไปที่กลุ่มเพื่อนในแผนกซึ่งยังยืนออรวมกลุ่มกันไม่แยกย้ายทั้งที่อีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาทำงานแล้ว
“คือ...”
ธารีเอ่ยได้เพียงเท่านี้ก็มีเสียงของใครคนหนึ่งในกลุ่มที่ยืนอออยู่ไม่ห่างแล้วมองเห็นร้อยรักดังขัดขึ้น
“นั่นยายรักนี่”
เสียงนั้นเรียกทุกคนในกลุ่มให้พร้อมใจกันหันมามองหญิงสาวเป็นตาเดียว
ร้อยรักเลิกคิ้ว พยักหน้าน้อยๆ และยิ้มรับอย่างงงๆ เมื่อทุกคนต่างหันมามองเธอ ทว่าไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าสายตาทุกคู่นั้นทอดมองเธอด้วยความเวทนาสงสาร ไม่ทันที่จะได้เอ่ยถามอะไรให้กระจ่างชัด ร่างเพรียวระหงของเนตรอัปสรก็เดินแหวกวงล้อมแล้วมุ่งตรงมายังเธอโดยมีชวลิตสาวเท้าตามมาไม่ห่าง ซึ่งมันก็เป็นภาพชินตาไปแล้วสำหรับเธอ จึงไม่คิดสงสัยอะไร
“คุณรักมาพอดีเลย การ์ดค่ะ”
เนตรอัปสรยื่นซองสีชมพูให้ด้วยรอยยิ้ม ร้อยรักรับมันไปแล้วถามกลับด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“อย่าบอกนะคะว่ามันคือการ์ดแต่งงาน”
“ค่ะ กะทันหันไปหน่อย แต่เนตรก็ขอเชิญทุกคนนะคะ” หญิงสาวบอกพร้อมกับกวาดสายตามองทุกคนด้วยรอยยิ้มขัดเขินเล็กน้อย
คุณอาจจะชอบ





