ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

ชีวิตของผมเปลี่ยนไปเมื่อได้ยื่นมือเข้าช่วยชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ แต่เขากลับหายตัวไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มที่ผมเตรียมไว้ให้ ทว่าความสงสัยกลับทวีคูณขึ้นเมื่อผมได้พบเขาอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไร้ร่องรอยแผลราวกับไม่เคยเจ็บหนักมาก่อน ความพิศวงนี้ทำให้ผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเขาหายดีอย่างรวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร หรือชายที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้จะเป็นคนละคนกับที่ผมเคยช่วยไว้กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 3

รุ่งเช้าของอีกวัน

วันนี้อากาศกลับมาหนาวเหน็บเหมือนอย่างเคย หมอกบาง ๆ ปกคลุมไปทั่วทุกบริเวณ ไร้ซึ่งแสงอาทิตย์ส่องถึง

ผมตื่นตั้งแต่เช้าเพื่อลุกขึ้นมาทำข้าวต้มหมูให้รุ่นพี่ แต่เพราะหม้อใบใหญ่หายไปจึงทำให้ลำบากไปสักหน่อย หลังจากทำเสร็จผมห่อข้าวต้มใส่กล่องข้าวสีฟ้าสดใสเอาไว้อย่างดี และขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็ว เพราะพ่อรอผมอยู่ด้านล่างแล้ว

“มาแล้ว ๆ” หลังจากที่ผมแต่งตัวเสร็จก็รีบหยิบกล่องข้าววิ่งมาขึ้นรถ

“ทำไมวันนี้ตื่นเช้ามาทำอาหารได้ล่ะ ปกติไม่เห็นทำ” พ่อถามพร้อมกับสีหน้าที่บ่งบอกถึงความประหลาดใจ

“อ๋อ พอดีเมื่อวานผมซื้อวัตถุดิบมาไว้ เลยทำไปกินที่มหาฯ ลัยด้วยเลย”

“พ่อก็หิวเหมือนกัน ได้ทำเผื่อพ่อบ้างหรือเปล่า” เรย์พยักหน้าตอบกลับ

“ผมแบ่งไว้ให้ในครัวแล้วครับ”

“เดี๋ยวเลิกเรียนวันนี้พ่อไปรับนะ”

“โอเคครับ”

ผมมาถึงมหาวิทยาลัยเร็วกว่าปกติ เห็นว่ายังพอมีเวลาอยู่จึงเดินไปที่หน้าห้องของรุ่นพี่ปีสอง คณะวิศวกรรมศาสตร์สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ยืนชะเง้อมองหารุ่นพี่อยู่หน้าห้องนานสองนาน ดูเหมือนว่าพี่เขาจะยังไม่มา

เอายังไงต่อดีล่ะทีนี้ ในระหว่างที่กำลังตัดสินใจอยู่นั้นก็มีรุ่นพี่คนหนึ่งออกมาทักทาย

“เด็กปีหนึ่งมาทำอะไรตรงนี้เหรอ” รุ่นพี่ผู้หญิงผมยาวสลวย ผิวเข้ม ยืนอยู่ตรงหน้าถามขึ้น น้ำเสียงของเธอทำให้ผมขนลุกทุกทีที่ได้ยิน เพราะเธอคือพี่ว้ากเมื่อตอนรับน้องนั่นเอง

“อะ… เอ่อ สวัสดีครับ ผมมาหาพี่เจคน่ะครับ” น้ำเสียงของผมสั่นเครือเล็กน้อย

“อ๋อ เจคมันไปโรงอาหารหาอะไรกินน่ะ เดี๋ยวมันก็มา” หาอะไรกินงั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะเอาท้องที่ไหนมากินข้าวต้มหมูของเราล่ะ ขอให้เราทำมาให้แท้ ๆ

หญิงสาวรุ่นพี่เห็นว่าเรย์ยืนเหม่อลอยอยู่นั้นก็พูดขึ้น

“ไม่ต้องห่วง ไอ้เจคมันเป็นคนกินเก่งถ้ามันเห็นของกินอยู่ตรงหน้ามันก็กินได้ตลอดแหละ ...อันนี้ฝากให้เจคใช่ไหม เดี๋ยวพี่เอาไปให้เอง” รุ่นพี่บอกพลางยื่นมือมาเพื่อที่จะรับกล่องข้าวจากผม ผมจึงส่งกล่องข้าวให้เธอ

“งั้นฝากด้วยนะครับ”

หลังจากที่เธอรับกล่องข้าวไป ผมก็เดินกลับลงมาด้วยความรู้สึกตงิดในใจ กินเก่งงั้นเหรอ กินได้ตลอดงั้นเหรอ หรือจะเป็นพี่รหัสเรากันนะ? ในขณะที่เดินลงบันไดมาผมเหลือบไปเห็นเวเฟียสเดินเข้ามหาวิทยาลัย มาพร้อมสีหน้าที่ดูเบื่อโลกเหมือนอย่างเคย

“นี่เวเฟียส” ผมเรียกเสียงดัง แต่เขาก็เดินต่อไปเหมือนไม่ได้ยินเสียงเรียก

“ไอ้หัวแดง ทางนี้” ผมเรียกอีกครั้งและรีบวิ่งเข้าไปหา

“เมื่อวานนายน่าจะมานะ อากาศดีมากเลย” ผมพยายามตีสนิทจึงชวนเขาคุย เพราะพวกเราเป็นบัดดี้ที่แทบจะไม่ค่อยได้คุยอะไรกันเลย

“งั้นเหรอ” เขาตอบกลับสั้น ๆ เพียงแค่นั้น ทำเอาผมไม่รู้จะถามอะไรต่อเลย ได้แต่เดินเข้าคลาสเรียนไปด้วยกัน

ห้องเรียนนักศึกษาปีที่สอง [Talk Jake]

ผมและพรรคพวกอีกสองคนเดินหยอกล้อกันเข้าห้องมาทันทีที่เข้าห้องกลิ่นหอมที่คุ้นเคยก็ลอยมาเตะจมูกเข้าเต็ม ๆ ผมหลับตาเดินตามกลิ่นไปที่ริมหน้าต่างหลังห้อง

“นี่ของมึง! ทำอะไรก็ระวังตัวบ้างเหอะ ยิ่งคนรู้เรื่องพวกเราเยอะมันก็จะเป็นปัญหาเอาได้” คาร่ายื่นกล่องข้าวสีฟ้าในมือมาให้ผม พร้อมพูดตามด้วยประโยคยาว

“เออ! กูรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ มึงคิดมากเกินไปแล้ว” ผมพูดพร้อมกับหยิบกล่องข้าวมาจากมือของเธอ

“หรือว่ามึงสนใจน้อง?” เธอเลิกคิ้วสูงใส่ผม

“เลิกถามมากเถอะ กูหิวอีกแล้วเนี่ย” ผมรำคาญเลยพูดตัดบทสนทนาไป มองข้าวกล่องน้อยที่ส่งกลิ่นหอมของข้าวต้มหมูแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจ

ห้องเรียนชั้นปีที่หนึ่ง [Talk Ray]

ผมนั่งเรียนอยู่ข้าง ๆ เวเฟียสตลอด ดูหมอนี่จะไม่ได้สนใจการเรียนสักเท่าไร เอาแต่นั่งทำสีหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลา แล้วทำไมกัน? ทุกครั้งที่อาจารย์ถามคำถามเขากลับตอบได้ตลอดเลย ตรงข้ามกับผมที่ตั้งใจเรียนทั้งชั่วโมง แต่กลับไม่รู้เรื่องอะไรสักนิด

หลังจบคลาสเรียน

พวกเราเดินออกมาจากห้องพร้อมกัน และเป็นผมที่ชวนเขาคุยก่อนเสมอ

“พอดีเลย อาจารย์ให้งานคู่มา พวกเรามาคู่กันดีไหมบัดดี้” ผมเอาแขนข้างหนึ่งพาดไปบนไหล่กว้างของคนที่สูงกว่าอย่างสนิทสนม

“ฉันไปสนิทกับนายตั้งแต่เมื่อไหร่” เขาปัดแขนของผมออกจากบ่าอย่างไม่สบอารมณ์ และรีบเดินหนีผมไป

“หงุดหงิดอะไรของเขาเนี่ย” ผมรีบวิ่งตามและพยายามที่จะกระโดดขึ้นหลังแกร่ง โดยไม่คิดที่จะให้เขาได้ทันตั้งตัว แต่ทว่าร่างสูงนั้นกลับหลบได้อย่างหวุดหวิด ทำให้มือของผมไปโดนหน้าอกของหญิงสาวที่เดินสวนมาพอดี

กรี๊ด... เพียะ !

“ไอ้โรคจิต! ไอ้บ้า! กะ... แกจับหน้าอกฉัน” เธอกรีดร้องเสียงดังลั่นตึก ทั้งยังด่าด้วยความไม่พอใจพร้อมกับตบผมไปหนึ่งที ผมรีบดึงมือของตัวเองกลับพลางโค้งหัวกล่าวขอโทษเธอ

“ขอโทษด้วยครับ ผมไม่ทันระวัง” ใบหน้าของผมชาไปหมด ทุกสายตาที่อยู่บริเวณนั้นจับจ้องมาที่ผม อาจารย์ที่อยู่บริเวณใกล้เคียงมองเห็นจึงเข้ามาช่วยพูดไกล่เกลี่ย เพิ่งเปิดเทอมไม่เท่าไรผมยังไม่อยากเข้าห้องปกครองหรอกนะ ขอร้องเถอะทำไมถึงได้ซวยแบบนี้

‘ฝากไว้ก่อนเถอะเวเฟียส’ เรย์ได้แต่สบถในใจ มองตามหลังเพื่อนที่ยังไม่สนิทกัน

หลังเลิกเรียน ท้องฟ้าเริ่มมืด เป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม เมสันยังไม่ปรากฏตัว เรย์เลยตัดสินใจที่จะเดินกลับ ในระหว่างทางกลับบ้าน ความซวยของเขาก็เริ่มทำงานอีกครั้ง

“อ้าว บังเอิญจังเจ้าเด็กน้อย” เสียงทักทายจากด้านหลังทำผมสะดุ้ง เพราะตอนนี้มีเพียงผมที่เดินอยู่ตามลำพัง ในเส้นทางอันมืดมิดตรงนี้

“ไอ้เจคไม่มาด้วยรึไง เมื่อวานที่ทำให้พวกเราขายหน้า คงจะสะใจแกสินะ งั้นวันนี้ต้องโดนสักหน่อยแล้วล่ะมั้ง”

‘พวกมันคือนักเลงกลุ่มเดิมที่เคยมาหาเรื่องผม’ เรย์รีบหันหลังวิ่งกลับไปทางมหาวิทยาลัยเมื่อเห็นชายทั้งสามวิ่งตรงเข้าหาเขา

“จับมันไว้!” พวกมันวิ่งตามมาทัน และจับล็อกแขนทั้งสองของเรย์เอาไว้

“เจ็บ! ปล่อยนะเว้ย!” ผมพยายามที่จะสะบัดมือออก พร้อมกระโดดถีบพวกมัน แต่ก็ไม่เป็นผล พวกมันทั้งสองล็อกตัวผมเอาไว้แน่นกว่าเดิม ผมไม่เคยทำอะไรให้พวกมันมาก่อน ทำไมต้องตามรังควานกันแบบนี้ด้วยนะ

“แรงเยอะนักใช่ไหม!” หัวหน้านักเลงควักมีดที่เหน็บอยู่ตรงเอวทางด้านหลังออกมา และทำท่าจะพุ่งเข้าแทงผม ผมเบี่ยงตัวหลบหลับตาลงด้วยความหวาดกลัว

พึ่บ! เฮือก…

“ลูกพี่!!!” มีดนั้นพลาดจากตัวผมไป และถูกใครบางคนโจมตีกลับจนหัวหน้านักเลงลงไปนอนกองกับพื้น

พวกลูกน้องปล่อยตัวผม และวิ่งไปดูลูกพี่ของมัน เมื่อลืมตาขึ้นช้า ๆ ปรากฏชายร่างสูงผมสีแดงยืนอยู่ด้านหน้าของผม ผมตกใจมากที่เป็นเขา

“เวเฟียส นายมาได้ไง”

“โธ่ ไอ้หน้าละอ่อน คิดว่าพวกกูจะกลัวมึงเหรอ จัดการมัน!” หัวหน้านักเลงออกคำสั่ง

ลูกน้องพุ่งโจมตีเข้าหาเวเฟียสในทันที เสียงต่อสู้หนักหน่วงดังตุบตับ เป็นคนร้ายที่ลงไปนอนกองกับพื้นอีกครั้ง แต่ในจังหวะนั้นหัวหน้านักเลงได้วิ่งเข้ามาใช้มีดแทงเวเฟียสต่อหน้าผม

มือไม้ของผมสั่นจนทำอะไรไม่ถูก เวเฟียสถีบหมอนั่นออก และซัดจนพวกมันสลบไป ผมก็รีบวิ่งเข้าไปดูเขาด้วยความเป็นห่วง

“เวเฟียส นายอยู่เฉย ๆ ฉันขอดูแผลหน่อย” ผมลนลานถกเสื้อที่หน้าท้องของเขาขึ้น แต่ภาพตรงหน้ากลับทำให้ผมตกตะลึง

‘ไม่จริง ไม่มีบาดแผลเลยงั้นเหรอ’ ผมมองที่ท้องของเขาพร้อมกับความคิดภายในใจ

“เมื่อกี้นายโดนแทง ฉันเห็นมันจริง ๆ นะ” เรย์พูดทั้งยังอึ้งงัน หันไปสบตากับบัดดี้

“จงลืมเรื่องราวทั้งหมดนี้ไปซะ” เขาจ้องมองผมกลับอย่างไม่ละสายตา ดวงตาสีรัตติกาลของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีทองน่าหลงใหลทั้งยังพูดเสียงเรียบ

“ทำไมดวงตาของนายถึงเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองแบบนั้นล่ะ” ผมเอ่ยถามอย่างประหลาดใจ แต่เขากลับหันหน้าหนีในทันที

“นายตาฝาดแล้วล่ะ”

‘ตาฝาดงั้นเหรอ’ ผมแน่ใจเลยว่าเห็นดวงตาของเขาเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีทองจริง ๆ แต่ทันใดนั้นก็มีแสงไฟหน้ารถคันหนึ่งส่องเข้ามาบริเวณที่พวกเราอยู่กัน

“เวเฟียส นายยืนรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันจะพานายไปโรงพยาบาล” ผมวิ่งเข้าหารถคันนั้นที่ค่อย ๆ ชะลอตัวจอดลง โชคดีที่เป็นพ่อของผม

“พ่อ ทางนี้” พ่อลงจากรถมาดูสถานการณ์

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”

“มีคนได้รับบาดเจ็บ เราต้องรีบพาเขาไปโรงพยาบาล” ผมหันกลับไปหาเวเฟียสที่ยืนอยู่ข้างหลัง แต่เขากลับไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

หรือผมจะตาฝาดไปจริง ๆ ตอนนี้ก็มืดและมีหมอกลงจัด บางทีเขาอาจจะไม่เป็นอะไรก็ได้

“พวกเรากลับกันเถอะครับ คงไม่มีอะไรแล้ว”

“แล้วพวกที่นอนกองอยู่นี่ล่ะ”

“ปล่อยพวกมันไปเถอะครับ” ผมไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น แม้จะตัดสินใจไม่แจ้งความ แต่ก็ลากพวกเขาออกจากกลางถนนมานอนอยู่ที่ริมกำแพง ก่อนที่ผมกับพ่อจะเดินกลับมาขึ้นรถและขับออกไปจากที่เกิดเหตุ

เมื่อกลับถึงบ้าน ผมวางกระเป๋าและทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาอยู่เมืองนี้ ผมพบเจอแต่เรื่องแปลก ๆ ผมช่วยชีวิตคนที่เจ็บหนักแต่เขาก็หนีไป ผมกลับบ้านโดยลำพังแต่โดนแก๊งนักเลงมาทำร้ายทั้งที่ไม่เคยไปทำอะไรให้พวกมัน และในสองครั้งนี้กลับโชคดีที่มีรุ่นพี่กับบัดดี้มาช่วยเอาไว้ได้ทัน

แต่ที่ผมไม่เข้าใจคือชายผมสีดำเทา ทำไมถึงมีบุคลิกคล้ายพี่เจคเป็นอย่างมาก แถมพี่เจคเองก็เรียกร้องให้ผมทำอาหารเมนูนั้นให้ มันบังเอิญเกินไปไหมนะ

แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอกที่เขาจะเป็นคนเดียวกัน เพราะชายคนนั้นเจ็บหนักมาก ไม่มีทางที่จะแผลจะหายเร็ว และทำตัวปกติได้เร็วขนาดนี้

ส่วนเวเฟียสเพื่อนร่วมห้องของผม เขามีนิสัยลึกลับไม่สนใจใครอยู่แล้ว แต่ทำไมถึงโผล่มาช่วยผมได้ล่ะ และผมก็มั่นใจมากด้วยว่าเห็นเขาถูกแทง ไม่มีทางที่จะไม่มีบาดแผล แถมยังมีดวงตาที่เปลี่ยนสีได้อีก นี่มันอะไรกัน!? ผมปวดหัวมากจนต้องลงมาทานยาแก้ปวด ผมควรปรึกษาเรื่องพวกนี้กับพ่อดีไหมนะ

บ้านของเวเฟียส

‘นายนุ่มนิ่มจะตาย แต่กล้ากลับบ้านคนเดียว ทั้งที่ในเมืองนี้น่ะ ...มันอันตราย แต่นายก็ทำให้ฉันนึกสนใจ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีใครสามารถลบล้างมนต์คาถาของฉันได้ แต่ดูเหมือนว่ามนต์นั้นจะไม่มีผลกับนายเลย เพราะอะไรกันนะ?’ หลังจากที่เวเฟียสได้เข้าไปช่วยเพื่อนร่วมชั้นเรียน หรือบัดดี้ เขาก็เริ่มให้ความสนใจกับเรย์มากขึ้นด้วยเหตุผลบางอย่าง เวเฟียสนั่งเท้าแขนลงบนโต๊ะตรงหน้า สองมือผสานกันแล้วได้แต่ครุ่นคิด

“นายเป็นใคร ...ฉันจะต้องรู้ให้ได้"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาไม่รับจ้าง
8.2
ภูริดล นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จแต่ปฏิเสธการมีครอบครัวตามความต้องการของบิดา ได้พบกับพิรฎา หญิงสาวที่ยอมเซ็นสัญญาเป็นภรรยาจ้างวานเพื่ออิสรภาพจากครอบครัวที่ไร้ความสุข ทว่าเธอกลับพลาดพลั้งเสียทีให้เขาและพบความลับในสัญญาว่าภารกิจนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อเธอให้กำเนิดทายาทโดยไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวท่ามกลางคำลวงและความจริงที่ถูกปิดบัง ทั้งคู่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจว่าความรักครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย มนตร์พิศวาสอสูร
9.3
บัณฑิตาหนีการแต่งงานที่ถูกบังคับมายังลอนดอนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่โชคชะตาทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เคยพรากพรหมจรรย์ของเธอไปในอดีต แม้เธอจะพยายามปฏิเสธว่าไม่รู้จักเขา แต่ฝ่ายชายกลับจำเหตุการณ์คืนนั้นได้อย่างฝังใจและไม่มีวันลืมเลือน เมื่อเหยื่อสาวเดินเข้ามาติดกับด้วยความบังเอิญ ราชสีห์หนุ่มจึงเริ่มพันธนาการเธอไว้ด้วยความเสน่หาอันเร่าร้อนและยากจะถอนตัว เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะครอบครองเธอและไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกเป็นอันขาด
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็ก Honey (I hate you)
9.4
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำวิงวอนและข้อเท็จจริงของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เขาตราหน้าว่าสิ่งที่เธอพยายามอธิบายเป็นเพียงบทละครตบตาเพื่อโก่งราคาค่าตัว ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังความสัมพันธ์ทางกายเริ่มต้นขึ้น กลับกลายเป็นหยดเลือดและความเงียบงันที่ตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจึงยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินเพื่อชดใช้ให้แก่พรหมจรรย์ที่เขาพรากมาด้วยความใจร้อน ท่ามกลางความเจ็บปวดและคราบน้ำตาที่ไม่มีวันย้อนคืน
หน้าปกนวนิยาย พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
สัมผัสอันแสนหวานจากการจูบกันเพียงแค่ครั้งเดียวในคราวนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย เพราะตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่ได้สัมผัสกัน หัวใจของผมก็ถูกคุณครอบครองไปเสียแล้ว มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกลงในใจของผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบสบตาและใกล้ชิดกับคุณอย่างลึกซึ้งแบบนั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากจูบแรกจะนำพาหัวใจของผมให้ไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย บาปผัว แค้นหัวใจ
8.0
ชีวิตสมรสที่แสนสุขพังทลายลงเมื่ออาร์ม สามีผู้อ่อนโยนละเมอชื่อเคท พนักงานสาวที่ฉันคอยดูแล การหักหลังทวีความรุนแรงจนเขาวางยาและขังฉันไว้ กระทั่งเคทจัดฉากอุบัติเหตุโยนความผิดให้ฉัน อาร์มทำร้ายร่างกายและบังคับเจาะเลือดฉันไปให้เมียน้อยขณะที่ฉันกำลังแท้งลูก จนทำให้ลูกในครรภ์พิการถาวร เมื่อเขาทิ้งให้ฉันตายอย่างเลือดเย็น ความรักจึงกลายเป็นความแค้น ฉันติดต่อทนายเพื่อฟ้องให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว และขอความช่วยเหลือจากเจตน์ ชายที่แอบรักฉันมาสิบปี เพื่อร่วมกันทำลายปีศาจในคราบสามีคนนี้ให้ย่อยยับ