หน้าปกนวนิยาย แต่งงานกับชายที่อยู่ในอาการโคม่า

แต่งงานกับชายที่อยู่ในอาการโคม่า

9.2 / 10.0
เย่ชิงซีถูกกดดันให้แต่งงานเข้าตระกูลเสิ่นเพื่อสืบสกุลให้กับเสิ่นเซียวเหยา ทายาทมหาเศรษฐีที่นอนสลบไสลไร้สติ เธอคิดว่าต้องครองตัวเป็นหม้ายไปตลอดกาล แต่เขากลับฟื้นขึ้นมาพร้อมท่าทีเย็นชาและจำเธอไม่ได้ เขาต้องการหย่าขาดทันทีหากคนในครอบครัวไม่คัดค้านไว้ ทว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปจนเธอตั้งครรภ์และตัดสินใจจะจากไปเงียบๆ สามีที่เคยรังเกียจกลับเปลี่ยนไป เขาไม่ยอมสูญเสียเธอและลูก พร้อมประกาศกร้าวว่าจะไม่มีวันปล่อยให้การหย่าเกิดขึ้นเด็ดขาด

แต่งงานกับชายที่อยู่ในอาการโคม่า ตอนที่ 1

“คุณเย่ เซ็นชื่อเถอะครับ” ทนายความกล่าวพร้อมกับยื่นหนังสือยินยอมสำหรับการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์ไปตรงหน้าเย่ชิงซี

เย่ชิงซีนั่งอยู่บนโซฟา เธอกำปากกาในมือแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เวลาที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดคือวันพรุ่งนี้ อีกทั้งวันนี้ยังเป็นวันแต่งงานของเธออีกด้วย

คนที่ออกสเปิร์มให้คือเสิ่นเซียวเหยา ลูกชายคนโตของตระกูลเสิ่น ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวของงานแต่งงานที่เลิศหรูอลังการแห่งศตวรรษครั้งนี้

แต่น่าเสียดายที่เจ้าบ่าวดันมาประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน จึงทำให้เขาต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เขาจึงไม่สามารถมาร่วมงานแต่งงานของวันนี้ได้ด้วย

มีข่าวลือว่า ดวงของเสิ่นเซียวเหยากำลังจะถึงฆาต คาดว่าเขาคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน

ตระกูลเสิ่นเป็นตระกูลที่ร่ำรวยและมีอำนาจมาเป็นเวลายาวนาน พวกเขาให้ความสำคัญกับเรื่องทายาทและการสืบทอดความมั่งคั่งอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด จึงเป็นสาเหตุที่เสิ่นชางป๋อต้องรีบจัดงานแต่งงานให้กับลูกชายของเขา ก่อนที่เสิ่นเซียวเหยาจะตาย เขาต้องรีบใช้สเปิร์มที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนให้ได้

เย่ชิงซีอ่านข้อตกลงที่อยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาวกระจ่างใสของเธอตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย ในดวงตาอันสดใสคู่นั้น ฉายแววความตื่นตระหนกอย่างยากที่จะสังเกตได้ขึ้นมา

“ขอโทษนะคะ พอดีฉันต้องอ่านให้ละเอียดก่อน คุณออกไปก่อนได้ไหมคะ?”

ทนายเงียบไปหลายวินาที หลังจากนั้นก็พยักหน้าและลุกขึ้นเดินออกจากห้องเตรียมการแต่งงานไป

หลังจากที่เขาออกไปแล้ว เย่ชิงซีก็รีบวางสัญญาลง แล้วก็โทรหาแฟนของเธอด้วยความตื่นตระหนก

ใช่ เธอมีแฟนแล้ว แต่ไม่มีใครรู้

แล้วที่มันบังเอิญก็คือ แฟนคนนี้ยังเป็นลูกชายคนที่สองของตระกูลเสิ่นอีกด้วย เขาชื่อเสิ่นเจ๋อ เป็นน้องชายต่างแม่ของเสิ่นเซียวเหยา

ส่วนการงานแต่งงานครั้งนี้ จริง ๆ แล้วเป็นแผนที่ชั่วร้ายของเสิ่นเจ๋อ

หนึ่งเดือนที่แล้ว พ่อของเย่ชิงซีเสียชีวิตเนื่องจากอาการป่วย ส่วนหลินเซี่ยะ แม่เลี้ยงของเธอก็ได้ฉวยโอกาสตอนนี้ในการยึดทรัพย์สินของครอบครัวไป แล้วก็ขับไล่เย่ชิงซีออกจากบ้าน แถมยังยึดข้าวของของแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอไปอีกด้วย

เย่ชิงซีถูกบังคับให้จนมุมชีวิตไม่มีทางออก บังเอิญว่าเสิ่นเจ๋อแฟนของเธอมาหาเธอที่บ้านในเวลานี้พอดี เขาแนะนำให้เย่ชิงซีแกล้งทำเป็นแต่งงานกับเสิ่นเซียวเหยา แล้วก็หาโอกาสทำลายการผ่าตัดทำกิ๊ฟท์นั้นซะ ด้วยวิธีนี้ รอถึงเวลาที่เสิ่นเซียวเหยาตายไป เสิ่นเจ๋อก็จะได้เป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเสิ่นเท่านั้นแล้ว

เสิ่นเจ๋อสัญญากับเย่ชิงซีว่าจะแต่งงานกับเธอในเมื่อเรื่องต่าง ๆ เสร็จสิ้นลงแล้ว แล้วก็จะช่วยเธอเอาของที่ระลึดของแม่ผู้ให้กำเนิดของเธอกลับคืนมาให้ได้ด้วย

ภายใต้การเข้ามายั่วยุในทุกวิถีทางของเสิ่นเจ๋อ เย่ชิงซีจึงใจอ่อนตอบตกลงไป แต่เมื่อเรื่องกำลังจะมาถึงนั้น เธอกลับลังเลใจแล้ว เธอพบว่า เธอไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ลงได้

เป็นเพราะโทรไม่ติด เย่ชิงซีจึงเริ่มวิตกกังวลขึ้นมา เธอเดินไปเดินมาในห้อง แล้วสุดท้ายก็เลือกที่จะแอบย่องออกไปตามหาเสิ่นเจ๋อ

เย่ชิงซีกังวลใจเป็นอย่างมาก กลัวว่าจะถูกคนอื่นจับได้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นลิฟต์ ดังนั้นเธอจึงถอดรองเท้าส้นสูงออกแล้วเดินลงบันไดแทน

เมื่อผ่านห้องรับรองห้องสุดท้ายที่อยู่ปลายสุดของทางเดิน ฝีเท้าของเย่ชิงซีก็หยุดชะงักไปอย่างกะทันหัน

เป็นเพราะประตูห้องรับรองไม่ได้ปิดสนิท เสียงหัวเราะอันแสนหวานที่คุ้นเคยดังลอดออกมาจากช่องของประตู

“เสิ่นเจ๋อ อยู่กับฉันต่ออีกหน่อยเถอะนะ ยังไงตอนนี้เย่ชิงซีก็ไม่มีเวลามาหาคุณหรอก”

หัวใจของเย่ชิงซีบีบรัดแน่นทันที เธอค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้อย่างเบา ๆ แล้วก็มองผ่านช่องเล็กของประตูนั้นเข้าไป

เธอเห็นชายหญิงคู่หนึ่งที่สวมเสื้อผ้าวับ ๆ แวม ๆ กำลังนั่งอยู่ด้วยกันบนโซฟาในท่าทางที่ชวนคิดไปไกล ผู้หญิงที่นอนซบอยู่ด้านบนคือเย่หว่านหว่าน น้องสาวคนละแม่ของเธอ ส่วนผู้ชายที่อยู่ข้างล่างตัวเธอ ก็คือเสิ่นเจ๋อ แฟนหนุ่มที่เย่ชิงซีกำลังตามหาด้วยความยากลำบากอยู่นั่นเอง

“ผมกลัวว่าเธอจะกลับใจและหนีไปจากการแต่งงานน่ะสิ หากไม่ได้ไปจับตาดูเธอผมคงไม่สบายใจ” น้ำเสียงของเสิ่นเจ๋อดูรำคาญใจมาก เขาผลักตัวเย่หว่านหว่านออก พยายามจะลุกขึ้น

แต่เย่หว่านหว่านกลับไม่ยอม เธอก้มหน้าลงไปจูบเสิ่นเจ๋ออย่างเร่าร้อนก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ไม่มีทางหรอก เธอเชื่อฟังคุณจะตาย อีกอย่าง ของที่ระลึกของแม่เธอก็ยังอยู่ในมือของพวกเราด้วย เธอจะกล้าได้ยังไงล่ะ”

“ก็จริง” เสิ่นเจ๋อพลิกตัวและกดเย่หว่านหว่านไว้ใต้ตัวเขา จากนั้นก็จูบเธออย่างเร่าร้อนดูดดื่มอย่างทนไม่ไหวอีกแล้ว “ขอบคุณคุณมากเลยนะ ที่รัก ถ้าแผนการทุกอย่างเสร็จสิ้นลงเมื่อไหร่ ผมจะสลัดผู้หญิงร่านที่ผ่านการแต่งงานมาแล้วคนนั้นทิ้งไปทันทีเลย ผมต้องการแค่คุณคนเดียวเท่านั้น……”

ฉากหลังจากนั้นเธอไม่สามารถที่จะทนดูได้อีกแล้ว ในห้องเหลือแต่เสียงหอบหายใจที่ฟังดูคลุมเครือของชายหญิงทั้งคู่นั้น

เย่ชิงซีไม่สามารถที่จะฝืนทรงตัวเอาไว้ได้ จึงเซไปข้างหลังสองก้าว

ที่แท้เสิ่นเจ๋อก็ทรยศเธอมานานแล้ว! ความรักที่เขาพูดออกมานั้น มันก็แค่คำโกหกที่เอาไว้หลอกใช้เธอเท่านั้นแหละ! น้ำตาของเธอไหลออกมาจากเบ้าตา ความจริงอันโหดร้ายนี้ทำให้เย่ชิงซีถึงกับหายใจไม่ออก

เธอบีบชายกระโปรงแน่น พอได้ยินเสียงที่ดังมาจากในห้อง เธอก็เคียดแค้นจนกัดฟันแน่นกรอด

ในเมื่อพวกเขาต้องการยึดครองตระกูลเสิ่น งั้นเธอก็จะทำให้พวกเขาต้องไม่สมปรารถนาอย่างแน่!

เย่ชิงซีเช็ดน้ำตาจนแห้ง สวมรองเท้าส้นสูง แล้วก็เดินกลับไปที่ห้องเตรียมงานแต่งงานทีละก้าว จากนั้นก็ลงนามในข้อตกลงโดยไม่ลังเลเลยสักนิด

เธอต้องการที่จะเป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเสิ่นตัวจริง แล้วก็จะคอยเฝ้าดูชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้นต้องตกนรกทั้งเป็นด้วยตาของเธอเอง!

-

ในตอนกลางคืน ที่คฤหาสน์ของตระกูลเสิ่น โคมไฟเปิดสว่างไสว

ทันทีที่งานแต่งงานจบลงไปแล้ว เย่ชิงซีก็ถูกส่งตัวมาที่นี่ โดยมีผู้ดูแลบ้านที่เป็นคนพาเธอมาที่ห้องของเสิ่นเซียวเหยา

นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงซีได้เห็นสามีของตัวเอง

จากที่เธอฟังมาจากปากของเสิ่นเจ๋อ เสิ่นเซียวเหยาเป็นคนที่มักจะอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอ นิสัยวิปริต โหดเหี้ยมไร้ความปรานีกับผู้อื่น แม้ว่าจะกับญาติสนิทเขาก็ยังไม่แยแสใครทั้งนั้น เรียกได้ว่าคำคุณศัพท์ที่แย่ที่สุดล้วนถูกเสิ่นเจ๋อเอามาใช้บรรยายถึงเสิ่นเซียวเหยาทั้งหมดแล้ว รวมไปถึงคำว่าอัปลักษณ์ด้วย

เย่ชิงซีเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง เธอจึงเตรียมใจที่จะต้องมาเผชิญหน้ากับสามีที่อัปลักษณ์คนนี้ไว้มานานแล้ว แต่เธอกลับไม่คาดคิดเลยว่า ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเธอจะหล่อเหลามากขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะยังป่วยอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปกปิดออร่าอันสูงส่งที่มีมาโดยกำเนิดของเขาได้เลย

เธอยืนอยู่ข้างเตียงด้วยความงุนงง มองดูใบหน้าที่คมคายราวกับมีดของเสิ่นเซียวเหยา ทำให้เธอเกิดความสงสัยขึ้นมาทันที

สรุป ที่เสิ่นเจ๋อพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งหมดงั้นเหรอ ?

ทันใดนั้น ประตูได้ถูกผลักเปิดออกอย่างรุนแรง เสิ่นเจ๋อที่ดื่มเหล้าเมาเดินโซเซเข้ามาพร้อมกับขวดไวน์ เขาพูดเสียงดังอย่างไม่มีความละอายใจใด ๆ ทั้งนั้น ไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยว่าเสิ่นเซียวเหยาที่นอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่นี้จะตื่นขึ้นมา

“ซีซี ผมต้องขอโทษด้วยนะ พอดีวันนี้ผมงานยุ่งมากเลย ก็เลยไม่รับสายคุณ จนเมินคุณไปเลย”

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้ากากเขา เย่ชิงซีไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอดทนต่อความน่ารังเกียจและความเย่อหยิ่งของเสิ่นเจ๋อไปก่อน “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ได้ว่าอะไรคุณสักหน่อย”

เสิ่นเจ๋อยกมือขึ้นมาเพื่อจิบไวน์อึกหนึ่ง แล้วก็พูดด้วยยิ้มที่มั่นใจมากว่า “ผมรู้อยู่แล้วแหละ คุณรักผมมากขนาดนี้ ยังไงคุณก็ต้องเข้าใจผมอยู่แล้ว”

เย่ชิงซีกำหมัดแน่น เธอทนจนเส้นเลือดขมับโปนขึ้นมาแล้ว “นี่ก็ดึกมากแล้ว มีเรื่องอะไรไว้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่านะคะ.......”

หลังจากเธอพูดจบ เสิ่นเจ๋อก็ไปล็อคประตู ปิดไฟ แล้วก็เดินเข้ามาหาเธอทีละก้าว

เย่ชิงซีก้าวถอยหลังไปอย่างระมัดระวัง “เสิ่นเจ๋อ คุณจะทำอะไรน่ะ?”

“คืนวันแต่งงานที่มีค่าแบบนี้ อย่าทำให้เสียเปล่าสิ” เสิ่นเจ๋อเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา แล้วก็รีบวิ่งปรี่เข้ามาทั้งที่เนื้อตัวมีแต่กลิ่นแอลกอฮอล์เต็มไปหมด "ถ้าคุณตั้งท้องลูกของผม เขาก็สามารถสืบทอดตระกูลเสิ่นได้เหมือนกัน”

เขาไม่เห็นเสิ่นเซียวเหยาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ ถึงขนาดกล้าคิดมาปล้ำพี่สะใภ้แบบต่อหน้าต่อตาเขาเช่นนี้ได้ยังไง!

“ปล่อยฉันนะ!” เย่ชิงซีถึงขั้นสุดจะทน และพยายามขัดขืนสุดชีวิต แล้วตอนที่พวกเขากำลังจะสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นี้ จู่ ๆ เธอก็พบว่าเสิ่นเจ๋อหยุดการเคลื่อนไหวไปซะเลย

เธอจึงเงยหน้าขึ้นมองด้วยความงุนงง แล้วก็เห็นว่าเสิ่นเจ๋อกำลังมองข้างหลังเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว ราวกับเห็นผีเข้าอย่างไรอย่างนั้น

“พี่ พี่ใหญ่......”

อ่านต่อ

สารบัญ แต่งงานกับชายที่อยู่ในอาการโคม่า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย หวามรักเจ้าพ่อคาสิโน
8.5
ชีวิตของนิลยาพังทลายเพราะหนี้สินที่เธอไม่ได้ก่อ เมื่อพี่ชายต่างบิดามอมยาแล้วนำเธอมาขายประมูลให้ราเชน เจ้าพ่อคาสิโนผู้ทรงอิทธิพล แม้เขาจะช่วยเธอให้รอดพ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แต่ราเชนกลับเลือกบททดสอบที่โหดร้ายเพื่อสอนให้เธอรู้จักโลกความเป็นจริง เขาเสนอเงินแลกกับการให้เธอเปลื้องผ้าทีละชิ้น นิลยาจำใจทำตามด้วยความขมขื่นและผิดหวัง ท่ามกลางความกดดันและความกลัวที่สั่นสะท้านไปทั้งตัว ท้ายที่สุดราเชนกลับทนดูไม่ได้และตัดสินใจยุติเกมนี้ด้วยการบดจูบที่เต็มไปด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน
หน้าปกนวนิยาย พยศรักดวงใจมาเฟีย
9.5
โชคชะตาขีดเส้นให้เคลวิน มาเฟียหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลได้พบกับหญิงสาวแปลกหน้าในค่ำคืนที่เริ่มต้นด้วยความบีบบังคับ ทว่าความสัมพันธ์ที่เกิดจากความไม่ตั้งใจกลับแปรเปลี่ยนเป็นความรักลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้เขาจะเป็นฝ่ายชนะในเกมกามารมณ์ช่วงแรก แต่สุดท้ายเขากลับพ่ายแพ้ให้แก่เสน่ห์และความพยศของเธออย่างราบคาบ เมื่อสาวธรรมดาคนนี้ไม่ยอมสยบให้แก่เขาโดยง่าย มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่จึงต้องเลือกระหว่างการปล่อยมือไปหรือจะทำทุกวิถีทางเพื่อตามล่าหัวใจดวงนี้กลับคืนมา
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย 'ลูกไม้'มาเฟีย  [ Heir Of Mafia ]SET : Romance Of Mafia 3th
9.6
อลัน ซาวันเดอร์ ทายาทมาเฟียผู้พลัดพรากจากครอบครัวมาเติบโตในไทยภายใต้การดูแลของพ่อแม่ทูนหัว เขาเฝ้าถนอม ปิ่นมุก ลูกสาวของผู้มีพระคุณที่ถูกกำหนดให้เป็นเจ้าสาวของเขามาตั้งแต่เกิด เมื่อถึงเวลาที่อลันต้องรับตัวเธอมาดูแลในฐานะภรรยาตามกฎหมาย เขากลับต้องเผชิญกับความดื้อรั้นและความรักที่ท่วมท้นของหญิงสาว ท่ามกลางอันตรายจากโลกมืดที่บีบให้เขาต้องทำร้ายจิตใจเธอเพื่อปกป้องชีวิต อลันจึงยอมอุทิศกายใจให้เธอทดลองใช้เพื่อชดเชยน้ำตาและรอคอยวันวิวาห์ที่กำลังจะมาถึง
ตอน
อ่านเลย
แชร์