หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

8.8 / 10.0
เว่ยจื้อโหยวหลงยุคมาสู่โลกโบราณที่ไม่คุ้นตาและถูกกดดันให้แต่งงานกับอวิ๋นเซียว ชายหนุ่มผู้ยากไร้เพื่อหนีการถูกขายเป็นอนุเศรษฐีเฒ่าโดยฝีมือท่านย่าที่ลำเอียง ทว่าชีวิตกลับไม่ง่ายเมื่อสามีหมาดๆ ถูกเกณฑ์ไปรบตั้งแต่วันแต่งงาน ทิ้งให้นางต้องเผชิญหน้ากับป้าสะใภ้เจ้าเล่ห์เพียงลำพัง พร้อมภาระในการเลี้ยงดูน้องสามีตัวน้อยท่ามกลางความขัดสน นางต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในสถานะแม่หม้ายที่ยังบริสุทธิ์และแบกรับอนาคตของครอบครัวที่พังทลายนี้ให้จงได้

ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย ตอนที่ 1

“โอ๊ย เจ็บ ๆ ๆ นี่เรายังไม่ตายหรอกหรือ แต่ถ้าตายแล้วก็คงไม่เจ็บสิ แล้วที่นี่มันที่ไหนกัน ไอ้หลังคาผุ ๆ พัง ๆ นี่มันอะไรกัน”

เว่ยจื้อโหยวได้แต่พูดออกมาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่ใช่ว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่บนเครื่องบินที่กำลังจะพาเธอไปเข้าร่วมทีมหน่วยลับหรอกหรือ แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่ได้ แล้วที่นี่มันที่ไหนหลังคาผุ ๆ นี่มันจะพังลงมาทับเธอหรือไม่

แล้วทำไมข้างนอกนั่นเสียงดังอะไรกัน ยายป้าปากตลาดที่ไหนมาด่าทอทะเลาะกันเสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้ ไม่รู้จักเกรงใจคนอื่นเอาเสียเลย เว่ยจื้อโหย่วที่ยังปวดหัวและนอนซมด้วยพิษไข้ได้แต่คิดในใจ เมื่อไหร่คนพวกนั้นจะเลิกด่าทอกันเสียที

ด้านนอกบ้านนางเซียนซื่อกำลังก่นด่าบ้านรองด้วยถ้อยคำหยาบคาย นางก่นด่าลูกชายและลูกสะใภ้รวมถึงหลานสาวว่าเป็นพวกอกตัญญู เป็นหมาป่าตาขาวและเป็นพวกเนรคุณ

สาเหตุที่นางเซียนซื่อยืนก่นด่าบ้านรองอยู่เพราะลูกชายขัดขืนไม่ยอมให้นางขายเว่ยจื้อโหยวให้กับเศรษฐีเฒ่า ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่พอใจและบีบคั้นบ้านรองทุกวิถีทาง อ้างความจำเป็นในการใช้เงินก็แล้วอ้างถึงความกตัญญูที่พึงมีต่อบุพการีก็แล้ว แต่ลูกชายของนางอย่างเว่ยเจี้ยนป๋อก็หาได้ยินยอมไม่

แต่ไหนแต่ไรมาลูกชายคนนี้ของนางหัวอ่อนและยอมลงให้นางมาตลอด นางเองไม่ได้มีใจรักใคร่บุตรชายคนนี้นักด้วยหมอดูได้ทำนายทายทักเอาไว้แล้วว่าหลานชายของนางจะนำความรุ่งเรืองมาสู่ตระกูล ในตอนนั้นนางมีหลานชายเพียงคนเดียวคือบุตรชายของบุตรชายคนโต

ด้วยความเชื่อที่แสนจะงมงายของหมอดูปลอม ๆ ที่ทำมาหากินกับความเชื่อของชาวบ้าน หลังจากนั้นมานางก็ทุ่มเททุกอย่างให้กับครอบครัวของบุตรชายคนโตอย่างเว่ยอี้หานและมีสะใภ้ใหญ่อย่างนางเหอซื่อคอยยุแยงเป่าหูแม่สามีอยู่ทุกวัน

นางเหอซื่อมีชื่อเดิมว่าเหอเหมี่ยวแต่งงานกับเว่ยอี้หานมีลูกชาย 2 คน และมีลูกสาว 1 คน ลูกสาวนั้นอายุไล่เลี่ยกับเว่ยจื้อโหย่วคือ 17หนาว ส่วนลูกชายคนโตตอนนี้เรียนอยู่ที่สำนึกศึกษาในเมืองอายุ 14 หนาว ลูกชายอีกคนอายุ 7 หนาว

สะใภ้ใหญ่เป็นญาติทางฝั่งแม่ของนางเซียนซื่อ เมื่อแต่งเข้าบ้านเว่ยจึงทำให้ลูกสะใภ้และแม่สามีที่มีศักดิ์เป็นเครือญาติกันนั้นเข้ากันดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

เว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานกับนางเหลียนซื่อหรือชื่อเดิมคือเหลียนเหมยชิง สำหรับสะใภ้รองผู้เฒ่าเว่ยเป็นคนสู่ขอให้มาตบแต่งกับเว่ยเจี้ยนป๋อในตอนที่ผู้เฒ่าเว่ยมีชีวิตอยู่ หลังจากเว่ยเจี้ยนป๋อแต่งงานได้สามปี ผู้เฒ่าเว่ยก็ป่วยและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เว่ยเจี้ยนป๋อและนางเหลียนซื่อมีลูกทั้งหมด 3 คน โดยมีเว่ยจื้อโหยวเป็นลูกสาวคนโต อายุ 17 หนาว น้องชาย อายุ 14 และ 7 หนาว

เว่ยจื้อโหยวที่ตอนนี้ปวดหัวมาก ตอนนี้จับต้นชนปลายอะไรไม่ถูกในตอนที่เธอกำลังพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงไม้แข็ง ๆ นี่ กลับมีเรื่องราวต่าง ๆ เข้ามาในหัวของเธอจนเธอหมดสติไปอีกครั้ง

ส่วนคนด้านนอกนั้นยังถกเถียงกันและย่าใจร้ายก็ยังไม่หยุดด่า และยังมีลูกสะใภ้เป็นลูกคู่ เว่ยเจี้ยนป๋อมองหน้าผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดด้วยสายตาผิดหวังระคนเสียใจ

ส่วนพี่ชายอย่างเว่ยอี้หานนั้นยืนมองน้องชายและครอบครัวด้วยสายตาเกลียดชัง เขามีความเชื่อไม่ต่างจากผู้เป็นแม่ หากว่าบุตรชายของเขาสอบได้เป็นขุนนางขึ้นมาเขาไม่ต้องการนับญาติกับน้องชายผู้นี้

“น้องรอง ข้าว่าเจ้ายอมยกลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเถอะ นางจะได้มีความเป็นอยู่ที่ดี เจ้าเองก็จะได้ชื่อว่าเป็นพ่อตาของเศรษฐีเชียวนะ” อี้หาน

“หากพี่ใหญ่ว่าการไปเป็นอนุของชายแก่คราวปู่มันดีนักหนาเหตุใดท่านไม่ให้ลูกสาวของท่านตบแต่งเข้าไปเสียล่ะขอรับ” เจี้ยนป๋อ

“นี่เจ้า.. เจ้ากล้าพูดจายอกย้อนข้าเช่นนั้นหรือ เดี๋ยวนี้เจ้าช่างกล้าหาญเสียจริง” อี้หานชี้หน้าด่าน้องชาย

“เจ้าลูกอกตัญญู ข้าอุ้มท้องเจ้ามาเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ เจ้ากลับเนรคุณ ตอนนี้ข้าแค่ขอให้เจ้ายกนางตัวไร้ค่าลูกสาวของเจ้าแต่งเข้าบ้านเศรษฐีเพื่อช่วยเหลือครอบครัวเจ้ากลับไม่ยินยอม ข้าน่าจะเอาขี้เถ้าอุดปากเจ้าให้ตายเสียแต่ยังเด็ก ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาจนเติบใหญ่ขนาดนี้ ข้าไม่น่าเลี้ยงเจ้ามาเพื่อให้มาเนรคุณข้าเอง ลูกอกตัญญู” นางเซียนซื่อชี้หน้าด่าลูกชาย

“ก็แค่ลูกสาวไร้ค่าของเจ้า จะเทียบอันใดกับลูกสาวของข้าได้กัน อย่าเอาลูกสาวของเจ้ามาเทียบกับหนิงอันลูกสาวข้า” สะใภ้ใหญ่

“ข้ายังยืนยันคำเดิม ข้าไม่มีวันส่งลูกสาวของข้าให้บ้านเศรษฐีเฒ่า ลูกสาวของข้าข้าจะหาสามีให้นางเอง ในเมื่อทั้งหมดเป็นปัญหาของพวกท่านที่รับปาก พวกท่านก็หาทางแก้ปัญหากันเอาเองเถิด ตลอดเวลาที่ข้าต้องอดทนให้พวกท่านรังแกลูกเมียข้ามันก็เกินพอแล้ว ข้าสู้อุตส่าห์ทำตามคำขอร้องของท่านพ่อที่สั่งเสียเอาไว้ให้พี่น้องรักและสามัคคีกันแต่พวกท่านไม่เคยจะใส่ใจ เอาแต่รังแก กดขี่ข่มเหงบ้านรองของข้า อาหารการกินบ้านรองก็ได้ส่วนแบ่งมาน้อยนิดทั้ง ๆ ที่งานในไร่ครอบครัวของข้าก็ทำมากที่สุด เงินก็เป็นข้าหามามากที่สุด แต่เงินเหล่านั้นไม่เคยตกถึงครอบครัวของข้า ตลอดเวลา 20 กว่าปีมานี้ ข้าถือว่าข้าได้กตัญญูต่อท่านแล้ว ท่านแม่ หากเป็นเช่นนี้ข้าขอแยกบ้านขอรับ” เจี้ยนป๋อพูดออกมาด้วยดวงตาแดงก่ำ

“แยกบ้าน เจ้ากล้าแยกบ้านหรือ อกตัญญู อกตัญญูแล้ว” นางเซียนซื่อทุบขาร้องโวยวายตีอกชกลม

“ท่านแม่ ในเมื่อน้องรองอยากแยกบ้านก็ให้แยกไปเถอะขอรับ แต่ข้าจะไม่แบ่งอะไรให้ทั้งนั้น อยากแยกบ้านเองก็ออกไปแต่ตัวเถอะ” อี้หาน

“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ อีกหน่อยลูกใหญ่ก็จะเป็นขุนนางแล้ว ข้าไม่อยากให้มีปลิงมาเกาะคอยดูดเลือดเจ้าค่ะ” สะใภ้ใหญ่

“ได้ ในเมื่อเจ้าอยากแยกบ้านนักก็ออกไปแต่ตัวก็แล้วกัน เจ้าใหญ่ ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาจัดการให้เรียบร้อย” นางเซียนซื่อ

หลังจากนั้นไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านได้มาทำการแยกบ้านโดยมีเอกสารการแยกบ้านและตัดขาดสามฉบับ ฉบับแรกมอบให้กับนางเซียนซื่อ ฉบับที่สองมอบให้กับเจี้ยนกั๋ว และฉบับสุดท้ายหัวหน้าหมู่บ้านจะนำไปยื่นกับทางการถือเป็นการเสร็จสิ้นการแยกบ้าน

“พวกเจ้ารีบไสหัวออกไปจากบ้านของข้าและอย่าได้หยิบฉวยอะไรของข้าออกไปเด็กขาด สะใภ้ใหญ่คอยจับตาดูเอาไว้” นางเซียนซื่อ

“เจ้าค่ะท่านแม่”

“พวกเราไปเก็บของกันเถอะ อย่าเสียเวลาอีกเลย” เจี้ยนป๋อ

“เจ้าค่ะท่านพี่”

“ขอรับท่านพ่อ”

ครอบครัวของเจี้ยนป๋อเก็บข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดใส่ห่อผ้าจากนั้นนางเหลียนซื่อก็ไปช่วยลูกสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่เก็บของ เจี้ยนป๋ออุ้มลูกสาวที่นอนหมดสติอยู่ขึ้นวางใส่รถเข็นอย่างเบามือ คนพวกนี้นับว่ามีจิตใจเหี้ยมโหดเพียงแค่ลูกสาวของเขาไม่ยินยอมไปเป็นอนุของตาเฒ่าบ้ากามผู้นั้น

เขาไม่คิดเลยว่าย่าแท้ ๆ จะทุบตีลูกสาวเขาปางตาย หากเขากลับมาไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น ลูกสาวที่น่ารักแสนดีของเขาคงได้หมดลมหายใจไปแล้ว เพราะเหตุนี้ความอดทนที่เขามีถึงได้ขาดลง เขาทำใจอยู่ร่วมบ้านกับคนพวกนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว หากเขาไม่สามารถปกป้องลูกได้เขาก็ไม่สมควรจะเป็นพ่อใคร

“ท่านพ่อพวกเราจะไปอยู่ที่ไหนหรือขอรับ” เว่ยหย่งคัง

“พวกเราจะกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่านแม่เจ้า กับท่านตาท่านยายของพวกเจ้า” เจี้ยนป๋อ

“ขอรับท่านพ่อ เช่นนั้นเราไปกันเถอะ จะได้รีบพาพี่ใหญ่ไปรักษา” เว่ยหย่งหมิง

ในตอนที่ครอบครัวของเจี้ยนป๋อกำลังเดินออกจากบ้านเว่ยมา อี้หานได้พูดขึ้นมาลอย ๆ ว่า

“อย่าคิดว่าแยกบ้านแล้วลูกสาวของเจ้าจะหนีพ้น คอยดูลูกสาวของเจ้าเอาไว้ให้ดี ท่านเศรษฐีไม่มีวันรามือ”

เจี้ยนป๋อเข็นรถที่มีร่างของลูกสาวนอนไม่ได้สติอยู่พาลูกเมียเดินออกจากหมู่บ้านลี่เจียงที่เขาอยู่มาตั้งแต่เกิดไปด้วยใจที่แตกสลาย เขาผิดหวังกับมารดาผู้ให้กำเนิดและพี่ชายแท้ ๆ ของตัวเอง

ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ถึงแม้ว่าพวกเขาจะสงสารเว่ยเจี้ยนป๋อและครอบครัวแต่พวกเขาเป็นคนนอกไม่สามารถจะเข้าไปยุ่งเรื่องของผู้อื่นได้ อีกอย่างแม่สามีกับลูกสะใภ้บ้านนี้นั้นล้วนร้ายกาจ เห็นแก่ตัวและปากร้ายจนไม่มีใครอยากจะข้องแวะด้วย

ใช้เวลากว่า 1 ชั่วยามเดินเท้าจากหมู่บ้านลี่เจียงมาถึงหมู่บ้านต้าหลี่ที่เป็นบ้านเดิมของนางเหลียนซื่อ เมื่อมาถึงก็พบกับพี่สะใภ้ที่กำลังกวาดลานบ้านอยู่พอดี

นางซ่งซื่อหรือซ่งจินเหม่ยเห็นน้องสาวสามีพร้อมด้วยน้องเขยและหลาน ๆ เดินเข้ามาในบ้านและน้องเขยยังได้เข็นรถเข็นที่มีร่างของหลานสาวคนโตที่นอนหมดสติมาด้วย

ด้วยความตกใจนางจึงถามออกมาด้วยความร้อนรน

"น้องสาวน้องเขยเหตุใดจื้อโหย่วถึงเป็นเช่นนี้ไปได้ เกิดอะไรขึ้น"

“พี่สะใภ้เข้าบ้านกันก่อนเจ้าค่ะ ค่อยไปคุยกันในบ้านนะเจ้าคะ” นางเหลียนซื่อ

“เช่นนั้นก็เข้าบ้านกันเถอะ น้องเขยเจ้าอุ้มจื้อโหยวเข้าไปพักข้างในก่อน” นางซ่งซื่อ

“เอะอะอะไรกัน เสียงดังไปถึงหลังบ้าน” แม่เฒ่าเหลียน

“ท่านแม่ น้องสาวกับน้องเขยมาเจ้าค่ะ หลานสาวเกิดเรื่องแล้ว” นางซ่งซื่อตอบแม่สามี

“อะไรนะ เกิดอะไรขึ้นกับหลานข้า นี่มันเรื่องอันใดกัน” แม่เฒ่าเหลียน

“ท่านแม่ใจเย็น ๆ ก่อนเจ้าค่ะ ข้าจะเล่าให้ท่านแม่ฟังเอง และต่อจากนี้ไปข้าและท่านพี่จะขอกลับมาอยู่ที่นี่ได้หรือไม่เจ้าคะ ท่านพี่ตัดขาดจากบ้านเว่ยแล้ว พวกเราจะขออาศัยอยู่กับท่านแม่สักระยะ จากนั้นพวกเราจะหาทางขยับขยายออกไปอยู่กันเองเจ้าค่ะ” นางเหลียนซื่อเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา

“เอาเถอะ ๆ ที่ทางของบ้านเรายังมีพอที่จะให้พวกเจ้าปลูกบ้าน ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เจ้าบอกมาให้แม่ฟังสิมันเกิดอันใดขึ้น”

หลังจากที่ได้ฟังลูกสาวเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแม่เฒ่าเหลียนก็อยากจะไปจัดการกับยายแก่สารเลวบ้านเว่ยจริง ๆ โชคดีที่ลูกเขยของนางตัดขาดออกมาได้ นางไม่เชื่อหรอกว่าคนขยันอย่างเจี้ยนป๋อจะไม่สามารถหาเลี้ยงลูกเมียได้ ถึงตอนแรกจะลำบากไปบ้างเท่านั้น

แต่ปัญหาเรื่องหลานสาวนั้นหากว่าไม่หาทางออกที่ดีไม่พ้นว่าจะโดนอำนาจเงินของตาเฒ่าบ้ากามคนนั้นรังแกเอาได้ มีทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรอดพ้นจากน้ำมือของตาเฒ่าบ้ากามนั้นได้คือให้หลานสาวแต่งออกไป

หากผู้ใดล่วงละเมิดภรรยาผู้อื่นถือว่ามีความผิดร้ายแรง แม้ว่าคนผู้นั้นจะมีเงินมีอำนาจมากก็ไม่สามารถที่จะล่วงละเมิดภรรยาของผู้อื่นได้ โทษของผู้ที่ทำความผิดคือต้องไปใช้แรงงานขุดคูเมืองและโดนยึดทรัพย์

อ่านต่อ

สารบัญ ลิขิตรักภรรยาตัวร้าย

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หยั่งรากฝากรัก
8.3
เมื่อก่อนจิรายุเคยขับไสไล่ส่งดรีมจนเธอหายไปจากชีวิต แต่พอเธอกลับมาในลุคใหม่ที่ไม่แยแสเขาอีกต่อไป เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากทวงคืนหัวใจเธอ ทว่าอุปสรรคครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก เพราะนอกจากจะมีหนุ่มๆ มาคอยขายขนมจีบแล้ว เธอยังพยายามหลบหน้าเขาแทบทุกวิถีทาง ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคือพ่อแม่ของเขาที่เคยเชียร์กลับเปลี่ยนมาขัดขวาง โดยประกาศกร้าวว่าผู้ชายคนไหนก็ได้ยกเว้นลูกชายตัวเองที่จะได้คู่กับดรีม งานนี้เขาจะขุดรากรักที่ฝังลึกในใจให้กลับมาเบ่งบานได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เพรงมายา
8.3
คู่รักคู่หนึ่งต้องเผชิญกับเหตุการณ์ระทึกขวัญจากสิ่งลี้ลับ วิญญาณอาฆาตที่หมายเอาชีวิต และมันจะไม่หยุดจนกว่าทั้งคู่จะตายตกไปตามกัน อีกครั้ง! ตั้งแต่วันที่ได้พบกับ มะปราง เด็กกำพร้าท่าทางแปลกๆ ที่ญาติของ ชวิน ธำมรงค์ รับเป็นลูกบุญธรรม สิตางศุ์ ศรัทธาธรรม ก็พบเจอเหตุการณ์ประหลาดชวนสยองขวัญ หล่อนเริ่มตาฝาดเห็นภาพน่ากลัวบ่อยครั้ง และฝันเห็นผู้หญิงที่ไม่รู้จักแต่มุ่งหมายเอาชีวิตก่อนที่ผู้หญิงคนนั้นจะถูกฆาตกรรมโดยหล่อนและชายที่หน้าเหมือนชวิน ความฝันนั้นชัดเจนและต่อเนื่องกันทุกครั้งจนปะติดปะต่อเรื่องได้ ในขณะที่คนรอบข้างก็เจอเหตุการณ์น่าสะพรึงกลัว จนกระทั่งหล่อนได้พบประกาศขายบ้านและที่ดินแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งรอคอยให้พวกทั้งคู่วนเวียนกลับไปครั้งแล้วครั้งเล่า และเหมือนมีอะไรดลใจให้ชวินซื้อที่นั่นเพื่อปลูกเรือนหอ บ้านหลังหนึ่ง เด็กคนหนึ่ง และความฝัน ทำให้ชีวิตของทั้งคู่ไม่สงบสุขอีกต่อไป เพราะมีอะไรบางอย่างคอยติดตามอย่างอาฆาตแค้น สิ่งที่มันต้องการคืออะไร ทำไมต้องการเอาชีวิตทั้งคู่ และความแค้นนั้นเริ่มต้นที่จุดใด คือคำตอบที่สิตางศุ์อยากรู้
หน้าปกนวนิยาย แค้นรักทาสสวาท
9.7
สไนเปอร์ ผู้กำกับมาเฟียสุดเย็นชาต้องเผชิญกับมรสุมชีวิตเมื่อบิดาพา นับดาว สาวน้อยจอมทะเยอทะยานเข้ามาในบ้านจนแม่ของเขาต้องคิดสั้น ความแค้นปะทุขึ้นเมื่อเขามองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงไร้ยางอายที่หวังเกาะคนรวยเพื่อยกระดับฐานะ แม้เธอจะใช้เสน่ห์ยั่วยวนเพียงใดเขาก็มีเพียงความเกลียดชังมอบให้ ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันให้เธอต้องมาตกอยู่ภายใต้อาณัติของเขา ชายหนุ่มจึงเริ่มบทลงโทษอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนให้เธอรู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดที่ครอบครัวเขาได้รับ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย เปย์รัก(แฝดน้อง) 40 กะรัต
8.4
สาวผู้คลั่งไคล้ในสมบัติและของมีค่าอย่างสุดหัวใจ แต่กลับพยายามปฏิเสธความปรารถนาดีจากชายหนุ่มผู้สายเปย์ที่คอยประเคนของขวัญให้เธอไม่หยุดหย่อน แม้เธอจะพยายามหาทางหลบหนีจากความสัมพันธ์นี้มากเพียงใด เขากลับรุกหนักด้วยการส่งสิ่งของล้ำค่ามาให้มากมายราวกับขนมาด้วยรถสิบล้อ ยิ่งหนีเขาก็ยิ่งเปย์ ยิ่งถอยเขาก็ยิ่งรุกใส่ด้วยความร่ำรวย แล้วแบบนี้ผู้หญิงที่แพ้ทางของสวยๆ งามๆ อย่างเธอจะสามารถรอดพ้นจากบ่วงรักมหาเศรษฐีจอมทุ่มคนนี้ไปได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
ตอน
อ่านเลย
แชร์