
บ้านไร่ชายดุ
ตอน 3
“ศักดิ์ เอาเชือกมัดลูกหมาตัวนี้ไว้ !”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ตะโกนสั่งสมุนมือขวา จากนั้น ชายรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าเรียบเฉยก็ตรงเข้าไปมัดมือของเด็กสาวอย่างว่องไว
“ไม่ อย่าทำลูกฉัน”
บัวตองพยายามเข้ามาขัดขวางแต่ถูกลูกน้องอีกคนจับตัวไว้ ส่วนพ่อของเธอนั้นได้แค่ขบกรามแน่น
“ปล่อยฉันนะไอ้พวกชั่ว ! ฉันจะแจ้งตำรวจให้มาลากพวกแกเข้าคุกให้หมด !”
เมย์ร้องลั่น ข้อมือเล็ก ๆ ถูกเชือกปอเส้นโต มัดเข้าหากันจนแน่น
ปัง !
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ยิงปืนขึ้นฟ้า เสียงดังราวกับสายฟ้าพิโรธนั้น ทำให้ทุกคนเงียบสนิท
“เอาสิ แจ้งเลย แจ้งตำรวจ ฉันอยากจะรู้นักว่าระหว่างฉัน กับพ่อของเธอที่ฆ่าล้างโคตรคนในไร่ปลายดาว ตำรวจจะจับใคร !”
ชายหนุ่มกระชากข้อมือเล็กที่ถูกพันธการเอาไว้ขึ้น ร่างบางก็ลอยติดมือเขาขึ้นมาอย่างง่ายดาย
เมย์มองสบตาซาตานตรงหน้า แววตาของเธอวูบไหวกับสิ่งที่ได้ยิน สมองของเธอกำลังถูกโจมตีจากถ้อยคำที่เพิ่งจะได้รับรู้ว่าพ่อของเธอเป็นฆาตกร !
“หากเธอไม่อยากให้พ่อกับแม่เธอตาย ก็ยอมไปกับฉันดี ๆ”
ชายหนุ่มโน้มหน้าลงใกล้ใบหน้าสวย น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความคุกคามจนเด็กสาวตัวสั่นระริก
“หนี้แค้นครั้งนี้ เธอจะต้องชดใช้แทนอย่างสาสม !”
สิ้นคำ พ่อเลี้ยงก็กระชากเชือกที่ผูกข้อมือหญิงสาวรั้งให้หล่อนเดินตามเขาออกไปในฐานะตัวประกัน ก่อนก้าวพ้นประตูออกไปเขาบอกกับสองสามีภรรยาโดยไม่หันกลับมามองว่า
“พวกแกต้องส่งเงินมาให้ฉันเดือนละแสน หากเดือนไหนไม่ได้ เดือนนั้นก็เตรียมรับศพลูกสาวแกไปได้เลย !”
“ไม่นะ ! อย่าเอาลูกฉันไป เมย์ ! ลูกแม่ ! ฮือ ๆ”
บัวตองร้องไห้ปริ่มใจจะขาด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงได้แต่มองตามร่างลูกสาวตัวน้อยถูกกระชากลากถูกไปตามทางจนหายลับตาไป
เมื่อคนจากไร่ปลายดาวกลับไปจนหมดแล้ว เสือเมฆก็เข้ามาพยุงคู่ชีวิตให้ลุกขึ้น ซึ่งบัดนี้ดวงตาเหม่อลอยคล้ายกับคนที่เสียสติไปแล้ว
“บัวตอง มีสติหน่อย ลูกสาวเธอยังไม่ได้ตายเสียหน่อย”
คำพูดของเขาทำให้ภรรยามีน้ำตาอีกครั้ง พร้อมกับกรีดร้องออกมาว่า
“คุณรู้ดีแก่ใจใช่ไหมว่าต้องมีวันนี้ ! คุณถึงไม่ยอมพาฉันหนีให้ไกลจากที่นี่ !”
“ใช่ ! ผมรู้ดีว่าสักวันมันต้องมา !”
เสือเมฆยอมรับกับภรรยา เขาหันไปทางอื่นเพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของหล่อน
“คุณมันเห็นแก่ตัว !”
เสือเมฆหันกลับมองภรรยา แววตาเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดไม่แพ้หล่อน ขยับปากเอ่ยว่า
“ถ้าผมไม่เห็นแก่ตัว แล้วมีใครหน้าไหนที่เห็นแก่เราบ้าง !”
เขาอดทนรอคอยมาถึง 12 ปี อะไรที่ควรเป็นของเขาตั้งแต่ต้น เขาก็ควรที่จะได้มันมา !
.............................................
“นี่ ! มันจะมากไปแล้วนะ !”
เมย์ตะเบ็งเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ ดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เธอรั้งข้อมือเข้าหาตนเองเพื่อให้ร่างสูงหยุดลากเธอไปขึ้นรถ เมื่อเขาหันมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย เธอก็ตะโกนใส่หน้าเขาต่อว่า
“จับฉันไปเป็นทาสแล้วยังจะข่มขู่เอาเงินกับพ่อฉันอีก แบบนี้มันต่างจากพวกโจรชั้นต่ำ รีดไถเงินชาวบ้านตรงไหน !”
“ลูกหมาอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับฉัน”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์กระชากเชือกที่ถืออยู่ในมือรั้งร่างบางเข้าใกล้ แล้วเชยคางเธอขึ้นด้วยมืออีกข้างหนึ่ง การกระทำของเขานั้น ทำให้บรรดาลูกสมุนสิบกว่าคนหยุดยืนรายล้อมมองเขาทั้งคู่อย่างสนใจ ยิ่งเมื่อเขาทำท่าเหมือนจะขย้ำสาวน้อยตรงหน้าให้แหลกลาญ พวกมันยิ่งหัวเราะออกมาอย่างครึกครื้น
“แต่สิ่งที่คุณกระทำมันเกินไป”
เมย์ดึงพยายามข้อมือของตนเองกลับเต็มแรงเพื่อให้อยู่ห่างจากเรือนร่างกำยำของเขา ผิวนุ่มเสียดสีกับเชือกหยาบ ๆ รู้เจ็บแสบไปหมดจนต้องกัดฟัน
“เกินไปเหรอ”
เขาดึงเชือกเข้าหาตัวมากขึ้น แล้วใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวบางรั้งตัวเธอให้แนบชิดเรือนกายเขายิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ทำให้หญิงสาวถึงกับลืมหายใจไปชั่วครู่ หัวใจของเธอเริ่มเต้นระส่ำ
“ฉันจะบอกอะไรเธอไว้อย่างหนึ่งนะ เงินทองที่เธอและพ่อของเธอใช้จ่ายอย่างสุขสบายทุกวันนี้เป็นเงินของพ่อเลี้ยงสิงหาที่ถูกปล้นมาทั้งนั้น ที่ฉันเรียกคืนเดือนละแสนมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”
น้ำเสียงของเขาเยียบเย็นด้วยความแค้นที่เก็บกดไว้มาแสนนาน เรือนกายของเขาเสียดสีอยู่กับความอ่อนนุ่มของเนื้อสาว
“ไม่จริง”
เมย์ร้องออกมาอย่างตระหนก จะให้เธอเชื่อได้อย่างไรว่า แท้จริงแล้วพ่อกับแม่ของเธอเป็นคนเลว
“ตอนนั้นเธอเองก็ 7 ขวบแล้วนี่ อย่าแกล้งทำเป็นเด็กใสซื่อจำอะไรไม่ได้หน่อยเลย”
เขาโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้ใบหน้าสวยมากยิ่งขึ้น ริมฝีปากบางของเขาฉาบด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกขนลุกเกรียวขึ้นทั่วทั้งร่าง
“ฉะ ฉันจำไม่ได้”
หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบ ลมหายใจอุ่น ๆ ของเขาที่ใกล้เข้ามาทุกขณะ แต่ดูเหมือนว่าเธอไม่อาจจะขัดขืนได้มากนัก เขาใช้มืออีกข้างจับคางของเธอเอาไว้ทําให้ไม่อาจจะหลีกหนีได้อีก
“จำได้ ไม่ได้ ไม่สำคัญ แต่ที่เธอต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ ว่าเธอคือ เชลยในกำมือของฉัน !”
สิ้นคำ เขาก็ประทับริมฝีปากลงมาบดจูบกลีบปากบางอิ่มของหญิงสาวในอ้อมกอดอย่างเหี้ยมโหด และดุดันเท่าที่เขาอยากจะลงทัณฑ์ลูกของคนทรยศ !
“อื้อ”
หญิงสาวครางประท้วงในลำคอ เธอเพิ่งเคยถูกผู้ชายรุกรานอย่างหยาบช้าเช่นนี้เป็นครั้งแรก ร่างน้อยดิ้นเร้าคล้ายกับคนกำลังจะจมน้ำ
และเมื่อจูบล้ำลึกมากขึ้น วงแขนแกร่งก็รั้งร่างนุ่มนิ่มของหล่อน แนบสนิทกับเรือนกายกำยำของเขามากขึ้นกว่าเดิม เด็กสาวรู้สึกถึงความร้อนร้อนรุ่มบางอย่างถูกกระตุ้นขึ้นมาจนเธอมึนงง ความรู้สึกอันแปลกใหม่นี้ราวกับว่าตัวเธอเหมือนจะค่อย ๆ ลอยขึ้น ไฟปรารถนาที่ซ่อนเร้นในกายสาวลุกไหม้ไหม้อย่างรวดเร็ว จนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งกาย
เมื่อร่างบางในอ้อมกอดอ่อนระทดระทวยไปกับรสจูบที่เขามอบให้อย่างหนักหน่วง เขาก็ถอนริมฝีปากออก แล้วมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามพร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างสาแก่ใจว่า
“จำเอาไว้ เธอก็เป็นแค่เชลย อย่าริอาจมาต่อรองกับฉัน !”
คำพูดนั้นเรียกเสียงโห่ร้องอย่างสะใจจากลูกน้องของเขาได้เป็นอย่างดี จากนั้นเขาก็ผลักร่างอ่อนปวกเปียกของหญิงสาวให้ห่างออก
เมย์จึงล้มพับลงไปกับพื้นดิน เพราะร่างของเธอยังคงสั่นสะท้านกับการถูกเขาจู่โจมเมื่อครู่ เธอรู้สึกทั้งอับอาย ทั้งไร้ทางสู้ จนหัวใจของเธอเจ็บร้าวเหมือนถูกบีบอย่างรุนแรง ดวงตากลมโตสั่นระริก มีน้ำตารื้อขึ้นมา
“ไม่ต้องมาทำเป็นสำออย”
พ่อเลี้ยงพยัคฆ์ดึงปลายเชือกที่ผูกโยงกับข้อมือของหญิงสาวเพื่อให้เธอลุกขึ้นเดินไปที่รถ
แม้เมย์จะรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือ แต่เธอก็กัดริมฝีปากตนเองเอาไว้ ไม่ให้มีเสียงร้องออกมา เธอจะไม่มีวันให้เขาได้สมใจที่ต้องการเห็นเธอทุกข์ทรมาน !
.............................................
คุณอาจจะชอบ





