ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก

เธอ...ที่ต้องสงสัยว่าจะไม่ถูกรัก

จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อหญิงสาวตัดสินใจเข้าสู่ประตูวิวาห์ด้วยความรักและความปรารถนาส่วนตัวที่เต็มเปี่ยม แต่สำหรับฝ่ายชาย การแต่งงานครั้งนี้เป็นเพียงหน้าที่ที่เขาต้องแบกรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความแตกต่างของเหตุผลและเจตจำนงที่ทั้งคู่มีให้แก่กัน บทสรุปของชีวิตคู่ที่สร้างขึ้นบนพื้นฐานที่ต่างกันคนละขั้วจะนำพาพวกเขาไปสู่ทิศทางใด ในเมื่อหัวใจหนึ่งดวงให้ไป แต่อีกดวงเพียงแค่ทำตามหน้าที่
ตอน
แชร์

ตอน 3

“เอื้อก็ไม่ได้อยากเป็นแค่น้อง”

 คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ทั้งโมโห ทั้งสับสน

 นี่มันหายนะชัดๆ เลยไม่ใช่หรือ

 ผู้หมวดทำทีเป็นใจเย็น “คุณอาจจะพูดเพราะเมา ผมจะไม่ถือสาแล้วกัน”

 แม้จะมีเรื่องที่สงสัยอยู่มากแต่เขาไม่คิดจะต่อปากต่อคำกับเธออีกแล้ว หากให้เดาการที่เจ้าหล่อนมาไกลถึงนี่อาจจะเพราะมีปัญหาบางอย่างที่ไม่อยากบอกให้คนในครอบครัวรับรู้ แต่แล้วทำไมถึงเป็นเขาที่ได้รู้ ไม่อยากจะเกี่ยวอะไรในสมการนี้ของแม่ติวเตอร์นี่เลยสักนิด

 ในมุมมองคนนอกอย่างเขาที่เห็นเธอผ่านตาบ้างก็ตีความไปว่าชีวิตติวเตอร์สาวไม่น่าจะมีเรื่องอะไรให้น่าปวดหัว หลังการมีพี่เขยอย่างปราชญาธิปที่รวยล้นฟ้าปานนั้น เรียนจบก็มีงานรองรับ รถเอย บ้านเอย ก็มีเป็นของตัวเองใช่ต้องผ่อนหรือเช่า งานการก็ดูจะไปได้ดี ดูจากที่เห็นว่ามีเด็กๆ ตบเท้าเข้าไปเรียนในโรงเรียนกวดวิชาของเจ้าตัวไม่ขาดสาย

 อะไรกันที่ทำให้คนคนนี้ต้องมาดื่มย้อมใจ

 หรืออกหัก?

 แต่ไม่ว่าจะอะไรก็ไม่เห็นว่าเขาจะเกี่ยวข้องตรงไหน

 คิดได้เท่านั้นก็รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างเมื่อร่างบอบบางค่อยๆ โน้มตัวมายังเบาะคนขับ กลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนเขาตอนกลั้นลมหายใจ

 หาใช่เพราะไม่ถูกโรคกับกลิ่นแอลกอฮอล์ แต่เพราะระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ต่างหากที่ทำเขาแทบหยุดหายใจ เลือดลมไหลเวียนไม่เป็นปกติ

 “คุณเอื้อ ถอยออกไปหน่อยครับ”

 เธอกลับเปล่งเสียงแหบพร่าออกมา “เฮียใบ”

 “อะ...อะไรครับ แต่ถอยออกไปก่อนได้ไหม” ไม่ว่าเปล่ายังพยายามยื่นมือออกไปดันหัวทุยให้ออกห่างตัว ซึ่งเขาไม่ค่อยกล้าใช้แรงที่เยอะเกินจำเป็น

 อาภาสินีเป็นจอมยุ่งยาก ถ้าทำอะไรให้แม่เจ้าประคุณไม่พอใจเข้าเกรงว่าจะถูกเล่นงานเหมือนเมื่อสี่ปีที่แล้ว ถึงได้พยายามเลี่ยงที่จะใกล้ชิดมาตลอด ทั้งที่ปกติเขาเป็นมิตรและเข้ากับคนอื่นได้ดียิ่งกว่าไซบีเรียน ฮัสกีด้วยซ้ำ แต่อาภาสินีคือมนุษย์คนเดียวที่ผู้หมวดหนุ่มไม่ค่อยอยากเข้าใกล้

 อาจจะนิยามได้ว่า...ขยาด

 “มีแฟนยังคะ”

 เขานิ่งงัน

 “แต่พี่ก้านบอกแล้วว่าเฮียโสด”

 เลปกรตั้งหลักได้หลังจากนั้นเป็นนาที สุ้มเสียงเข้มดังออกจากปากหยัก “โสดไม่โสดก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณนะ”

 “เกี่ยวสิ”

 “ไม่”

 “เฮียใบคะ” อาภาสินีโน้มใบหน้ามาอีกครั้ง “คบกันได้ไหม”

 ครั้งนี้เขาผลักหัวของสาวเจ้าแรงกว่าครั้งที่แล้ว แต่ก็ไม่ได้แรงพอจะสร้างความเจ็บปวด ก็แค่ต้องการให้เธอถอยห่างออกไปเท่านั้นเอง เขาทั้งต้องขับรถ ทั้งยังต้องรับมือกับพฤติกรรมแปลกๆ ของผู้โดยสารร่วมทาง การที่เธอเที่ยวมาวอแวใกล้ๆ อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

 “ผมคิดไว้แล้วเชียวว่าคุณมันไม่น่าไว้ใจ ไม่รู้หรอกนะว่าไปโดนใครหักอกจนต้องหาคนมาดามใจ แต่อย่าเข้าหาผมเลยครับ เห็นอย่างนี้ผมก็เลือก”

 “เอื้อมีตรงไหนไม่ดี”

 เขาพูดกับตัวเองให้ได้ยินแค่คนเดียว “เยอะอยู่”

 “คะ?”

 “เอาเป็นว่าอย่ามายุ่งกับผมเลย ตัดใจจากผมซะเถอะ ตอนนี้ผมมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”

 เธอครางรับในลำคอสั้นๆ ว่า “อ้อ” แล้วเงียบไปพักใหญ่ จนเขาตายใจว่าอาจจะเข้าใจว่าอ่อยอย่างไรก็ไม่มีทางสำเร็จ แต่แล้วเจ้าหล่อนก็เปิดปากพูดอีกครั้ง “เขากับเอื้อใครดีกว่ากัน”

 “เขา”

 เลปกรตอบได้อย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักวินาทีเดียว

 “จริงเหรอ”

 “คุณเมาจริงไหม ทำไมดูคุยคล่องผิดวิสัยคนเมาขนาดนี้”

 อาภาสินีไม่ตอบ แต่ยิงคำถามกลับมา “เอื้อเรียนจบแล้ว มีงานทำ บ้านไม่มีหนี้ ไม่เคยมีแฟน ไม่เคยนอนกับใคร ถ้าเฮียใบเลือกเอื้อก็จะได้เป็นคนแรกของเอื้อด้วย ไม่ชอบเหรอพวกสาวยังซิงน่ะ”

 เขาอึ้งไปทันที ก่อนจะเรียกสติตัวเองได้ก็เผลอสบถออกไปอย่างไม่ทันยั้งปาก ก่อนว่า “คุณบ้าหรือเปล่าเนี่ย ใครเขาจะนอนกับคุณ แล้วเป็นสาวเป็นแส้มาพูดจาแบบนี้ได้ไง น่าเกลียดมาก”

 “เอื้อไม่ดีพอให้เฮียชอบหรือไง”

 หัวคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบ ถ้าย้อนเวลาได้เขาจะไม่ออกมาหาเธอเลย ทำไมตอนนั้นถึงไม่ฉุกคิดแล้วเลือกติดต่อไปบอกปราชญาธิปและอัสมาให้ไปรับน้องสาวของตัวเองกันนะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ต้องมาทนฟังคำพูดแสลงหูอย่างตอนนี้

 ขนเขาลุกแทบจะทุกเส้นอยู่แล้ว

 ทว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้นก็จับความเปลี่ยนแปลงด้านนอกได้ เมื่อกระจกหน้ารถมีหยดน้ำกระทบลงมา เขารีบเปิดใช้งานที่ปัดน้ำฝน แต่ให้หลังไม่ถึงห้านาทีมันก็ตกหนักจนบดบังทัศนียภาพจนมองทางแทบไม่เห็น แม้ว่าจะใช้ที่ปัดน้ำฝนช่วยแต่ก็เหมือนไม่ช่วยอะไร ไหนยังมีคนคอยก่อกวนอยู่ข้างๆ จนทำให้ไม่มีสมาธิอีก

 อาภาสินีผีเข้าแน่นอนถึงได้เอาแต่ลูบไล้หน้าท้องเขาไม่ยอมหยุด

 ก็รู้ว่าหุ่นดี แต่ไม่อยากให้คนพรรค์นี้มาคลั่งไคล้สักหน่อย

 ตำรวจหนุ่มจำได้ว่าเมื่อเช้าที่นั่งทานข้าวกับที่บ้านนั้นมีรายงานเรื่องสภาพอากาศ กรมอุตุฯ แจ้งว่าช่วงนี้อาจมีพายุฤดูร้อนถล่มหลายพื้นที่ในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงจังหวัดนครนายกด้วย

 “คุณเอื้อเอามือออกไปก่อนได้ไหม คุณกำลังคุกคามผมอยู่นะ”

 “เฮียใบ”

 “บอกว่าอย่ามาเรียกแบบนั้นไง”

 “คบกันไหม”

 เขาแทบลืมหายใจ เธอทำทั้งหมดนี่เพราะอยากเป็นแฟนเขาหรือ ที่ผ่านมาที่เห็นว่านิ่งๆ นั่นเพราะเขินกันหรืออย่างไร นิ่งเพื่อกลบเกลื่อนความในใจน่ะนะ

 แล้วเขาก็ใช่ว่าจะไม่ดูดี แต่ดันไปต้องตาคนแปลกๆ พรรค์นี้ได้ สุดยอดความซวย

 บางทีความหล่อมันก็เป็นพิษกับชีวิตเหมือนกัน แล้วเขาควรดีใจหรือรู้สึกเช่นไรที่อาภาสินีแอบชอบทั้งยังมาขอคบ

 แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอน่ะสิ...แย่เลย แม่นี้คงถึงคราวอกหักซ้ำสองเสียแล้วกระมัง

 “ขอปฏิเสธ ผมบอกแล้วว่าเห็นอย่างนี้ผมก็เลือก”

 “นะ คบกันเถอะ”

 “โทษนะ แต่หน้าผมเหมือนคนที่ชอบคุณตรงไหนครับ”

• ────── ✾ ────── •

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KCM” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KCM
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักซ้ำรอย
9.3
ธาวิศก้าวเข้าหานิภาบนเตียงเพื่อทำตามความต้องการของคุณยาย แม้เขาจะพยายามคาดคั้นว่าเธอถูกบังคับหรือไม่ แต่นิภาก็ยืนยันว่าเต็มใจด้วยความประหม่า ชายหนุ่มจึงประกาศกร้าวอย่างเย็นชาว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่มีความผูกพันใดๆ และเขาจะกลับไปหาคนรักทันทีที่จบเรื่อง โดยขู่ไม่ให้เธอเรียกร้องสิ่งใดในภายหลัง ก่อนที่ความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตที่ลึกซึ้งตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านท่ามกลางความขัดแย้งในใจของทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย ชีวิตที่เหลือขอไม่เกี่ยวกันอีก
7.9
แม้จะให้คำมั่นไว้อย่างเด็ดขาดว่าจะตัดขาดและไม่ขอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีก ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันบีบคั้นให้เธอต้องวนเวียนอยู่ข้างกายชายที่ตั้งใจจะหนีห่าง กลายเป็นการผิดสัญญาที่สร้างความอึดอัดใจอย่างแสนสาหัส ซ้ำร้ายเธอยังพบว่าร่างกายถูกแทรกซึมด้วยพิษประหลาดอย่างเงียบงัน พิษร้ายนี้ลุกลามจนเกือบปลิดชีพเธอ และสิ่งที่สร้างความร้าวรานยิ่งกว่าคือมันได้ทำลายโอกาสในการให้กำเนิดบุตรที่แข็งแรงไปตลอดกาล หญิงสาวต้องแบกรับบาดแผลฉกรรจ์ทั้งทางร่างกายและจิตใจ จมดิ่งอยู่ในวังวนแห่งความเจ็บปวดที่ไร้หนทางหลบหนี
หน้าปกนวนิยาย ทิ้งให้ตาย: บาปของเจ้าพ่อ
8.7
เมื่อเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในกรุงเทพฯ ปฏิเสธการมีทายาทกับฉัน แต่กลับไปแอบมีลูกกับหญิงตระกูลอริ ความจริงที่เจ็บปวดนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงที่เขาผลักฉันจนแท้ง และเมียน้อยของเขาก็ทิ้งฉันให้ตายอย่างโดดเดี่ยวที่ก้นเหว ทว่าฉันรอดชีวิตและกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในฐานะสถาปนิกชื่อดังระดับโลก จนเขาต้องเป็นฝ่ายมาคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันกลับไปหา แต่หัวใจที่ถูกทำลายลงไปแล้วจะยอมให้อภัยการทรยศที่แสนเลือดเย็นนี้ได้จริงหรือ
หน้าปกนวนิยาย รักแรกชั่วนิรันดร์
8.2
เตชินท์ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อพิมพ์ชนกคนรักจากไปอย่างกะทันหันเพราะอุบัติเหตุ ความโกรธแค้นทำให้เขามุ่งทำลายชีวิตฟ้าลดาผู้ที่เป็นต้นเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ทว่าปาฏิหาริย์กลับนำดวงวิญญาณของพิมพ์ชนกมาเข้าร่างศัตรูที่เขาเกลียดชังที่สุด เธอต้องพยายามพิสูจน์ตัวตนภายใต้รูปลักษณ์ของหญิงสาวที่เขาปรารถนาจะล้างแค้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่แผดเผา พิมพ์ชนกจะสามารถทำให้เตชินท์กลับมารักเธอได้อีกครั้งหรือไม่ในร่างของคนที่เขาจองเวร
หน้าปกนวนิยาย เกมสวาททัณฑ์ซาตาน
8.7
เมื่อความลับที่ซ่อนไว้ถูกเปิดโปง สงกรานต์ต้องเผชิญกับความโกรธแค้นของเจ้านายหนุ่มที่เธอเคยหลอกลวงมานานหลายปี แม้จะพยายามอ้อนวอนขอความเมตตาด้วยความหวาดกลัวเพียงใด แต่ชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเพลิงแค้นกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขาตั้งใจจะลงทัณฑ์เธอให้สาสมกับความโง่เขลาที่เขาได้รับจากการต้มตุ๋นของเธอและพ่อ กายแกร่งเข้าคุกคามบีบคั้นจนหญิงสาวไร้ทางหนี ในเกมสวาทที่เขาเป็นผู้คุมกฎแต่เพียงผู้เดียวเพื่อล้างแค้นแม่ตัวแสบที่แอบหัวเราะเยาะเขามาตลอด
หน้าปกนวนิยาย ยั่วสวาทสาวใช้
9.2
ศิลาคือชายหนุ่มผู้สมบูรณ์แบบที่เมินเฉยต่อหญิงสาวทุกคนที่เข้ามาทอดสะพานให้ นั่นเพราะเขามีเป้าหมายเดียวที่แอบหมายตาไว้ในใจมาตลอด เมื่อสบโอกาสที่เหยื่อสาวผู้น่าสงสารต้องเผชิญหน้ากับเขาสองต่อสอง ความหวาดกลัวก็ทำให้เธอเผลอเรียกคุณใหญ่ออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน ทว่าความตื่นตระหนกนั้นกลับยิ่งเปิดทางให้ชายหนุ่มได้รุกประชิดอย่างเต็มกำลัง เขาใช้ถ้อยคำกำกวมและท่าทีคุกคามอันแสนเย้ายวนเพื่อไล่ต้อนเธอให้จนมุม พร้อมเอ่ยท้าทายให้หญิงสาวพิสูจน์ว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะยิ่งใหญ่สมชื่อเรียกของเขาจริงหรือไม่