ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ตำหนักร้อยดาว ชายากาวใจ

ตำหนักร้อยดาว ชายากาวใจ

ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง องค์ชายผู้ถูกทอดทิ้งต้องเผชิญกับโชคชะตาที่โดดเดี่ยวและไร้คนเมตตา ทว่าการปรากฏตัวของ หว่านหนิง สาวน้อยผู้มีเป้าหมายในการเปลี่ยนเส้นทางชีวิตอันมืดมนของเขา กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแผนการคว้าความโปรดปรานจากฮ่องเต้ให้สำเร็จ เรื่องราวความรักกุ๊กกิ๊กฉบับหน้าตายท่ามกลางอุปสรรคมากมายจึงเริ่มต้นขึ้น เธอจะสามารถเยียวยาหัวใจและพลิกชีวิตองค์ชายอาภัพคนนี้ให้กลับมารุ่งโรจน์ได้หรือไม่
ตอน
แชร์

ตอน 2

“หว่านหนิง ยังไม่ทันได้มีสิ่งใดรองท้องเห็นที่ต้องอำลาเพียงแค่นี้”

ตัดบทเอาเสียดื้อๆไม่จำเป็นต้องเสวนาให้มากความในเมื่อคนผู้นี้ไม่ได้มีผลต่อการใช้ชีวิตในตำหนักร้อบดาวของหว่านหนิง

“เดี๋ยว” 

มือใหญ่ฉุดมือบางไว้ หว่านหนิงเหลือบตามองมือใหญ่ ค่อยๆแกะมันออกไป ขันทีข้างกายไท่จือกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ เกรงว่าไท่จือจะทำสิ่งใดโดยพลการจนทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวาย ตามมาทีหลัง

“ไท่จือ หว่านหนิงเพิ่งแต่งเข้าตำหนักร้อยดาว ไท่จือมีอะไรเชิญพูดตรงๆ ”เหลือบตามองมือใหญ่ที่จับอยู่ที่ข้อแขน

“ข้า..กำลังต้องการใครสักคน มาเดินชมสวนเป็นเพื่อนในเช้านี้”สายตาจงใจสื่อความหมายบางอย่าง

“เกรงว่าจะไม่เหมาะนักห้องหับในตำหนักร้อยดาวรกเรื้อ หว่านหนิงเห็นทีต้อง ทำความสะอาดเสียยกใหญ่เช่นนั้นคงไม่อาจซุกตัว”

พูดความจริงเพื่อหลบหลีก เหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่าไม่ได้สนใจไท่จือมากไปกว่าการทำความสะอาดตำหนักร้อยดาวหรืออีกความหมายก็คือการทำงานหนักสำคัญกว่าตำแหน่งของเล่นของไท่จือหว่านหนิงพร้อมที่จะทนทุกข์ดีกว่าต้องไปเดินเล่นกับไท่จือ

“ลี่หยาง...พี่ห้า ยึดครองตำหนักร้อยดาวมาแต่ต้นและไม่ยอมให้ใครเข้าออก”หว่านหนิงขมวดคิ้วจะเชื่อดีไหม

“เช่นนั้นไท่จือโปรด ให้หว่านหนิงไปเถิดตั้งแต่เช้ายังไม่ได้กินอะไร”

เอาน้ำเย็นเข้าลูบ ทำให้ไท่จือยังไม่ละความพยายาม

“ตำหนักร้อยดาวไม่มีคนเสวย ลี่หยางก็ถูกสั่งให้ออกมาเสวยข้างนอก หากเจ้าไม่ถือสาตำหนักบูรพาของข้า ยกเครื่องเสวยหลายเวลาครบครันคาวหวาน”

หว่านหนิงยิ้มประสานมือย่อตัวลงช้าๆยิ้มเยือกเย็น

“หว่านหนิงทูลลา”ลี่กวงมองตามสุดสายตา ใบหน้างดงามยังติดตรึงใจ

“ทำไมข้าไม่เจอนางก่อนที่เสด็จพ่อจะประทานนางให้เขา”

พึมพำเบาๆด้วย นิสัยส่วนตัวของลี่กวงเป็นที่รู้ดีในวังหลวง

หว่านหนิงมาถึงห้องเครื่องที่กำลังโกลาหลในการจัดเครื่องเสวยในเวลากลางวัน  โชคดีอาจได้ของกินให้พอได้อิ่มท้องเช่นนั้นหรือนึกถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของลี่หยาง  ในเมื่อเป็นชายาขององค์ชายเช่นไรจึงต้องลำบากถึงเพียงนี้

“นายหญิง เสี่ยวไถอาสาไปเตรียมอาหารให้”น้ำเสียงจริงใจ 

“ที่เขาเตรียมไว้เล่า” 

หว่านหนิงถามกลับในเมื่อเห็นว่ามีหลายคนช่วยกันจัดเตรียมเครื่องเสวยคาวหวานมากมายไว้สำหรับเครื่องเสวยตอนกลางวัน

“อาหารพวกนั้นสำหรับตำหนักต่างๆ ไม่มีของตำหนักร้อยดาว”

หว่างหนิงถอนใจยาวเอาเข้าจริงลำบากกว่าที่คิดเสียอีก

“ไม่เป็นไร ข้าหาเองได้”

เดินเข้าไปข้างในสายตานับสิบคู่ไม่ได้เป็นมิตรอย่างที่อยากให้เป็น แต่หว่านหนิงรู้แล้วว่าอาจเจออะไรที่แย่กว่านี้ ในเมื่อลี่หยางโดดเดี่ยว หว่านหนิงก็คงไม่ต่างกัน

หยิบผักและหมูมาลงมือหั่น เตรียมสำหรับผัดไม่จำเป็นต้องให้ใครทำหว่านหนิงใช้ชีวิตแบบนี้งานบ้านงานเรือนไม่เคยบกพร่อง อิงไถกับกุ้ยอิงมองอย่างชื่นชมในความเรียบง่ายของหว่านหนิง

ใช้เวลาทำอาหารเพียงครู่เดียวก็ได้ผัดผักหอมกรุ่น คิดขึ้นได้ว่าองค์ชายห้าจะเสวยที่ไหน เวลานี้ก็ใกล้ได้เวลาเสวยกลางวันแล้ว อิงไถยกถาดมาวาง หว่านหนิงตักผัดผักฝีมือของตัวเองลงบนถาด ตักข้าวใส่ถ้วยจนพูนพยักหน้าให้อิงไถ

“ยกไปให้องค์ชายห้าแล้วค่อยกลับมาที่ตำหนักร้อยดาว”ทอดเสียงอ่อนโยนไม่ได้ออกคำสั่งอย่างที่อิงไถคิดไว้

อิงไถยิ้ม นับว่ามีมิตรไมตรีไม่น้อยสาวใช้นิสัยใช้ได้สองคน เหมือนกับถูกคัดสรรมาให้หว่านหนิงโดยเฉพาะนับว่าสวรรค์มีตา  กุ้ยอิงถือถาดผัดผักกับข้าวสามจานตามหว่านหนิงไปที่ตำหนักร้อยดาว

อิงไถยกถาดอาหารยืนรอหน้าตำหนักใหญ่ของฮ่องเต้ กลิ่นผัดผักร้อนๆหอมน่ากิน ลี่หยางเหลือบตามองอิงไถ

“องค์ชาย พระชายาให้นำมาให้ท่าน”

ใบหน้าเฉยชาไร้ความรู้สึกแต่ก็ยอมรับเอามาถือไว้โดยดี ฮ่องเต้เดินมายืนเอามือไพล่หลังมอง ลี่หยางนั่งลงกินเครื่องเสวยฝีมือหว่านหนิง

“ลูกคนนี้ จะรักก็ไม่ได้จะเกลียดก็ไม่อาจทำ”

ฮ่องเต้พูดเปรยๆ ต่อหน้าขันทีข้างกายฝานกงกงที่อมยิ้ม

“รักไม่ให้ใครรู้ เกลียดยามที่มีคนเห็นเช่นนั้นถึงจะทำให้องค์ชาย...ไม่เป็นที่เกลียดชังยิ่งไปกว่านี้”ฮ่องเต้ถอนหายใจยาวเหยียด

เย็นมากแล้ว หว่านหนิงทำความสะอาดตำหนักร้อยดาวยังไม่ถึงครึ่งของส่วนที่เหลือ ตำหนักใหญ่กว้างขวางแทบจะไร้ประโยชน์เมื่อผู้ครอบครองเป็นคนที่ไร้ซึ่งอำนาจเช่นองค์ชายห้าลี่หยางตำหนักจึงถูกปล่อยปะเช่นเดียวกับผู้ครอบครอง

“พระชายา เหนื่อยมากแล้วให้เสี่ยวไถกับเสี่ยวกุ้ยจัดการให้ ระหว่างนี้ไปแช่น้ำรอองค์ชายกลับมาจะดีกว่า”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
8.1
สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างรุนแรงจนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งคนบ้าที่ไร้สติ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกปิดความกลัว แต่ทว่าโทสะของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวเธอเพียงผู้เดียวพร้อมพันธนาการร่างบางไว้ด้วยกำลังมหาศาล ท่ามกลางเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดและคราบน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นที่รินไหล บุษย์น้ำเพชรจำต้องเผชิญกับเพลิงเสน่หาอันดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับความโกรธแค้นของเขา
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยัคฆ์ แม่ทัพตัวร้าย
7.8
ซุนเหยาผู้เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารจีนชื่อดังที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เธอทุ่มเททำงานหนักจนกระทั่งร่างกายรับไม่ไหวและหมดสติไปอย่างกะทันหัน ทว่าเมื่อฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง เธอกลับพบว่าตนเองหลุดมาอยู่ในโลกโบราณ โดยกำลังนั่งอยู่บนเกี้ยวแปดคนหามในชุดมงคลสีแดงสะดุดตา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเธอกำลังถูกส่งตัวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับใครบางคนอย่างไม่คาดฝันในดินแดนที่ไม่รู้จักแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย คัมภีร์มายาจันทราผนึกปีศาจ
8.2
ท่ามกลางแผนชั่วของอัครเสนาบดีหลี่ที่หวังปลดผนึกราชาปีศาจด้วยเลือดหญิงพรหมจรรย์ หลี่อวี้หลิน ศิษย์เอกสำนักซีเฟิงผู้มีเนตรเห็นวิญญาณและสื่อสารกับศพได้ ต้องร่วมมือกับ เซียวจวิ้นหาน รองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพรผู้เย็นชาเพื่อไขคดีฆาตกรรมปริศนา แม้เริ่มต้นด้วยความไม่ลงรอยจากอคติ แต่ความสามารถอันไร้ที่ติของอวี้หลินกลับชนะใจจวิ้นหานจนกลายเป็นความผูกพันลึกซึ้ง ทว่าความจริงกลับซับซ้อนเมื่อเบื้องหลังลัทธิมายาจันทราที่ชักใยเรื่องราวทั้งหมดกลับเกี่ยวข้องกับสายเลือดและบิดาแท้ๆ ของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย ลู่เมิ่งหลิง เทพธิดาแห่งฝัน
8.7
ลู่เมิ่งหลิงไม่เคยคาดคิดว่าการเฝ้ามองดวงดาวจะนำพาสิ่งมหัศจรรย์มาสู่ชีวิต จนกระทั่งโชคชะตาชักนำให้เธอได้พบกับเขาผู้อยู่เหนือขอบเขตของกาลเวลาและสถานที่ การพบกันครั้งนี้เต็มไปด้วยปริศนาว่าแท้จริงแล้วเป็นเพียงความบังเอิญหรือเป็นพรหมลิขิตที่สวรรค์ขีดเส้นไว้ ท่ามกลางห้วงมิติที่แตกต่าง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้ก่อตัวขึ้นพร้อมกับคำถามที่ว่า พลังแห่งดวงดาวหรือโชคชะตากันแน่ที่เป็นผู้ลิขิตการพบเจอที่แสนพิเศษครั้งนี้ให้เกิดขึ้นกับเธอ