
เงาทรราช
ตอน 2
‘บราลี คุณนายจิตราเลือกคุณให้ทำหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัวเธอ และนี่งานแรกของคุณ’ ชายหนุ่มใหญ่หน้าตาธรรมดาๆ ยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้บราลี
‘คืองานประมูลมงกุฎทองคำของกษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอินทรานคร เตรียมตัวไว้ให้พร้อมนะ’
‘อินทรานครล่มสลายไปกว่าพันปีแล้ว ยังเหลือของไว้ให้แย่งกันอีกหรือคะ หัวหน้า’ บราลีทำหน้างุนงงยามเงยหน้าละสายตาจากรายละเอียดของงานที่ต้องทำ และรายละเอียดบางส่วนของงานราตรีการกุศล ซึ่งให้ความสำคัญที่การประมูลมงกุฎชิ้นเอก
‘เขาเรียกประมูล ใครเรียกแย่งล่ะ คุณก็’ หัวหน้าแย้งน้ำเสียงระอา
‘มงกุฎของเจ้าครองเมืองพระองค์สุดท้าย วิรุฬหิตจอมทรราช…จอมทรราช? หรือพิมพ์ผิดหัวหน้า เขาจะบอกว่าเป็น จอมราชัน จอมคน หรือจอมกษัตริย์ หรือเปล่าคะนี่?’ บราลีชี้ตรงคำว่า ‘จอมทรราช’ ให้หัวหน้าดู
หนุ่มใหญ่หน้าตาธรรมดาซึ่งวางสีหน้าราบเรียบเริ่มคลี่ยิ้ม ส่ายหน้าช้าๆ ‘ถูกทุกอย่าง คุณอย่าบอกนะว่าไม่เคยทราบประวัติของเมืองนี้’
บราลีเอามือป้องปากพูดเสียงเบาหวิว ทั้งๆ ที่อยู่ตามลำพังกับหัวหน้างานในห้องของเขา ‘คุ้นๆ ว่ามีเรียนในวิชาประวัติศาสตร์ แต่…หนูลืม’
หัวหน้างานส่ายหน้าระอากับท่าทีของบราลีแล้วขยายความ ‘วิรุฬหิตได้ชื่อว่าเป็นกษัตริย์หนุ่ม ที่ปกครองอินทรานครองค์สุดท้าย ก่อนล่มสลายเพราะผู้คนทนความเหี้ยมโหดของพระองค์ไม่ไหว’
‘ทรราชของจริง! แล้วไอ้มงกุฎที่จะไปประมูลนั่นก็ของทรราช ของคนชั่ว คนโหด โอ!..แล้วจะไปแย่งกันทำไม? เจ้าของชั่วของมันก็เป็นอัปมงคลสิ หัวหน้า’ บราลีคิดแล้วสยดสยองจนทำหน้ายุ่งออกมา
‘ถึงประวัติเจ้าของจะไม่ดี แต่ทองโบราณของโบราณแบบนี้ ใครๆ ก็อยากได้ไปประดับบารมี’ หัวหน้าของเธอแย้ง แต่เธอก็ยังบ่นพึมพำไม่เห็นด้วย
‘เอาไปก็เป็นกาลกิณีเปล่าๆ’
แล้วคำที่เธอเคยว่าก็เป็นจริง งานประมูลมงกุฎทองคำองค์นั้น เปลี่ยนจากงานราตรีการกุศลกลายเป็นงานอัปมงคล มีคนตายมากมายตั้งแต่ยังไม่ได้เปิดประมูล หรือจะเป็นอาถรรพณ์ของมงกุฎจอมทรราช ที่ว่ากันว่ากระหายเลือดอยู่ตลอดเวลา?
บราลีพาร่างกายอ่อนล้าและดวงตาที่แดงก่ำออกมาจากบริษัทหลังเหตุการณ์วันวิปโยคผ่านไปหนึ่งวัน บุคคลที่เธออารักขาตายสนิทหลังถูกกระสุนเจาะเข้าเต็มกลางหลังเมื่อวิ่งมาหาหวังให้เธอช่วยคุ้มครองตามหน้าที่ เพื่อนในบริษัทตายไปสองคน บาดเจ็บห้าคน ส่วนคนอื่นๆ บราลีไม่รับทราบเพราะเป็นคนละส่วน แต่รู้ว่าทั้งคนในงานและพวกเข้าปล้นตายมากกว่ายี่สิบชีวิต
นับว่าเป็นการปล้นกลางกรุงที่อุกอาจร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่มงกุฎเจ้ากรรมยังคงอยู่รอดปลอดภัย คณะกรรมการจัดงานอันเชิญไปเก็บไว้ในตู้เซฟที่ธนาคารเช่นเดิม รอวันที่จะนำออกมาประมูลอีกครั้ง ส่วนตัวเธอถูกไล่ออก อีกทั้งอาจถูกดำเนินคดีเมื่อญาติของคุณนายจิตราผู้ตายกล่าวหาว่าเธอบกพร่องในหน้าที่ อาจจะต้องติดคุกและเสียค่าปรับจำนวนมหาศาล
หญิงสาวนั่งแท็กซี่กลับบ้านด้วยดวงใจแห้งผาก เหมือนต้นไม้ขาดน้ำหล่อเลี้ยงรอวันเหี่ยวเฉา เมื่อคิดถึงปัญหาที่จะตามมามากมาย
“ซอยนี้ทำไมวันนี้คนพลุกพล่านจัง” โชเฟอร์แท็กซี่เปรย เมื่อเห็นผู้คนสองข้างทางทั้งจับกลุ่มพูดคุย ทั้งเดินสวนไปมาให้ขวักไขว่
บราลีนั่งนิ่งปลดปล่อยใจโดยไม่ได้ยินเสียงอันใด แต่ครั้นรถมาหยุดตรงที่เธอบอกไว้ หญิงสาวแทบกระโดดทะลุกระจกออกไปในทันที เมื่อสถานที่ที่เคยมีบ้านสองชั้นของครอบครัววันนี้ว่างเปล่าเหลือเพียงตอตะโก กับซากปรักหักพังที่มีควันสีเทาจางพวยพุ่งอยู่เป็นสาย
“ไฟไหม้บ้าน!”บราลีทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ก่อนเริ่มตั้งสติมองหาสมาชิกในครอบครัวที่อาจรอเธออยู่แถวนี้ ปะปนกับผู้คนมากมายที่ยังยืนมองผลของความพิโรธแห่งเปลวเพลิง
“น้าๆ เห็นพ่อกับแม่หนูไหม” บราลีตรงเข้าจับแขนเพื่อนบ้าน เขย่าแรงๆ เพื่อซักถาม
“อยู่โรงพยาบาล รีบตามไปสิ”
คุณอาจจะชอบ





