
ตำหนักรัก ฮ่องเต้อำมหิต
ตอน 2
จวนราชครู
จวนราชครูในเวลานี้เต็มไปด้วยผ้าแดงมงคลประดับเอาไว้ทั่วทุกพื้นที่ ดอกไม้นานาพรรณถูกนำมาตกแต่งภายในจวนมากมายเพื่อให้ประชาชนในแคว้นต้าโจวต่างล่วงรู้กันถ้วนหน้า
ว่าจวนราชครูเว่ยอี้ผู้ปราดเปรื่อง ซึ่งอยู่ในฐานะพระอาจารย์ของรัชทายาทโจวหยางเย่ว สกุลเว่ยได้ก้าวเข้าสู่การเป็นสมาชิกของเชื้อพระวงศ์ ราชครูผู้เต็มไปด้วยความปราดเปรื่องทั้งเชิงบู้และบุ๋น จะกลายเป็นพ่อตาของว่าที่ฮ่องเต้ต้าโจวในภายภาคหน้า
แต่ดูเหมือนว่าตัวราชครูไม่อยากให้สกุลเว่ยได้ครอบครองตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของต้าโจวแม้แต่น้อย ด้วยล่วงรู้ดีว่าหวังฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งยวดกับอำนาจทางการทหารถูกเปลี่ยนมือไปที่สกุลเว่ยแทนที่จะอยู่กับสกุลหวังมาโดยตลอด
และการตัดสินใจขององค์ชายรัชทายาทในครั้งนี้ทำให้เปลี่ยนถ่ายขั้วอำนาจไปอย่างสิ้นเชิง และผลที่ติดตามมานั้นก็คือความพยายามที่สกุลหวังต้องการจะรักษาตราบัญชาทัพอีกครึ่งหนึ่งของแคว้นให้ดำรงอยู่ต่อไป
ภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท
อึก! อึก! อึก! เสียงอึกอักอยู่ในลำคอพยายามที่จะร้องตะโกนขอความช่วยเหลือให้บ่าวรับใช้ที่อยู่ด้านนอกได้ล่วงรู้อันตรายที่เป็นภัยถึงแก่ชีวิตของนางเพื่อให้รอดพ้นจากการถูกลอบสังหารอย่างอุกอาจ ซึ่งบุกเข้ามาจนถึงภายในห้องนอนพระชายารัชทายาท ซึ่งกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกสมรสในอีกไม่กี่ชั่วยามข้างหน้า
และขบวนอภิเษกที่จะรับเจ้าสาวไปยังวังหลวง รัชทายาทโจวหยางเย่วเสด็จมารับพระชายาเอกด้วยพระองค์เองเพื่อนำนางเข้าสู่วังหลวงไปด้วยกัน เป็นพิธีอภิเษกสมรสที่รัชทายาทหนุ่มทรงยินดีและเต็มพระทัยยิ่งนักที่จะเข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินเคียงคู่กับพระชายาที่ทรงมอบหัวใจรักไว้ให้กับนางต่อหน้าสวรรค์และสักขีพยานนับไม่ถ้วน
ร่างของธิดาแห่งสกุลเว่ยในวัยเพียง 17 ปี พยายามตะเกียกตะกายให้ชีวิตของนางหลุดพ้นจากการถูกกดทับด้วยหมอนหนุนที่ยัดด้วยขนห่านอยู่บนใบหน้าของนางเอาไว้จนแน่นอยู่ในขณะนี้ สองมือพยายามไขว่คว้าดึงทึ้งหมอนที่กำลังกดทับใบหน้าของนางอยู่ในขณะนั้นอย่างสุดแรง
ตึง! ตึง! ตึง! เท้าทั้งสองข้างพยายามกระทืบฟูกนอนที่ปูรองเตียงอยู่ในขณะนั้นอย่างแรงเพื่อให้ล่วงรู้ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของพระชายารัชทายาทอยู่ในขณะนี้
“ชะ..ช่วย…ด้วย! ช่วย...ข้า...ด้วย!!!”ธิดาจากสกุลเว่ย พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากด้านนอกอย่างสุดชีวิตแต่ดูเหมือนบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกห้องจะรู้เห็นเป็นใจกับมือสังหารด้วยเพราะถูกหวังฮองเฮาส่งมากำจัดพระชายารัชทายาท
“ร้องไปเถอะ! ไม่ว่าจะพยายามร้องขอชีวิตอย่างไรก็ตาม ชีวิตของเจ้าจะต้องจบลงเดี๋ยวนี้! อย่าหวังว่าพวกสกุลเว่ยจะได้ครอบครองทุกสิ่ง เพราะข้าจะไม่มีวันให้เป็นเช่นนั้น ชีวิตของเจ้าต้องจบลงก็เพราะดันถูกเลือกให้เป็นพระชายารัชทายาท ด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องตายสถานเดียว”เสียงคำรามลั่นดังอยู่เหนือร่างที่กำลังคร่อมพระชายารัชทายาทเอาไว้อยู่ในขณะนั้น
อู้วววว!!! เสียงอู้อี้เอ็ดอึงอยู่ใต้หมอนดังอยู่ชั่วขณะ ร่างที่พยายามดิ้นรนเพื่อให้มีชีวิตรอดต่อไปค่อยๆ สงบลงไร้เรี่ยวแรงต่อต้านและขัดขืนอีกต่อไปก่อนจะเริ่มหยุดการเคลื่อนไหวและนิ่งสนิทในเวลาต่อมาพร้อมลมหายใจที่หลุดลอยออกจากร่าง
รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมือสังหารที่แอบแฝงเข้ามาในจวนราชครูเพื่อทำการใหญ่ครั้งนี้ และชีวิตของธิดาสกุลเว่ยก็ถูกสังหารเป็นผลสำเร็จ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้นางก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายารัชทายาทและเพื่อไม่ให้สกุลเว่ยได้ครอบครองกำลังทหารอีกครึ่งของแผ่นดิน
ร่างใหญ่ของบุรุษที่ปลอมตนอยู่ในร่างของสตรี แฝงตัวเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเรือนนอนของธิดาสกุลเว่ย ค่อยๆ ยกหมอนที่นางใช้หนุนศีรษะออกจากใบหน้า เผยให้เห็นใบหน้าของธิดาจากสกุลเว่ย มีสภาพดวงตาทั้งสองข้างเบิกค้างอยู่เช่นนั้น ร่างของนางแน่นิ่งไม่ไหวติงแต่ดวงตาของนางจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของมือสังหาร
พรึบ! เปลือกตาถูกมือหนาลูบลงเพื่อให้ปิดสนิท ก่อนจะจัดแจงศพให้อยู่ในท่านอนปกติ ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับนางให้สาเหตุของการเสียชีวิตมาจากการนอนหลับและสิ้นลมหายใจไปเอง เพื่อตัดปัญหาที่จะมีการสืบค้นสาเหตุของการตายธิดาของสกุลเว่ย
หากลงมือสังหารโดยใช้อาวุธจะต้องล่วงรู้ทันทีว่ามีผู้ขัดขวางไม่ให้มีพิธีอภิเษกสมรสเกิดขึ้น หรือถ้าใช้ยาพิษในทุกรูปแบบ แน่นอนว่าหมอหลวงก็ต้องตรวจพบซึ่งรัชทายาทโจวหยางเย่ว ไม่มีทางปล่อยให้ผู้ใดลอยนวลเอาไว้อย่างแน่นอน
รัชทายาทหนุ่มจะต้องลากคอผู้ลอบปลงพระชนม์พระชายาของพระองค์นำมาสังหารให้ตายตกไปตามกันอย่างไม่ต้องสงสัยเพราะธิดาจากสกุลเว่ยเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวที่ได้ครอบครองหัวใจโจวหยางเย่วไปทั้งหมด
แม้ว่าจะเคยพานพบหน้าเมื่อห้าปีก่อน แต่นางกลับทำให้องค์ชายรัชทายาทซึ่งในขณะนั้นพระชนมายุเพียงแค่ 15 ชันษาและธิดาจากสกุลเว่ยในเวลานั้นมีอายุเพียงแค่ 11 ปีเท่านั้น แต่นางกลับสามารถเข้าไปอยู่ในหัวใจของพระองค์นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน
มือสังหารในร่างของบ่าวรับใช้แต่งกายเป็นหญิง รีบจัดวางร่างอันไร้วิญญาณของพระชายารัชทายาทให้อยู่ในท่านอนหงายและดูเหมือนว่านางกำลังหลับใหลสนิทบนเตียงนอนของตัวเอง
ผ้าห่มนำมาคลุมกายอย่างมิดชิดจนถึงหน้าอกพร้อมดึงผ้าปูฟูกนอนให้แน่นตึงเหมือนเดิม ก่อนจะรีบปลดผ้าม่านทั้งสองข้างปิดบังร่างอันไร้วิญญาณนั้นพร้อมส่งสัญญาณให้บ่าวที่ยืนเฝ้าอยู่นอกห้องได้ล่วงรู้
กรู้วววว!!! กรู้ววววว! กรู้วววว!!! เสียงนกส่งสัญญาญติดต่อกันสามครั้งเป็นการแจ้งข่าวว่างานลุล่วงเป็นผลสำเร็จ รอยแสยะยิ้มเหยียดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบ่าวรับใช้ที่คอยยืนเฝ้ายามอยู่ภายในบริเวณนั้นครั้นได้ยินสัญญาณดังกล่าว
บรรดาบ่าวรับใช้ซึ่งล้วนแล้วแต่ถูกหวังฮองเฮาซื้อตัวเอาไว้แล้วทั้งสิ้น ต่างพากันเมินเฉยไม่สนใจร่างของมือสังหารที่กำลังก้าวออกมาจากห้องนอนของพระชายารัชทายาทก่อนจะหลบหนีออกไปจากจวนราชครูอย่างลอยนวลเพื่อกลับไปรายงานให้หวังฮองเฮาได้ทรงทราบผลของการสังหารในครั้งนี้
คุณอาจจะชอบ





