หน้าปกนวนิยาย วิมานหงส์ในกรงมาร

วิมานหงส์ในกรงมาร

9.7 / 10.0
เฮ็นริค เจ้าพ่ออุตสาหกรรมยานยนต์ผู้ไม่เคยผูกมัดกับใคร ต้องเผชิญหน้ากับมนต์นรี หญิงสาวที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเพื่อหวังตำแหน่งภรรยา ทว่าเพลย์บอยจอมเจ้าเล่ห์กลับตั้งเงื่อนไขสุดหินเพื่อทดสอบประสบการณ์บนเตียงของเธอ เขาท้าทายให้ยัยลูกเป็ดหัดขับพิสูจน์ความสามารถผ่านบทเรียนรักอันเร่าร้อน หากเธอทำไม่ได้ตามสถิติที่เขาตั้งไว้ การแต่งงานจะไม่มีวันเกิดขึ้น มนต์นรีผู้ไร้เดียงสาจะรับมือกับสัมภาษณ์งานสุดอันตรายและเสน่ห์ที่ยากจะต้านทานของเขาได้อย่างไรในกรงปรารถนานี้

วิมานหงส์ในกรงมาร ตอนที่ 1

ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!

ร่างหนาในสูทสีน้ำตาลทองที่กำลังเตรียมตัวจะลุกจากโต๊ะทำงาน เอื้อมมือไปรับโทรศัพท์เครื่องเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแนบหู

“มีอะไรครับแด๊ด” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ แต่ทว่าเมื่อได้ยินเสียงเข้มทรงอำนาจทางปลายสายตอบกลับมา ก็ทำให้คนที่กำลังอยู่ในอารมณ์ค่อนข้างสงบต้องลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ด้วยสีหน้าตกใจไม่น้อย กับคำสั่งของบิดาที่เพิ่งได้รับ

“ว่ายังไงนะครับแด๊ด! จะให้ผมไปคุยงานกับคู่ค้าของแด๊ดที่เมืองไทยวันจันทร์หน้าหรือครับ ผมไม่ไป!” เจ้าพ่อคาสโนวาแห่งฮัมบูร์กรีบปฏิเสธคำสั่งของบิดาทันทีเมื่อได้ยินท่านบอกให้เขาไปคุยงานที่เมืองไทย แล้วทำไมจะต้องเป็นเขาด้วย ทำไมถึงไม่ให้มาติโนไปแทน และเหตุผลที่เฮ็นริครีบปฏิเสธบิดา ก็เพราะเขาไม่อยากไปเจอใครบางคนที่เมืองไทยนั่นเอง

“แต่แกต้องไป!” เสียงปลายสายสั่งเฉียบขาดดังขึ้นอีกครั้งจนแก้วหูคนฟังแทบระบม

“อาทิตย์หน้าผมมีนัดทั้งอาทิตย์”

“ยกเลิกไปซะ”

“ไม่ได้นะครับแด๊ด ซิลเวียคือผู้หญิงคนแรกที่ผมไม่อยากผิดนัดกับเธอ”

เจ้าของชื่อที่เฮ็นริคพูดถึง คือลูกสาวคนเล็กทายาทของเจ้าของโรงแรมชื่อดังหลายแห่งในกรุงเบอร์ลิน ชายหนุ่มพบหล่อนในงานการกุศลแห่งหนึ่ง หล่อนเป็นนางแบบกิตติมศักดิ์ในงานประมูลเครื่องเพชรสุดหรูเพื่อมอบรายได้ให้กับเด็กด้อยโอกาสในประเทศเอธิโอเปีย หล่อนสวย หุ่นดี เซ็กซี่ ตรงสเปคเขาทุกอย่าง

“งานนี้แกห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เพราะนี่คือคำสั่งของท่านประธานแห่งบีเอ็นซี กรุ๊ป!”

เสียงเข้มเน้นหนักที่ท้ายประโยค ทำให้คนฟังที่อยู่ในตำแหน่งต่ำกว่าไม่กล้าต่อปากต่อคำอีก เฮ็นริครู้ว่าคำสั่งของท่านประธานฯ ใครก็ขัดไม่ได้เด็ดขาด ไม่เว้นแม้แต่เขาหรือพี่ชายของเขา แต่เมื่อกลับมาจากการทำงาน ผู้ชายที่กุมอำนาจแห่งบีเอ็นซี กรุ๊ป จะดูอ่อนโยนและรักครอบครัวมาก ไม่ค่อยขัดใจภรรยากับลูกชายทั้งสองคนเท่าไรนัก

“แด๊ด!” เฮ็นริคอยากจะปฏิเสธแทบขาดใจ แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังและทรงพลังที่ส่งมา ทำให้เขารู้ได้ในทันทีว่ามันคือคำประกาศิตที่ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม และเขาก็คงต้องทำตามคำสั่งนั้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

เจ้าของร่างสูงเกือบสองเมตรในชุดสูทสีน้ำตาลทองเรียบหรูสอดมือทั้งสองข้างลงในกระเป๋ากางเกง สูดหายใจเข้าปอดหนักๆ ก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ อย่างหนักใจ แล้วกรอกเสียงลงไปตามสายอย่างยอมจำนน

‘นี่เขาเป็นถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนนะเนี่ย ไม่มีข้อยกเว้นเลยหรือไง’

“ก็ได้ครับแด๊ด แต่ผมไม่รับประกันความพอใจนะครับ” จบประโยคห้วนๆ คนที่ไม่เต็มใจรับคำสั่งก็กดวางสายทันที โดยไม่คิดจะฟังคำทักท้วงใดๆ จากบิดาที่ตะโกนไล่หลังเรียกชื่อเขาสองสามครั้งทางปลายสายอีก เจ้าของดวงตาสีกาแฟเข้มแสดงความรู้สึกเซ็งที่สุดในชีวิตออกมาอย่างเห็นได้ชัด

‘หวังว่าการไปเยือนประเทศไทยครั้งแรกนี้ เขาคงจะได้พบกับความเพลิดเพลินเจริญใจบ้างนะ อย่างน้อย...ก็ขออย่าให้เขาได้เจอกับผู้หญิงที่ทำตัวเป็นตุ๊กแก ชอบวีนเหวี่ยงและหึงร้ายกาจคนนั้นอีกก็แล้วกัน’

ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เจ้าของร่างอรชรในชุดเดรสสั้นสีครีมที่เน้นทรวดทรงองค์เอวและเรียวขาเรียวสวย กำลังมองหาร่างสูงของใครบางคนที่มารอรับเธอตามคำสั่งของบิดา ก่อนที่เธอจะขึ้นเครื่องที่สนามบินดึสเซลดอ์ฟ เยอรมนี เขาชื่อ ‘ทาคุมิ โคบายาชิ’ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทในเครือ ‘พิบูลชัย กรุ๊ป’ หลายสาขาทั่วประเทศไทย เธอไม่รู้ว่าทำไมบิดาของเธอถึงเจาะจงให้เขามารับเธอด้วย ทั้งๆ ที่ท่านก็รู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบหน้าซีอีโอหนุ่มคนนี้นัก

ความจริงแล้ว เธอทำใจให้ชอบผู้ชายคนไหนไม่ได้อีกทั้งนั้นแหละ นับตั้งแต่ที่เธอกลับมาจากเที่ยวเมืองโคโลญจน์เยอรมนีเมื่อหลายปีที่แล้ว ผู้ชายผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาคมราวกับดวงตาของพญาเหยี่ยวคนนั้น ทำให้เธอลืมเขาไม่ลง ทั้งที่พยายามหักใจให้ลืมแล้ว แต่ภาพวันวานระหว่างเธอกับเขาก็หวนเข้ามาในมโนครั้งแล้วครั้งเล่าไม่ว่าจะยามหลับหรือยามตื่น

อุ๊บ!

ความใจลอยทำให้ร่างระหงเดินชนเข้ากับ ‘กำแพง’ อย่างจัง ใช่เธอคิดว่าตนเองกำลังเดินชนเข้ากับกำแพงอะไรสักอย่างแน่ๆ เพราะมันแข็งมาก แต่เมื่อมีมือสองข้างยื่นเข้ามาประคองร่างของเธอที่เกือบเซล้ม ก็ทำให้หญิงสาวรู้ว่าสิ่งที่เธอชนไม่ใช่กำแพงอย่างที่เธอคิดแต่แรก

ใบหน้าสวยหยาดเยิ้ม ที่มีเครื่องหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ดวงตาสีน้ำตาลเข้มสดใสเรืองรอง จมูกโด่งเล็กเชิดขึ้นเล็กน้อยแสดงถึงความดื้อรั้นเอาแต่ใจของผู้เป็นเจ้าของค่อยๆ เงยหน้าขึ้น หญิงสาวกะพริบตาสองสามครั้งด้วยความตกตะลึง นี่เธอกำลังฝันอยู่หรือเปล่า และกว่าหญิงสาวจะหาเสียงของตนเองเจอก็ปาเข้าไปหลายวินาที

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” หัวใจทั้งดวงเต้นกระหน่ำโครมคราม เมื่อดวงตาคู่สวยสบประสานเข้ากับดวงตาคมกล้าชวนฝันของผู้ชายที่มีเครื่องหน้าคมคร้ามหล่อเหลาสุดๆ ในสามโลกตรงหน้า ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เธอก็ยังจดจำเขาได้เสมอไม่มีวันลืมเลือน ริมฝีปากอิ่มเล็กสีชมพูสดอ้าเผยอเล็กน้อยอย่างน่ามอง

‘ผู้หญิงคนนี้หน้าตาคุ้นๆ’

ชายหนุ่มพยายามคิดว่าเคยเจอเธอที่ไหน แต่ก็ยังคิดไม่ออกเมื่อสายตาคมเอาแต่จดจ้องไปยังเรียวปากอิ่มน่าจูบของเธอ ระยะห่างไม่ถึงคืบกับกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวหญิงสาว มันทำให้เขาอยากจะกระชากร่างอรชรที่แสนจะเซ็กซี่เข้ามากอดแล้วบดจูบให้หนำใจมากเหลือเกิน รสชาติของเธอคงจะหอมหวาน เธอสวยมีเสน่ห์มากเลยทีเดียว เฮ็นริคเผลอคิดในใจยิ้มๆ

‘ดูเธอจ้องตาเขาสิ แววตาของเธอ ริมฝีปากอันเซ็กซี่ของเธอ ช่างยั่วยวนใจเขานัก มันน่า...จริงๆ’

ทั้งสองร่างที่เพิ่งชนกันค่อยๆ พยุงตัวยืนตัวตรง ร่างบางถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว เพื่อที่จะได้ไม่ต้องแหงนหน้ามองพ่อเสาโทรเลขนี่จนคอตั้ง ขนาดว่าเธอเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งเกินมาตรฐานหญิงไทยส่วนใหญ่แล้วนะ ทว่าเมื่อยืนเทียบความสูงกับผู้ชายคนนี้ ก็ทำให้คนตัวสูงเช่นเธอดูแคระไปเลย

เมื่อเฮ็นริคสบตาเธอด้วยแววตาเป็นประกายระยับ บวกกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของเขา มันก็เหมือนมีกระแสไฟฟ้าหลายร้อยโวลต์วิ่งผ่านร่างกายของหญิงสาวจนร้อนวูบวาบไปหมด เลือดสาวสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าเนียนผ่องอย่างเฉียบพลัน จนแก้มนวลสองข้างซับไปด้วยสีแดงระเรื่อราวกับมะเขือเทศสุก

เฮ็นริคเผลอมองเรียวหน้านวลปลั่งที่แดงระเรื่อขึ้นด้วยความประหม่าเขินอายของสาวน้อยตรงหน้าอย่างหลงใหลตั้งแต่นาทีแรก ‘ใช่ เขาคิดว่าเธอคือสาวน้อยที่แสนขี้อาย’ ก็แค่สบตากัน แก้มนวลทั้งสองข้างของเธอก็แดงเถือกเสียแล้ว ไม่อยากจะคิดต่อเลยว่าถ้าหากเธอถูกเขาเปลื้องผ้า เรือนร่างขาวผ่องของเธอคงแดงเป็นกุ้งต้มแน่

หัวใจของมนต์นรียังเต้นโครมครามไม่หยุด เมื่อถูกผู้ชายที่เธอแอบฝันถึงมานานจ้องมองเธอราวกับจะเปลื้องผ้า ทั้งที่ตัวเธอออกจะเป็นสาวมั่นเกินร้อย แต่กับผู้ชายคนนี้เขาสามารถเขย่าหัวใจของเธอให้สั่นคลอนได้ทุกครั้งเมื่อได้เห็นหน้า ใช่แล้ว...เธอแอบเห็นเขาบ่อยๆ ตามสถานที่ต่างๆ แต่เขาคงมองไม่เห็นเธอหรอก ก็เธอไม่ใช่ผู้หญิงในสายตา ทว่าเฮ็นริคคือผู้ชายในฝันที่ไม่ได้อยู่แค่ในสายตา แต่เขาอยู่ในใจของเธอเรื่อยมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ ว่าแต่ผู้ชายตรงหน้าจะยังจำเธอได้หรือเปล่า

‘เพราะว่าคืนนั้นเมื่อสี่ปีที่แล้ว...เขา...’

ก่อนที่จะมนต์นรีจะทันได้คิดอะไรต่อ ร่างอรชรก็ถูกเบี่ยงออกอย่างแรงจนเสียหลัก พร้อมกับร่างเพรียวบางสมส่วนของสาวสวยนางหนึ่งเบียดแทรกเข้ามาตรงกลางอย่างเสียมารยาท พร้อมกับที่เจ้าหล่อนปรายตามองมาทางเธออย่างไม่พอใจแกมสะใจ ก่อนจะหันหน้าไปทางเจ้าของร่างสูงเกินมาตรฐานชายไทยที่มีผมสีบลอนด์เข้มด้วยสายตาพราวระยับอย่างดีใจ

อ่านต่อ

สารบัญ วิมานหงส์ในกรงมาร

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย กรงรักร้อนสามีเฉพาะกิจ
7.8
ปอป่านถูกเรียกตัวกลับไทยเพียงเพื่อจะพบว่าอาเฟื่องรัตน์ได้จัดงานหมั้นสายฟ้าแลบให้เธอกับธราเทพ พี่ชายที่แสนดีในวัยเด็ก ท่ามกลางความสับสนและน้อยใจ ปอป่านไม่เคยรู้เลยว่าอาของเธอกำลังป่วยหนักด้วยเนื้องอกในสมองและต้องการฝากฝังชีวิตหลานสาวไว้กับคนที่ไว้ใจได้ที่สุดก่อนจะจากไป ธราเทพผู้หลงรักเธอมาตลอดจึงต้องรับบทสามีเฉพาะกิจเพื่อปกป้องเธอจากชัยนันท์ อาหนุ่มผู้โลภมากที่หวังฮุบสมบัติมหาศาล เขาจะใช้ความรักและความจริงใจพังทลายกำแพงหัวใจของเธอลงได้หรือไม่ในเกมชิงอำนาจครั้งนี้ได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ยังคงรักกันอยู่ไหม
9.0
ความรักที่แสนหวานของพลอยฟ้าต้องพังทลายลงเมื่อความจริงปรากฏว่าปราบซ่อนใครอีกคนไว้ แม้เธอจะรักเขาจนหมดหัวใจ แต่เขากลับมองว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงจืดชืดที่น่ารำคาญและไร้ค่า ปราบปฏิเสธความผิดและบีบคั้นหัวใจเธอด้วยคำพูดที่โหดร้าย โดยให้เธออดทนรอในฐานะผู้ถูกเลือก ท่ามกลางความเจ็บปวดจากการถูกหลอกลวง พลอยฟ้าจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์และขอหย่าเพื่อคืนอิสรภาพให้แก่กัน แม้ต้องกลายเป็นแม่หม้ายเธอก็ยอมเดินจากไปเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของตนเอง
หน้าปกนวนิยาย ลำนำชานมไข่มุก (ฉันทะลุมิติ ส่วนเขามาเกิดใหม่ในนิยายจีน)
9.6
เมื่อนิยายที่เคยอ่านพังพินาศเพราะมีคนมาเกิดใหม่แก้ไขพล็อตจนมั่วซั่ว หญิงสาวผู้ทะลุมิติมาอยู่ในร่างภรรยาคนที่สี่ของเศรษฐีจึงต้องระเห็จออกจากจวนเพื่อท่องยุทธภพไปกับชายหนุ่มผมขาวจอมกวนประสาท ชีวิตใหม่ของเธอเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทั้งต้องเผชิญหน้ากับจอมยุทธ์ที่ใช้วิชาพิสดารอย่างน้ำเต้าหู้สังหารศัตรู และยังต้องรับมือกับเพื่อนร่วมทางที่โหยหาหมูกระทะอยู่ตลอดเวลา ท่ามกลางความป่วนและอันตรายในโลกแฟนตาซีที่คาดเดาไม่ได้ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ตอน
อ่านเลย
แชร์