
พระจันทร์ร่ายรัก
ตอน 3
“ผมต้องขอโทษทุกคนด้วยครับ ผมเองที่เป็นต้นเหตุให้คุณพิมพ์เธอผิดนัด ดังนั้นผมยินดีรับผิดชอบครับ”
“นี่อย่าบอกนะว่ามาทำงานแล้วแอบนัดหนุ่มมาจู๋จี๋น่ะ อย่างนี้มันใช้ไม่ได้” หนุ่มใหญ่คนเดิมที่เป็นต้นเสียงเริ่มต่อว่าต่อขานหันมาเอ่ยหวังเล่นงานต่อด้วยเข้าใจผิด มัคคุเทศก์สาวขยับจะคัดค้านแต่พระจันทร์กลับชิงพูดขึ้นก่อน หญิงสาวหันขวับมามองตาขวางด้วยไม่พอใจ
“มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอกครับ พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยแล้วผมเข้าใจคุณพิมพ์ผิด ไปกล่าวหาว่าเธอเป็นต้นเหตุ เลยเสียเวลาเคลียร์กันนานไปหน่อย อย่างไรอย่าถือโทษโกรธเธอเลยนะครับ เรื่องนี้ผมขอรับผิดที่ผมเป็นต้นเหตุ”
“แล้วคุณจะรับผิดชอบยังไง” หนุ่มใหญ่คนนั้นเริ่มเย็นลงเมื่อได้ฟังเหตุผล แต่ไม่วายเรียกร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์ให้ตัวเอง สายตายาวรีจับจ้องมองมายังพระจันทร์อย่างประเมินระดับฐานะของนักธุรกิจหนุ่ม
“เอาเป็นว่าทริปนี้ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทุกคนครึ่งหนึ่ง และค่ำคืนสุดท้ายก่อนเดินทางกลับผมขอจัดเลี้ยงส่งพวกคุณเอง เอาชนิดที่ว่าพิเศษกว่าทริปไหนๆ ดีไหมครับ” พระจันทร์ส่งยิ้มให้ขณะกวาดสายตามองไปทั่วกลุ่มคณะทัวร์ก็เห็นว่าทุกคนมีทีท่าอ่อนลงและพึงพอใจในสิ่งที่เขาเสนอ
“อย่างนี้ค่อยน่าฟังหน่อย”
“และเพื่อเป็นการชดเชยที่ทำให้พวกคุณพลาดการท่องเที่ยวในค่ำคืนนี้ ผมจึงถือโอกาสนี้เชิญทุกท่านทานอาหารค่ำที่ริมสระน้ำในอีกครึ่งชั่วโมงนะครับ” สิ้นคำเชิญชวน เสียงฮือฮาอย่างพึงพอใจก็ดังกระหึ่มไปถ้วนทั่ว พระจันทร์ยักคิ้วไหวไหล่ให้พิมพ์อัปสรราวต้องการบอกทำนองว่าในที่สุดเงินเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
“นี่คุณ! หยุดก่อนอย่าเพิ่งไป” พิมพ์อัปสรตะโกนเรียกพระจันทร์หลังจากที่วิ่งตามมาทัน เพราะเขาหันหลังกลับเดินจากไปทันทีที่ส่งสายตาเยาะเย้ยเธอโดยไม่รีรอให้เธอได้โต้แย้งใดๆ
“มีอะไรให้ผมรับใช้อีกไม่ทราบครับคุณพิมพ์”
“อย่ามาเล่นลิ้น คุณมาวุ่นวายกับงานของฉันทำไม” พิมพ์อัปสรโวยวายอย่างหาเรื่อง นักธุรกิจหนุ่มได้ฟังถึงกับเริ่มโมโหที่อีกฝ่ายตั้งท่าหาเรื่องไม่จบสิ้น
“นี่คุณ! คุณควรขอบคุณผมมากกว่ามายืนต่อว่าผมปาวๆ แบบนี้นะคุณพิมพ์”
“ทำไมฉันต้องขอบคุณ ในเมื่อคุณเสนอตัวเข้าไปวุ่นวายเอง ฉันไม่ได้ร้องขอ และที่สำคัญคุณเป็นต้นเหตุให้เกิดเรื่องวุ่นวายนี่” มัคคุเทศก์สาวเชิดหน้าอย่างท้าทายสายตาท่าทางช่างยียวนจนพระจันทร์อยากคว้าร่างนั้นมาสั่งสอนให้สิ้นฤทธิ์
“ครับผม รับทราบครับ ทีนี้ผมจะไปได้หรือยังครับ” ชายหนุ่มลากเสียงถามด้วยต้องการตัดความรำคาญ แต่พิมพ์อัปสรกลับรู้สึกว่ามันช่างยียวนเสียจนอยากประทับกำปั้นเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลานั่น
“ยัง! คุณเล่นไปบอกลูกทัวร์ฉันแบบนั้น แล้วฉันจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคุณจะไม่ทำให้ฉันเดือดร้อน”
พระจันทร์หัวเราะเบาๆ เมื่อเข้าใจในสิ่งที่หญิงสาวต้องการ
“ฮึ! นึกว่าอะไร นี่นามบัตรผม คุณเรียกเก็บค่าใช้จ่ายไปได้เลยทันทีที่กลับถึงเมืองไทย ส่วนอาหารค่ำคืนนี้ผมจะให้โรงแรมเรียกเก็บกับผม ตลอดจนอาหารค่ำมื้อสุดท้ายที่ผมรับปากพวกเขาไว้ แค่นี้พอสบายใจได้รึยังครับ”
พิมพ์อัปสรรับนามบัตรมาถือไว้ ก่อนไหวไหล่เบะปากเมื่อเห็นตำแหน่งที่โชว์บนนามบัตรนั้น
พระจันทร์ พรพิทักษ์
ประธานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ พรพิทักษ์กรุ๊ป!
“ก็ดี คุณคงใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยเงินจนเคยชินสินะ”
“แล้วคุณคิดว่าในสถานการณ์ตอนนั้นจะแก้ปัญหาด้วยวิธีไหนล่ะ ที่จะทำให้พวกเขาสงบลงและพึงพอใจถ้าไม่ใช่วิธีนี้” พระจันทร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถามยามเอ่ยคำ แต่พิมพ์อัปสรก็ได้แต่อ้ำอึ้งแทนคำตอบ
“ผมว่าทางที่ดีคุณควรไปเตรียมตัวทานอาหารค่ำกับลูกทัวร์ของคุณดีกว่านะ เพราะถ้าคุณยังยืนขวางทางผมอยู่อย่างนี้ ผมอาจสั่งการไม่ทันแล้ว ลูกทัวร์คุณอาจโวยวายเป็นครั้งที่สองก็ได้” นักธุรกิจหนุ่มแค่นยิ้มตวัดสายตามองปราดไปทั่วดวงหน้างดงามก่อนเอ่ยคำที่ทำให้พิมพ์อัปสรต้องขยับเบี่ยงกายหลีกทางให้
มัคคุเทศก์สาวย่นจมูกแลบลิ้นตามแผ่นหลังกว้างไปอย่างหมั่นไส้ในท่าทางถือดีนั้น หญิงสาวไหวไหล่อีกครั้งแล้วหันหลังกลับเพื่อเตรียมตัวดูแลคณะทัวร์ในช่วงอาหารค่ำที่เปลี่ยนโปรแกรมกะทันหัน แต่ก็เกือบปะทะเข้าอย่างจังกับพิพัฒน์ผู้ช่วยรุ่นน้องที่เข้ามาตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้
“ใครอ่ะพี่พิมพ์ ทั้งหล่อ ทั้งเท่ แถมยังใจดีอีกต่างหาก”
“ใจดีกะผีน่ะสิ นายนี่นั่นแหละต้นเหตุที่ทำให้พี่มาช้า” ลูกพี่สาวสบถตอบกลับอย่างหัวเสียเมื่อได้ยินลูกน้องหนุ่มเอ่ยปากชมคนต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย
“อ้าว! มันอย่างไรล่ะพี่ เกิดอะไรขึ้น”
“ใครก็ไม่รู้อยู่ๆ ก็วิ่งมาชนพี่แล้วทำกระเป๋าสตางค์หล่นไว้ พอนายนี่มาถึงก็ต่อว่าพี่ หาว่าพี่เป็นขโมย พูดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก” พิมพ์อัปสรร่ายยาวด้วยแรงอารมณ์ พิพัฒน์ได้ฟังก็พยายามหว่านล้อมให้ลูกพี่เลิกใส่ใจกับความเข้าใจผิดกันนั้น
“เอาเถอะน่าพี่พิมพ์ ยังไงซะเขาก็ช่วยกู้สถานการณ์ให้เรานะพี่”
“แต่มันเหมือนดิสเครดิตเรานี่สิ” พิมพ์อัปสรยังไม่หยุดโวยวาย
“แต่ผมว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอกมั้งพี่พิมพ์” อีกครั้งที่พิพัฒน์พยายามแก้ต่างให้ ลูกพี่สาวตวัดสายตาจับจ้องมองลูกน้องหนุ่มก่อนส่งค้อนให้อย่างขัดเคืองใจ
“ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจพี่ก็ไม่ชอบเข้าใจไหมเก่ง แล้วถ้าไม่อยากให้พี่อารมณ์เสีย อย่าเอ่ยถึงผู้ชายคนนี้ให้พี่ได้ยินอีกโอเค้!”
“พี่พิมพ์ พี่เป็นไรหรือเปล่า ผมว่าพี่หงุดหงิดง่ายไปไหม อย่างกะวัยทองแน่ะพี่”
“ไอ้เก่ง!” พิมพ์อัปสรถลึงตาใส่ทันทีที่ได้ยินวาจาหยอกเย้า คนปากดีที่ริอาจสะกิดนางเสือถึงกับยกมือไหว้ปรกๆ ทันทีที่สบเข้ากับดวงตาวาววับราวนางเสือของลูกพี่สาว
“แฮ่ะๆ ขอโทษครับพี่ ผมเห็นพี่เอาแต่ทำหน้ายับยู่ยี่ก็เลยสงสัย”
“เออๆ โทษที พี่แค่หงุดหงิดเรื่องยัยแพรน่ะ” บอกพร้อมโบกไม้โบกมือเอ่ยขอโทษเมื่อเริ่มรู้ตัวว่าเผลอใส่อารมณ์กับหนุ่มน้อยหน้าใสผู้ช่วยไกด์มากไป พิพัฒน์หูผึ่งทันที
“แพรตะวัน! ทำไมหรือพี่พิมพ์”
“ก็ยัยแพรน่ะสิ โทรไปเท่าไรก็ไม่รับสาย ทั้งมือถือ ทั้งที่บ้าน นี่ก็ปิดเครื่องไปแล้ว ไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า” พิมพ์อัปสรร่ายยาวระบายความรู้สึกอึดอัดที่อัดอั้นในใจ
“ไม่มีไรหรอกมั้งพี่พิมพ์ วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ ติดเพื่อนบ้าง อะไรบ้าง พี่พิมพ์ก็อย่าเข้มงวดเกิน สงสารยัยแพร ผมกลัวกลายเป็นเด็กเก็บกด” พิพัฒน์พยายามโน้มน้าวให้พิมพ์อัปสรคิดในสิ่งที่ดี
“สมัยนี้ไว้ใจใครได้ง่ายๆ ซะที่ไหนกันล่ะ ยัยแพรยิ่งหัวอ่อนอยู่ด้วย” พิมพ์อัปสรพ่นลมหายใจออกทางปากยาวเหยียดด้วยหวังช่วยคลายกังวล พิพัฒน์พยักหน้าอย่างคล้อยตาม แต่ก็ไม่วายพูดให้ลูกพี่สาวได้ฉุกคิดถึงความประพฤติของน้องสาว
“มันก็ใช่ แต่ยัยแพรก็ไม่เคยเกเรไม่เคยทำเรื่องเสียหายไม่ใช่หรือพี่”
“เออ...อันนี้พี่รู้ แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้นี่ยะ น้องสาวทั้งคน”
“งั้นพี่พิมพ์ให้ผมช่วยดูแลน้องแพรอีกคนดีไหมพี่” พิพัฒน์ยื่นหน้าทะเล้นให้ลูกพี่สาวจนเกือบได้รอยบาทามาประทับตราบนเรือนร่างหากพิมพ์อัปสรไม่ชะงักค้างไว้เสียก่อน
“ไอ้เก่ง!”
“แฮ่ะๆ ล้อเล่นอะคร้าบ...ลูกพี่! ผมรู้ลูกพี่หวงน้องสาว ผมไม่กล้าหรอกครับ” พิพัฒน์รีบยิ้มเอาใจรู้ดีว่างานนี้กระตุกหนวดเสือสาวเข้าให้แล้ว คนเป็นลูกพี่รู้ดีว่าคนเป็นลูกน้องแฝงไปด้วยแววทีเล่นทีจริง เธอไม่ได้รังเกียจผู้ช่วยหนุ่มคนเก่ง แต่เธอไม่อยากให้น้องสาวที่รักใส่ใจสิ่งใดมากกว่าเรื่องเรียนที่เหลืออีกเพียงแค่ไม่กี่เดือนก็จะสำเร็จการศึกษาแล้ว
“ให้มันแน่เถอะ อย่าให้รู้นะว่าคิดไม่ซื่อกับยัยแพร ไม่งั้นอย่าหาว่าไม่เตือน” พิมพ์อัปสรไม่วายคาดโทษพร้อมหรี่ตามองอย่างจับผิดลูกน้องหนุ่มที่ยืดตัวตรงยกมือขึ้นตะเบะท่าทำความเคารพราวทหารชั้นผู้น้อยทำความเคารพ
“ครับพ้ม!”
พิพัฒน์ทำคอยืดคอยาวชะโงกมองตามเรือนร่างโปร่งระหงของพิมพ์อัปสรไปก่อนผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เขารู้ว่าลูกพี่สาวไม่ได้รังเกียจและกีดกันเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสนับสนุน หรือแม้พิมพ์อัปสรจะไม่เอ่ยปากห้ามเขาก็คงไม่กล้าอยู่ดี เพราะแพรตะวันงดงามราวนางฟ้าขณะที่เขามันก็แค่ ไอ้เก่งที่ติดสอยห้อยตามพิมพ์อัปสรไปวันๆ
คุณอาจจะชอบ





