ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย กระต่ายน้อยดวงใจอ๋องพยัคฆ์

กระต่ายน้อยดวงใจอ๋องพยัคฆ์

จินซิงซินบุตรสาวกำพร้าผู้มีเพียงท่านยายและพี่สาวเป็นที่พึ่ง ต้องเข้าพิธีสมรสพระราชทานกับหลี่หลานหมิง อ๋องพยัคฆ์ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมเย็นชา แต่ทว่าพระชายากระต่ายน้อยกลับมีจิตใจที่ไร้เดียงสาไม่ต่างจากเด็ก แม้แต่ในยามนิทรานางยังเผลอกอดก่ายสวามีเพราะคิดว่าเป็นตุ๊กตากระต่าย ความอ่อนโยนที่แฝงด้วยความวุ่นวายนี้เริ่มสั่นคลอนหัวใจน้ำแข็งของท่านอ๋องผู้ไม่เคยปรารถนาในสตรีใด จนเขาตั้งมั่นว่าจะสั่งสอนและครอบครองกระต่ายหลงทางตัวนี้ให้เป็นสมบัติส่วนตนเพียงผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“แม่นาง! เป็นอย่างไรหรือไม่”

นางรู้สึกหมุนคว้างเหมือนลอยในอากาศ จู่ๆ ก็ถูกดึงไว้ด้วยอ้อมแขนอันอบอุ่น ครั้นลืมตาตั้งสตินางจึงพบว่าตนเองอยู่ในอ้อมแขนของชายคนเดิม ร่างนุ่มนิ่มถึงคราสั่นสะท้านเพราะมิเคยต้องมือชายใด นางบังเกิดความรู้สึกประหลาดขึ้นในใจเสียแล้ว...

“คุณหนู! คุณหนู!”

จินฮุ่ยอิงสะดุ้งสุดตัวผุดลุกขึ้นหันหลังให้บุรุษหนุ่มรูปงาม จัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมให้เรียบร้อยแล้วหันกลับมาปรากฏว่าชายคนนั้นพลันหายไป

“คุณหนูหายไปไหนมา บ่าวตามหาจนทั่วตลาดแล้ว”

“ข้ามิได้ไปไหน แค่อยากจะแวะซื้อแพรพรรณเนื้อดีสักผืนสองผืนอีกไม่กี่วันก็จะถึงวันเกิดซิงซินแล้ว ข้าอยากตัดชุดให้นางเป็นของขวัญ”

“คุณหนูซิงซินคงดีใจที่คุณหนูใหญ่ตั้งใจทำให้” สาวใช้ตอบรับสีหน้ายิ้มแย้มไม่ต่างกัน

“เจ้าช่วยข้าเลือกสิว่าสีไหนดีระหว่างสีขาวกับสีชมพู”

“สีชมพู อ๊ะ! หรือสีขาวดี อย่างคุณหนูซิงซินวันวันไม่รู้เรื่องราวอะไรกับใครเขา ใส่เป็นสีขาวน่าจะเหมาะกับเด็กอายุสามขวบมากแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวติงพูดจบก็หัวเราะขบขันแต่พอเห็นแววตาผู้เป็นนายก็หยุดหัวเราะทันควัน

จินฮุ่ยอิงหัวเราะไม่ออก ร้องไห้ไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจว่าน้องสาวของนางที่แท้แล้วไม่ต่างอะไรกับเด็กสามขวบแม้วัยล่วงเลยมาจนจะข้ามกำแพงสวนดอกไม้แล้ว...

ทั้งสองพักหายเหนื่อยในโรงเตี๊ยมต่างสำรวจข้าวของที่ซื้อหาอย่างตื่นตาตื่นใจ จินฮุ่ยอิงได้ผ้าแพรไหมหลากสีรวมถึงสีขาวที่ตั้งใจทำให้น้องสาวในพิธีจีหลี่ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในขณะที่เป็นธุระจัดหาของไหว้ร่วมกับสาวใช้คนสนิทท่ามกลางการห้ามปรามของมารดาที่ไม่ยินดียินร้ายในตัวบุตรสาวคนเล็กของสามีไม่

แต่นางหรือจะดูดายได้...

“เจ้าดูสิว่าได้ของไหว้ครบแล้วหรือไม่”

เสี่ยวติงทอดถอนใจก่อนตอบ “ครบทุกอย่างเจ้าค่ะ ทั้งหมู เป็ด ไก่ ซาก้วย ผลไม้สามอย่าง ขนมสามอย่าง ชาเปี้ยแล้วก็...” นางพูดไม่ทันจบก็หัวเราะขบขันก่อนกระซิบผู้เป็นนายว่า “ซากั๊กเล้าก้วย ด้วยเจ้าค่ะ”

“เจ้าช่างทะลึ่งตึงตัง อย่าพูดเรื่อยเปื่อยอายคน” นางถึงกับหน้าเห่อร้อนทันใด

“จะเป็นไรเล่าเจ้าคะ ผู้หญิงเราพอออกจากสวนดอกไม้แล้วก็ต้องพบคู่ทุกคน มิมีใครเป็นดอกไม้รอวันโรยราอยู่ตลอดไปได้หรอกเจ้าค่ะ”

“มีสิ”

“คุณหนูหมายถึงข้าใช่หรือไม่” เสี่ยวติงกระเซ้าไม่มีทีท่าวิตกกังวลเรื่องที่ตนเป็นบ่าวและอาจไร้วาสนามีคู่เคียงเช่นใครเขา

แต่จินฮุ่ยอิงส่ายหน้าแล้วเอ่ย “หมายถึงตัวข้าต่างหาก”

“คุณหนู! ไยพูดเช่นนั้นเจ้าคะ” เสี่ยวติงจับมือคุณหนูของนางบีบเบาๆ ก่อนเอ่ย “อย่าได้พูดเช่นนี้อีกนะเจ้าคะ คุณหนูยังเพิ่งสิบเจ็ดเท่านั้นเอง ยังมีหมู่ภมรอีกมากมายที่ยังบินมาไม่ถึงดอกไม้งามดอกนี้ คุณหนูไม่มีวันเฉาโรยราอยู่กับบ้านเปล่าเปลี่ยวแน่ๆ เจ้าค่ะ”

“ขอบใจติงติง คงมีแต่เจ้าที่เข้าใจข้า” นางรำพึงเบาๆ ก่อนจะปาดน้ำตาแล้วเผยรอยยิ้มอ่อนโยน

“อย่าเพิ่งคิดมากเลย จิบน้ำชานี้ดีกว่ารสชาติดีมากจริงๆ คุณหนู” เสี่ยวติงปลอบพลางส่งผ้าเช็ดหน้าให้แล้วรินน้ำชาส่งให้เอาใจ

จินฮุ่ยอิงรับไปจิบพลางครุ่นคิดถึงเรื่องราวเมื่อครู่ที่พบบุรุษรูปงามผู้หนึ่ง นางคงได้แต่ฝันไปว่าสักวันจะมีใครสักคนที่ทั้งอ่อนโยนมีน้ำใจรับนางไว้เป็นคู่ร่วมหอสักคน แต่นางก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยอย่างออกรสจากโต๊ะข้างๆ

“ข้าได้ยินว่าวันนี้มีขบวนรถม้าใหญ่โตมาที่เยือนเมืองฉู่ของเราด้วย”

“ขบวนหรือ ขบวนอะไรกัน”

“เขาว่ากันว่าขบวนแม่สื่อจากวังหลวงจะมาสู่ขอคุณหนูใหญ่ตระกูลจินให้อ๋องสี่หลี่หลานหมิง”

“ว่ากันว่าอ๋องสี่ผู้นี้เหี้ยมโหด ฆ่าคนเป็นผักปลา ใครไม่ถูกใจไม่ฆ่าก็โบย ได้ยินว่าไม่มีสตรีนางใดทนความร้ายกาจของอ๋องสี่ผู้นี้ได้สักราย”

ชายสองคนคุยไปร่ำสุราไปอย่างสบายอารมณ์โดยไม่รู้เลยว่าจินฮุ่ยอิงที่นั่งไม่ไกลได้ยินทุกคำถึงกับตัวชาไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว

คุณหนูใหญ่ตระกูลจินเช่นนั้นหรือ?

นางได้ยินไม่ผิดแน่!

เป็นไปไม่ได้!

แต่ทั่วทั้งเมืองฉู่จะมีใครกันเล่านอกจากนาง...

ตะวันลับฟ้า สุดสายตามีเพียงแสงรำไร...

ดรุณีน้อยในชุดสีฟ้าอ่อนพลิ้วไหวไปตามแรงลมยกมือป้องแสงครู่หนึ่งจึงกระโดดโลดเต้นท่ามกลางเหล่ากระต่ายป่าขาวฟูขนนวลนุ่มที่เล็มหญ้าอยู่ริมลำธาร

“ตุ้งตุ้ง มาหาข้าเดี๋ยวนี้เลย อย่าหนีนะ!”

นางร้องเรียกแต่กระต่ายตัวที่หมายตากระโดดหนีนางจนตัวมันลื่นตกแอ่งน้ำตื้นแล้วเกาะก่ายรากไม้ขึ้นมาได้แต่ตัวเปียกมะล่อกมะแล่กสร้างเสียงหัวเราะกังวานใสของดรุณีน้อยให้ดังขึ้นท่ามกลางเสียงน้ำตกไหลรินเอื่อยๆ

“ข้าบอกว่าอย่าหนีข้า เจ้าก็ไม่ฟังเลยตุ้งตุ้ง”

จินซิงซินนั่งลงบนโขดหินช้อนกระต่ายขาวหูเทาตัวอวบที่สุดขึ้นมาวางบนตักลูบไล้ด้วยความรักใคร่ ดวงตาของมันแดงเหมือนสีชาดแต่หูกลับแซมสีเทาอ่อนประปรายดูโดดเด่นที่สุดในบรรดากระต่ายขาวทั้งหมด

กระทั่งเสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงร้องกระต่ายป่าจึงกระโดดผลุงจากอ้อมกอด จินซิงซินลุกพรวดพราดตามแต่เพียงครูมันก็หายลับไปจากสายตา นางจึงรู้ว่านั่งอยู่จนค่ำมืด ดวงหน้านวลใสราวหยกเนื้ออ่อนออกอาการตื่นกลัวทันใด

“มืดแล้ว! เสี่ยวเซียนช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย!”

สิ้นเสียงเรียก...

ทันใดก็มีเงาร่างทะมึนพุ่งตรงมา จินซิงซินเสียหลักหงายหลังจะตกโขดหินจึงถูกฝ่ามือใหญ่จากเจ้าของร่างทะมึนตะครุบริมฝีปากเสียก่อน นางดิ้นรนขัดขืนแต่ไม่เป็นผลจนน้ำตาไหลเป็นทางครู่หนึ่งจึงมีเสียงดังจากคนด้านหลังขึ้นว่า

“กระต่ายน้อย... ถ้าไม่หยุดร้องระวังจะถูกเสือจับกิน”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย มิติมหัศจรรย์
8.0
ทิพย์อัปสร นางฟ้าผู้เปี่ยมด้วยสิริโฉมอันงดงาม กลายเป็นศูนย์กลางแห่งความขัดแย้งเมื่อเธอเป็นที่รักของพระเสาร์ เทพผู้ทรงอำนาจและบารมี ทว่าความสงบสุขกลับพังทลายลง เมื่อพระอังคารเทพเจ้าแห่งสงครามผู้ดุดันและแข็งแกร่ง ก็มีใจรักมั่นในตัวเธอเช่นกัน ความปรารถนาที่สวนทางกันของสองมหาเทพผู้อิ่งใหญ่ได้จุดชนวนให้เกิดมหาศึกสงครามบนสรวงสวรรค์ที่ยากจะหลีกเลี่ยง กลายเป็นเรื่องราวความรักท่ามกลางสมรภูมิอันดุเดือดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งจักรวาล
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
8.9
จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย พิศวาส 3000 ปี
8.4
ชินซางจอมมารผู้ผิดหวังในความรักตัดสินใจปิดผนึกดวงตาโลกันตร์ไว้ตลอดกาล โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่จะปลุกพลังนี้ได้อีกครั้งต้องเป็นสตรีผู้เป็นเนื้อคู่ตัวจริงเท่านั้น จนกระทั่งเฉินวาวาหญิงสาวจากโลกอนาคตได้หลงเข้ามาในดินแดนแห่งการหลับใหลและทำให้เขาฟื้นตื่นขึ้น การพบกันครั้งนี้ทำให้ราชาปีศาจยอมพลิกแผ่นดินตามหาเธอไปทั่วทุกแคว้น เพื่อนำตัวยอดดวงใจมาเคียงคู่บัลลังก์และครองรักกันไปจนชั่วนิรันดร์ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย
หน้าปกนวนิยาย กลายเป็นท่านเทพ
7.8
หลัวเจิงอดีตนายน้อยผู้ตกอับสู่จุดต่ำสุดในฐานะทาสได้ค้นพบความลับในการขัดเกลาร่างกายตนเองให้กลายเป็นสุดยอดอาวุธโดยบังเอิญ ท่ามกลางไฟสงครามและการแย่งชิงความเป็นใหญ่ของเหล่านักรบหลากหลายเผ่าพันธุ์ เขาได้ใช้ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าเข้าห้ำหั่นกับศัตรูทั่วสารทิศเพื่อชำระแค้นและทะยานสู่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่งดุจสมบัติวิเศษ เขาจะสามารถฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทางแห่งเทพเพื่อครอบครองความเป็นอมตะได้สำเร็จหรือไม่
หน้าปกนวนิยาย ที่แท้เป็นผู้มีอิทธิพลระดับโลก
9.2
เสิ่นซือหนิงยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อความรัก แต่กลับถูกสามีทรยศและขอหย่าเพื่อไปหาคนรักใหม่ เธอจึงตัดสินใจละทิ้งความเจ็บปวดแล้วกลับคืนสู่ตัวตนที่แท้จริงในฐานะอัจฉริยะด้านการปรุงน้ำหอมระดับโลก ผู้ก่อตั้งองค์กรข่าวกรอง และแฮ็กเกอร์ระดับตำนาน เมื่ออดีตสามีอย่างเมิ่งซือเฉินรู้ความจริงและพยายามขอโอกาสแก้ตัว ฮั่วจิ่งชวนชายหนุ่มที่เคยขาพิการกลับลุกขึ้นยืนเคียงข้างเธออย่างสง่างาม พร้อมประกาศกร้าวว่าคนอย่างเขาไม่มีสิทธิ์คู่ควรกับเธออีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย แม่ทัพร้ายโหยหารัก
9.4
องค์ชายอิ๋งหยางผู้ถูกสาปให้มีใบหน้าอาถรรพ์จนต้องใส่หน้ากากสีเงินปกปิดไว้ เพราะใครที่จ้องมองเขาจะต้องกลายเป็นหินและพบจุดจบอันน่าสยดสยอง เขาจึงถูกเนรเทศไปเป็นแม่ทัพปีศาจที่ชายแดนเพื่อปกป้องแผ่นดิน จนกระทั่งจางเพ่ยอัน หญิงสาวผู้กลับชาติมาเกิดใหม่จากยุคปัจจุบันได้หวนคืนสู่อดีตตามคำเรียกขานของวิญญาณฝาแฝด ดวงชะตาพิฆาตของนางคือสิ่งเดียวที่สามารถต้านทานคำสาปและหยุดยั้งหายนะจากการล่มสลายของแคว้นได้ นางจึงเป็นเพียงสตรีหนึ่งเดียวที่เคียงคู่แม่ทัพผู้โหยหารักได้ตลอดกาล