ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์

ลิขิตรัก จอมใจพยัคฆ์

โชคชะตานำพาให้หลัวเสี้ยวเวยและหยางเหลาหู่ คู่หมั้นที่พลัดพรากจนฝ่ายชายคิดว่านางสิ้นใจไปแล้ว กลับมาพบกันอีกครั้งในฐานะสาวใช้กับคุณชายใหญ่แห่งป้อมพยัคฆ์ทมิฬ ความใกล้ชิดท่ามกลางความไม่รู้ตัวตนก่อเกิดเป็นความผูกพันที่แสนหวาน เมื่อคุณชายจอมหยิ่งเริ่มนึกสนุกอยากแกล้งสาวใช้ตัวน้อยถึงขั้นแย่งพุทราเชื่อมจากปากนางด้วยจุมพิตที่ตราตรึงใจ เส้นทางรักที่ฟ้าลิขิตมาให้ครองคู่นี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อความลับเรื่องฐานะยังคงซ่อนอยู่ภายใต้ความรู้สึกที่เริ่มลึกซึ้งขึ้นทุกที
ตอน
แชร์

ตอน 3

หยางเหลาหู่ยกมือขึ้นกอดอก ก้มมองตัวเองด้วยความแปลกใจ ปกติผู้หญิงคนไหนเห็นเขามีแต่อ่อนระทวยทั้งนั้น เพิ่งจะมียายเด็กผอมกะหร่องคนนี้ที่เอาแต่ก้มหน้า ดวงตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นางสวมชุดกระโปรงปักลายดอกไม้เล็กๆน่ารัก ยืนกอดห่อผ้าใบย่อม เขารู้สึกถึงคนที่วิ่งผ่านหน้าห้องของเขาไปพร้อมเสียงพูดคุยที่เขาไม่สนใจ แต่กลับทำให้ผู้หญิงคนนั้นกระเถิบกายเข้ามาในห้องมากขึ้น ราวกับกลัวคนอื่นจะรู้ว่านางอยู่ตรงนี้

“เสี่ยวหงส่งเจ้ามาใช่ไหม” เขาถามทำลายความเงียบตรงหน้าทิ้ง

“อะ...เอ่อ...” หญิงสาวเงยหน้ามองเขา อึกอักพูดไม่ออกเหมือนคนเป็นใบ้

“เจ้ามาทำงานเป็นสาวใช้?”

“สาวใช้?” แล้วนางก็พูดออกมาจนได้ แล้วก็ทำหน้าอย่างเพิ่งนึกได้ รีบพยักหน้าแรงๆ ทันที “ข้าทำอาหารได้ ทำความสะอาดบ้าน ซักเสื้อผ้าหรือรดน้ำพรวดดินต้นไม้ก็ได้เจ้าค่ะ”

“อยากได้แค่คนทำความสะอาดบ้านกับทำอาหาร ซ่อมเสื้อผ้า

แต่รดน้ำพรวนดินคงไม่เหมาะกับเด็กอย่างเจ้า”

เขากวาดตามองหญิงสาวเบื้องหน้า ประเมินด้วยสายตา

“อายุเท่าไหร่แล้ว”

“สิบเจ็ดแล้ว” นางทำตาดุใส่ แต่ประโยคของหญิงสาวทำให้เขาหัวเราะพรืดออกมา

“ตัวเล็กเหมือนเด็ก ที่บ้านเจ้ายากจนกินไม่อิ่มหรือไร”

“ก็ท่านมันตัวโตเป็นยักษ์เองนี่” นางเผลอโต้เถียงเขา แต่พอรู้ตัวก็หุบปาก

หยางเหลาหู่รู้สึกชอบใจ ไม่ค่อยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาบ่อยนัก เอาเถอะ ขุนให้อ้วนอีกนิดคงพอมีแรงทำงานได้

“อยู่กินที่บ้านข้า ยังไงไม่อดมื้อกินมื้อหรอก ขอแค่ทำงานเต็มกำลังของเจ้าก็พอ หากไม่ไหวส่งกลับอย่างเดียว”

“ได้” นางพยักหน้ารับแล้วอดเหลือบมองไปทางประตูไม่ได้

“เจ้าเตรียมข้าวของมาแล้วใช่ไหม” เขามองไปที่ห่อผ้าใบย่อมของนาง

“เจ้าค่ะ ไปได้เลย” นางรีบพูดเหมือนกลัวเขาเปลี่ยนใจ

“ดี ข้าก็ไม่อยากเดินทางกลางคืน” เขาพยักหน้า “ช่วยถือของให้ข้าด้วย”

“เจ้าค่ะ”

สั่งอะไรก็ทำ

หยางเหลาหู่นึกในใจ เห็นหญิงสาววางห่อผ้าของตัวเองแล้วเดินไปเก็บเสื้อของเขาที่วางทิ้งไว้บนที่นอน นางบรรจงพับแล้ววางใส่ห่อผ้าของเขาอย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว เขามองเพลินจนลืมไปว่าตัวเองต้องรีบเดินทางแล้วเช่นกัน

“เจ้าชื่ออะไร”

“เสี้ยวเวย” หญิงสาวตอบแล้วก็สะดุ้งเหมือนคิดอะไรได้ แต่แสร้งทำเป็นนิ่งเฉย “แล้วนายท่านล่ะเจ้าคะ จะให้ข้าเรียกว่าอะไร”

“หยางเหลาหู่” เขาเอ่ยแล้วก็เห็นนางจัดเก็บเสื้อผ้าของเขาเรียบร้อย

นางคว้าห่อผ้าของตนเองมากอดแนบอก อีกมือถือห่อผ้าให้เจ้านายอีก

“จ้องข้าทำไม”

หยางเหลาหู่เห็นการทิ้งระยะห่างของนางที่มีต่อเขาก็รู้สึกพอใจ อย่างน้อย นางไม่ได้แสดงการยั่วยวนเขาเหมือนเช่นผู้หญิงคนก่อน แม้การพบกันแค่อึดใจตัดสินคนไม่ได้ แต่เขารู้สึกพอใจกับการทำตามคำสั่งของนาง

หลัวเสี้ยวเวยแอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ กระนั้นก็อดกังวลคนที่ตามมาจับตัวนางไม่ได้ ไม่เอาล่ะ ยังไงครั้งนี้นางไม่ยอมถูกส่งไปขายตัวใช้หนี้ ถึงลุงจางฉวนและป้าสะใภ้เคยเลี้ยงดูนางมาอย่างไร แต่ให้ตอบแทนบุญคุณเช่นนี้นางยอมทำไม่ได้ นางได้แต่ขอโทษลุงจางฉวนในใจ ขอไปตายเอาดาบหน้า ยอมถูกตราหน้าเป็นคนอกตัญญู แต่นางไม่คิดจะขายตัวเป็นอนุให้ใครทั้งนั้น

หญิงสาวถือห่อผ้าตัวเองและถือห่อสัมภาระให้เขา แต่เพราะนางตัวเล็กจึงดูขัดหูขัดตา ชายหนุ่มเป็นฝ่ายคว้าห่อผ้าของนางและของเขามาถือให้เสียเอง

“นายท่าน! ท่านทำเช่นนั้นไม่ได้” นางพูดขึ้นแล้วก้าวเร็วๆ ตามร่างสูงที่ก้าวช้าแต่ก้าวได้ยาวกว่านางนัก

“รู้แล้ว เจ้ามีสัมภาระอะไรอย่างอื่นอีกไหม?”

“ไม่มี แต่ข้าเป็นสาวใช้นะเจ้าคะ” นางทำให้เขาไม่พอใจและถูกถีบตัวส่งกลับตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มหรือเปล่านะ

“รู้แล้ว แล้วรู้ไว้ด้วยว่าที่ทำให้นี่ไม่ได้เต็มใจ แต่ข้ากำลังรีบ”

หยางเหลาหู่พูดเสียงเรียบ อดเหลือบตามองคนตัวเล็กไม่ได้ แค่เดินตามยังหอบแล้วจะมีแรงทำงานบ้านไหวไหม? หญิงสาวก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาใครและกลัวใครจะเห็นนางเข้า เขาพานางมายังด้านนอก มีรถม้าสามคันและคนจำนวนหนึ่งที่ทำราวกับรอชายผู้นี้อยู่นานแล้ว

เขาเหวี่ยงห่อผ้าเข้าไปในรถม้า ทำให้หญิงสาวรู้ว่านางต้องขึ้นรถม้าคันนี้ แต่เพราะไม่มีเก้าอี้หรือบันไดสำหรับปีนขึ้นรถม้า นางไม่มีปัญญาปีนขึ้นเอง เขย่งจนสุดปลายเท้าอยู่หลายทีก็ไม่อาจพาตัวเองเข้าไปด้านในได้สำเร็จ เขาส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด จำใจจับเอวของหญิงสาวยกนางขึ้นตัวลอย ส่งนางเข้าไปในรถม้าได้อย่างง่ายดาย

“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หลัวเสี้ยวเวยทำหน้าไม่ถูก จึงพูดแก้เก้อออกไป “รถม้าของนายท่านสูงไปนะ”

“รถม้าของข้าผิดซินะ”

“ขออภัยที่ตัวข้าเล็กไปหน่อย”

“ทั้งตัวเล็กและขาสั้นด้วย”

“ปาก...” ปากคอร้ายกาจเหลือเกิน นางยั้งปากได้ทัน ทำให้ได้แต่ค้อนขวับเข้าให้

“เจ้าพูดอะไร”

“เปล่าเจ้าค่ะ”

“งั้นเราไปเถอะ”

“อืม”

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย ย้อนอดีต...มาหารัก
8.2
นิยามที่ว่าการแต่งงานคือจุดสิ้นสุดของความรักอาจไม่ใช่ความจริง เพราะสำหรับบางคนมันคือจุดเริ่มต้นของบททดสอบครั้งใหญ่ที่ยากจะคาดเดา เมื่อโชคชะตาหยิบยื่นโอกาสสุดพิเศษให้มนุษย์สามารถเดินทางย้อนเวลากลับไปสู่จุดเริ่มต้นในอดีตได้อีกครั้ง คำถามสำคัญที่ตามมาคือการตัดสินใจแก้ไขความผิดพลาดในวันวานจะส่งผลกระทบจนเปลี่ยนแปลงเส้นทางอนาคตไปตลอดกาลได้จริงหรือ ร่วมออกเดินทางค้นหาคำตอบของหัวใจในเรื่องราวความรักข้ามเวลาสุดเข้มข้นที่แฝงไปด้วยความหวัง
หน้าปกนวนิยาย จางม่านอวี้ นางสนมล่มเมือง
9.0
จางม่านอวี้จำใจรับตำแหน่งพระสนมทั้งที่รู้ว่าตนเองไร้ความงามโดดเด่นและไม่คู่ควรกับฮ่องเต้จูหมิงผู้สูงวัย ทว่านางกลับกลายเป็นสตรีที่กุมหัวใจทั้งจักรพรรดิ องค์ชาย และแม่ทัพเฉินต้าเหว่ยเพื่อนสนิทผู้ภักดี แม้ฐานะที่เปลี่ยนไปจะกลายเป็นกำแพงกั้นความรักระหว่างนางกับต้าเหว่ย แต่คำยืนยันในรักแท้ที่หนักแน่นดั่งหินผาของเขาก็ช่วยชุบชูหัวใจที่เหี่ยวเฉาของนางให้กลับมามีความหวังอีกครั้ง ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยอุปสรรคและโชคชะตาที่สวรรค์เป็นผู้ลิขิต
หน้าปกนวนิยาย บำเรอรักแม่ทัพปีศาจ
8.2
ว่านฉีฉีบุตรสาวเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ถูกส่งไปปักกิ่งเพื่อความปลอดภัย แต่สถาบันที่เธอเข้าเรียนกลับนำพาเธอย้อนสู่อดีตท่ามกลางสงครามล้างเมืองต้าเยียน ณ เมืองจี้ เธอได้พบกับหลี่เหวินฉาง แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมอำมหิตในคืนพระจันทร์สีเลือด เขาชิงตัวสาวงามจากอนาคตมาเป็นสตรีบำเรอโดยหารู้ไม่ว่าเธอซ่อนพลังนางพญามารเอาไว้ ขณะที่ตัวเขาเองคือแม่ทัพปีศาจแห่งเฉียนฉินผู้แสนเย็นชา ทั้งคู่ต้องเผชิญชะตากรรมที่ผูกพันด้วยอำนาจมืดและความเสน่หาท่ามกลางไฟสงคราม
หน้าปกนวนิยาย นางหน้าพระพักตร์ ห้ามรักฝ่าบาท
8.1
เตรียมพบกับเรื่องราวความรักสุดเย้ายวนในโลกแฟนตาซีที่อาจทำให้คุณต้องใจสั่นหวั่นไหวไปกับฉากรักอันร้อนแรง นิยายเรื่องนี้คัดสรรเนื้อหาที่เน้นความสัมพันธ์ลึกซึ้งและฉากบนเตียงที่จัดเต็มจนอาจไม่เหมาะสำหรับผู้อ่านที่อ่อนไหวต่อเรื่องราวแนวอีโรติกหรือผู้ที่กำลังเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสความรัญจวนใจและบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเสน่หาท่ามกลางรั้วรอบขอบชิดของราชสำนัก ขอเชิญก้าวเข้าสู่โลกของนางหน้าพระพักตร์ที่ความรักและความปรารถนาถูกถักทอเข้าด้วยกันอย่างแยกไม่ออก
หน้าปกนวนิยาย ข้าเป็นตัวแทนแห่งเหมยสวรรค์
8.8
โชคชะตาขีดเส้นให้หนิงเอ๋อ เซียนสาวผู้ต่ำต้อย ก้าวเข้าสู่ตำแหน่งพระชายาของโอรสแห่งสวรรค์อย่างไม่คาดฝัน ทว่าชีวิตในวังเมฆาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนางพบว่าหัวใจของสวามีกลับมีไว้ให้เพียงองค์หญิงแห่งเจ้าสมุทรผู้สูงศักดิ์เท่านั้น ท่ามกลางวังวนแห่งความรักที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอุปสรรค หนิงเอ๋อต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงเพื่อยืนหยัดในฐานะที่ได้รับมอบมา เซียนตัวเล็กๆ อย่างนางจะหาทางผ่านพ้นความเจ็บปวดและขวากหนามในความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปได้อย่างไร