หน้าปกนวนิยาย หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้า

9.6 / 10.0
หลินจื่อเยว่ข้ามภพมาเป็น หมอปีศาจพันหน้า ผู้เขย่าขวัญยุทธภพใน fantasy ผสมผสาน action เมื่อการดื่มสุราทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่กับบุรุษลึกลับ นางจึงต้องปกป้องลูกน้อยพร้อมความลับของตัวตนที่แท้จริง อ่าน fiction fantasy novels เรื่องนี้ได้ที่ Web Novel
เรื่องย่อ หมอปีศาจพันหน้า
ใต้หน้ากากหมอปีศาจพันหน้าผู้เลื่องชื่อที่มีพลังชุบชีวิตและคร่าวิญญาณ แท้จริงแล้วคือหลินจื่อเยว่ หญิงสาวผู้ข้ามมิติมาเป็นศิษย์เอกแห่งหุบเขาเทวะ ทว่าโชคชะตาพลิกผันเมื่อนางเมามายจนเผลอมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับบุรุษลึกลับรูปงาม แม้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของบิดาเด็ก แต่นางก็มุ่งมั่นที่จะเลี้ยงดูลูกน้อยตัวนุ่มนิ่มที่เกิดจากความผิดพลาดนี้ให้เติบโตอย่างดีที่สุดท่ามกลางมรสุมในยุทธภพที่เต็มไปด้วยความลับและความวุ่นวาย
อ่านเพิ่มเติม

หมอปีศาจพันหน้า ตอนที่ 1

ภายในห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ทำการทดลองและวิจัยยาตัวหนึ่ง การวิจัยและการทดลองกำลังเดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเป็นการจบหน้าที่ที่พวกเขากรำกันมาแรมปีแล้ว

“เยว่เจี่ย ไปพักก่อนเถอะ พี่อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ เดี๋ยวฉันดูให้เอง” หญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาบอกกับผู้ที่เป็นหัวหน้า และเป็นเสมือนพี่สาวเธออีกคน

หลินจื่อเยว่ผละสายตาออกจากชาร์ตการทดลองหันไปมองเด็กสาวแล้วคลี่ยิ้มบางออกมาให้หนึ่งสาย

“อาซิน แล้วเธอกินข้าวแล้วเหรอ ถึงจะมาสลับกับพี่”

“กินแล้วสิ ฉันน่ะไม่ยอมหิ้วท้องรอหรอกนะ”

ซินเหลียนถือวิสาสะแย่งแผ่นชาร์ตในมือมา พร้อมกับใช้สองมือดันหลังหลินจื่อเยว่ให้ออกจากห้องทดลองไปพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ขยับไปทางไหน พลันเสียงที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าชอร์ตก็ดังขึ้น เรียกสายตาของสองสาวให้หันไปมองทางเดียวกัน ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงระเบิดก็ดังขึ้น

ตู้ม!!!!

แรงระเบิดรุนแรงจนพังครืนไปทั้งชั้น กลุ่มควันที่ขาวพวยพุ่งออกมาเป็นที่น่าตระหนกของประชาชนในเมืองเป็นอย่างมาก

นัยน์ตาคู่สวยของหลินจื่อเยว่เบิกโพลงมองเห็นประกายไฟที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับร่างเธอที่ค่อย ๆ กระเด็นออกไปจากแรงอัดของระเบิด ก่อนที่ภาพทุกอย่างในครรลองสายตาจะกลายเป็นสีดำมืดสนิทไปเสีย พร้อมกับสติของเธอที่ค่อย ๆ ดับลง...

หุบเขาเทวะ

เท้าเรียวเล็กค่อย ๆ ย่องออกจากเรือนไม้ช้า ๆ เหยียบย่างไปบนพื้นไม้ด้วยความเบาหวิว ทว่าขณะที่กำลังย่างเหยียบไปอีกก้าวก็พลันชะงักค้างเอาไว้ พลางหันไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้น

“น้องสิบ นั่นเจ้าจะไปที่ใดกัน เหตุใดต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้” บุรุษในอาภรณ์สีขาวสะอาดนามว่า ‘เจินเฉียง’ เอ่ยขึ้น

“ศิษย์พี่ห้า~ ศิษย์พี่อย่าเสียงดังไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ยินเข้าพอดี”

“แล้วเหตุใดต้องกลัวศิษย์พี่ใหญ่รู้ด้วยเล่า เจ้าเด็กคนนี้แปลกคนจริง” เจินเฉียงส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของศิษย์น้อง ซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์ทั้งหมด

“แหะ ข้าสัญญากับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ว่า ห้าวันนี้ข้าจะมิออกไปข้างนอก เป็นตายเช่นไรก็จะไม่ออกไป แต่ศิษย์พี่ห้าท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ จะมีชาวบ้านอีกกี่สิบคนที่กำลังป่วยรอการรักษา ศิษย์พี่ห้าก็รู้ว่าชาวบ้านหลายคนมิได้มีเงินมากมายพอจะซื้อยา หวังพึ่งหมอเช่นเราเข้าช่วยเหลือ หากหนึ่งวันมีคนป่วยสามคน ห้าวันจะมิกลายเป็นสิบห้าคนเลยหรือ”

หญิงสาวพยายามงัดทุกอย่างหวังจะโน้มน้าวใจศิษย์พี่ห้าของนาง สุดท้ายก็ใช้จังหวะที่เจินเฉียงครุ่นคิดตามวิ่งออกไปจากเรือนอย่างรวดเร็ว

“น้องสิบ เจ้า...” เจินเฉียงกว่าจะรู้ตัว น้องสิบของเขาก็วิ่งออกนอกสำนักไปแล้ว

หลินจื่อเยว่เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากประตูใหญ่ก็หันไปมองด้านหลัง สำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะ เป็นบ้านหลังแรกของนางเลยก็ว่าได้ นางคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ หมายจะใช้โอกาสนี้ท่องยุทธภพไปเรื่อย ๆ และใช้วิชาความรู้ด้านการแพทย์และยาสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์มาใช้รักษาคนไข้ โดยไม่รู้เลยว่าครั้งนี้นางจะมิอาจหวนคืนสำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะได้อีกแล้ว

‘สวีไห่’ ศิษย์คนโตของสำนักในอาภรณ์ขาวสะอาดยืนมองร่างเล็กเดินออกไปช้า ๆ จนลับตาก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

‘สวรรค์ลิขิต ทุกชีวิตมิอาจฝืนชะตา จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่’

สวีไห่ยกมือซ้ายขึ้นไพล่ด้านหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปเงียบ ๆ รู้ดีว่าที่หลินจื่อเยว่ให้คำมั่น นางมิอาจกระทำได้ เพราะตั้งแต่เรียนรู้จนจบครบทุกตำราศาสตร์หมอเทวดาแล้ว หลินจื่อเยว่ก็มีความมุ่งหมายที่แรงกล้าในการช่วยเหลือชาวบ้านให้หายจากอาการป่วยไข้

หลินจื่อเยว่จำความได้นางก็เป็นศิษย์น้องสิบของสำนักหมอเทวดาแห่งนี้แล้ว มีพี่ชายทั้งเก้าคนและท่านอาจารย์คอยเลี้ยงดูและดูแลมาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นศิษย์พี่ใหญ่ก็คอยสอนหนังสือให้นาง รวมถึงท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอดวิชาการแพทย์

หญิงสาวฝึกฝนทุกด้านจนแตกฉาน รวมไปถึงการฝึกยุทธ์ เพียงไม่กี่ขวบปีจากเด็กน้อยก็กลายเป็นสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา คอยตามท่านอาจารย์ไปรักษาคนไข้ จนสิบปีให้หลังท่านอาจารย์ของนางก็มิได้ลงจากเขาอีกเลย ด้วยเพราะชราวัยมากขึ้นนั้นเอง

แม้นจะมีวรยุทธ์ กระนั้นหลินจื่อเยว่ไม่เคยคิดใช้มันเลย นางเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกมา ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างแปลกไป นางสัมผัสได้ว่าป่าในวันนี้เงียบผิดปกติ สายตาคู่สวยหันมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังชมนกชมไม้ และเพราะถูกฝึกมาอย่างดี นางจึงได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่อีกด้าน ราวกับเสียงเท้านั้นเดินขนาบไปกับนาง มือเรียวกระชับถุงผ้าที่คล้องติดตัวมาไว้ เดินไปตามเส้นทางโดยไม่เผยพิรุธใดทั้งสิ้น

กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนเดินออกมาล้อมหน้าล้อมหลังนางเอาไว้ หลินจื่อเยว่พยายามหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนไปให้

“พี่ชาย มีผู้ใดเจ็บป่วยหรือถึงได้มาดักเจอข้าเช่นนี้” หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

นางอาศัยขนาดตัวที่เล็กกว่า ใช้ปลายเท้าเตะเศษใบไม้ไปตรงหน้าแล้ววิ่งฝ่าพวกมันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนทิศทางเช่นกัน โดยที่กลุ่มโจรป่าทั้งห้าคนวิ่งตามมาติด ๆ นางได้แต่คิดในใจว่า หากนางมิดื้อรั้น ทำตามที่ตกลงกับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ตั้งแต่ทีแรก นางก็คงไม่ต้องมาเผชิญเรื่องราวเช่นนี้

หลินจื่อเยว่วิ่งหนีจนกระทั่งมาถึงทางตัน ด้วยเบื้องหน้าเป็นหุบเหวสูง นางยั้งฝีเท้าเอาไว้แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรป่าที่เมื่อพวกมันเห็นนางจนมุมก็ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาช้า ๆ

“แม่นาง จะวิ่งหนีให้เหนื่อยไปไย พวกข้าเพียงต้องการข้าวของมีราคาในตัวท่านเท่านั้น” หนึ่งในโจรป่าเอ่ยบอก

“ข้าไม่มีสิ่งของใดมีราคาอย่างที่พวกเจ้าต้องการหรอก ยะ...อย่าเข้ามานะ”

หากเป็นผู้อื่นคงยอมมอบทุกอย่างให้พวกโจรไปเพื่อรักษาชีวิตตน หากแต่หลินจื่อเยว่ได้เห็นแววตาของพวกมันแล้วย่อมรู้ว่า สิ่งที่พวกมันต้องการมิได้มีเพียงข้าวของมีราคาเท่านั้น ก็นะ นางเองก็ถือได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งนี่นา

ในขณะที่กลุ่มโจรเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หลินจื่อเยว่ซึ่งไร้หนทางให้หนีแล้ว สุดท้ายนางจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหน้าผาสูงชันลงสู่หุบเหวเบื้องล่างที่มิรู้ว่าด้านล่างนั้นมีสิ่งใดอยู่

‘ท่านอาจารย์ ศิษย์เนรคุณ อยู่ทดแทนบุญคุณท่านอาจารย์มิได้แล้ว โปรดให้อภัยศิษย์ดื้อคนนี้ด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขอโทษที่ผิดสัญญาต่อท่าน หากมีโอกาสชาติหน้าข้าจะตามหาท่าน ให้ท่านได้ลงโทษที่ข้าดื้อรั้น มิฟังคำ’

หลินจื่อเยว่รำพึงในใจถึงอาจารย์ ผู้เปรียบดั่งบิดา และศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปรียบดั่งพี่ชายคนโต ก่อนที่ดวงตากลมโตค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาปลิวไปกับสายลม

ร่างบางกระแทกเข้ากับกิ่งก้านของต้นไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่ากระทั่งตกลงบนพื้นดินข้างล่าง ลมหายใจสุดท้ายหมดลงพร้อมกับร่างโปร่งแสงที่ออกมายืนมองร่างตัวเองซึ่งสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยความเสียใจ มิได้เสียใจที่หมดลม หากแต่เสียใจที่ยังมิได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น

“ลาก่อน”

เสียงหวานเอ่ยบอกลาก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบที่โอบล้อมไปทั่วบริเวณ ไร้คนเหลียวแลร่างไร้ลมหายใจนี้

อ่านต่อ

สารบัญ หมอปีศาจพันหน้า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย มาเฟียทวงสิทธิ์รัก
8.9
ริโอ มาเฟียผู้เพียบพร้อมตั้งกฎเหล็กต่อผู้หญิงทุกคนที่อยู่ข้างกายว่าห้ามตั้งครรภ์เด็ดขาด ทว่ายอดพธูที่ถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราวเพื่อฆ่าเวลากลับพลาดท่าตั้งท้องขึ้นมาจริงๆ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเธอจะถูกเขี่ยทิ้งเหมือนคนอื่นๆ ที่ผ่านมา ท่าทีของเขากลับเปลี่ยนไปอย่างน่าประหลาด เมื่อของเล่นที่ควรไร้ค่ากลับถูกยกฐานะให้กลายเป็นคนสำคัญ ริโอเริ่มทวงสิทธิ์ในตัวเธอและลูกจนน่าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรที่ทำให้มาเฟียผู้เย็นชาตัดสินใจเลือกเธอเป็นตัวจริง
หน้าปกนวนิยาย ฉันเลิกกับแฟนเพราะเขาลืมเปลี่ยนธนบัตร
9.6
หลังทุ่มเทจีบสวี่อี้มานานถึงแปดปี ฉันตัดสินใจจบความสัมพันธ์ทันทีที่เห็นเขายังใช้ชื่อเล่นเรียกแฟนเก่าว่าที่รัก แม้เขาจะเยาะเย้ยและเพื่อนๆ จะมองว่าฉันไร้เหตุผล แต่ฉันก็เลือกเดินจากไปพร้อมผลตรวจสุขภาพที่เป็นความลับในมือ สวี่อี้ท้าทายว่าอย่ากลับมาอ้อนวอนขอคืนดีภายหลัง โดยไม่รู้เลยว่าฉันกำลังเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิต ความพยายามสร้างฝันอันสวยงามก่อนตายกลับกลายเป็นความขมขื่นที่เกินทน และฉันตั้งใจว่าจะไม่ขอกลับมาพบเจอความเจ็บปวดเช่นนี้อีกในชาติหน้า
หน้าปกนวนิยาย เจ้าหนี้ซาตาน
9.6
เขมชาติกลายเป็นคนไร้หัวใจเพราะแผลใจจากแม่และอดีตภรรยา แต่กำแพงน้ำแข็งเริ่มทลายลงเมื่อเขาพบกับปิ่นปัทมา ลูกหนี้ของป้าที่ต้องกลายมาเป็นภรรยาโดยไม่คาดฝัน ความใกล้ชิดทำให้เขาตระหนักว่าเธอต่างจากผู้หญิงทุกคนที่เคยทิ้งเขาไป ด้านปิ่นปัทมาแม้ต้องเผชิญกับความเฉยเมยและเอาแต่ใจของสามี แต่เธอกลับตกหลุมรักเขาอย่างหมดใจ เธอจึงมุ่งมั่นที่จะใช้ความรักเปลี่ยนเจ้าหนี้ซาตานผู้แสนเย็นชาให้กลายเป็นชายที่อ่อนโยนเพื่อครองรักกันตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย เมื่อรักย่อมต้องเจ็บ
8.4
เสิ่นซูเคยมีทุกอย่างที่ใครต่างอิจฉา ทว่าชีวิตที่เคยสมบูรณ์แบบกลับพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่าจนเธอต้องสูญเสียทุกสิ่ง ทั้งการสูญเสียลูกจากการทำแท้ง ใบหน้าที่เสียโฉม หน้าที่การงานที่ดับวูบ รวมถึงชื่อเสียงที่ป่นปี้จนกลายเป็นที่ดูแคลนไปทั่ว สภาพอันน่าเวทนานี้ล้วนมีต้นเหตุมาจากผู้ชายที่ชื่อฟู่เซินเหยียนเพียงคนเดียวเท่านั้น เหตุการณ์ทั้งหมดตอกย้ำความจริงที่แสนเจ็บปวดว่า ความรักที่ผิดพลาดสามารถทำลายชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งให้ย่อยยับได้อย่างแท้จริง
หน้าปกนวนิยาย ยอดพธูเทพบุตร  [Demigod’s Bride]
8.0
ณิชาต้องประหลาดใจเมื่อภีมะมารับเธอไปทานมื้อเช้าตั้งแต่เจ็ดโมงตรง ชายหนุ่มในชุดกึ่งสูทสุดเนี้ยบเผยว่าเขาตื่นตีห้าเป็นกิจวัตรตามระเบียบวินัยอันเคร่งครัดของตระกูลมหาเศรษฐีที่ปลูกฝังไม่ให้ลูกหลานนอนตื่นสาย แม้หญิงสาวจะสงสัยในไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างและตารางชีวิตที่ดูจริงจังของเขา แต่ภีมะก็ยืนยันว่าในฐานะว่าที่สะใภ้ เขาจะยอมผ่อนปรนให้เธอได้ค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์ของครอบครัว บทสนทนาเรียบง่ายนี้สะท้อนถึงตัวตนและจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นตัวร้ายกับนายเย็นชา
9.3
นิยายรักฉบับฟีลกู๊ดที่นำเสนอเรื่องราวสายใยความผูกพันครั้งใหม่ของ ฟ้าคราม บุตรชายคนโตจากครอบครัวของฟิวและใบบัว กับ ข้าวสวย ลูกสาวคนเล็กผู้น่ารักของเตอร์และข้าวฟ่าง โดยเนื้อหาเน้นความสัมพันธ์ที่นุ่มนวลและดำเนินเรื่องอย่างราบรื่น ปราศจากปมความขัดแย้งที่รุนแรงหรือดราม่าหนักหน่วง แต่อาจมีการสอดแทรกอุปสรรคเล็กน้อยเพื่อให้ได้อรรถรสและสีสันในการติดตามผลงานภาคต่อของตัวละครที่ทุกคนคุ้นเคยในบรรยากาศที่แสนอบอุ่นหัวใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์