หน้าปกนวนิยาย หมอปีศาจพันหน้า

หมอปีศาจพันหน้า

9.6 / 10.0
ใต้หน้ากากหมอปีศาจพันหน้าผู้เลื่องชื่อที่มีพลังชุบชีวิตและคร่าวิญญาณ แท้จริงแล้วคือหลินจื่อเยว่ หญิงสาวผู้ข้ามมิติมาเป็นศิษย์เอกแห่งหุบเขาเทวะ ทว่าโชคชะตาพลิกผันเมื่อนางเมามายจนเผลอมีความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนกับบุรุษลึกลับรูปงาม แม้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของบิดาเด็ก แต่นางก็มุ่งมั่นที่จะเลี้ยงดูลูกน้อยตัวนุ่มนิ่มที่เกิดจากความผิดพลาดนี้ให้เติบโตอย่างดีที่สุดท่ามกลางมรสุมในยุทธภพที่เต็มไปด้วยความลับและความวุ่นวาย

หมอปีศาจพันหน้า ตอนที่ 1

ภายในห้องทดลองขนาดใหญ่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อให้ทำการทดลองและวิจัยยาตัวหนึ่ง การวิจัยและการทดลองกำลังเดินทางมาถึงขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งหมายถึงเป็นการจบหน้าที่ที่พวกเขากรำกันมาแรมปีแล้ว

“เยว่เจี่ย ไปพักก่อนเถอะ พี่อยู่ตรงนี้มาตั้งแต่เช้าแล้วนะ เดี๋ยวฉันดูให้เอง” หญิงสาวหน้าตาน่ารักในชุดกาวน์สีขาวเดินเข้ามาบอกกับผู้ที่เป็นหัวหน้า และเป็นเสมือนพี่สาวเธออีกคน

หลินจื่อเยว่ผละสายตาออกจากชาร์ตการทดลองหันไปมองเด็กสาวแล้วคลี่ยิ้มบางออกมาให้หนึ่งสาย

“อาซิน แล้วเธอกินข้าวแล้วเหรอ ถึงจะมาสลับกับพี่”

“กินแล้วสิ ฉันน่ะไม่ยอมหิ้วท้องรอหรอกนะ”

ซินเหลียนถือวิสาสะแย่งแผ่นชาร์ตในมือมา พร้อมกับใช้สองมือดันหลังหลินจื่อเยว่ให้ออกจากห้องทดลองไปพักผ่อน ทว่ายังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ขยับไปทางไหน พลันเสียงที่คล้ายกับกระแสไฟฟ้าชอร์ตก็ดังขึ้น เรียกสายตาของสองสาวให้หันไปมองทางเดียวกัน ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียงระเบิดก็ดังขึ้น

ตู้ม!!!!

แรงระเบิดรุนแรงจนพังครืนไปทั้งชั้น กลุ่มควันที่ขาวพวยพุ่งออกมาเป็นที่น่าตระหนกของประชาชนในเมืองเป็นอย่างมาก

นัยน์ตาคู่สวยของหลินจื่อเยว่เบิกโพลงมองเห็นประกายไฟที่พวยพุ่งออกมา พร้อมกับร่างเธอที่ค่อย ๆ กระเด็นออกไปจากแรงอัดของระเบิด ก่อนที่ภาพทุกอย่างในครรลองสายตาจะกลายเป็นสีดำมืดสนิทไปเสีย พร้อมกับสติของเธอที่ค่อย ๆ ดับลง...

หุบเขาเทวะ

เท้าเรียวเล็กค่อย ๆ ย่องออกจากเรือนไม้ช้า ๆ เหยียบย่างไปบนพื้นไม้ด้วยความเบาหวิว ทว่าขณะที่กำลังย่างเหยียบไปอีกก้าวก็พลันชะงักค้างเอาไว้ พลางหันไปมองด้านหลังเมื่อได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกขึ้น

“น้องสิบ นั่นเจ้าจะไปที่ใดกัน เหตุใดต้องทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ เช่นนี้” บุรุษในอาภรณ์สีขาวสะอาดนามว่า ‘เจินเฉียง’ เอ่ยขึ้น

“ศิษย์พี่ห้า~ ศิษย์พี่อย่าเสียงดังไปสิเจ้าคะ เดี๋ยวศิษย์พี่ใหญ่ก็ได้ยินเข้าพอดี”

“แล้วเหตุใดต้องกลัวศิษย์พี่ใหญ่รู้ด้วยเล่า เจ้าเด็กคนนี้แปลกคนจริง” เจินเฉียงส่ายหน้าน้อย ๆ เมื่อไม่เข้าใจในปฏิกิริยาของศิษย์น้อง ซึ่งเป็นสตรีเพียงคนเดียวในบรรดาศิษย์ทั้งหมด

“แหะ ข้าสัญญากับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ว่า ห้าวันนี้ข้าจะมิออกไปข้างนอก เป็นตายเช่นไรก็จะไม่ออกไป แต่ศิษย์พี่ห้าท่านลองคิดดูสิเจ้าคะ จะมีชาวบ้านอีกกี่สิบคนที่กำลังป่วยรอการรักษา ศิษย์พี่ห้าก็รู้ว่าชาวบ้านหลายคนมิได้มีเงินมากมายพอจะซื้อยา หวังพึ่งหมอเช่นเราเข้าช่วยเหลือ หากหนึ่งวันมีคนป่วยสามคน ห้าวันจะมิกลายเป็นสิบห้าคนเลยหรือ”

หญิงสาวพยายามงัดทุกอย่างหวังจะโน้มน้าวใจศิษย์พี่ห้าของนาง สุดท้ายก็ใช้จังหวะที่เจินเฉียงครุ่นคิดตามวิ่งออกไปจากเรือนอย่างรวดเร็ว

“น้องสิบ เจ้า...” เจินเฉียงกว่าจะรู้ตัว น้องสิบของเขาก็วิ่งออกนอกสำนักไปแล้ว

หลินจื่อเยว่เมื่อวิ่งพ้นออกมาจากประตูใหญ่ก็หันไปมองด้านหลัง สำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะ เป็นบ้านหลังแรกของนางเลยก็ว่าได้ นางคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ หมายจะใช้โอกาสนี้ท่องยุทธภพไปเรื่อย ๆ และใช้วิชาความรู้ด้านการแพทย์และยาสมุนไพรที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์มาใช้รักษาคนไข้ โดยไม่รู้เลยว่าครั้งนี้นางจะมิอาจหวนคืนสำนักหมอเทวดาแห่งหุบเขาเทวะได้อีกแล้ว

‘สวีไห่’ ศิษย์คนโตของสำนักในอาภรณ์ขาวสะอาดยืนมองร่างเล็กเดินออกไปช้า ๆ จนลับตาก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมา

‘สวรรค์ลิขิต ทุกชีวิตมิอาจฝืนชะตา จนกว่าเราจะได้พบกันใหม่’

สวีไห่ยกมือซ้ายขึ้นไพล่ด้านหลังแล้วเดินกลับเข้าห้องของตัวเองไปเงียบ ๆ รู้ดีว่าที่หลินจื่อเยว่ให้คำมั่น นางมิอาจกระทำได้ เพราะตั้งแต่เรียนรู้จนจบครบทุกตำราศาสตร์หมอเทวดาแล้ว หลินจื่อเยว่ก็มีความมุ่งหมายที่แรงกล้าในการช่วยเหลือชาวบ้านให้หายจากอาการป่วยไข้

หลินจื่อเยว่จำความได้นางก็เป็นศิษย์น้องสิบของสำนักหมอเทวดาแห่งนี้แล้ว มีพี่ชายทั้งเก้าคนและท่านอาจารย์คอยเลี้ยงดูและดูแลมาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นศิษย์พี่ใหญ่ก็คอยสอนหนังสือให้นาง รวมถึงท่านอาจารย์ก็ถ่ายทอดวิชาการแพทย์

หญิงสาวฝึกฝนทุกด้านจนแตกฉาน รวมไปถึงการฝึกยุทธ์ เพียงไม่กี่ขวบปีจากเด็กน้อยก็กลายเป็นสาวน้อยใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพรา คอยตามท่านอาจารย์ไปรักษาคนไข้ จนสิบปีให้หลังท่านอาจารย์ของนางก็มิได้ลงจากเขาอีกเลย ด้วยเพราะชราวัยมากขึ้นนั้นเอง

แม้นจะมีวรยุทธ์ กระนั้นหลินจื่อเยว่ไม่เคยคิดใช้มันเลย นางเดินลงเขาไปเรื่อย ๆ เหมือนเช่นทุกครั้งที่ออกมา ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างแปลกไป นางสัมผัสได้ว่าป่าในวันนี้เงียบผิดปกติ สายตาคู่สวยหันมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังชมนกชมไม้ และเพราะถูกฝึกมาอย่างดี นางจึงได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินอยู่อีกด้าน ราวกับเสียงเท้านั้นเดินขนาบไปกับนาง มือเรียวกระชับถุงผ้าที่คล้องติดตัวมาไว้ เดินไปตามเส้นทางโดยไม่เผยพิรุธใดทั้งสิ้น

กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคนเดินออกมาล้อมหน้าล้อมหลังนางเอาไว้ หลินจื่อเยว่พยายามหาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนไปให้

“พี่ชาย มีผู้ใดเจ็บป่วยหรือถึงได้มาดักเจอข้าเช่นนี้” หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามออกไป

นางอาศัยขนาดตัวที่เล็กกว่า ใช้ปลายเท้าเตะเศษใบไม้ไปตรงหน้าแล้ววิ่งฝ่าพวกมันออกไปอย่างไม่คิดชีวิต ไม่สนทิศทางเช่นกัน โดยที่กลุ่มโจรป่าทั้งห้าคนวิ่งตามมาติด ๆ นางได้แต่คิดในใจว่า หากนางมิดื้อรั้น ทำตามที่ตกลงกับศิษย์พี่ใหญ่เอาไว้ตั้งแต่ทีแรก นางก็คงไม่ต้องมาเผชิญเรื่องราวเช่นนี้

หลินจื่อเยว่วิ่งหนีจนกระทั่งมาถึงทางตัน ด้วยเบื้องหน้าเป็นหุบเหวสูง นางยั้งฝีเท้าเอาไว้แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มโจรป่าที่เมื่อพวกมันเห็นนางจนมุมก็ค่อย ๆ ย่างสามขุมเข้ามาช้า ๆ

“แม่นาง จะวิ่งหนีให้เหนื่อยไปไย พวกข้าเพียงต้องการข้าวของมีราคาในตัวท่านเท่านั้น” หนึ่งในโจรป่าเอ่ยบอก

“ข้าไม่มีสิ่งของใดมีราคาอย่างที่พวกเจ้าต้องการหรอก ยะ...อย่าเข้ามานะ”

หากเป็นผู้อื่นคงยอมมอบทุกอย่างให้พวกโจรไปเพื่อรักษาชีวิตตน หากแต่หลินจื่อเยว่ได้เห็นแววตาของพวกมันแล้วย่อมรู้ว่า สิ่งที่พวกมันต้องการมิได้มีเพียงข้าวของมีราคาเท่านั้น ก็นะ นางเองก็ถือได้ว่าเป็นหญิงงามผู้หนึ่งนี่นา

ในขณะที่กลุ่มโจรเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ หลินจื่อเยว่ซึ่งไร้หนทางให้หนีแล้ว สุดท้ายนางจึงตัดสินใจกระโดดลงไปจากหน้าผาสูงชันลงสู่หุบเหวเบื้องล่างที่มิรู้ว่าด้านล่างนั้นมีสิ่งใดอยู่

‘ท่านอาจารย์ ศิษย์เนรคุณ อยู่ทดแทนบุญคุณท่านอาจารย์มิได้แล้ว โปรดให้อภัยศิษย์ดื้อคนนี้ด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าขอโทษที่ผิดสัญญาต่อท่าน หากมีโอกาสชาติหน้าข้าจะตามหาท่าน ให้ท่านได้ลงโทษที่ข้าดื้อรั้น มิฟังคำ’

หลินจื่อเยว่รำพึงในใจถึงอาจารย์ ผู้เปรียบดั่งบิดา และศิษย์พี่ใหญ่ผู้เปรียบดั่งพี่ชายคนโต ก่อนที่ดวงตากลมโตค่อย ๆ หลับลงช้า ๆ ปล่อยให้หยาดน้ำตาที่ไหลรินออกมาปลิวไปกับสายลม

ร่างบางกระแทกเข้ากับกิ่งก้านของต้นไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่ากระทั่งตกลงบนพื้นดินข้างล่าง ลมหายใจสุดท้ายหมดลงพร้อมกับร่างโปร่งแสงที่ออกมายืนมองร่างตัวเองซึ่งสิ้นลมหายใจไปแล้วด้วยความเสียใจ มิได้เสียใจที่หมดลม หากแต่เสียใจที่ยังมิได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ก็เท่านั้น

“ลาก่อน”

เสียงหวานเอ่ยบอกลาก่อนที่ร่างโปร่งแสงจะค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความเงียบที่โอบล้อมไปทั่วบริเวณ ไร้คนเหลียวแลร่างไร้ลมหายใจนี้

อ่านต่อ

สารบัญ หมอปีศาจพันหน้า

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย เก็บรักมาเฟีย
8.1
"โดมินิก" จะทำยังไงดี คนที่คิดว่าตัวเองตัวคนเดียวไม่มีใครมาตลอด แต่มาวันนี้กลับต้องมามีลูก ใช่ "ลูก" แถมลูกก็อายุ 7 ขวบแล้ว และแม่ของลูกก็ปิดบังเขามาตลอด ทั้งโกรธทั้งโมโหและพิศวาสแม่ของลูก แล้วจะทำยังไงดีเมื่อลูกก็อยากได้ แม่ของลูกก็อยากได้ เขาต้องได้ทั้งสองอย่างไม่มีทางยอมเสียอย่างใดอย่างหนึ่งแน่ "กันตา" เพราะความผิดพลาดในอดีตถึงทำให้เธอมีอีกหนึ่งชีวิตต้องดูแล "กันติชา" หรือ "น้องเดียร์" ลูกสาววัย 7 ขวบที่เธอเลี้ยงดูมาตลอด แต่พอมาวันนี้โชคชะตากลับเล่นตลกทำให้เจอกับพ่อของลูก และแน่นอนว่าเขาอยากได้ลูกของเธอไปอยู่ด้วย แล้วแม่อย่างจะทำยังไงล่ะ จากที่ต้องห่วงลูกกลัวเขาพาลูกหนียังต้องระแวงกลัวว่าเขาจะขมเหงตัวเองด้วย ศึกหนักแบบนี้เธฮจะทำยังไง ก็เขามันมาเฟียเถื่อน แถมหื่นเข้าเส้นอีกต่างหาก ********** “แด๊ดดี้ขา แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ” “อืม...ว่าไงนะคะน้องเดียร์” โดมินิกไม่เข้าใจคำขอของลูกสาว วันนี้มาแปลก เล่นเอาคนที่กำลังนั่งหน้าตึงอยู่ในรถที่กำลังแล่นบนถนนถึงกับเลิกคิ้วขึ้นทันที “แด๊ดดี้มีน้องให้น้องเดียร์ได้ไหมคะ น้องเดียร์อยากมีน้องเหมือนเพื่อนที่โรงเรียนค่ะ นะคะ น้องเดียร์อยากมีเพื่อนเล่นที่บ้าน” “แด๊ดดี้มีให้ได้ครับ แต่ต้องขึ้นอยู่กับแม่แก้มของน้องเดียร์ด้วยว่าจะยอมมีน้องให้น้องเดียร์รึเปล่า” เสียงอ่อนโยนของมาเฟียหนุ่มส่งกลับมาในสาย “แม่แก้มรักน้องเดียร์ แม่แก้มต้องยอมมีน้องให้น้องเดียร์แน่นอนค่ะ แด๊ดดี้ขา น้องแก้มไม่อยู่นะคะวันหยุดสองวันนี้ คุณปู่และคุณย่าจะพาไปเที่ยวเกาะส่วนตัวที่ฮาวายค่ะ และถ้าน้องเดียร์กลับมาจากเที่ยว น้องเดียร์ต้องได้น้องนะคะ” “น้องนะคะน้องเดียร์ ไม่ใช่ของเล่นนะคะที่จะได้ขอแล้วก็มาเลย แด๊ดดี้ขอเวลาไม่นานนะคะ แด๊ดดี้จะทำน้องน่ารักๆ เหมือนน้องเดียร์ให้นะคะ” “สัญญานะคะ” “สัญญาลูกผู้ชายครับ” ********* “อย่ามาแตะต้องตัวฉันคุณโดม” มือเล็กปัดมือใหญ่ออกจากแก้มนวลของตัวเอง “ผมก็จับ ก็จูบ ก็หอม ก็ดูดของผมทุกคืนตอนคุณหลับ ทำไมผมจะทำไม่ได้ตอนคุณรู้สึกตัวแบบนี้แก้ม” “สารเลว!” หึ! “ผมยังดีกว่าไอ้โทนี่ก็แล้วกันแก้ม” “คุณเลวกว่าเขาต่างหากล่ะคุณโดม คุณทำให้ฉันมีแผลในใจมาแล้วในครั้งอดีต คุณยังเลือกจะทำแบบนั้นอีกเหรอ ถ้าคุณข่มเหงฉัน ฉันจะเกลียดคุณกว่าเดิม” “แล้วผมต้องสนใจไหม เพราะผมแค่ต้องการ ผมไม่ได้ต้องการความรักจากคุณเลยแก้ม ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้น พอผมเบื่อ ผมก็จะไม่แตะต้องคุณเองคนสวย” มือหยาบกร้านลูบไล้มายังลำคอระหงแล้วโน้มหน้าลงไปหายใจรดใบหน้าสวยชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดต่อ... “ผมแค่อยากได้คุณเท่านั้นแก้ม ไม่ได้คิดจะรักหรือต้องการความรักจากคุณ ถ้าจะเกลียดก็เชิญตามสบาย และถ้าจะมีน้องให้น้องเดียร์อีกคน คุณก็ต้องเป็นแม่ เพราะคุณเลี้ยงน้องเดียร์มาดีและสอนแกมาดียังไง คุณก็ต้องเลี้ยงลูกคนที่สองของผมได้ดีแน่นอนแก้ม” “ฉันเกลียดคุณ...ถุย!” กันตาถุยน้ำลายใส่คนตรงหน้า หาได้หวาดกลัวสายตาดุดันของมาเฟียหนุ่มเลยสักนิด เพราะตอนนี้หล่อนรู้แล้วว่าตัวเองหมดทางหนีรอดแล้ว “อ่า...รู้ไหมว่าคุณเป็นคนแรกที่ตบผม และมาตอนนี้ยังถุยน้ำลายใส่หน้าผมอีก” โดมินิกผละมือจากลำคอระหงมาลูบน้ำลายที่เปื้อนหน้าผากตัวเองมาหยุดอยู่ที่ปากหนาแล้วก็แตะปลายลิ้นกับคราบน้ำลายนั้น “ผมไม่รังเกียจหรอกนะ เพราะตอนจูบกัน ผมก็ต้องกินน้ำลายคุณอยู่ดีแก้ม อ่า...” จบประโยคก็ลากปลายลิ้นถูไถไปมากับฝ่ามือของตัวเอง “ไอ้มาเฟียโรคจิต!” “ขอบคุณที่ชมผมนะแก้ม และผมจะทำให้คุณดูว่าผมโรคจิตหรือเปล่า” เมื่อพูดจบโดมินิกก็โน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากหนาของตัวเองกับริมฝีปากสีระเรื่อของกันตา ทันทีที่ได้ทาบทับเขาก็บดจูบคลอเคลียสอดแทรกปลายลิ้นสากเข้าไปในโพรงปากเล็กที่กำลังเผยออ้าจะร้องค้าน และจังหวะนั้นเองที่เขาได้ดันปลายลิ้นตัวเองเข้าไปในปากหวานของกันตา “อ่ะ...อื้อ...” ***********
หน้าปกนวนิยาย คุณแม่ที่รัก [Dear Mother]
8.9
“คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ” “คุณหื่นทุกครั้งที่เมาแบบนี้มั้ย” !!!! “คุณพูดอะไร” “ผมพูดอะไร นี่คุณอย่าบอกนะว่าก่อนหน้านี้คุณจำอะไรไม่ได้เลย” นับดาวตื่นตระหนกลนลานจนแทบสิ้นสติ “คุณบุกเข้าห้องผม ผู้หญิงตัวเล็กๆ ใครจะคิดว่าแรงจะเยอะจนน่ากลัว คุณจู่โจมผมทุกอย่าง ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูน.../...อย่านะ!!! อย่าพูดต่อนะ” นับดาวทนฟังต่อไม่ได้ เธอยกมือขึ้นปิดปากเขาพร้อมออกแรงโถมกายใส่เขา ทิวาหยุดเอ่ยนอนนิ่งให้ท่อนบนเปลือยของเธอทาบทับแผ่นอกเขาไว้ แม้จะมองไม่ค่อยเห็น แต่ระยะใกล้มากกับสายตาที่ปรับเข้ากับความมืดได้แล้วของทั้งสอง ทำให้ต่างก็มองเห็นดวงตาของกันและกัน ทิวาไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ ในทางตรงข้ามเขากลับยั่วยวนเธอ แลบลิ้นเลียฝ่ามือเธอ ควับ! นับดาวสะดุ้งตกใจชักมือกลับ เซถลาจนตัวเองกลับเป็นฝ่ายไปนอนและทิวาก็ขยับเป็ยฝ่ายทาบทับร่างเธอไว้ในทันที “คุณแม่จะรับผิดชอบผมยังไง ที่นำพาผมลงสู่นรกไปพร้อมกับคุณแม่ครับ”
หน้าปกนวนิยาย เมีย..ซาตานไร้หัวใจ
9.0
ณ ไร่สิงขร มีคุณสิงขร หรือ ดำ (40 ปี) เป็นเจ้าของ มีทั้งสวนลำไย ลิ้นจี่ บ่อเลี้ยงปลา ไร่ นา อีกเป็นพันๆ ไร่ เขาแต่งงานกับคุณเด่นนภา หรือ ไก่ มีลูกสาวคนโตชื่อ ข้าวผัด หรือ นางสาวดรุณี (18 ปี) ลูกชายคนเล็ก (15 ปี) ชื่อว่า สีหราชย์ หรือ ข้าวโพด ครอบครัวสิงขรรับเอา ไผท หรือ ไผ่ (36 ปี) เป็นเพื่อนรุ่นน้องที่เรียนรวมสถาบันเดียวกันที่มาขออาศัยพึ่งใบบุญ เพราะไผทรักกันกับดาริน (30 ปี) หรือ เหมย ลูกสาวคนจีนในตลาดเมืองกำแพงเพชร และเขาได้พาเธอออกจากบ้าน เป็นวิวาห์เหาะมาเมื่อ 5 ปี ก่อน เพราะครอบครัวของดารินจะจับเธอคลุมถุงชนกับลูกเจ๊กในตลาดเช่นเดียวกัน แต่เพราะดารินตั้งท้องลูกของไผท ก่อนสิ้นปีนั้นดารินก็ได้คลอดน้อง ผิงผิง หรือเด็กหญิงดาริกา ซึ่งกำลังน่ารักน่าชัง พูดจ้อๆ ร้องเพลงทั้งวัน สวรรค์กลั่นแกล้งคุณพ่อของดารินตามมาเจอ แล้วก็ฉุดเอาลูกสาวของพวกเขากลับไป โดยไม่ฟังเสียงร้องของไผทและเด็กสาวตัวน้อยๆ ดารินร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด เธอถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่พ่อแม่หาให้ และพาเธอไปอยู่ด้วยที่อเมริกาทันทีหลังเสร็จพิธีแต่ง ทำให้ไผทที่เคยเป็นผู้ชายที่รักลูกรักเมียทำแต่งาน เสียใจเอามากๆ เขากลายเป็นนักดื่มที่สามารถดื่มได้ทุกเวลา ภาระในการเลี้ยงดูเด็กหญิงดาริกา จึงตกเป็นของข้าวผัดไปโดยปริยาย ข้าวผัดพยายามทำดีกับน้าไผทและตั้งใจว่าจะให้เขากลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ น้าไผทคือผู้ชายที่ดรุณีรักและประทับใจ แต่สิ่งที่เธอเดิมพันเอาไว้ คือหัวใจของเธอ และชีวิตที่เหลืออยู่ แต่อุปสรรคไม่ได้มีแค่เรื่องอายุ แต่มีทั้งคุณสิงขรและคุณเด่นนภาที่ไม่อยากเห็นลูกสาวของพวกเขาต้องได้สามีเป็นพ่อหม้ายลูกติด เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป มาติดตามกันค่ะ
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอขัดดอก
9.1
เมื่ออลินชาต้องกลายมาเป็นนางบำเรอเพื่อขัดดอกหนี้สินให้กับพ่อเลี้ยงพิพัฒน์ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่จ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาอย่างเปิดเผย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความกดดันและความต้องการที่พลุ่งพล่าน พ่อเลี้ยงพิพัฒน์กลับรู้สึกพึงพอใจและตื่นตัวอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะได้ครอบครองเธอในไม่ช้า แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนด้วยความประหม่า แต่เขาก็ยังคงเย้าแหย่และรุกรานหัวใจเธออย่างต่อเนื่องในพันธสัญญาเสน่หาที่ยากจะปฏิเสธ
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
ตอน
อ่านเลย
แชร์