
กลรักวิวาห์ลวง
ตอน 3
คนนั่งเบาะหลังกำมือแน่นทนฟังน้ำคำถากถามตลอดเส้นทาง พี่คมไม่ปริปากพูดอะไรออกมา และหล่อนก็ไม่อยากต่อล้อต่อเถียง แค่นี้ก็แทบกล้ำกลืนฝืนทนไม่ไหวแล้ว ถึงหน้าโรงเรียนเด็กสาวเปิดประตูรีบลงไม่สนใจหันกลับมามองอีกเลย กานต์สินีเบ้ปากแสดงท่าทางไม่พอใจ สงสัยเด็กนั้นคงชอบแฟนหล่อนจริงๆ
“เด็กอะไรไร้มารยาท!” กานต์สินีบ่น
“พอเถอะกานต์ ตลอดทางคุณพูดจาใส่น้องมิในเชิงไม่ดี ผมไม่อยากต่อว่าคุณต่อหน้าน้องมิผมเลยเงียบไว้ แต่ผมอยากให้คุณรู้จักรักษามารยาทบ้าง”
“ทำไมกานต์จะต้องรักษามารยาทกับเด็กกะโปโลอย่างนั้นด้วย ใครจะทนได้คะถ้าหากมีคนที่ชอบแฟนตัวเองนั่งอยู่ในรถมาด้วย”
“ไม่จริงหรอกกานต์คุณคิดมากไป น้องมิไม่ได้คิดอะไรกับผมหรอก” เขาแย้ง
“คุณไม่เชื่อก็คอยดูแล้วกัน!”
ชั่วโมงคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ชอบมาก หล่อนมักตั้งใจเสมอแต่วันนี้มันผิดกว่าทุกวัน ในอกสั่นไหวน้ำตาปริ่มจนขอบตาแดง อึดอัดเหมือนคนกำลังจมน้ำ คำพูดของแฟนพี่คมก้องในหู ตลอดคาบมิลันดาไม่อาจบังคับตนเองให้สนใจกับการเรียนได้อีกเลย เมื่อสัญญาณการเลิกเรียนดังหล่อนเลยเก็บกระเป๋าออกจากห้องทันที
สองเท้าก้าวมาจนถึงหน้าโรงเรียนเห็นรถคันเดิม เขามาทำไมอีก มิลันดารีบชิ่งจนหันมาชนเพื่อน
“มิเป็นอะไร?” เพื่อนถาม
“เราไปก่อนนะ” มิลันดาบอกเพื่อนแล้วรีบวิ่งหนีออกไปด้านหลังโรงเรียน
หล่อนโบกแท็กซี่กลับบ้านทันที ดางเรืองเห็นบุตรกำลังจะวิ่งขึ้นชั้นบน น่าแปลกที่วันนี้พ่อคมไม่ได้มาส่งบุตรสาวเช่นทุกวัน
“วันนี้ไม่ได้กลับบ้าน กับพี่คมเหรอ?”
“ไม่ค่ะ แม่คะต่อไปนี้เลิกให้พี่คมมารับหนูสักที เราต้องเกรงใจพี่เค้าบ้างนะคะพี่เขามีแฟนแล้วให้เขาไปรับส่งแฟนเขาเถอะค่ะแม่” หล่อนบอกมารดาแล้วเดินขึ้นห้องทันที
“วันนี้เป็นอะไรไปนะลูกสาวแม่แปลกชอบกล” ดาวเรืองบ่นกับตัวเอง
คนรอมองนาฬิกาข้อมือตนเอง สุดท้ายตัดสินใจเดินเข้าไปในโรงเรียน เขาไม่พบใครเลยนอกจากห้องเรียนว่างเปล่า มิลันดาหายไปไหนกันแน่ ชายหนุ่มตัดสินใจขับรถออกมาเพื่อเดินทางกลับมายังบ้าน เมื่อจอดรถเขารีบเดินไปข้างบ้านเพื่อสอบถามเรื่องเด็กสาว
“มาทำอะไรเหรอคม” ดาวเรืองถามเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน
“น้องมิกลับมาหรือยังครับ”
“กลับมาแล้วจ้ะ เดี๋ยวไปตามให้นะ รอแป๊บเดียว”
คนอกหักนอนสะอื้นบนเตียง การกระทำของพี่คมทำให้หล่อนสับสน เหตุใดเขาต้องทำดี ทำให้หล่อนรู้สึกมีหวังขึ้นมา เสียงฝีเท้านอกห้องมิลันดารีบปาดน้ำตาออกแล้วฟุบหน้าแสร้งหลับ
ก๊อก ก๊อก
ดาวเรืองเคาะห้องบุตรสาวแล้วเปิดออก หล่อนเห็นลูกกำลังนอนอยู่ ปกติยัยมิไม่ใช่เด็กชอบนอนตอนเย็น หรือสองคนกำลังมีปัญหากันอยู่
“มิ พี่คมเขาแวะมาหา ลูกลงไปเจอพี่เขาหน่อยสิ” ดาวเรืองบอก
“แม่ช่วยไปบอกพี่เขาทีนะคะว่ามิไม่สบาย” มิลันดาปฏิเสธ แสร้งทำเสียงแหบตอบมารดา
“ไม่สบายเหรอลูก ขอแม่เข้าไปดุหน่อย” ดาวเรืองเดินเข้าห้องนั่งลงบนเตียงใช้หลังมือแตะหน้าผากลูกเพื่อวัดไข้ “ตัวไม่เห็นร้อนเลย”
“มิเวียนหัวนิดหน่อย ขอพักนะคะแม่ ไม่อยากไปเจอพี่คมตอนนี้”
อาการบุตรสาวแปลกเสียแล้ว ดูท่าข้อสันนิษฐานคงจริง สองคนต้องมีเรื่องอะไรกันมา
“งั้นก็นอนพักแล้วกันลูก แม่จะลงไปบอกพี่คมให้”
คนเป็นแม่ก้าวออกจากห้องปิดประตูลงตามเดิม ลงมาชั้นล่างคมฉณัฐนั่งรออยู่ในห้องรับแขกสีหน้าเครียดขรึม เธอยิ้มบางๆ
“คมจ๊ะ น้องไม่ค่อยสบาย พรุ่งนี้มาใหม่ก็แล้วกันนะ”
“อ่อครับ ถ้างั้นผมลากลับก่อนนะครับ” เขายกมือไหว้แล้วเดินออกจากตัวบ้าน
รุ่งเช้าวันถัดมา มิลันดาตื่นนอนก่อนคนในบ้าน หล่อนจงใจหลบหน้าเขาเพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง ที่สำคัญถอยคำถากถางของแฟนพี่คมยังดังก้อง หล่อนไม่อยากมีปัญหาในภายหลัง สู้ตัดใจเสียตอนนี้ให้สิ้นเรื่องไปดีกว่า ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้นดีดูเวลาใกล้หกโมงแล้ว ร่างอวบเปิดประตูรั้วบ้านเพื่อเดินทางสู่โรงเรียนแต่กลับต้องชะงัก
“พี่คม!” เด็กสาวเรียกชื่อเขาด้วยความตกใจ
คมฉณัฐจ้องมองเด็กสาวสีหน้าบึ้งตึง ไม่คุยกันแถมยังพยายามหลบหน้า เขาทำอะไรให้กันถึงได้ทำเช่นนี้ มิลันดาตั้งท่าจะหนีแต่กลับถูกคว้าท่อนแขนไว้ ร่างอวบถูกรั้งให้เข้ารถแต่มิลันดากลับดื้อดึง
“พี่คมปล่อยมินะ!” เด็กสาวร้อง
“มิเราต้องคุยกันไม่อย่างนั้นพี่ไม่สบายใจ”
หล่อนไม่อาจสู้แรงพี่คมได้ สุดท้ายต้องมานั่งทนอึดอัดในรถซึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า นี่คือสถานการณ์อันน่าลำบากใจที่สุดที่มิลันดาเคยพบพานเลยทีเดียว
“พี่คมมีอะไรจะพูดกับมิก็พูดมาเถอะค่ะ มิอยากไปโรงเรียนเอง” เด็กสาวเอ่ยปากก่อนเพราะทนไม่ไหว
“พี่อยากรู้ว่ามิโกรธอะไรพี่” เขาหันมาถามขณะขับรถอยู่
“มิไม่ได้โกรธค่ะ”
“แล้วทำไมต้องคอยหลบหน้าพี่ด้วย”
“มิไม่ได้หลบค่ะ” เด็กสาวตอบเลี่ยง
คุณอาจจะชอบ





