ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อ้อมกอดตะวัน (The Embrace of Sun)

อ้อมกอดตะวัน (The Embrace of Sun)

ระวีกานต์คือชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่ใครต่างหมายปอง แต่มีเพียงรัญชนาเท่านั้นที่ได้ครอบครองตำแหน่งคู่หมั้นและกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับเขา ทว่าความอบอุ่นที่เธอวาดฝันกลับกลายเป็นความเย็นชาที่กรีดลึกถึงหัวใจ เมื่อพบว่าเขามอบความรักทั้งหมดให้สโรชา อดีตเพื่อนรักที่เคยหักหลังเธอ ซ้ำร้ายเหตุผลที่เขาเลือกแต่งงานกับเธอก็เพื่อใช้บารมีของพ่อเธอเป็นใบเบิกทางทางธุรกิจเท่านั้น ความจริงอันเจ็บปวดนี้ทำให้เธอรู้ว่าอ้อมกอดของดวงตะวันที่เธอโหยหา แท้จริงแล้วเป็นเพียงความหลอกลวงที่ไร้หัวใจ
ตอน
แชร์

ตอน 2

“พี่กานต์ขา...” เสียงหวานดังลงมาก่อนตัว ก่อนที่เจ้าของเสียงจะเดินลงมาข้างล่าง หลังจากที่ปล่อยให้ผู้มาเยือนหนุ่มสุดหล่อนั่งรออยู่นานเกือบครึ่งชั่วโมงได้แล้ว

เจ้าของเสียงใสปานระฆังแก้วนี้คือหญิงสาววัยยี่สิบสองปี ผู้มีรอยยิ้มสดใสอยู่เป็นนิจ นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจัดกลมโตทอประกายแห่งความรักยามที่มองมายังเขานั้น อยู่ภายใต้กรอบตาโตคมอย่างสาวแขก แน่ล่ะ...ไฉนดวงตาของเธอจะไม่กลมโตและคมคายไปได้เล่า ในเมื่อแม่ของเธอเป็นสาวสเปนแท้ๆ นี่นา จมูกโด่งเป็นสันสวยงามทอดยาวลงมา เหนือริมฝีปากรูปกระจับน่าจุมพิตนั้นคือปลายจมูกโด่งรั้น บ่งบอกนิสัยส่วนตัวของหญิงสาวได้เป็นอย่างดี ผิวขาวเนียนละเอียดอย่างสาวเอเชียที่มีสุขภาพดี กับเรือนร่างเล็กตามแบบฉบับสาวไทยนั้น ส่งให้เธอเป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ มากหน้าหลายตา แต่ไม่มีผู้ใดที่จะครองใจเธอได้ เว้นเสียแต่บุรุษหนุ่มที่นั่งหน้านิ่งรอเธอที่ห้องรับแขก และเผยยิ้มอ่อนโยนทันทีที่เธอเดินลงมาหาเขาเช่นนี้

หญิงสาวนางนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน...รัญชนา วรวลัญจ์ ลูกสาวของนักการเมืองมือสะอาดอย่างทรงธรรม วรวลัญจ์ คู่หมั้นสาวของระวีกานต์ ที่มีแผนจะแต่งงานกันในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้เอง

“รอนานไหมคะ?” รอยยิ้มอ่อนหวานเผยออกอย่างเอาใจคนที่นั่งรอ ก่อนที่เธอจะทรงร่างลงไปนั่งเบียดเสียดกับเขา แล้วคล้องแขนแข็งแน่นด้วยมัดกล้ามเอาไว้ พลางซบหน้าลงไปเกลือกกลิ้งกับแขนล่ำสันนั้นอย่างออดอ้อน

“ไม่หรอกจ้ะ...สำหรับโรส นานแค่ไหนพี่ก็รอได้” เขาบอกเสียงทุ้ม และมอบรอยยิ้มแสนอบอุ่นให้กับคู่หมั้นสาวจนเธอต้องยิ้มกว้างอย่างปิติกับคำตอบของเขา ก่อนยกศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีน้ำตาลเข้มขึ้นไปหอมแก้มเขาเสียฟอดใหญ่

“พี่กานต์น่ารักที่สุดเลยค่ะ” หญิงสาวบอกพร้อมยิ้มตาหวาน ก่อนเอ่ยชวนเมื่อคิดว่าหากยังชักช้าต่อไป ก็มีแต่เสียเวลาในการทำธุระสำคัญก็เท่านั้น “โรสว่าเราไปกันดีกว่านะคะ เดี๋ยวแดดจะร้อนเปล่าๆ”

“ไปครับ” ระวีกานต์บอก แล้วยืนอวดความสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรของเขา ก่อนงอแขนข้างหนึ่งเพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการเชิญชวนให้เธอเดินมาคล้องแขนเขา และหญิงสาวก็ไม่เกี่ยงงอนเลยที่จะเดินไปคล้องแขนกำยำนั้นไว้อย่างกับกำลังประกาศกร้าวในความเป็นเจ้าของ

ชายหนุ่มพาคู่หมั้นสาวมายังรถสปอร์ตที่นำเข้าจากต่างประเทศราคาหลายสิบล้าน ก่อนทำหน้าที่สุภาพบุรุษในการเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่ง เมื่อรัญชนานั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว มือหนาก็ปิดประตูรถให้อย่างนุ่มนวล ก่อนเดินมานั่งประจำที่สารถี แล้วออกรถไปอย่างนิ่มนวล หญิงสาวมองซีกหน้าด้านข้างของคู่หมั้นหนุ่มและอดยิ้มไม่ได้

ระวีกานต์...เขาช่างเป็นผู้ชายที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบนัก นอกจากจะมีทรัพย์สินและความสามารถมากมายแล้ว เขายังเป็นชายหนุ่มที่จัดว่าหล่อระดับดารานายแบบดังๆ เลยทีเดียว

เรือนร่างของเขากำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม แม้ว่าเธอจะไม่เคยเห็นเนื้อตัวภายใต้ร่มผ้าของเขาเลยสักครั้ง แต่เธอก็เดาได้อยู่หรอก ว่าเขาคงจะมีกล้ามเนื้อหน้าอกที่หนั่นแน่น และที่ยิ่งกว่าคือซิกแพ็คที่ขยี้ใจสาวแท้สาวเทียมให้หลงใหลแน่ๆ นอกจากเรือนร่างอันสุดแสนจะเพอร์เฟ็กต์ของเขาแล้ว ก็คงจะเป็นรูปหน้าของเขาที่มีมนมีเหลี่ยมชัดเจนตามแบบฉบับของบุรุษหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ ในขณะที่เครื่องหน้าทุกอย่างบนใบหน้าของเขานั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างให้เขาดูดียิ่งนัก คิ้วเข้มๆ พาดผ่านเหนือดวงตาคมตามแบบฉบับหนุ่มลูกครึ่งไทย – ไต้หวัน แม้จะไม่ได้ตี่เสียจนดูไม่ออกว่าเป็นดวงตาเหมือนหนุ่มจีนหลายๆ คน แต่ก็เปลือกตาของเขาก็บ่งบอกได้ชัดเจนว่าเขามีเชื้อสายจีนปนอยู่

จมูกโด่งเป็นสันของเขาทอดตัวยาวลงมาหยุดที่เหนือริมฝีปากแกร่งรูปกระจับที่คงจะเร่าร้อนน่าดู หากเขาใช้มันจุมพิตเธอ...รัญชนาคิดอย่างซุกซน ก็เขาไม่เคยจูบเธอเลยสักครั้งนี่นา ทั้งๆ ที่เป็นคู่หมั้นกันแท้ๆ อย่างมากก็แค่หอมแก้มหรือไม่ก็จูบหน้าผากเท่านั้น เขาบอกว่า...เขาอยากให้เกียรติเธอ อยากเก็บทุกอย่างเอาไว้ในคืนแต่งงาน หญิงสาวอยากจะแย้งนักว่า ก็แค่จูบเท่านั้นเอง...ไม่ได้หมายความว่ามันจะทำให้เธอเสียบริสุทธิ์เสียหน่อย! แต่ก็เห็นแก่ความเป็นสุภาพบุรุษของเขา จึงได้ไม่โต้เถียงออกไป

รอยยิ้มของเขาคงเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ตรึงใจสาวๆ หลายคนไม่เว้นแม้แต่เธอ นอกจากบุคลิกที่เป็นเจ้าชายแสนอบอุ่นของเขาแล้วน่ะนะ แต่ต่อให้สาวๆ คนไหนจะใฝ่ปองเขามากเพียงใดก็เถอะ...รัญชนาบอกเลยว่าได้แค่ฝันเท่านั้นแหละ! ก็เขามีเธอเป็นเจ้าของอยู่เป็นตัวเป็นตนแล้วนี่ ถ้าผู้หญิงคนไหนคิดอยากจะลองดี เข้ามาแย่งเขาไปจากเธอล่ะก็ ได้เจอดีแน่!

“มองอะไรพี่นักหนาครับ?” ระวีกานต์เหลือบสายตามามองคู่หมั้นสาว เมื่อรู้สึกว่าเธอจ้องมองเขาอยู่นานแล้ว แถมยังมองด้วยแววตาชื่นชมและรอยยิ้มหลงใหลอีกต่างหาก เขาเบือนสายตากลับไปมองถนนดังเดิม ก่อนที่เธอจะตอบเขาด้วยคำถาม

“พี่กานต์รู้ไหมคะ...ว่าพี่กานต์เป็นผู้ชายที่หล่อมากกกกกกก!?” รัญชนาเน้นคำว่า ‘มาก’ เป็นพิเศษเพื่อเน้นย้ำว่าเขาหล่ออย่างหาตัวจับยากจริงๆ เธอเห็นเขาเพียงยกยิ้มแต่ไม่หันมามอง ราวกับรอยยิ้มนั้นจะเป็นการบอกขอบคุณที่เธอชมเขา

“โรสก็สวยมากเหมือนกัน...รู้ตัวไหมครับ?”

“รู้สิคะ!” หญิงสาวยอมรับอย่างไม่มีถ่อมตัวเลยสักนิด ไอ้เรื่องถ่อมตัวต่อคำชมน่ะ มันไม่ใช่วิสัยของเธอสักนิด อาจเป็นเพราะการถูกเลี้ยงดูมาให้มีความมั่นใจตั้งแต่เล็กกระมัง เลยทำให้เธอดูจะมีความมั่นใจมากเกินไป จนหลายคนหมั่นไส้ โดยเฉพาะสาวๆ ริมฝีปากอวบอิ่มเผยยิ้มกว้างให้กับเขา แม้จะมองไม่เห็น แต่เขาก็รู้ว่าเธอยิ้มอย่างสดใสทีเดียว “ถ้าไม่สวย ไม่แซ่บ พี่กานต์คงเปลี่ยนใจจากโรสไปหมั้นกับคนอื่นแล้วน่ะสิ”

“ต่อให้โรสจะเป็นยังไง พี่ก็ไม่เปลี่ยนใจไปจากโรสหรอกครับ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลตามแบบฉบับเจ้าชายที่เขามักใช้เป็นประจำนั่นแหละ ขณะที่แขนของเขายังบังคับพวงมาลัยรถอย่างมั่นคงไม่วอกแวกไปไหน หญิงสาวมองเขาด้วยดวงที่พราวระยับไปด้วยความรักที่แทบจะล้นออกมานอกอก

“พี่กานต์...รักโรสไหมคะ?” รัญชนาถามออกไปแล้วอย่างใจคิด แม้จะรู้ว่ากำลังจะแต่งงานในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า แต่ตามธรรมดาของผู้หญิงเรา ก็อยากจะได้ยินคำรักจากปากของชายอันเป็นที่รัก แม้จะบอกนานๆ ครั้ง แต่ก็ยังอยากจะได้ยินกันทุกคนไม่ใช่หรือ?

“แล้วโรสคิดว่ายังไงล่ะ?” ชายหนุ่มข่มความอึดอัดที่ปะทุขึ้นมาในใจกับคำถามนั้น นั่นทำให้คุณหนูผู้เลอโฉมหน้าง้ำด้วยความขัดใจ เธอต้องการคำตอบจากเขา ไม่ใช่ให้เขามาถามกลับอย่างนี้นี่! เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไป ระวีกานต์ก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองคนที่นั่งอยู่เบาะข้างๆ แล้วก็เห็นว่าหญิงสาวกำลังหน้างอเป็นจวัก มองออกไปนอกกระจกรถเสียอย่างนั้น ชายหนุ่มจึงได้รู้ว่าคงทำให้คู่หมั้นสาวไม่พอใจเข้าให้แล้ว จึงรีบแก้ตัวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “โธ่...น้องโรสครับ เราจะแต่งงานกันอีกสองเดือนข้างหน้าแล้วนะครับ ยังไม่มั่นใจในความรู้สึกของพี่อีกเหรอ? ถ้าพี่ไม่รัก...พี่ก็คงจะไม่แต่งงานกับโรสหรอก...จริงไหมครับ?”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักลิขิตสวาท
9.3
อณัศยายังคงภักดีต่อสามีผู้ไร้หัวใจอย่างทศรัสมิ์ แม้เขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อระบายความแค้นที่ฝังรากลึกในอดีต ในสายตาเขา เธอคือลูกสาวของหญิงที่ทำลายครอบครัวเขาจนพินาศและทำให้แม่เขาต้องหนีไปต่างประเทศด้วยความตรอมใจ เมื่อทศรัสมิ์กลับมาในฐานะทายาทหมื่นล้านหลังงานศพบิดา เขาจึงสบโอกาสล้างแค้นตามคำขอความช่วยเหลือจากแม่ของเธอ ทศรัสมิ์พร้อมจะใช้พันธะสมรสนี้เป็นเครื่องมือทำลายชีวิตสองแม่ลูกให้ย่อยยับเหมือนที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย คนโกง ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง
8.0
ในวันครบรอบแต่งงานปีที่สิบ ภาคินสามีมหาเศรษฐีของฉันแอบส่งรหัสลับนัดพบชู้รักต่อหน้าฉัน ก่อนจะทิ้งงานเลี้ยงไปหาเธอพร้อมคำโกหก เมื่อเธอมาหาที่บ้านพร้อมข่าวการตั้งครรภ์ ฉันจึงได้เห็นรอยยิ้มที่เขาไม่เคยมีให้ฉัน รวมถึงภาพการขอแต่งงานลับหลัง ทั้งที่ฉันเป็นภรรยาผู้ซื่อสัตย์และใช้ทักษะไซเบอร์กู้บริษัทเขาไว้ แต่เขากลับทรยศอย่างเลือดเย็น ในขณะที่ฉันกำลังหนีไปเริ่มต้นใหม่ รถของเรากลับจอดขนานกันในวันแต่งงานของเขา ฉันสบตาเขาก่อนจะทิ้งอดีตไว้เบื้องหลังตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ประธานหลี่ พอได้แล้วนะ จะง้อภรรยาก็เข้าคิวก่อน
9.0
เจียงวานทุ่มเทความรักให้หลี่เจวี๋เฉินมาสามปี แต่เมื่อรักแรกของเขากลับมา เขากลับขอหย่าอย่างเย็นชา เธอจึงเลือกเดินจากไปและเริ่มต้นชีวิตใหม่จนกลายเป็นสไตลิสต์ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ในขณะที่อดีตสามีเริ่มสำนึกผิดและพยายามตามง้อขอคืนดี แต่ความวุ่นวายกลับเพิ่มขึ้นเมื่อผู้มีพระคุณในวัยเด็กของเธอปรากฏตัว ทำให้หลี่เจวี๋เฉินต้องเร่งพิสูจน์ว่าแท้จริงแล้วเธอคือคนเดียวในใจเขามาตลอด ท่ามกลางกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นจากความระแวงในอดีต
หน้าปกนวนิยาย ไร่รักที่พักใจ
8.0
เมื่อพินัยกรรมระบุเงื่อนไขสุดหินให้เธอต้องเข้ามารับช่วงต่อไร่ทระนงนับพันไร่ โดยมีคู่แข่งคนสำคัญคือพ่อเลี้ยงกรวีร์ ชายหนุ่มลึกลับที่เธอตราหน้าว่าเป็นตาแก่จอมละโมบหวังฮุบสมบัติ หากเธอไม่สามารถบริหารจัดการให้ได้กำไรมากกว่าเขา ไร่แห่งความทรงจำของพ่อแม่จะต้องตกเป็นของเขาโดยสมบูรณ์ เธอจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิสูจน์ฝีมือและปกป้องมรดกชิ้นสุดท้ายนี้ไว้ให้ได้ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูหัวใจที่ดูอันตรายกว่าที่คิดก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้