
วอนรักเกมลวง
ตอน 3
หลายชั่วโมงต่อมา
กว่าคำปันจะขับรถพาปิ่นงามมาถึงโคราชได้ก็ปาไปหลายชั่วโมงจวบจนตอนนี้ก็เริ่มฟ้ามืดแล้วกว่าจะมาถึงไร่
“นั่นหลานสาวแสนคำมาถึงแล้วละมั้งพ่อ”
“นั่นสิ”
อินและดอกแก้วเห็นรถยนต์ที่ไม่คุ้นตาและไม่เหมือนของคนในไร่ในดงใช้เท่าไรก็เดาได้ว่าน่าจะเป็นหลานสาวของแสนคำที่เดินทางมาถึงแล้วจึงรีบชวนกันลงจากเรือนมาต้อนรับ
“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง”
ปิ่นงามรู้ดีว่าทั้งสองที่ลงมาต้อนรับเธอเป็นใครเพราะที่บ้านเธอมีรูปทั้งสองอยู่เต็มบ้านแม้นคนทั้งสองตรงหน้าจะดูแก่ไปบ้างแต่ก็ยังไม่ต่างจากรูปเท่าไรนัก
“หนูเป็นหลานแสนคำสินะ”
“ค่ะ...หนูชื่อปิ่นงาม..ส่วนนี่พี่คำปันจ่ะ”
“สวัสดีครับ”
หลังจากที่ปิ่นงามแนะนำตัวคำปันชายหนุ่มก็รีบยกมือสวัสดี
“คำปันเองหรอลูกทิดปลั่งใช่มั้ย”
ดอกแก้วจำได้ดีว่าเคยเจอคำปันเมื่อยังเล็กๆตอนไปเยี่ยมแสนคำที่ทางเหนือครั้งพวกตนยังไม่มีลูกมีเต้า
“ครับแม่เลี้ยง”
“ตอนนั้นที่เห็นกันยังเล็กๆอยู่เลยนะจำไม่ได้ล่ะสิ..ไปๆขึ้นเรือนพักผ่อนกันก่อน”
หลังจากทักทายกันเสร็จเจ้าบ้านก็ชวนแขกขึ้นเรือนเอาของไปเก็บแล้วจะได้พักผ่อนหลังจากเดินทางมาเหนื่อยๆวันนี้เลยได้แค่ทักทายไม่ได้คุยอะไรกันมากนักเพราะนี่ก็มืดค่ำแล้ว
“นึกว่าพ่อเลี้ยงจะมาพร้อมหนูปิ่นเสียอีก..ดันมาป่วยเอาเสียได้”
สองสามีภรรยามาคุยกันที่ห้องหลังจากจัดแจงที่พักให้ปิ่นงามและคำปันเรียบร้อยแล้วทั้งสองแอบเสียดายที่คิดว่าแสนคำจะมาพร้อมกับหลานสาวแต่กลับมารู้ว่าป่วยกะทันหันจากปากปิ่นงาม
“นั่นสิ..จะว่าไปหนูปิ่นกิริยาท่าทางเหมือนตองนวลไม่มีผิดเลย”
พ่อเลี้ยงอินอดนึกถึงเพื่อนตนในวันวานที่อยู่ที่ไร่แสนคำไม่ได้ยิ่งเห็นปิ่นงามก็ยิ่งนึกถึงตองนวล
“ก็คงจะเหมือนคนเลี้ยงนั่นแหละ”
ดอกแก้วเองก็คิดเช่นเดียวกับสามีเธอรู้มาว่าตองนวลมีลูกรุ่นราวคราวเดียวกับหลานของแสนคำและตองนวลก็เป็นคนเลี้ยงทั้งสองมาพร้อมกันเพราะพ่อแม่ของหลานสาวแสนคำเสียตั้งแต่ลูกพึ่งคลอดด้วยอุบัติเหตุตองนวลจึงต้องรับหน้าที่เป็นแม่ไปโดยปริยาย
“จริงสิ...เราไม่เคยเห็นลูกตองนวลเลยนะพ่อคงจะโตพอกับหนูปิ่น”
จะว่าไปหลังจากที่ตองนวลแต่งงานมีลูกพวกเธอก็ไม่ได้ไปเยี่ยมเยียนอีกเลยเพราะตอนนั้นลูกก็ยังเล็กแถมไร่ก็ยังยุ่งวุ่นวาย
“อืม..เรายุ่งอยู่กับไร่คงต้องไปเยี่ยมกันบ้างแล้วล่ะ”
พ่อเลี้ยงอินเห็นทีหลังงานแต่งคีรีกับปิ่นงามต้องหาเวลาว่างไปที่เหนือบ้างแล้วเพราะงานที่ไร่ตอนนี้ก็เป็นหน้าที่คีรีควบคุมดูแลเกือบทั้งหมดไม่มีอะไรน่าห่วงมากนัก
เช้าวันต่อมา
ปิ่นงามทำตัวเป็นแขกที่ดีถึงคติว่าอยู่บ้านท่านอย่างนิ่งดูดายเธอตื่นมาพร้อมกับนภาลงมาช่วยกันทำกับข้าวตั้งแต่เช้ามืด
พอตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าเธอก็เตรียมห่อข้าวเหนียวหมูทอดเอาไว้ให้คำปันสามห่อใหญ่เพื่อที่จะให้ชายหนุ่มเอาไว้กินกลางทางเวลาหิวขณะขับรถกลับ
“ข้าวเหนียวหมูทอดเอาไปกินระหว่างทางนะพี่คำปัน”
“ขอบใจนะปิ่นเอ็งก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะไม่ต้องเป็นห่วงน้านวลฉันจะดูแลให้”
คำปันให้คำมั่นกับปิ่นงามเพราะรู้ว่าเธอห่วงแม่ขนาดไหน
“ขอบใจจ่ะ”
“เดินทางปลอดภัยนะคำปัน”
พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงของไร่เห็นคำปันยืนร่ำลากับปิ่นงามอยู่ก็เดินเข้ามาอวยพรให้คำปันนั้นเดินทางปลอดภัย
“ครับผมลาล่ะครับ”
คำปันยกมือไหว้ลาทั้งสองก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปปิ่นงามยืนมองรถที่แล่นออกไปไกลสุดลูกหูลูกตาตอนนี้เธอก็ต้องเผชิญเรื่องราวต่อไปด้วยตัวคนเดียวแล้วแม้นจะรู้ว่าการโกหกเป็นเรื่องที่ผิดแต่เธอก็จำเป็นต้องทำ
"พี่ปิ่นทำเองทั้งหมดเลยน้ะจ้ะแม่"
เมื่อได้เวลาจัดสำรับอาหารเช้านภาก็เอ่ยปากอวดว่ากับข้าวทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของปิ่นงามทั้งหมดเธอเจอว่าที่พี่สะใภ้เธอวันแรกก็ถูกชะตาเสียแล้วด้วยเพราะรุ่นราวคราวเดียวกันทั้งปิ่นงามกิริยามารยาทก็เรียบร้อยน่ารักกว่าเธอเยอะเลย
"หนูปิ่นมีฝีมือเหมือนกันนะ"
ดอกแก้วเห็นอาหารเรียงรายเธอก็ยิ้มกริ่มที่ลูกสะใภ้เธอเป็นแม่บ้านแม่เรือนแบบนี้ก็ไม่ต้องห่วงแล้วคราแรกคิดว่าคุณหนูอย่างหลานสาวพ่อเลี้ยงแสนคำจะทำงานบ้านงานครัวไม่เป็นเสียอีก
"ไหนลองชิมฝีมือว่าที่ลูกสะใภ้ซะหน่อยซิ...อืม"
พ่อเลี้ยงอินทร์เห็นอาหารก็รีบตักชิมถ้วยแรกเป็นต้มจืดฟักใส่ไก่หน้าตามันก็ดูปกติทั่วไปแต่รสชาติเรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยหอมหวานกลมกล่อมกำลังดีแถมไก่ที่ใช้แม้นจะเป็นไก่บ้านแต่ก็เปื่อยยุ่ยเคียวง่ายนับว่าปิ่นงามเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดการทำอาหารได้อย่างดีเลยทีเดียว
"อืม...กลมกล่อมกำลังดีเลย...เป็นไงพ่อ.."
ดอกแก้วที่กำลังตักน้ำต้มจืดชิมเหมือนกันอยากจะรู้ว่าสามีเธอคิดเห็นแบบไหนแต่สำหรับเธอถือว่าอร่อยมากเลยทีเดียว
"อร่อยน่ะสิ...เอ..แต่ว่ารสชาติแบบนี้นี้คุ้นๆนะ"
พ่อเลี้ยงอินทำสีหน้าครุ่นคิดว่ารสชาติแบบนี้เขานั้นเคยกินที่ไหนมาก่อน
"อืม...นั่นสิพ่อ...อ่อ..ตองนวลเคยทำให้เรากินไงพ่อ"
ดอกแก้วร้องอ๋อขึ้นมากะทันหันรสชาติแบบนี้เห็นตองนวลเคยทำให้กินเมื่อครั้งอยู่ที่เหนือมิน่าล่ะคิดว่ามันทำไมคุ้นเคยกับรสชาติแบบนี้พอสมควร
"เออ..ใช่"
"แล้วตอนนี้ตองนวลเป็นยังไงบ้างล่ะหนูปิ่นยังทำงานอยู่ที่บ้านพ่อเลี้ยงแสนคำหรือเปล่า"
ดอกแก้วเห็นทีก็ถามเรื่องตองนวลกับปิ่นงามเอาเสียเลยเพราะไม่ไดติดต่อกันนานไม่รู้ว่าตอนนี้ตองนวลเป็นอย่างไรบ้าง
"เอ่อ..น้าตองนวลสบายดีค่ะ...อาหารที่ปิ่นทำเป็นก็เพราะน้าตองนวลสอนทั้งหมด"
"อาหารฝีมือตองนวลทำพ่อกับแม่อ้วนท้วนกันมาแล้วดีใจที่ได้กินอาหารรสชาตินี้อีกครั้ง"
"ถ้าพ่อกับแม่ชอบปิ่นจะทำให้บ่อยๆเลยค่ะ"
ปิ่นงามนั่งอมยิ้มอ่อนที่ทั้งสองยังจำรสชาติอาหารที่แม่เธอทำได้แต่ก็แอบหน่วงใจเล็กน้อยที่ต้องเรียกแม่เธอว่าน้า
“พี่คีนะพี่คี..ตื่นสายทุกวันเลยนะเดี๋ยวนี้”
ช่วงสายนภาเข้ามาปลุกพี่ชายเธอในห้องนอนเพราะเดี่ญวนี้เห็นจะทำตัวเกเรเมามาทุกวันแถมยังตื่นไปทำงานสายทุกวันอีก
“อืม..”
“พี่ปิ่นมาถึงแล้วว่าที่เมียพี่น่ะไปทำความรู้จักกับเธอหน่อย”
“ไม่..ไม่ได้อยากรู้จัก”
เสียงเอะอะโวยวายภายในห้องทำให้ปิ่นงามที่นั่งอยู่ที่ชานเรือนด้านบนถึงกับทำใจไว้เลยว่าคีรีน่าจะไม่ใช่คนที่เป็นมิตรกับเธอแน่นอนก็คงจะไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะใครก็ไม่ได้อยากจะแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ต้องแต่งเพราะเป็นข้อผูกมัดที่ผู้ใหญ่ทำขึ้นเอาไว้
หลังจากนภาว่างงานจากสำนักงานของไร่แล้วบ่ายๆเกือบเย็นแดดร่มลมตกเธอก็เดินพาปิ่นงามปั่นจักรยานดูรอบๆไร่คร่าวๆว่าตรงไหนมีอะไรบ้างเพื่อสร้างความคุ้นเคย
“ไร่นี้สวยเหมือนไร่แสนคำเลยภา”
“พ่อบอกว่าทุกอย่างที่ไร่นี้เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะความช่วยเหลือของปู่แสนคำการทำไร่ก็ทำทุกอย่างแทบจะเหมือนกับที่ไร่โน้นแต่แค่ปลูกพืชเมืองหนาวไม่ค่อยได้เท่านั้นเองจ่ะ”
“เพื่อนคุณภาหรอจ้ะ...งามเหลือเกิน”
ระหว่างที่สองสาวหยุดคุยกันก็มีคนงานผู้หญิงในไร่ที่กำลังนั่งถางหญ้ากลางร่องผักใกล้ๆเอ่ยชมหญิงสาวที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนแถมผิวพรรณยังขาวนวลผุดผ่องต่างจากคนที่นี่อีกด้วย
“ว่าที่พี่สะใภ้ภาจ่ะ”
นภารีบแนะนำตัวว่าที่พี่สะใภ้เธอให้ทุกคนที่นี่ตอนนี้ได้รู้จักเสียเลยเพราะเดี๋ยวทุกคนก็ต้องรู้จักอยู่แล้ว
“อ๋อ...แบบนี้คุณคีรีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะมั้ง”
“นั่นน่ะสิ”
เหล่าคนที่กำลังทำงานก็มองมายังปิ่นงามด้วยความชื่นชมเห็นว่าที่ภรรยาเจ้านายตนสวยขนาดนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้านายตนคงเลิกเจ้าชู้แน่นอน
คุณอาจจะชอบ





