ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

หลงรักเจ้าสาวผิดคิว

เมื่อเจ้าสาวตัวจริงหนีงานแต่งไปพร้อมครอบครัว ทิ้งให้ปุณณ์เจ้าบ่าวอาการหนักต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่า เพียงดาวผู้เป็นญาติจึงต้องเร่งหาทางออกเพื่อกู้หน้าให้ครอบครัว สายตาของเธอจึงจับจ้องไปที่ดรินทร์ เพื่อนสนิทที่บังเอิญมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับฝ่ายเจ้าสาวที่หนีไป แม้ดรินทร์จะมองว่าเป็นเรื่องบ้าบอที่ใครจะยอมเข้าพิธีแทนกันง่ายๆ แต่เธอกลับกลายเป็นตัวเลือกเดียวที่จะมาเป็นเจ้าสาวขัดตาทัพในวิกฤตครั้งนี้ ท่ามกลางความสับสนและโลกที่กลมจนน่าตกใจ
ตอน
แชร์

ตอน 1

ความโกลาหลกำลังเกิดขึ้นภายในห้องพักของโรงแรมชื่อดัง ซึ่งเวลานี้มีไว้สำหรับแต่งตัวเจ้าสาว แต่ทว่ากลับไม่มีใครเจอตัวเจ้าสาวของงานแม้แต่คนเดียว

ภายในห้องไม่มีการรื้อค้น ข้าวของ ทุกอย่างยังคงวางอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะชุดแต่งงานแสนสวย ที่ถูกสั่งตัดมาเป็นพิเศษเพื่อวันที่แสนพิเศษเช่นวันนี้

“มีใครเจอตัวเจ้าสาวหรือยัง”

“ยังค่ะยัง” บรรดาญาติพี่น้องต่างเอ่ยถามและตอบกันไปมา นั่นเพราะทันทีที่รู้ข่าว พวกเขาก็พากันแยกย้ายเพื่อตามหาจนทั่วโรงแรม แต่กลับไม่เจอตัว

ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าสาวพากันเครียดจนเป็นลมล้มพับไปหลายคน โดยเฉพาะแม่เจ้าสาวที่ถึงขนาดต้องเรียกรถพยาบาลมาสแตนบาย เพราะไม่คิดว่าจู่ๆ ลูกสาวจะหนีหน้าหายไปเอาในวันแต่งงานเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ตกลงกันไว้ดิบดีว่าจะเข้าพิธีแต่งงานกับเจ้าบ่าวที่ชื่อ...ปุณณ์

เพราะตกลงกันไว้แล้ว เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันจึงช็อคไปตามๆ กัน นั่นเพราะหากงานแต่งงานครั้งนี้เกิดอุปสรรค ถึงขั้นล่มขึ้นมา หนี้สินที่ทางครอบครัวมีก็คงยิ่งพอกพูน เพราะนี่คือการแต่งงานเพื่อปลดหนี้ของครอบครัวเธอนั่นเอง

“เกิดเรื่องแล้วค่ะคุณป้า”

“เรื่องอะไรกุ๊กไก่”

“คือ...พี่ดาวหายตัวไปค่ะ” เพียงดาวเอ่ยบอกออกไป นั่นทำให้ปรียาถึงกับช็อค ก่อนจะทรุดตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้อย่างไม่ไหวติง เพราะไม่ได้วางแผนรับมือกับเรื่องแบบนี้มาก่อน

นั่นเพราะใครจะไปคิดว่าเจ้าสาวของงานจะมาหายตัวไปเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าก็ไม่ได้มีวี่แววใดๆ เป็นสัญญาณเตือนถึงความไม่ปกติ หนีวันไหนไม่หนีมาหนีเอาวันสำคัญอย่างวันแต่งงานเสียด้วย คิดแล้วปรียาก็ทั้งโกรธทั้งแค้น

“หายตัวไป หายไปได้ยังไง”

“กุ๊กไก่ก็ไม่ทราบรายละเอียดเหมือนกันค่ะ รู้แค่ว่าตอนนี้หาตัวเจ้าสาวจนทั่วแล้วก็ไม่เจอ” สีหน้าของเพียงดาวเองก็เป็นกังวลมากเช่นกัน

“นี่มันเรื่องบ้าอะไร” ปรียาสบถออกมา อยากจะเป็นลมให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็สั่งตัวเองว่าห้ามเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นใครจะจัดการเรื่องนี้ต่อ

“เรายกเลิกงานแต่งไปก่อนดีไหมคะ”

“ไม่”

“ทำไมละคุณป้า” สีหน้าของเพียงดาวเต็มไปด้วยความสับสน อันที่จริงเธอตกใจตั้งแต่รู้ว่าลูกชายคนเดียวของปรียาจะแต่งงาน มันเร็วเกินไปจนน่าสงสัย อีกอย่างปุณณ์หรือที่เธอเรียกว่าพี่ปุณณ์ก็ไม่ใช่คนที่จะถูกจับคลุมถุงชนให้แต่งงานตามใจผู้ใหญ่ง่ายๆ

“ยังไงป้าก็ไม่ยกเลิกงานแต่งงานเด็ดขาด” นั่นเพราะปรียาไม่อยากเสียหน้า ยังไงงานนี้ก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ในเมื่อเพียงดาวเข้าพิธีไม่ได้ ฝ่ายนั้นก็ต้องหาคนมาแทน ไม่งั้นเธอไม่ยอมจบเรื่องนี้ง่ายๆ แน่

เกิดมาก็ยังไม่เคยมีใครกล้าหักหน้าเธอเช่นนี้มาก่อน ขืนใครต่อใครรู้เรื่องเข้าทั้งเธอ ทั้งลูกชายรวมไปถึงวงศ์ตระกูลคงได้อับอายขายขี้หน้าไปทั่วแน่

“คุณป้า จะไปไหนคะ” เพียงดาวเอ่ยถามตามหลัง เมื่อเห็นปรียาเดินดุ่มๆ ตรงไปยังห้องแต่งตัวของเจ้าสาว โดยเพียงดาวนั้นเดินตามหลังมาด้วย ซึ่งทันทีที่ปรียาผลักประตูเข้าไปข้างในก็เห็นพ่อแม่และบรรดาญาติเจ้าสาวนั่งหน้าซีดอยู่

“สรุปวันนี้ลูกชายฉันจะได้แต่งงานไหม” น้ำเสียงห้วนๆ เอ่ยถามขึ้น

“เอ่อ...คือ” บรรจงพ่อเจ้าสาวถึงกับอ้ำๆ อึ้งๆ เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนี้ของปรียาอย่างไรไม่ให้สถานการณ์มันแย่ไปมากกว่าที่เป็นอยู่ นั่นเพราะตนเองก็ไม่คาดคิดว่าลูกสาวจะมาหนีไปเช่นกัน

“ได้แต่งค่ะได้แต่ง” ยุพินภรรยาของบรรจงหรือแม่ของเจ้าสาว ที่ตอนนี้พอจะหายวิงเวียนเพราะอาการเป็นลมเอ่ยตอบขึ้น ก่อนจะสูดดมยาดมที่ถืออยู่ในมือเข้าปอดชุดใหญ่

“ถ้ามั่นใจแบบนั้นก็คงรู้สินะว่าต้องทำยังไง อ้อ...ช่วยทำให้เร็วด้วยเพราะแขกเหรื่อมารอในงานกันจนจะครบแล้ว”

“ค่ะๆ ครับๆ” ยุพินและบรรจงเอ่ยรับออกมาพร้อมๆ กัน

“ถ้าพวกเธอแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ก็เตรียมไม่มีที่ซุกหัวนอนได้เลย” ทิ้งระเบิดเวลาเสร็จ ปรียาก็กลับออกไปทันที เพียงดาวเองก็รีบเดินตามหลังปรียามา ก่อนจะปลีกตัวลงไปคอยประสานงานที่ห้องจัดเลี้ยง เพื่อยื้อเวลาให้ทางญาติของเจ้าสาวที่หนีงานแต่งงานไปแล้วหาทางออกในเรื่องนี้

ส่วนปรียานั้นเข้าไปคุยกับบุตรชาย ที่เวลานี้แต่งตัวด้วยชุดสูทสามชั้นสีน้ำเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอแค่ลงไปต้อนรับแขกพร้อมเจ้าสาวที่ห้องจัดเลี้ยงก็เท่านั้นเอง ซึ่งเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งชั่วโมง

“รออีกแป๊บนึงนะปุณณ์ พอดีเจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จนะลูก” ปรียาเลือกที่จะโกหก แม้อีกไม่กี่นาทีปุณณ์ก็คงรู้ความจริงแล้วก็ตาม

“ครับ” เสียงทุ้มเอ่ยรับ ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองผู้เป็นแม่ ปรียามองลูกชายด้วยแววตาชื่นชม นั่นเพราะไม่คิดว่าปุณณ์จะยอมแต่งงานตามที่เธอร้องขอ แม้ว่านี่จะเป็นการแต่งงานแบบคลุมถุงชนก็ตามที

ซึ่งปุณณ์เองก็มีเหตุผลของตัวเขาเช่นเดียวกัน อันที่จริงเขาเกลียดการแต่งงานแบบนี้ อยากปฏิเสธแบบหัวชนฝา ตายเป็นตายก็ยอม กระทั่งเมื่อเดือนก่อนก็มีเหตุให้เขาต้องเปลี่ยนความคิด สิ่งนั้นคือผลการตรวจร่างกายประจำปี ที่ระบุว่าเขานั้นมีก้อนเนื้อในสมอง ซึ่งเป็นจุดที่ยากต่อการผ่าตัด และอาจมีชีวิตอยู่ได้อีกแค่ไม่นาน

เขาไม่เคยกลัวความตายเท่าครั้งนี้มาก่อน คิดทบทวนไปต่างๆ นานา ว่าหากเขาตายขึ้นมาใครจะอยู่เป็นเพื่อนแม่ เพราะท่านเองก็เป็นหม้าย แถมยังมีเขาเป็นลูกแค่คนเดียว เขาจึงจำต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคนและถ้าให้ดีคือเป็นคนที่แม่เลือกน่าจะดีที่สุด

ปุณณ์เคยเจอว่าที่เจ้าสาวแค่สองครั้ง ครั้งแรกคือวันที่ไปดูตัว ครั้งที่สองคือวันที่ไปถ่ายพรีเวดดิ้งและนี่คือครั้งที่สามที่ได้เจอเธอ เขายอมรับว่าเธอเป็นคนสวยคนหนึ่ง หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่ จบการศึกษาก็ดีแต่กลับหัวอ่อนถูกจับคลุมถุงชน ซึ่งเธอก็คงมีเหตุผลของตัวเองเหมือนเขากระมัง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โอกาสรักครั้งสุดท้าย
8.0
วีร์ดาจำใจก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์กับดนย์ด้วยพันธะทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยรอยร้าวและความเจ็บปวด เมื่อเธอเชื่อว่าเขาคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อต้องล้มป่วยหนัก จนถึงจุดที่เธอตัดสินใจขอแยกทางเพื่อยุติความทุกข์ใจนี้ ในวินาทีที่ความสัมพันธ์กำลังจะสิ้นสุด ดนย์เพิ่งจะตระหนักได้ถึงความรักที่มีต่อเธออย่างแท้จริง เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อขอโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งสุดท้าย และหวังจะรั้งเธอไว้ในชีวิตอีกครั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
หน้าปกนวนิยาย รักเล่นกล
9.3
เขามอบความรักและวาดฝันอนาคตที่แสนหวานร่วมกับเธออย่างสุดหัวใจ ทว่าความจริงที่แสนเจ็บปวดกลับพังทลายทุกสิ่ง เมื่อพบว่าเธอคือลูกสาวของชายที่ทำลายครอบครัวของเขาให้แตกแยก และที่ร้ายแรงที่สุดคือทั้งคู่มีพ่อคนเดียวกัน ความสัมพันธ์ที่ถลำลึกเกินกว่าคำว่าพี่น้องกลายเป็นปมปัญหาที่ยากจะแก้ไข เขาจึงต้องเผชิญกับความสับสนและมืดแปดด้านว่าเรื่องราวความรักต้องห้ามครั้งนี้จะดำเนินไปสู่จุดจบที่ลงตัวได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ยื้อรัก (ท่านประธานปากหมา VS เลขาถึกทน)
8.1
เมื่อจตุรภัทรยอมทุ่มเงินมหาศาลซื้อหุ้นบริษัทเพื่อนเพื่อดึงตัวรภัสรดาอดีตคนรักมาเป็นเลขาข้างกายด้วยเงินเดือนสูงลิ่วหวังรื้อฟื้นความสัมพันธ์ครั้งเก่า แม้ปัจจุบันเขาจะเป็นท่านประธานปากร้ายที่เอาแน่เอานอนไม่ได้แต่หญิงสาวก็ยอมตกลงเพราะหัวใจยังตัดไม่ขาด จากสาวน้อยแสนดีในวันวานเธอกลายเป็นเลขาใจเด็ดที่พร้อมร้ายกลับหากถูกรังแก ท่ามกลางสงครามประสาทและความใกล้ชิดในที่ทำงานที่ต่างฝ่ายต่างมีบททดสอบให้กันเพื่อพิสูจน์ว่ารักครั้งนี้จะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย สามีฉันคืออาจารย์
9.3
พลอยไพลินเด็กสาววัยเพียงสิบแปดปีจำต้องเข้าพิธีวิวาห์กับอัศวินชายหนุ่มรุ่นใหญ่วัยสามสิบสองปีด้วยเหตุผลความจำเป็นทางบ้าน ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่กลับซับซ้อนยิ่งขึ้นเมื่อเธอพบว่าสามีในนามคนนี้คืออาจารย์ผู้สอนในมหาวิทยาลัยที่เธอกำลังศึกษาอยู่ เรื่องราวความรักลับๆ ระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ท่ามกลางพันธะสมรสจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในรั้วมหาลัยแห่งนี้
หน้าปกนวนิยาย วิมานเพลิง
9.0
เพราโพยม จิตรกรสาวผู้เพียบพร้อมด้วยชื่อเสียงกลับต้องเผชิญกับรักที่แผดเผา เมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับ ปราณรต์ ช่างภาพหนุ่มเจ้าเสน่ห์ กลายเป็นตราบาปในฐานะเมียน้อยที่พรากสามีคนอื่นมาครอง ชีวิตที่เคยรุ่งโรจน์จึงไม่ต่างจากการติดอยู่ในวิมานเพลิงที่เต็มไปด้วยคำตราหน้าและความเจ็บปวด แม้จะพยายามไขว่คว้าหาความสุขเพียงใด ทว่าความจริงที่ตื่นขึ้นมากลับเป็นดั่งนรกที่คอยย้ำเตือนถึงเกียรติยศที่สูญสิ้นไปเพราะความรักที่ผิดศีลธรรมนี้
หน้าปกนวนิยาย เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้
9.2
《เพื่อแก้แค้นให้คนรัก สามีถ่ายคลิปฉันเก็บไว้》ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าหญิงแห่งเผ่าที่ทุกคนมองว่าเย่อหยิ่งและสมบูรณ์แบบ เธอเติบโตมาพร้อมสถานะสูงส่งและความคาดหวังจากสังคม แต่ภายในใจกลับมีความลับที่ไม่อาจเปิดเผยได้ เธอแอบหลงรักคนรักเก่าของพี่สาว ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ผิดทั้งศีลธรรมและสถานะ จนกระทั่งความสัมพันธ์นั้นนำพาเธอไปสู่จุดที่ไม่อาจย้อนกลับ ในเงามืดของความลับ เธอพลาดพลั้งเข้าสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับวอล์คลี่ อัลฟาผู้ทรงอำนาจและเย็นชา ความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ได้เกิดจากความรักที่บริสุทธิ์ แต่เป็นการดึงดูดที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การครอบครอง และความไม่สมดุลทางอำนาจ เขาไม่เพียงอยู่เคียงข้างเธอ แต่ยังควบคุมทุกช่วงชีวิตของเธออย่างแนบเนียน พร้อมเก็บบันทึกทุกช่วงเวลาที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาไว้เป็นความลับ สำหรับเธอ สิ่งเหล่านั้นคือความสับสนและความรู้สึกผิดปนเปกันไป แต่สำหรับเขา มันคือหลักฐานของความผูกพันที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และเป็นสิ่งที่ผูกมัดเธอไว้กับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้เธอจะพยายามถอยหนี แต่ทุกครั้งกลับยิ่งถูกดึงกลับเข้าสู่โลกของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อความจริงเริ่มสั่นคลอน เธอพบว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องส่วนตัว แต่เกี่ยวพันกับความลับของเผ่า การหักหลังในอดีต และความแค้นที่ถูกซ่อนเอาไว้เบื้องหลังความรักที่บิดเบี้ยว ความรู้สึกของเธอค่อย ๆ ถูกทดสอบระหว่างการหลบหนีและการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในขณะเดียวกัน โลกภายนอกเริ่มสั่นคลอนเมื่อความสัมพันธ์ของเธอกับวอล์คลี่ถูกตั้งคำถาม และความจริงบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดเผยกำลังใกล้จะถูกเปิดโปง ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความผิดพลาดจึงค่อย ๆ กลายเป็นพันธนาการที่แน่นขึ้นเรื่อย ๆ เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญที่สุดในชีวิต—ระหว่างอิสระกับพันธะ ระหว่างความรักกับการควบคุม และระหว่างอดีตที่เธอไม่อาจลืม กับอนาคตที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้อีกต่อไป。