
รสสวาทเขยบำเรอกาม
ตอน 2
แล้วอายุไม่น่าจะถึงสี่สิบด้วยซ้ำ หล่อนยังสาวและสวยมาก
“คุณพูดผิดหรือเปล่าครับ?… ที่ว่าผู้หญิงคนนี้คือคุณย่าของคุณ”
อลังค์ย่นหน้าผาก ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าของสะสวยของ ‘ตองนวล’ ด้วยความสงสัย หล่อนยังดูสาวสวยจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นพี่สาวของฝ้ายคำก็ว่าได้ แต่เหตุอันใด หญิงสาวจึงเรียกสตรีผู้นี้ว่า ‘ย่า’
“ขอบคุณที่ช่วยเรา”
ตองนวลกล่าว น้ำเสียงหวานของหล่อนมีกังวานสะกดใจ รีบเปลี่ยนประเด็นสนทนาออกมาจากความสวยอมตะของหล่อนซึ่งเป็นความลับที่นอกจากคนในบ้านก็ไม่มีใครรู้เคล็ดลับความงามนี้
“พวกเราอยากขอบคุณในความมีน้ำใจของคุณที่ช่วยเหลือเรา… คุณกล้าหาญมาก กรุณาให้เกียรติไปทานอาหารค่ำที่บ้านของเรานะคะ”
ฝ้ายคำควักนามบัตรออกมาจากกระเป๋าสตางค์ ยื่นให้ชายหนุ่ม
“ยินดีครับ”
อลังค์เหมือนกำลังโดนสะกดด้วยความงดงามของผู้หญิงสองคนตรงหน้า
คนเป็นหลานงามดั่งกุหลาบแรกแย้ม หากอีกคนที่ถูกเรียกว่า ‘ย่า’ ดูงดงามดั่งกระดังงาลนไฟ ดวงตาคมสวยแฝงเสน่ห์ทางเพศอันร้อนแรงจนรู้สึกได้ คงมีแต่ผู้ชายโง่ในโลกใบนี้ที่จะปฏิเสธคำชักชวนของหล่อน
“คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”
ฝ้ายคำถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“ผมไม่เป็นอะไรครับ”
อลังค์กล่าว สายตาแทบไม่ละจากดวงหน้าสวยหวานสะกดใจชาย เมื่ออยู่ใกล้ก็รับรู้ได้ถึงพลังทางเพศอันร้อนแรง สองเต้าของคนที่ถูกแนะนำว่าย่าดูใหญ่โตราวกับบักแตงโม ไม่แพ้ของหลานสาวที่อวบอัดราวกับบักส้มโอ
“เราคงต้องขอตัวก่อน… แล้วเจอกันนะคะ”
ฝ้ายคำกล่าว โปรยยิ้มหวาน
“ครับ… ผมต้องไปแน่นอนครับ”
อลังค์กล่าว สายตาจับจ้องอยู่ที่รถเบนซ์สีทองคันหรู กำลังแล่นจาก ในสมองของชายหนุ่มครุ่นคิดทบทวนชื่อของ ‘ม่อนหุบเขากามา ’ ที่ปรากฏอยู่ในนามบัตรใบเล็ก เขาเคยได้ยินมาว่าสาเหตุที่มันถูกตั้งชื่อว่าม่อนหุบเขากามาก็เพราะว่ามีโขดหินก้อนใหญ่สองก้อน รูปทรงคล้ายอวัยวะเพศหญิงชายวางอยู่คู่กัน
ช่างบังเอิญเหลือเกิน ใครจะคิดว่าผู้หญิงสองคนที่ได้เจอเมื่อครู่นี้ จะเป็นคนของม่อนหุบเขากามาที่ตั้งอยู่เชิงดอยของหมู่บ้านแห่งหนึ่งในเชียงใหม่
ตั้งแต่ปีแรกๆ ที่เข้ามาเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยชื่อดังของเชียงใหม่ อลังค์เคยได้ยินกิตติศัพท์ความงดงามของม่อนหุบเขากามามานาน ยังจดจำภาพของเรือนกาแลหมู่ใหญ่ที่เคยขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่าน ในระหว่างขึ้นไปเที่ยวบนดอย
อลังค์ไม่เคยลืมภาพหมู่เรือนกาแล ตั้งตระหง่านอยู่บน ‘ม่อน’ ซึ่งแปลว่าเนินดินหรือดอยที่ผู้คนต่างกล่าวขานถึงความลึกลับของผู้คนในบ้านนี้
อลังค์คิดว่านี่จะเป็นโอกาสดี ที่จะได้เข้าไปพิสูจน์ความลับนี้ของผู้คนในม่อนหุบเขากามา บ้านหลังใหญ่ที่ค่อนข้างเก็บตัวจากโลกภายนอก สร้างความอยากรู้อยากเห็นให้กับผู้คน แต่น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้ย่างกรายเข้ามาในบ้านหลังนี้
วันรุ่งขึ้น
ตอนค่ำ อลังค์มาตามคำเชิญตามเวลาที่นัดหมายกันไว้ ขับรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อสีเขียวคันใหญ่มาถึงม่อนหุบเขากามา
รถแล่นผ่านประตูไม้สีน้ำตาลสูงใหญ่ เลื่อนเปิดด้วยระบบรีโมทคอนโทร เมื่อเซนเซอร์ตรวจจับพบความเคลื่อนไหว ภาพที่หน้าประตูก็ถูกส่งมาที่จอมอนิเตอร์ในบ้าน โดยมีชายสูงวัยนามว่าลุง ‘อินทร์’ หรือชื่อเต็มว่า ‘อินทร์ถา’ คอยดูผู้คนที่จะผ่านเข้าออก
“มาแล้วครับนายหญิง”
ลุงอินทร์กดสปีคเกอร์คอล แจ้งให้ผู้เป็นนายใหญ่ของบ้านได้ทราบว่าชายหนุ่มที่นัดเอาไว้ ตอนนี้เดินทางมาถึงแล้ว
อลังค์ขับรถเข้ามาจอดในโรงจอดรถ ทอดสายตามองเรือนไม้หลังใหญ่ สลักเสลางดงามตามฐานะของผู้อยู่อาศัยที่ร่ำรวยเข้าขั้นมหาเศรษฐี หลังคาเรือนมุงด้วยแผ่นไม้แป้นเกล็ดสลับกับดินขอใหญ่ๆ ดูแข็งแรงแน่นหนา ที่หน้าซุ้มทางเข้ามีดอกพวงแสดสะพรั่งอยู่เหนือซุ้มหลังคา
“ห้องน้ำอยู่ทางไหนครับป้า… ผมขอเข้าห้องน้ำสักครู่”
ในบ้านหลังนี้เหมือนมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น แต่ก็รู้สึกได้ด้วยสัมผัสพิเศษ ทำให้อลังค์รู้สึกตื่นเต้น ความประหม่าเล็กๆ ที่ก่อตัวขึ้นมาอย่างประหลาด ทำให้รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ
“ห้องน้ำอยู่ทางนี้ค่ะ”
ป้าแสงหล้าเดินนำมาจนถึงโถฉี่ภายในห้องน้ำชาย
“ขอบคุณครับ”
อลังค์กล่าว ป้าแสงหล้าถอยออกมายืนรออยู่ที่หน้าห้องน้ำ
และในทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่หน้าโถฉี่ ภาพก็ถูกส่งมาขึ้นบนหน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่
คุณอาจจะชอบ





