ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้องสะใภ้

น้องสะใภ้

อุบัติเหตุร้ายแรงทำให้เปย์ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทราที่ไร้การรับรู้ โดยหารู้ไม่ว่าตนเองมีลูกสาวตัวน้อยที่ถือกำเนิดขึ้นมาในช่วงเวลาที่เขาหมดสติไป ชีวิตที่เหลืออยู่จึงเหมือนการมีชีวิตที่ไร้ตัวตน ทิ้งให้ภรรยาและลูกต้องเผชิญโชคชะตาภายใต้การดูแลของพี่ชายตนเองเพียงลำพัง ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนภายในครอบครัว เปย์จะฟื้นขึ้นมาทำหน้าที่พ่อและสามีได้หรือไม่ เมื่อความลับเรื่องลูกและภาระหน้าที่ถูกฝากไว้ในมือของพี่ชายมาอย่างยาวนาน
ตอน
แชร์

ตอน 2

“เหนือไปอาบน้ำก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ดูลูกให้” ป้ายพูดบอกกับน้องสะใภ้ของตนเพราะเห็นว่าเธอนั้นเดินทางมาไกลจากแม่ฮ่องสอนคงจะเหนื่อยล้าและคงอยากจะพักผ่อนแล้ว

“งั้นเหนือฝากพี่ป้ายดูเนเน่แป๊ปนึงนะคะ เดี๋ยวเหนือขอลงไปหาเปย์ชั้นล่างก่อน” ว่าแล้วเหนือก็ปล่อยให้ลูกน้อยได้อยู่กับปะป๊าของเธอตามที่ต้องการ เพราะอีกหนึ่งเหตุผลที่เธอต้องเลื่อนไฟท์บินกลับนั้นก็คือ ลูกสาวตัวน้อยงอแงหาปะป๊าของเธอทั้งวัน

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เหนือก็ยังทำหน้าที่ภรรยาของเปย์อยู่เหมือนเดิม และปีนี้ก็เข้าปีที่ห้าแล้วที่พวกเขาคบกัน เธอยังจำวันแรกที่เขาตามจีบเธอได้ดี และถึงแม้ว่าตอนนั้นเขาจะจีบเธอเพียงเพราะอยากให้เธอช่วยเช็คชื่อตามงานที่มหาลัยให้ก็ตาม แต่สุดท้ายเขาก็แพ้ความซื่อบื้อของเหนือเข้าจนได้ ...ความสุขและความรักของพวกเขาสองคนก่อตัวมากขึ้นทุกวัน จนเหตุการณ์ครั้งนั้นพรากความสุขของเธอและเขาไป...

@ห้องพักฟื้นของเปย์ ชั้นล่างของบ้าน

โซนนี้คือโซนปลอดเชื้อที่มีพยาบาลสลับเปลี่ยนกันดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง “วันนี้เขาเป็นไงบ้างคะ?” เหนือเอ่ยถามคำถามเดิมกับพยาบาลเฝ้าไข้เหมือนกับที่เธอเคยถามในทุกครั้งที่เข้ามาในห้องนี้

“อาการยังทรงตัวค่ะ มีกระดิกนิ้วอยู่บ้างสองสามครั้งในช่วงที่คุณเหนือไม่อยู่” เสียงพยาบาลสาวพูดบอกกับเหนือถึงสิ่งที่เธอเอ่ยถาม

“กล้ากระดิกนิ้วใส่พี่พยาบาลตอนที่เหนือไม่อยู่เหรอ ฮะ?” สาวแว่นแกล้งดุหยอกล้อกับร่างซูบผอมของเปย์ที่นอนแน่นิ่งติดเตียงไม่ตอบสนองกับคำพูดของเธอ “นอนนานไปแล้วนะเปย์ ตื่นได้แล้ว” มือน้อยของเหนือลูบหน้าสามีของเธออย่างอบอุ่น เพื่อต้องการให้เขารับรู้ว่าเธอยังรอเขาอยู่เสมอแม้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

เหนืออาศัยอยู่ที่นี่โดยที่มีป้ายเป็นหัวหน้าครอบครัว คอยเลี้ยงดูเธอและลูกน้อย รวมไปถึงค่าใช้จ่ายภายในบ้านทุกอย่าง ทั้งค่าพี่เลี้ยง ค่ารักษาพยาบาลของน้องชาย ในช่วงสามปีที่ผ่านมาป้ายเลิกเที่ยวเลิกทำตัวเสเพลและจริงจังกับการหาเงินมากขึ้น แต่ก็ให้รางวัลกับตัวเองบ้างในบางครั้ง นั่นคือการซื้อผู้หญิงกินเพื่อผ่อนคลายสมอง เพราะเขาเลิกคิดที่จะหาเมียหรือสร้างครอบครัวตั้งแต่ที่เปย์นอนหลับไป จากวันนั้นจนถึงตอนนี้ก็สามปีได้แล้ว...

“พรุ่งนี้ก็วันเกิดลูกแล้วนะ ตื่นขึ้นมาเป็นของขวัญให้ลูกหน่อยได้ไหม” เหนือยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนนุ่มกว้างของเปย์และพูดคุยกับเขาเหมือนทุกครั้ง ซึ่งเพียงแค่นิ้วของเขากระดิกน้ำตาของเธอก็ไหลพรั่งพรูออกมาแล้ว “สัญญาแล้ว ต้องตื่นขึ้นมานะ” เธอพูดและคิดไปเองกับการกระทำที่ไม่มีสติของเขา และหวังว่าเขาจะตื่นขึ้นตามคำวิงวอนของเธอ การปลอบใจและการให้ความหวังกับตัวเองว่าเขาจะฟื้น มันเป็นเหตุผลเดียวที่เธอยังอยู่ที่บ้านหลังนี้

@ห้องโถงชั้นสองของบ้าน เวลาสามทุ่มครึ่ง

“ทำไงดีเนี่ย แม่ขึ้นมาเห็นโดนดุแน่เลย” ป้ายพูดบอกกับสาวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของเขา เพราะเนื่องจากเมื่อครู่เธอเพิ่งเปิดฝาขวดนมแล้วเทนมในขวดลาดตัวเอง

“ยัก ยัก ฮ่าๆ” เนเน่เรียกแม่ของเธอว่า ยัก เพราะเธอชอบโดนแม่ของเธอดุอยู่ประจำ เธอดีดตัวอยู่บนตักของป้ายและหัวเราะชอบใจกับความไร้เดียงสาของตัวเอง

“เนเน่ ไปเข้าห้องเถอะ...” เหนือหยุดนิ่งมองคราบนมที่อยู่บนตัวของลูกน้อยและที่พื้นด้านล่างโซฟา ก่อนจะเงียบไปและถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเดินไปหยิบกระดาษทิชชูที่เคาน์เตอร์ใกล้ๆ มา เพื่อเช็ดทำความสะอาดคราบซนของลูกสาว

เจ้าของตาคมเฉี่ยวมองตามน้องสะใภ้ก่อนจะหันมาพูดหยอกล้อกับสาวน้อย โดยที่ไม่ได้โกรธเจ้าตัวน้อยเลยที่ทำร่างกายของเขาเปียกปอนไปด้วยนม หนำซ้ำยังมองว่ามันเป็นเรื่องตลกอีกด้วย แต่สำหรับคนเป็นแม่ที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้วนั้น เธอมองมันต่างออกไป “หนีไปนอนกับป๊าดีไหมจะได้ไม่โดนแม่ดุ ฮ่าๆ” ป้ายพูดอย่างเบาเสียงก่อนจะหุบยิ้มลงเมื่อเห็นว่าน้องสะใภ้เดินกลับมาหาตนที่โซฟา

“เฮ้อ...” เสียงเหนือถอนหายใจ

“ไปพักเถอะเหนือ เดี๋ยวพี่ทำเองก็ได้นะ” ป้ายอุ้มหนูน้อยมานั่งอยู่บนขาล่ำข้างขวา และพูดบอกกับเหนือที่นั่งคุกเข่าลงที่ระหว่างขาด้านหน้าของเขา

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเหนือทำเอง” ว่าแล้วมือน้อยที่กำกระดาษทิชชู่อยู่ก็เช็ดทำความสะอาดคราบน้ำนมที่เปียกอยู่ที่พื้น จนไม่ทันระวังเสื้อคอย้วยที่เปิดออกกว้างจนทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านบนโซฟานั้นต้องรีบหันหน้าหนีไปทางอื่น เพราะนั่นไม่ใช่ภาพที่เขาควรจะมองสักเท่าไหร่

“หม่ำ หม่ำ” เสียงของเนเน่พูดบอกกับเหนือแม่ของเธอเมื่อเต้านมที่คุ้นเคยโผล่ออกมาให้หนูน้อยเห็น “หม่ำ หม่ำ” ร่างจิ๋วโน้มตัวไปหาแม่ของเธอก่อนจะคว้าคอเสื้อของเหนือแล้วมุดหน้าลงหาเต้าของแม่อย่างดื้อดึง

เหนือรีบคว้าคอเสื้อของตัวเองไว้ทันที เพราะไม่อยากให้พี่ชายของสามีเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น “เนเน่ หยุด!” 

เสียงดุของเหนือทำให้สาวน้อยนิ่งไปก่อนจะร้องงอแง และหันไปกอดปะป๊าของเธอด้วยความเสียใจ “แง แง~” 

“โอ๋~ ไม่ร้องนะครับ” ป้ายเจ้าของใบหน้าเฉี่ยวคมปลอบเด็กน้อยที่งอแงอยู่ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลต่างไปจากภาพลักษณ์ภายนอกที่เขาเป็น

คนตัวเล็กสงบสติอารมณ์ลงก่อนจะพูดบอกกับลูกน้อยอย่างเบาเสียงและใจเย็นขึ้น “หม่ำๆ ไม่ได้นะคะ เดี๋ยวแม่ไปชงนมให้ใหม่นะ” ฉันไม่สามารถที่จะให้นมจากเต้าอย่างที่เนเน่ร้องขอได้ เพราะน้ำนมของฉันหมดตั้งแต่ช่วงสามเดือนแรกแล้ว แต่เธอก็ยังติดเต้าของฉันอยู่ตลอด ชอบแอบมาดูดเล่นอยู่เป็นประจำ

“งั้นเดี๋ยวพี่พาลูกไปอาบน้ำก่อนนะ” ร่างเล็กจิ๋วถูกอุ้มลอยขึ้นเมื่อป้ายลุกขึ้นยืนจากโซฟา เพื่อที่จะพาหนูน้อยไปอาบน้ำแทนแม่ของเธอ เพราะดูท่าแล้วสาวแว่นคงจะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว

“งั้น..ฝากด้วยนะคะ” การที่จะได้เข้านอนในแต่ละวันของฉันมันไม่ง่ายเลย หน้าที่แม่สำหรับฉันแล้ว มันทั้งเหนื่อยและยากลำบากมากจริงๆ

@ห้องนอนของเหนือ เวลาสี่ทุ่ม

“อยู่ห้องพี่ป้ายเหรอ ...งั้นอาบน้ำก่อนแล้วกันค่อยไปพากลับมานอน” เมื่อเข้ามาแล้วไม่เห็นว่าลูกน้อยของเธออยู่ในห้องก็รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้เธอน่าจะนอนเล่นอยู่ที่ห้องข้างๆ ซึ่งเป็นห้องของป้าย เหนือจึงใช้เวลาตรงนี้จัดการตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปพาเนเน่กลับห้องมานอน

ห้องนอนป้ายเวลาต่อมา…

ก๊อกๆ!

“แฮร่ ฮ่าๆ” หนูน้อยที่โดนคนตัวสูงอุ้มอยู่ ทำท่าจ๊ะเอ๋แม่ของเธอพร้อมกับแลบลิ้นปลิ้นตา เมื่อประตูถูกเปิดออกโดยมือของคนตัวสูงที่อุ้มร่างของเธออยู่ แต่กลับกันคนเป็นแม่นั้นแทบจะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว

“ไปนอนกันเถอะลูก” เมื่อมือของคนเป็นแม่ผายออกเพื่อจะอุ้มลูก เจ้าตัวน้อยก็ใช้มือจิ๋วกำนิ้วของแม่เธอไว้ข้างนึง ก่อนจะใช้นิ้วชี้เล็กจิ๋วอีกข้างชี้เข้าไปด้านในห้องนอนของป้าย

“นอน นอน” ประโยคสั้นๆ จากเด็กน้อยทำคนเป็นแม่และลุงเข้าใจดีว่าเธอต้องการจะสื่อว่าอะไร

“ไม่ได้ค่ะ กลับไปนอนที่ห้องเรานะ” 

ในช่วงวัยของเด็กน้อยเธอพอที่จะรู้ได้แล้วว่าแม่ของเธอนั้นกำลังปฏิเสธความต้องการของเธอ ซึ่งเธอก็ต่อต้านทันที เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการจะทำ “ไม่ ไม่” 

ร่างจิ๋วที่ชักดิ้นชักงออยู่บนแขนล่ำของคนตัวสูง ทำให้ป้ายทนเห็นภาพนั้นไม่ได้เลยตัดสินใจตกลงกับหนูน้อยด้วยตนเอง “งั้นคืนนี้เนเน่นอนกับป๊า แล้วให้แม่กลับไปนอนที่ห้องโอเคไหม” คนเป็นแม่ยืนรอคำตอบจากลูกน้อยตาปรือก่อนที่คำตอบของเธอจะชัดเจน

“เหนือ นอน” เสียงใสของหนูน้อยเรียกแม่ของเธอและพยามที่จะดึงแม่เธอเข้ามาด้านในห้อง เธออยากจะนอนอยู่ที่ห้องนี้ก็จริง แต่ไม่ใช่ว่าเธอจะสามารถนอนห่างคนเป็นแม่ได้

“ไม่ได้ค่ะ ถ้าเรื่องมากก็กลับไปนอนที่ห้องเรา” เหนือปฏิเสธท่าทางงอแงของเนเน่ลูกสาวเพราะไม่อยากที่จะตามใจเธอให้เคยตัว

แต่การยื่นคำขาดของเหนือด้วยน้ำเสียงแฝงความดุนั้น ทำให้หนูน้อยรีบหันหน้ามาหาปะป๊าของเธอก่อนจะเบะปากคว่ำน้ำใสเอ่อคลอขึ้นดวงตาโตแป๋ว แต่ทว่าเสียงร้องงอแงของเธอยังไม่ทันดังออกจากปากร่างบอบบางของคุณแม่เหนือก็ถูกดึงเข้ามาในห้องโดยชายหนุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของห้องนั้น

แก๊ก! 

“นอนด้วยกันนี่แหละ ลูกจะได้ไม่งอแง” เจ้าของดวงตาเฉี่ยวคมใช้น้ำเสียงเข้มดุพูดบอกกับเหนือน้องสะใภ้ เพราะไม่ต้องการให้เธอขัดใจเนเน่หลานสาวสุดรักสุดหวงของเขา ก่อนที่เขาจะดันปิดประตูห้อง และจูงมือน้องสะใภ้ขึ้นเตียงนอนเพื่อเอาใจหลานสาวสุดที่รักของตน โดยคิดเพียงแค่ว่าเหนือก็คือน้องสาวคนนึงเท่านั้น

“นอนเถอะ” ผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองว่าตนนั้นจะไม่มีทางเปลี่ยนสเปกและหลงผิดไปชอบผู้หญิงเฉิ่มๆ แบบสาวเหนือเด็ดขาด แต่หารู้ไม่ว่าน้องชายของเขาที่เป็นตัวท็อปในมหาวิทยาลัยก็เคยคิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน... แต่สุดท้ายแล้วก็พลาดท่าให้กับบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในของเธอ

--------------------------------------------------------------------------

[ติดตามตอนต่อไป] - [Follow the next episode] 

[-กดใจ -เพิ่มเข้าชั้น -คอมเมนท์ให้กำลังใจ และฝากกดติดตามไรท์ด้วยนะครับ🙏]

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย จากการทรยศริมผา สู่รักนิรันดร์
8.1
รดาถูกภาคินสามีที่รักกันมาห้าปีผลักตกหน้าผาหวังฆ่าปิดปากเพื่อไปเสวยสุขกับชู้รักอย่างชลิตา ท่ามกลางพายุฝนและความเจ็บปวดเจียนตาย เธอได้ยินแผนร้ายที่เขาเตรียมจัดฉากให้การตายของเธอเป็นเพียงอุบัติเหตุจากความประมาท ความแค้นจึงปะทุขึ้นในใจแทนที่ความสิ้นหวัง ในนาทีที่ลมหายใจโรยริน จูเลียน ธีรเดชวงศ์ มหาเศรษฐีหนุ่มซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของภาคินได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือความหวังเดียวที่จะช่วยให้เธอรอดชีวิตกลับไปทวงคืนความยุติธรรมและทำลายทุกอย่างที่ภาคินรักให้ย่อยยับ
หน้าปกนวนิยาย ซาตานเถื่อนทมิฬ
8.0
ชีคชามิลตกหลุมรักอญู่ร่า หญิงสาวชาวไทยผู้เป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตนเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่อญู่ร่าเองก็แอบมีใจให้พี่ชายของเพื่อนมาโดยตลอด ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เมื่อชีคหนุ่มยื่นข้อเสนออันน่าตกใจเพื่อแลกกับการชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้บิดาของเธอ โดยให้หญิงสาวมาเป็นนางบำเรอรับใช้เขาเป็นเวลาสามเดือน ข้อเสนอที่ดูถูกศักดิ์ศรีนี้ทำให้อญู่ร่าโกรธจัดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจนไม่อาจยอมรับความสัมพันธ์ที่มีเบื้องหลังแอบแฝงเช่นนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักเมียเก็บ
8.4
ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากพันธะอันแสนเจ็บปวด เมื่อเขาเลือกจะเก็บเธอไว้ในฐานะเครื่องบำบัดความใคร่เพียงเท่านั้น แม้หัวใจจะบอบช้ำเพียงใดแต่เธอก็ไร้ซึ่งหนทางหนี เพราะโซ่ตรวนที่ชื่อว่าบุญคุณคอยพันธนาการเธอเอาไว้ให้อยู่ใต้เงาของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ท่ามกลางความปรารถนาที่ไร้ความรัก เธอต้องยอมจำนนต่อโชคชะตาที่เขาเป็นผู้กำหนด โดยมีหนี้บุญคุณเป็นกรงขังที่ขังเธอไว้ตลอดกาล ในนิยายโรแมนติกดราม่าที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งของหัวใจ
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียร้าย พ่ายรัก
8.1
โชคชะตาที่ผูกพันด้วยคำสัญญาในวัยเยาว์ทำให้คนสองคนปิดตายหัวใจจากความรักอื่น เพื่อเฝ้ารอวันที่เหมาะสมในการกลับมาพบกันอีกครั้ง แม้ความจริงที่เผชิญจะผิดเพี้ยนไปจากภาพฝันที่เคยคาดหวังไว้ ทว่าหัวใจกลับยังคงดื้อรั้นและเลือกที่จะมอบความรู้สึกทั้งหมดให้แก่คนเดิมอย่างมั่นคง ด้วยความเชื่อมั่นในรักแรกที่ตราตรึงใจตั้งแต่แรกเห็น เธอจึงตั้งปณิธานอย่างแน่วแน่ว่าจะก้าวขึ้นเป็นเจ้าสาวของเขาเพียงผู้เดียวตลอดไปแม้อุปสรรคจะถาโถมเข้ามาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย จะอ่อยให้คุณรักหัวปักหัวปำ
8.7
เมื่อมีนาตกหลุมรักเจตต์ ชายหนุ่มเพอร์เฟกต์ที่เป็นดั่งเกราะคุ้มกันเธอ แผนการพิชิตใจจึงเริ่มขึ้นด้วยการขอแต่งงานดื้อๆ แม้จะถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเด็กแก่แดดไร้ประสบการณ์ในสายตาเขา ทว่าเธอกลับไม่ยอมแพ้และประกาศกร้าวว่าจะใช้เสน่ห์ทุกทางเพื่อยั่วยวนให้เขาสยบแทบเท้า จากความประมาทที่มองว่าเธอเป็นเพียงหมากระเป๋า เจตต์อาจต้องรับมือกับปฏิบัติการอ่อยสุดกำลังที่จะทำให้เขาต้องหลงรักเธอจนโงหัวไม่ขึ้น เตรียมพบกับเกมรักที่เธอเดิมพันด้วยหัวใจเพื่อให้ได้เขามาครอบครอง
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บจำเป็น
9.1
เมื่อชลธารตกอยู่ในสภาวะจำยอมต้องใช้เงินก้อนโตถึงสามแสนบาท เธอจึงตัดสินใจเสนอขายเรือนร่างให้แก่ธีร์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง แม้ฝ่ายชายจะมองว่าราคาดังกล่าวสูงเกินไปและมองเธอด้วยสายตาดูแคลนที่เห็นแก่เงิน แต่สุดท้ายเขากลับตอบตกลงภายใต้เงื่อนไขที่เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล ธีร์ยื่นข้อเสนอว่าหากต้องการเงินจำนวนนี้ เธอต้องยอมมาเป็นเมียเก็บของเขาแบบถาวรแทนการซื้อขายเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หญิงสาวผู้ไร้ทางเลือกจึงต้องก้มหน้ายอมรับสถานะนางบำเรอรับใช้เขาอย่างเลี่ยงไม่ได้