ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สามี 1

สามี 1

เมื่อความปรารถนาเดียวในใจคือการได้พบเจอกับรักแท้อันบริสุทธิ์ ชายหนุ่มผู้มีพันธะเป็นคุณพ่อลูกติดจึงต้องเผชิญกับคำถามสำคัญในชีวิตว่า สถานะพ่วงท้ายของเขานั้นเป็นอุปสรรคต่อความรักหรือไม่ เขาเพียงคาดหวังจะพบใครสักคนที่พร้อมจะเปิดใจยอมรับในสิ่งที่เขาเป็น และร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกันโดยไร้อคติ ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยการตัดสิน เขาจะสามารถพิสูจน์ได้หรือไม่ว่าการเป็นพ่อคนไม่ใช่ความผิด และหัวใจของเขาก็สมควรได้รับความรักที่จริงใจไม่ต่างจากใครอื่น
ตอน
แชร์

ตอน 3

"น้องไอติมรอพี่แนนตรงนี้นะคะ"

หญิงสาวบอกกล่าวเมื่อมาถึงห้องน้ำหญิง

"น้องไอติมเข้าไปด้วยได้ไหมคะ?...ไม่กล้าอยู่คนเดียว" เด็กหญิงเอ่ยถามเมื่อเดินเข้ามาในห้องน้ำ

ดวงตากลมเงยมองหญิงสาวที่ตัวสูงอย่างร้องขอ เมื่อเธอนั้นไม่อยากรอข้างนอกคนเดียว

"ก็ได้ค่ะ ทำไมอ้อนเก่งจังเลย หื้ม..."

หญิงสาวที่เอ็นดูเด็กหญิงขยี้หัวเธออย่างหมั่นเขี้ยว

"ไอติมอยากอ้อนพี่แนนทุกวันเลยนะ

อยากให้พี่แนนรัก...พี่แนนใจดี" เด็กหญิงว่ากล่าวพร้อมมองหน้าแนนตาใส

แววตาที่จ้องมองเหมือนเธอนั้นแอบแฝงความหวัง...

"พี่แนนก็รักน้องไอติมนะ" หญิงสาวนั่งยอง ๆ

ลงตรงหน้าเด็กหญิงพร้อมหยิบพวงแก้มกลมนั้นเบา ๆ

"รักคูมพ่อด้วยไหมคะ...คูมพ่อน้องไอติมหล่อ"

เด็กหญิงพูดออกมาอย่างเดียงสา แม้จะไม่รู้ความของมันแค่ได้ยินผู้ใหญ่พูดคุยแล้วเธอก็จำมาเท่านั้น

คำว่า รัก ที่เด็กหญิงพูดถึงด้วยความไร้เดียงสา แต่มันกลับทำให้หญิงสาวนั้นสับสนและใจเต้นแรงอยู่ภายใน แต่ว่าตั้งแต่ก้าวขามาฝึกงานการใกล้ชิดหรือการแสดงออกที่แสนอบอุ่นจะทำให้ใจเธอไขว้เขวก็ตาม แต่ด้วยตำแหน่งที่ไม่อาจเอื้อม จึงทำให้แนนนั้นเจียมตัว

"พี่แนนว่าเราไปเปลี่ยนเสื้อดีกว่า แต่ว่าไอติมต้องหลับนะ"

หญิงสาวออกคำสั่งอย่างเบี่ยงเบียนเมื่อเด็กหญิงนั้นเอ่ยถึงคุณพ่อของเธอ

"โอเคค่า...น้องไอติมจะปิดตาไว้แบบนี้เลย"

เด็กหญิงทำมือปิดตา แต่ว่ากลับมีช่องว่างระหว่างนิ้ว ทำเอาแนนที่เห็นท่าทีของเด็กหญิงแล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้

"ปิดแบบนั้นก็เห็นสิคะ" แนนทักท้วง

"ไม่เห็นน้องไอติมหลับตาไว้ด้วย ไม่เห็น ๆ"

เด็กหญิงยังคงยืนกรานต่อสิ่งที่เธอนั้นทำ

"ไปดีกว่า"

"รอน้องไอติมด้วย" เด็กหญิงรีบวิ่งตามเมื่อเห็นนั้นทำท่าจะปิดประตูดักเธอ

"หันหน้าเข้าประตูเร็วค่ะ...พี่แนนจะเปลี่ยนเสื้อแล้ว"

แนนออกคำสั่งเมื่อเข้ามายังห้องน้ำคับแคบ แล้วเธอนั้นเอาแต่จ้องมองหน้าแนนพร้อมกับอมยิ้ม

เด็กหญิงปิดตาตามที่แนนสั่งพร้อมหันหน้าเข้าผนังอย่างว่าง่าย แนนเริ่มจัดการถอดเสื้อผ้า แต่หารู้ไม่ว่าเด็กหญิงที่แสนกลนั้นลอบแอบมองเธอถอดเสื้อผ้า

สายตากลมมองผ่านง่ามนิ้วมือป้อม ๆ ด้วยความอยากรู้ สิ่งที่เห็นทำให้เด็กหญิงนั้นสงสัยพร้อมกับก้มมองส่วนอกของตัวเองที่มันดูแตกต่าง

"เสร็จแล้วค่ะ เอามือออกได้" แนนบอกกล่าวเด็กหญิงจึงส่งยิ้มอ่อน

"ทำไมพี่แนนสวย" เด็กหญิงเอ่ยปากชม ทำเอาคนที่ถูกเด็กชมนั้นแก้มแดง

"สวยเหมือนไอติมไงคะ" หญิงสาวชมตอบอย่างเอาใจเด็กหญิงตัวน้อยที่สดใส

"ไปกันดีกว่าเนาะ เดี๋ยวพี่แนนต้องออกไปทำงาน"

ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก

หญิงสาวที่มือหนึ่งจูงเด็กหญิงออกมาด้วยรอยยิ้มที่สดใส

ต้องชะงักขาเดินทันทีเมื่อมีคู่อริที่เคยทำร้ายเธอยืนดักหน้าไว้

พร้อมด้วยสายตาที่มองเธออย่างหาเรื่อง เด็กหญิงที่ถูกแนนดันให้ไปอยู่ด้านหลัง ขาก้าวถอยหลังเมื่อผู้หญิงสองคนที่เคยหาเรื่องเธอค่อย ๆ

ก้าวขาเข้ามาใกล้ ประตูห้องน้ำถูกปิดล็อกอย่างกันคนนอกเข้ามา

"เจอกันอีกแล้วนะ" น้ำที่เคยกระชากเสื้อเธอขาดเอ่ยขึ้นพร้อมก้าวขาทีละก้าวเข้าประชิดตัวแนน

"แนนไม่อยากมีเรื่องนะพี่ หลบไป" แนนบอกอย่างคนในเย็นพร้อมขาที่ก้าวถอยหลังอย่างระวัง และเธอต้องป้องกันเด็กหญิงตัวน้อยที่ติดสอยห้อยตามเธอมา เด็กหญิงโผล่นางออกด้านข้างมองเหตุการณ์อย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

"หมั่นไส้!!...จับมัน"

น้ำออกคำสั่งกับคู่หูอีกคนที่มาด้วยกัน

"ปล่อยแนนนะ" แนนที่ไม่ทันตั้งตัวร้องขึ้นและพยายามดิ้นเพื่อให้หลุดพ้น

"งื้อ ปล่อยพี่แนนนะ ปล่อยพี่แนนเดี๋ยวนี้" เด็กหญิงที่เห็นแนนนั้นดิ้น

เธอพยายามที่จะช่วยเหลืออย่างไม่คิดกลัว จับถึงชายเสื้อของน้ำด้วยแรงน้อยนิดของเธอ

"ขอตับสักทีแก้คันมือหน่อยเถอะมึง!!"

"จัดการมันเลยพี่น้ำ" เสียงของคู่หูของน้ำส่งเสริม แรงจับล็อกไขว้แขนแนนไปด้านหลังทำให้เเนนนั้นไม่สามารถหลุดพ้น

แม้จะออกดิ้น

"อึก!! อื้อ ปะ ปล่อยแนน" แขนก็ถูกล็อก คอก็ถูกน้ำบีบด้วยสองมือ จนแนนที่ตอนนี้แทบขาดอากาศหายใจ

"งื้อ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะป้า ปล่อยพี่แนน...นี่แน่ ๆๆ"

เด็กหญิงไอติมพยายามอย่างมากที่จะช่วยแนน กำปั้นเล็ก ๆ พยายามตีไปยังคนที่ตัวใหญ่

แต่แรงเด็กอย่างเธอก็ไม่สามารถที่จะทำให้น้ำนั้นปล่อยพี่แนนของเธอ

"ไอติม ละ หลบไป อึก !!" แนนพยายามเปล่งเสียงร้องออกมาอย่างห่วงใยเมื่อเด็กหญิงนั้นพยายามที่จะช่วยเหลือเธอ

"เด็กนี่!!" น้ำที่ถูกฉุดรั้งด้วยมือน้อย ๆ ของเด็กหญิงไอติม สะบัดขาแรงจนเด็กหญิงนั้นกระเด็นกระแทกกับพื้น

"อร๊าย!!!....ฮืออออ งื้อ ๆ พี่แนน ไอติมเจ็บ"

เด็กหญิงตัวเล็กที่เจ็บจากการกระแทกร้องครวญอย่างตกใจ เธอไม่เคยพบเจอกับเหตุการณ์ที่รุนแรงแบบนี้มาก่อน

เพี๊ยะ!!!! เพี๊ยะ!!!! เสียงฝ่ามือกระแทบกับใบหน้าสวยเสลาของแนนติดกันสองที จนใบหน้าเธอนั้นหันไปตามแรงตบ กลิ่นคาวเลือดอ่อนลอยฟุ้งเข้าจมูก มุมปากมีเลือดไหลซึม

"งื้อพี่แนน...งับ!!"

"โอ๊ย นังเด็กบ้า...ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันเจ็บ"

งับ!! เด็กหญิงตัวน้อยที่เห็นแนนถูกทำร้าย เธอรีบหยัดตัวลุกแล้ววิ่งไปกัดขาของน้ำด้วยแรงน้อยนิดที่เธอมี และลงน้ำหนักของฟันฝังลงขาของน้ำอีกครั้งจนเต็มแรง

"ไอติม แค่ก ๆ "

แนนที่พยายามดิ้นจนหลุดพ้นจากการจับกุมเมื่อเห็นเด็กหญิงนั้นถูกทำร้าย

แม้จะหายใจติดขัดเพราะแทบขาดอากาศหายใจ

ร่างกายโยนไอออกมาและสูดอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุด

"จะไปไหนมานี่..."

เพี๊ยะ คู่หูของน้ำกระชากผมของแนนกลับพร้อมกับตบเข้าที่หน้าอีกครั้งจนเต็มแรง

"ไอติม หลบค่ะ ไปหาพี่แจง"

แนนที่ถูกรุมตบด้วยความริษยาของรุ่นพี่ ใบหน้าสวยแดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้า มุมปากมีเลือดไหลออกมากกว่าเดิม

"ฮือออออ พี่แนน" เด็กหญิงปล่อยปากที่กัดน้ำ แล้วรีบวิ่งออกไปจากห้องน้ำตามที่แนนบอก เด็กหญิงดวงตาแดงก่ำเพราะร้องไห้หนัก แม้เธอจะเจ็บตัวเพราะถูกเหวี่ยงแต่ก็ยังออกแรงวิ่งไปตามที่แนนนั้นบอก

เมื่อเห็นแล้วว่าเด็กหญิงนั้นไปจนลับตา แนนที่กำลังถูกทำร้ายออกแรงสุดฤทธิ์เพื่อสะบัดตัวให้หลุดพ้นจากการถูกรุม

เธอยกขาสูงถีบเข้าตรงออกของน้ำ

กระโปรงทรงพีชที่ถนัดในการยกขาทำให้เธอตอบโต้ได้อย่างคล่องตัว

"โอ๊ย นังแนน" น้ำโอดครวญเมื่อแรงถีบทำให้เธอนั้นเซถลาท้องกระแทกเข้ากับของอ่างล้างมือ

เพี๊ยะ แนนสะบัดตัวหันไปพร้อมกับฝ่ามือปะทะเข้ากับใบหน้าที่ฉาบด้วยเครื่องสำอางของคู่หูที่น้ำพามา ตามคาบคร่อมและจิกหัวกระแทกกับพื้นห้องน้ำ

"พี่น้ำช่วยพีชด้วย" คู่หูที่ชื่อพีชร้องขอความช่วยเหลือเมื่อเธอนั้นพลาดท่าต่อแนน ใบหน้าของพีชเริ่มเห่อแดงด้วยแรงตบของแนนที่ไม่มียั้ง เพราะเธอก็ไม่ยอมเช่นกันหากใครทำร้ายและหาเรื่องเธอก่อน

"ปล่อยเพื่อนฉันเดี๋ยวนี้นะ นังแนน!" น้ำที่พยายามฝืนตัวมือกุมท้องผลักแนนให้หลุดพ้น แต่ด้วยแรงที่น้ำนั้นมีไม่สามารถที่จะกำจัดแนนที่มือเหนียวยิ่งกว่าตุ๊กแกออกได้

"อ๊ะ!!" แนนที่ถูกน้ำดึงผมจนแทบหงายหลัง แต่เธอก็ยังไม่หยุดตบพีชเพื่อนของน้ำ มือหนึ่งของแนนดึงผมของพีช ขาสองข้างกดน้ำหนักลงแขนของพีชเพื่อไม่ให้เธอโต้ตอบ อีกมือก็พยายามแกะมือของน้ำจากผมของเธอและจิกเล็บลงแขนของน้ำสุดแรง ทั้งสามฉุดกระชากโต้ตอบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร....

“คูมพ่อ คูมพ่อขา งื้ออ ฮือออออ” เด็กหญิงที่วิ่งด้วยความเร็วเท่าที่ขาสั้น ๆ ของเธอจะออกแรงก้าวได้ ร้องเรียกผู้เป็นพ่อเมื่อสายตาเห็นผู้เป็นพ่อกำลังเดินมาทางเธอพอดี

“ไอติม!! ไปทำอะไรมาลูกทำไมหัวฟูแบบนี้” คุณพ่อเจที่เห็นลูกสาวในสภาพที่ไม่เหมือนเดิม เกิดการตกใจเมื่อเธอนั้นร้องไห้ฟูมฟาย น้ำตาไหลอาบสองแก้มกลม รีบวิ่งเข้าประชิดตัวลูกสาวและนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ

“ฮือ ฮือ คูมพ่อขา ไอติมเจ็บ เจ็บตูด” เด็กหญิงบอกผู้เป็นพ่อทั้งน้ำตา

“ไปทำอะไรมา...ไหนเจ็บตรงไหนบอกพ่อ” ผู้เป็นพ่อที่เห็นลูกสาวนั้นร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ จับเธอพลิกซ้ายแลขวาอย่างสำรวจร่างกาย ลำแขนเล็กเกิดรอยช้ำเล็กน้อย

“ฮือ คูมพ่อขา พี่แนนค่ะ มีคนตีพี่แนน อึก ฮึก เลือดไหลเลย ฮืออออ พะ พี่แนนเจ็บ” เด็กหญิงที่สะอึกสะอื้นร้องไห้ฟ้องผู้เป็นพ่อ คำพูดที่เปล่งออกมาทั้งน้ำตาจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ผู้เป็นพ่อก็พยายามที่จะจับใจความ

“ที่ไหนลูก” คุณพ่อเจย้อนถามสิ่งที่ลูกสาวบอกกล่าวทำให้พ่อเจนั้นใคร่รู้

“ตรงนั้น อึก ฮึก ที่พี่แนนใส่เสื้อใหม่ ฮือ ไอติมเจ็บ” เด็กหญิงร้องไห้กอดคอผู้เป็นพ่อด้วยต้องการการปกป้อง

“โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะคะ...ไม่กลัวนะ”

“พี่แนนเจ็บค่ะคูมพ่อ อึก ฮึก ฉองคนตีพี่แนน ฮืออออออ...คูมพ่อ ปะ ไป อึก ฮึก ไปช่วยพี่แนน” เด็กหญิงสาธยายกล่าวฟ้องกับเหตุการณ์ที่เธอนั้นพบเจอมาและร้องขอให้ผู้เป็นพ่อช่วยเหลือหญิงสาวที่ตอนนี้โดนรุมหนัก ไม่รู้สภาพจะเละเทะแค่ไหน

“ค่ะ คนเก่งไม่ร้องนะ...” คุณพ่อเจเช็ดน้ำตาให้ลูกสาวและอุ้มเธอแนบอก ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินไปด้วยใจว้าวุ่นกับสิ่งที่ลูกสาวเล่าให้ฟัง ไม่คิดว่าในออฟฟิศที่เขาพยายามดูแลจะเกิดการวิวาทในสำนักงานของเขา ทั้งที่พยายามดูแลฉันท์พี่น้องไม่คิดจะแบ่งแยกสูงต่ำ แต่ทำไมยังมีการะทำแบบนี้ก่อเกิด

“ฮือออออ” ขายาวของพ่อเจกึ่งเดินกึ่งวิ่งอย่างร้อนใจ เสียงร้องไห้ของลูกสาวก็ดังใกล้หู ดั่งเธอนั้นหวาดกลัวและเจ็บปวดกับบาดแผลที่ได้รับ ทำให้คนเป็นพ่อที่เฝ้าดูแลยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมนั้นไม่พอใจและโมโห แต่ก็พยายามเก็บอาการควบคุมอารณ์อย่างมาก

.....หน้าห้องน้ำหญิงที่ผู้คนรายล้อมยืนมุงดู ก่อนที่พ่อเจจะเดินแทรกฝ่าฝูงชน เหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาพ่อเจถึงกับตาโต หญิงสาวในคราบชุดนักศึกษา มีใบหน้าบวมแดงปากแตก ที่กำลังโดนรุมทำร้ายร่างกาย

“หยุด!!...หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงเข้มดุของเจดังขึ้นทำให้คนทั้งสามนั้นหยุดการกระทำ

“พี่เจ” น้ำที่เคยหน้ามองคนมาใหม่ต้องตกใจ เพราะผู้เป็นนายจ้างนั้นดวงตาฉายแววแทบลุกเป็นไฟ

.....น้ำสะกิดแขนของพีชอย่างเตือน เพราะพีชนั้นคาบคร่อมตบหน้าของแนนอยู่ด้วยความริษยา ทั้งสองรีบดีดตัวออกจากตัวแนนเร็วพลัน พร้อมกับลุกยืนเคียงคู่กันหลังชิดกับผนังห้องน้ำ

“มันเกิดอะไรชึ้น!! มีใครอธิบายกับพี่ได้บ้าง” เจตวาดเสียงเข้มดุดังลั่น จนสองสาวคู่หูนั้นตัวสั่น เพราะไม่เคยเลยที่จะเห็นมุมที่ดุดันของเจแบบนี้

แนนพยายามที่จะขยับตัวลุกยืน แต่ด้วยสภาพที่โดนรุมจนเละเทะ ผมเผ้าฟูฟ่องมุมปากที่มีเลือดไหล พวงแก้มที่เคยสวยสดบวมช้ำจนแทบดูไม่ได้ แก้มสองข้างเต็มไปด้วยรอยฝ่ามือ เจที่อีกแขนอุ้มลูกสาวต้องใช้อีกมือประคองแนนที่เจ็บให้ลุกยืนได้ถนัด

“ฮือออออ พี่แนน อึก อึก” เด็กหญิงไอติมที่ร้องไห้ไม่หยุด ยิ่งร้องหนักเมื่อเธอเห็นสภาพพี่แนนที่เธอรักนั้นมีบาดแผลและเลือด

“ไอติมไม่กลัวนะคะ” แม้จะเจ็บตัวแต่ก็ไม่วายห่วงเด็กหญิงที่เธอนั้นเอ็นดู

“พีช ! น้ำ ! .... แนน! มีใครอธิบายให้พี่ฟังได้บ้าง” เจไล่สายตากวาดมองคนทั้งสามอย่างต้องการคำอธิบายกับสิ่งที่เกิดขึ้น สายตาหันกลับมามองแนนที่ยืนมือจับแก้มที่บวมช้ำ ความห่วงใยที่มีก่อเกิดขึ้นในใจ เพราะสองคนที่ยืนเงียบนั้นยังดูดีกว่าแนนมาก

“............” ผู้ก่อเหตุทั้งสามยังคงเงียบไม่ยอมปริปากพูด

“คูมพ่อ อึก ๆ ป้าสองคนตีพี่แนน ไอติมเห็น ป้าสองคนตีพี่แนนก่อน ดึงผมพี่แนนแบบนี้ ๆ พี่แนนหงายหลังเลยค่ะ” เด็กหญิงเล่าเหตุการณ์ที่พบเจอให้ผู้เป็นพ่อได้รับฟัง พร้อมกับทำท่าดึงผมเป็นการสาธิตให้ผู้เป็นพ่อมองเห็นภาพได้ชัดเจน แม้จะยังคงมีน้ำตาสะอึกอื้นร้องไห้ ดวงตากลมโตบวมแดงน้ำตาไหลรินอาบแก้ม แต่เธอก็ยังพยายามที่จะเล่าถึงเหตุการณ์

“เป็นอย่างที่น้องพูดไหมพีช” เจหันไปถามทวนลูกน้องที่ยืนก้มหน้าหลังชิดผนัง

“..............” แต่สิ่งที่ได้รับคือพีชยังคงเงียบปาก

“น้ำ!” เจตวาดเสียงลั่น เมื่อสิ่งที่ถามนั้นไม่มีคำตอบ จึงหันเหสายตาดุไปยังอีกคนที่สะดุ้งเฮือก

“แนนมันหาเรื่องพวกน้ำก่อน” น้ำพูดปดป้ายสีพร้อมกับจ้องหน้าแนนอย่างเอาเรื่อง

“แนน!...อธิบาย” เจหันไปถามคนที่ยืนข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกันจากที่ถามสองสาวคู่หู

"แนนไม่มีคำอธิบายค่ะ....แล้วแต่พี่เจจะพิจารณา" แนนที่ไม่คิดโต้ตอบเมื่อเธอนั้นรู้แก่ใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นยังไง.....จากสภาพที่เธอเป็นหากเขาจะเห็นควรคงตัดสินไม่ยาก ถ้าไม่คิดเข้าข้างใครด้วยการลำเอียง

"ทั้งสามคน เชิญที่ห้องประชุม...จัดการกับสภาพตัวเองให้เรียบร้อย" เจที่โมโหเลือดขึ้นหน้าหากแนนนั้นพูดอะไรออกมาเขาพร้อมที่จะเชื่อ เพราะสิ่งที่ตาเห็นมันบ่งบอกแล้วว่าเธอนั้นโดนรุม แม้จะร่วมงานด้วยกันไม่นานแต่ก็พอจะรู้นิสัยของแนนพอสมควรด้วยประสบการณ์ที่มากพอ

"ฮืออ คูมพ่อ ไอติมจะหาพี่แนน อึก ฮึก ฮืออออ" เด็กหญิงร้องไห้พร้อมกับพยายามลงจากอ้อมอกของพ่อ สองแขนเล็กชูหาหญิงสาวที่เธอรัก

"พี่แนนอุ้มน้องไอติมไม่ไหวหรอกลูก" พ่อเจให้เหตุผล

"หาพี่แนน ฮือออออ" เด็กหญิงตัวน้อยปล่อยร้องไห้โฮ เธอต้องการอ้อมอกของแนนให้รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แม้จะเห็นว่าเธอนั้นเจ็บแต่ก็ยังต้องการที่จะไปหา

"ไม่เป็นไรค่ะ แนนไหว" แนนยื่นแขนเพื่อนรับเด็กหญิงเพราะเธอนั้นสงสารเธอจับใจที่เห็นเด็กหญิงร้องไห้

"เงียบไป....เดี๋ยวตามพี่ไปที่ห้องประชุม...พีชกับน้ำด้วย!" เจพูดเสียงเข้มจนแนนนั้นต้องชักแขนกลับ ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับสองหญิงสาวคู่หูที่ยืนจ้องมองหน้าแนนอย่างเคียดแค้น

"คูมพ่ออย่าดุพี่แนน ฮึก อึก" เด็กหญิงยังคงพยายามคว้าแขนของแนนจนเธอต้องจับมือของเด็กหญิงไว้ ทั้งที่เธออยู่ในอ้อมกอดเธอสงสารเด็กหญิงตัวน้อยที่ร้องไห้จนตาแดง

"ไหวไหมแนน" แจงที่ตามมาเห็นเหตุการณ์ยังตกใจกับสภาพของแนน เธอเดินมาประคองแนนอย่างเบามือและพาเธอไปยังห้องประชุม

"แนนไหวค่ะ" แนนพยายามยิ้มตอบรับแจง แม้จะรู้สึกเจ็บตรงมุมปากไม่น้อย

"ตอแหล" เสียงแผ่วเบาแต่เน้นน้ำหนักเสียงของน้ำและพีชเอ่ยขึ้นเมื่อเดินผ่านแนนไป เพื่อไปยังที่หมายของผู้เป็นนายนัดแนะ

"พวกแกสิตอแหล...ขอให้พี่เจไล่แกสองตัวออกทีเถอะ เพี๊ยง!!" เป็นเสียงของแจงที่พูดขึ้นอย่างนึกรำคาญและหมั่นไส้ กับแค่เด็กฝึกงานที่จะอยู่ไม่กี่เดือนยังริษยา จนเธอนั้นนึกแช่งสองคนที่เธอก็ไม่ชอบขี้หน้าเช่นกัน

"ใครจะพูดก่อน" เจที่ยืนหันหลังสองมือล้วงกระเป๋าเอ่ยถามขึ้น เมื่อพนักงานทั้งสามนั้นมาพร้อมเพรียงยืนเรียงหน้ากระดานอย่างกับนักเรียนที่กำลังเข้าห้องปกครองเมื่อทำผิด

"................." ไม่มีเสียงใด ๆ หลุดลอดจากปากของเหล่าลูกน้อง นอกจากสายตาของคู่หูตัวแสบที่จ้องมองแนนอย่างไม่คิดจะยอมปรน

"ไม่มีปากกันหรือไง" เจที่ไม่ไหวต่อความเงียบเมื่อถามใครออกไปก็ไร้การตอบกลับ ท่าทางน่าเกรงขามที่หลบซ่อน ความดุดันที่มีในตัวที่ไม่ค่อยเปิดเผยจนมีเรื่องนี้ที่ต้องแสดงตัวออกมา ทั้งที่พยายามเก็บกั้นดูแลคนใต้บัญชาให้สมานสามัคคีกัน แต่ไม่คิดจะมีคนอีกกลุ่มที่มาดร้ายในสำนักงาน

"แนนไม่มีอะไรจะพูดค่ะ อย่างที่แนนบอกแล้วแต่พี่จะพิจารณาค่ะ" แนนพูดขึ้นด้วยสิ่งที่เธอไม่คิดจะแก้ต่างใด ๆ

"ทำเป็นพูดดี"

"พีช!!" เจตวาดพีชเสียงลั่นเข้มดุ พร้อมดวงตาที่จ้องมองอย่างดุดัน ก่อนจะก้าวขายาว ๆ ไปนั่งยังหัวโต๊ะรูปตัวยู บ่งชี้ถึงตำแหน่งที่เป็นตอนนี้

"ขอโทษค่ะ" พีชก้มหน้ามือประสานตรงหน้าแล้วกล่าวเสียงแผ่ว

"ต่อหน้าพี่ยังกล้านะ...ไม่เดินข้ามหัวพี่เลยล่ะ" เจที่เดือดดาลพยายามควบคุมอารมณ์ กล่าวข่มอย่างหยั่งเชิงต่อลูกน้องที่ทำตัวกร่าง ไม่ใช่ว่าไม่รู้วีรกรรมของหญิงทั้งสอง แค่เขาพยายามมองข้ามนิสัยส่วนตัวเพราะทั้งสองก็รับผิดชอบงานตัวเองดีแค่มีนิสัยส่วนตัวที่ไม่น่ารักเท่านั้น ซึ่งเจมองว่าไม่เกี่ยวกับงานที่ทำให้บริษัทเสียหาย

"พีชไม่คิดแบบนั้นค่ะ" พีชเอ่ยขึ้น

"ไม่คิดมีใครอธิบาย??...งั้นก็ออกพร้อมกันทั้งสามคนดีไหม? เพราะพี่ไม่คิดจะเอาอันธพาลมาทำงานในออฟฟิศ" เจว่ากล่าวพร้อมไล่สายตามองคนทั้งสามอย่างจับสังเกต สองคนคู่หูยืนมือประสานก้มหน้ามองต่ำ แต่อีกคนในชุดนักศึกษาสภาพเละเทะ กลับจ้องมองหน้าสบตาไม่หลีกเลี่ยง แววตาที่จ้องมองหน้าเจนั้นดูมุ่งนั่นไม่วอกแวก

"ไม่นะคะพี่เจ น้ำยังไม่อยากตกงาน"

"ไม่อยากตกงาน?...แต่ทำตัวอันธพาลแบบนี้เหรอน้ำ" เจย้อนทันทีอย่างรู้เท่าทัน พร้อมกับลุกยืนสองแขนค้ำโต๊ะจ้องมองหน้าพนักงานทั้งสามอย่างจับจ้อง

"นะ น้ำ ปะเปล่านะคะ"

"แจง" เจเอ่ยเรียกเลขาที่ยืนอุ้มลูกสาวของเขาที่ตอนนี้เงียบแล้ว แต่ยังมีเสียงสะอื้นเบา ๆ

"คะ?"

"ฉายโปรเจคเตอร์" เสียงเข้มของเจสั่งการ ทุกอย่างหากจะจับคนผิดมันไม่ได้ยากมากมาย เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่อยู่รอบสำนักงานสามารถจับสามารถแก่ผู้เป็นนายเช่นเขาได้

"น้องไอติมยืนรอพี่แจงตรงนี้นะคะ..." แจงวางเด็กหญิงยืนกับพื้นก่อนจะเดินไปทำหน้าที่ของเธอ ตามคำสั่งผู้เป็นนาย

"ค่ะ" เด็กหญิงตอบรับด้วยน้ำเสียงสะอื้น ก่อนที่เด็กหญิงตัวน้อยจะเดินไปยืนเคียงข้างคุณพ่อของเธอ

ภาพทุกอย่างที่ฉายแก่สายตาของทุกคู่สายตามองเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มแรก ทุกอย่างเป็นดั่งที่เด็กหญิงตัวน้อยพูดบอกเป็นอย่างเช่นที่เธอเอ่ยจริง ๆ การตบตีที่ลุกลามออกมายังหน้าห้องน้ำหลังจากที่เด็กหญิงไอติมนั้นวิ่งออกมา สองรุมหนึ่งที่เผยแก่สายตาของทุกคน ส่วนคนที่ทำผิดนั้นเริ่มกระสับกระส่ายไม่อยู่นิ่ง การก่อเหตุที่ไม่คิดว่ากล้องวงจรปิดจะจับภาพได้ชัดเจน ด้วยอารมณ์ริษยาที่ครอบงำจนถลำกระทำสิ่งที่ไม่ควร

"ชัดเจนนะน้ำ พีช" เจพูดขึ้น

"พี่เจอย่าไล่พวกเราออกเลยนะคะ...พีชยังไม่อยากตกงานตอนนี้" พีชที่อยู่ไม่สุขเริ่มโอดครวญ

"แจง...พี่ฝากจัดการกับน้ำและพีชด้วย" คำว่าจัดการที่เลขาอย่างแจงรู้ดีว่าลำดับต่อไปเธอควรทำยังไง คนที่ดื้อรั้นก็ไม่สมควรที่อยู่ร่วมสำนักงานเดียวกัน บุคลากรที่วางตัวดีเท่านั้นที่คนอย่างเจจะเก็บรักษาไว้

"พี่เจน้ำขอโทษค่ะ สัญญาว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก อย่าไล่น้ำออกเลยนะคะ"

"คนผิดก็รับผลไป พี่ไม่ได้ใจดีอย่างที่พวกเธอคิดหรอกนะ..." เจพูดขึ้นอย่างไม่คิดจะไยดีแม้สองคู่หูนั้นวิงวอน

"นะคะพี่เจพีชยังตกงานตอนนี้ไม่ได้ ขอร้องนะคะพี่เจ" เป็นพีชที่พูดเสริมอย่างขอร้อง

"ไอติมเจ็บไหมลูก...พ่อพาไปทายานะคะ" เจที่ไม่สนใจต่อคำอ้อนวอนใด ๆ ของใคร โอบอุ้มลูกสาวที่สะอื้นไห้แล้วเดินออกจากจุดนั้นทันที

"พี่เจคะ พี่เจน้ำขอร้องอย่าไล่น้ำออกเลยนะคะ"

"นะคะพี่เจพีชรับปากจะไม่ทำอีก"

หญิงสาวทั้งสองรีบวิ่งดักหน้า เมื่อเห็นเจนั้นก้าวขาเดินออกมาจากจุดนั้น ทั้งสองวิงวอนด้วยน้ำตาแม้ตัวจะทำผิดแต่ไม่คิดว่าผู้เป็นนายจะถึงขั้นขับไล่

"นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเธอใช่ไหม?..."

".........." ทั้งสองสาวยืนเงียบก้มหน้าเศร้า เพราะมันเป็นอย่างที่เขาถามจริง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเธอชอบหาเรื่องที่เห็นใครล้ำหน้า แค่ไม่ได้ก่อเรื่องในสถานที่นี้

"แต่พี่ไม่อยากสนใจเพราะก่อนหน้า พวกเธอไม่ได้ก่อเรื่องจนพี่เห็นกับตา" เจพูดเสียงแข็งดุดันแต่ฝ่ามือหนาอุ่นก็ยังคงลูบหัวลูกสาวปลอบใจ

"คูมพ่อขาปะ ป้าฉองคนใจร้าย" เด็กหญิงพูดเสริมด้วยน้ำเสียงสะอื้นใกล้ชิดหูผู้เป็นพ่อ สองแขนเล็ก ๆ กอดคอผู้เป็นพ่อ

"น้ำขอโทษค่ะ...แต่ให้โอกาสน้ำเถอะนะคะ" น้ำยกมือไหว้ขอร้องผู้เป็นนาย

"ให้โอกาสพีชสักครั้งนะคะพี่เจ" พีชว่าเสริม

"............" เจเงียบไม่ตอบรับใด ๆ

"แนนพี่ขอโทษช่วยพูดกับพี่เจที" เป็นพีชที่ต้องขอร้องแนน เมื่อเธอมองแล้วว่าผู้เป็นนายนั้นไม่ยอมอ่อนข้อ

"แนนให้อภัยในสิ่งที่พี่ทำร้ายแนน....แต่แนนไม่ได้มีสิทธิ์อำนาจใดที่จะร้องขอ แนนเป็นแค่เด็กฝึกงานค่ะ" แนนพูดออกมาเสียงเรียบ เธอนึกสงสารต่อหญิงทั้งสองที่พร่ำวิงวอน แต่เธอก็จนใจที่จะช่วยเหลือ

"แล้วทำไมไม่คิดก่อนที่จะทำ...เธอสองคนอายุเยอะกว่าเด็กฝึกงานตั้งหลายปี น่าจะคิดได้กว่านี้" เจกล่าวอย่างตำหนิ

"พี่เจพีชผิดไปแล้วจริงๆ...ขอโอกาสหน่อยนะคะ" พีชยกมือไหว้หงึก ๆ พร้อมอ้อนวอน

"มีอะไรกันวะเจ" เสียงเข้มดังขึ้นเมื่อได้ยินเหล่าพนักงานพูดคุยกันถึงเหตุการณ์ ทุกเสียงเล่าขานถึงเด็กฝึกงานถูกทำร้าย ไฟที่เดินเข้ามาในบริษัทต้องตรงดิ่งมายังห้องประชุม

"หรือจะให้พี่ไฟตัดสินดี" เจพูดขึ้นเมื่อเขารู้ว่าไฟนั้นเด็ดขาดกว่าเขาแค่ไหน พนักงานที่อยู่มานานย่อมรู้ดีถึงนิสัยของไฟ...น้ำและพีชตกใจเมื่อเจนั้นพูดถึงผู้เป็นนายอีกคน

"พวกเธออีกแล้วเหรอ?...ครั้งนี้ในออฟฟิศเลย?" เป็นไฟที่พูดขึ้นอย่างเอือมระอา

"อืม" เจตอบเค่นในลำคอ

"อาไฟขา อึก ฮึก ป้าฉองคนทำไอติมเจ็บตูด ตีพี่แนนเลือดออก ไอติมเจ็บ" เด็กหญิงที่เห็นคุณอาไฟของเธอ ไม่วายที่เธอจะเล่าเหตุการณ์ย้ำ

"ไอติมอยู่ในเหตุการณ์เหรอ?" ไฟย้อนถาม....

"อึก ฮึก ฮึก" เด็กหญิงยังคงสะอึกสะอื้นกอดคอผู้เป็นพ่อ

"อืม ไอติมไปเข้าห้องน้ำกับแนน...แล้วแต่มึงจะตัดสินละกัน กูพาไอติมไปทายาก่อน" เจบอกต่อเพื่อนให้รับรู้และมอบหมายหน้าที่ต่อ

"น้องแนนไหวไหม?" เป็นเสียงของแจงที่เอ่ยถามขึ้น เมื่อเธอเดินไปใกล้เห็นสภาพแล้วนึกสงสารจนต้องประคองแนนเดิน

"แนนโอเคค่ะพี่แจง" หญิงสาวตอบรับ

"ปะ.....พี่หายาทาให้" แจงประคองแนนเดินพร้อมกับพูดอย่างห่วงใย เอ็นดูแนนเพราะเธอตั้งใจที่จะเรียนรู้งานและมีความสามารถศักยภาพในการทำงาน หากจบการศึกษาต้องเป็นบุคลากรที่ดีคนหนึ่ง

"ค่ะ...ขอบคุณค่ะพี่"

"พี่แนนเจ็บไหมคะ" เด็กหญิงไอติมที่คุณพ่อเธออุ้ม หันไปพูดกับแนนที่เดินตามหลังมาติดๆ มือน้อย ๆ ของเธอพยายามเอื้อมจับแนนจนเธอนั้นต้องจับมือของเด็กหญิงไว้

"พี่แนนไม่เจ็บ ทายาเดี๋ยวก็หายค่ะ...ไอติมเจ็บไหมคะ" การเดินพร้อมเสียงสนทนาของคนทั้งสองที่พ่อเจนั้นเอียงหูฟัง...สภาพที่เเนนเป็นทำเอาเขานั้นเลือดขึ้นหน้า

"ยาคูมพ่อวิเศษมากๆ เลยค่ะ ทาแป๊บเดียวหายเจ็บ...คูมพ่อทาให้พี่แนนด้วยนะคะ" เด็กหญิงเล่าสรรพคุณอย่างฉะฉาน และบอกกล่าวผู้เป็นพ่อด้วยความใสซื่อ แต่สิ่งที่เด็กหญิงพูดทำเอาผู้ใหญ่ที่กล่าวถึงนั้นใจเต้นแรงในอก

"หยุดพูดได้แล้วลูก...เจ็บไม่ใช่เหรอ" คนเป็นทักท้วงขึ้น

"เจ็บค่ะ...ไปทายาคูมพ่อกับไอติมนะคะพี่แนน" เด็กหญิงหันไปพูดกับแนนอีกครั้ง

"ค่ะ" แนนตอบรับทำให้เด็กหญิงนั้นมีรอยยิ้มที่เปี่ยมสุข เธออิ่มเอมทุกครั้งที่ได้อยู่กับหญิงสาวจนแทบไม่อยากห่างไกล

-----

ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะคะ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักซ้ำรอย
9.3
ธาวิศก้าวเข้าหานิภาบนเตียงเพื่อทำตามความต้องการของคุณยาย แม้เขาจะพยายามคาดคั้นว่าเธอถูกบังคับหรือไม่ แต่นิภาก็ยืนยันว่าเต็มใจด้วยความประหม่า ชายหนุ่มจึงประกาศกร้าวอย่างเย็นชาว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่มีความผูกพันใดๆ และเขาจะกลับไปหาคนรักทันทีที่จบเรื่อง โดยขู่ไม่ให้เธอเรียกร้องสิ่งใดในภายหลัง ก่อนที่ความใกล้ชิดจะแปรเปลี่ยนเป็นจุมพิตที่ลึกซึ้งตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่านท่ามกลางความขัดแย้งในใจของทั้งคู่
หน้าปกนวนิยาย ใยลวงของสามีมหาเศรษฐี
8.7
ในฐานะภรรยาของคีริน มหาเศรษฐีหนุ่มสายเทคโนโลยี ฉันคือคนเดียวที่คอยควบคุมความบ้าคลั่งในใจเขา ทว่าเขากลับทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการนำเงินรักษาน้องชายที่กำลังจะตายไปปรนเปรอชู้รัก แม้ในอุบัติเหตุเขาก็ทิ้งฉันไว้ในซากรถเพื่อไปช่วยเธอ เมื่อฉันจะหย่าจึงพบว่าทะเบียนสมรสคือของปลอมที่เขาสร้างเพื่อกักขังฉันไว้ในคำลวง ความแค้นนี้ทำให้ฉันต้องหันไปพึ่งชายอีกคนเพื่อทำลายอาณาจักรของสามีจอมปลอมให้สิ้นซาก
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ป่วนรักเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้
9.7
ในขณะที่คนอื่นข้ามมิติไปพบรักกับองค์จักรพรรดิผู้สูงส่ง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกส่งเธอมาเผชิญหน้ากับเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลแห่งมหานครเซี่ยงไฮ้ ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ได้มีดีแค่ความหล่อเหลา แต่เขายังขึ้นชื่อเรื่องความดุร้าย โหดเหี้ยม และมีความต้องการที่เร่าร้อนจนยากจะต้านทาน สาวน้อยธรรมดาอย่างเธอจะสามารถรับมือกับแรงอารมณ์และเอาตัวรอดจากกรงเล็บของมาเฟียจอมเผด็จการคนนี้ได้อย่างไร เมื่อทุกย่างก้าวในโลกมืดเต็มไปด้วยอันตรายและบททดสอบหัวใจที่แสนหนักหน่วง
หน้าปกนวนิยาย สวาทรัก อสูรร้าย
8.5
ความแค้นที่สุมอกทำให้เรียวตัดสินใจจองจำทรรศิกาไว้ในขุมนรกบนดิน เขาต้องการให้เธอชดใช้ความตายของแม่และคนรักด้วยความทรมานที่มากกว่าร้อยเท่า ชายหนุ่มใช้ชีวิตของแม่เธอเป็นเครื่องต่อรอง บีบคั้นให้หญิงสาวต้องก้มหน้ารับชะตากรรมอันโหดร้ายอย่างไร้ทางเลี่ยง ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและการคุกคามที่ไร้ความเมตตา ทรรศิกาทำได้เพียงยอมจำนนต่ออสูรร้ายในคราบมนุษย์เพื่อปกป้องครอบครัว แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดที่แสนสาหัสเกินกว่าจะทานทนไหวก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย เมียรับจ้าง
8.7
เมื่อนักเขียนสาวไส้แห้งต้องมารับบทภรรยาจำเป็นแลกกับเงินก้อนโตเพื่อตบตาคนรอบข้างให้กับคาสโนว่าตัวพ่อผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้และกะล่อนแบบหาตัวจับยาก เธอไม่เพียงแต่ต้องรับมือกับแผนการร้ายของแม่สามีที่คอยจ้องจะเล่นงานเธออยู่ทุกฝีก้าวเท่านั้น แต่ยังต้องต่อสู้กับความรู้สึกภายในใจที่เริ่มจะหวั่นไหวไปกับเสน่ห์อันแพรวพราวของสามีกำมะลอคนนี้ งานจ้างที่ดูเหมือนจะง่ายกลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจครั้งใหญ่ที่เธอต้องเผชิญในฐานะเมียรับจ้าง