ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด

เจ้าสาวประมุขหุบเขามืด

เมื่อนักธุรกิจสาวผู้บ้างานจนเสียชีวิตคาโต๊ะทำงานได้ลืมตาตื่นขึ้นมาในร่างของฉู่เสวียนหนี่ คุณหนูสามผู้พิการเป็นใบ้และถูกพิษแมงมุมรุมเร้า ชีวิตใหม่ในยุคโบราณนี้เต็มไปด้วยขวากหนาม ทั้งการถูกคู่หมั้นทอดทิ้งด้วยการถอนหมั้น และกลอุบายจากญาติที่อิจฉาริษยาจนเธอถูกขับไล่ไปอยู่อารามชีอันห่างไกล ทว่าวิญญาณดวงใหม่นี้ขอสาบานว่าจะไม่ยอมจำนนต่อโชคชะตาที่อาภัพเหมือนเจ้าของร่างเดิม และจะลุกขึ้นสู้เพื่อเปลี่ยนชีวิตที่เคยตกต่ำให้รุ่งโรจน์ด้วยตัวเอง
ตอน
แชร์

ตอน 2

2. นางสิ้นใจแล้วหรือ?

“อาจารย์นางสิ้นใจไปแล้วหรือขอรับ”

“ยัง! ยังหรอก”

“ถ้าอย่างนั้นเราช่วยนางดีหรือไม่”

“สุดแล้วแต่ท่านประมุขน้อย”

บุรุษกลุ่มหนึ่งประกอบไปด้วยอี้เฉินที่ถูกเรียกว่าประมุขน้อยวัยสิบสี่หนาว หลีเหว่ยสหายร่วมสำนักวัยสิบสามหนาวและโม่โฉวผู้อาวุโสสุดซึ่งทั้งสองนับถือเป็นอาจารย์ ร่วมด้วยผู้ติดตามเป็นชายฉกรรจ์ทั้งสิ้นอีกสี่นาย พวกเขาเหล่านี้ได้สัญจรผ่านเส้นทางที่เสวียนหนี่หมดสติและพบนางเข้าโดยบังเอิญ หลังจากที่สังเกตเห็นว่ามีคนนอนหมดสติอยู่ในป่าเขตเมืองหลวงแคว้นเถียน อี้เฉินจึงได้สั่งขบวนรถม้าให้หยุดแล้วรีบลงมาดูอาการ

เด็กตัวน้อยท่าทางอ่อนแรงนอนแน่นิ่งไม่ว่าจะปลุกเช่นไรนางก็ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ เสียงลมหายใจของนางแผ่วเบาลงทุกที ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มซีดเซียวดุจกระดาษขาว แวบแรกที่อี้เฉินสะดุดตาเข้ากับร่างของคนที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่เขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก น่าแปลกตรงที่ในป่าเช่นนี้เหตุใดถึงได้มีเด็กผู้หญิงมานอนหมดสติอยู่เพียงลำพัง แต่พอคิดได้ว่าจากจุดที่เจอนางไปอีกไม่ไกลน่าจะมีบ้านคน อาจจะเป็นไปได้ว่านางหลงเข้ามาในเขตป่าแล้วหาทางกลับออกไปไม่ได้

“ท่านคิดเห็นอย่างไรประมุขน้อย เอ๊ะ ที่ตัวนางมีป้ายอักษรเขียนว่าฉู่”

โม่โฉวหันมาถามอี้เฉินหลังจากที่ตนและหลีเหว่ยศิษย์อีกคนหาลือกันแล้วยังไม่ได้คำตอบที่ลงตัว ทว่าภายใต้ดวงตาดำขลับของอี้เฉินไม่แสดงถึงความรู้สึกอื่นใด มีเพียงประกายเย็นชาทอดมองร่างเล็กไร้สตินั้น โม่โฉวประคองเสวียนหนี่ขึ้นมาแล้วใช้มือคลำชีพจรที่ข้อมือของนางซ้ำอีกครั้งเพื่อประเมินอาการให้แน่ชัด ยามนี้ชีพจรของนางเต้นอ่อนเต็มทีหากปล่อยไว้นานกว่านี้เกรงว่าอาการของนางจะทรุดลงเรื่อย ๆ

“นางเป็นอะไร”

“จากลักษณะภายนอกเล็บมือของนางเปลี่ยนเป็นสีดำ ริมฝีปากม่วงคล้ำ เหงื่อผุดทั่วกายจนชุ่มแต่อุณหภูมิร่างกายกลับเย็นเฉียบ... ข้าคิดว่านางน่าจะถูกแมงมุมพิษสือยี่เหยียนกัด”

“แมงมุมพิษสือยี่เหยียน?”

"ถูกต้อง แมงมุมพิษสือยี่เหยียนเป็นแมงมุมที่มีพิษร้ายแรง ผู้ถูกแมงมุมพิษสือยี่เหยียนกัดจะไม่ได้สิ้นใจในทันทีหลังจากถูกพิษ แต่จะเป็นอัมพาตไปทั้งตัวแล้วค่อย ๆ ตายอย่างทรมาน หากเราทำการรักษานางตอนนี้... ถึงจะรักษาหายนางก็คงอายุไม่ยืนเพราะพิษส่งผลให้ร่างกายของนางต่อจากนี้ไม่เหมือนเดิม... ผลข้างเคียงข้าไม่อาจตอบได้"

“หากรักษานางจะอยู่ได้นานเท่าใด”

“อย่างน้อยเก้าปี อย่างมากสิบสองปี”

หลีเหว่ยเห็นสภาพของเด็กคนนี้แล้วก็นึกเวทนาอยู่ไม่น้อย นางยังเด็กอยู่แท้ ๆ กลับต้องมาเจอเรื่องราวเช่นนี้ จากที่ยืนฟังอาจารย์กับท่านประมุขน้อยพูดคุยกันสักพัก เด็กหนุ่มจึงเข้าไปประคองร่างของนางแทนโม่โฉวแล้วรอคอยคำสั่งของผู้เป็นนาย

หลีเหว่ยแม้นจะรู้จักและสนิทสนมกับอีกฝ่ายมากแค่ไหน ทว่าเขาก็มิอาจอ่านใจของอี้เฉิงผู้เป็นประมุขน้อยได้เลยว่าจะอนุญาตให้ช่วยเหลือเด็กคนนี้หรือไม่ ด้วยลักษณะนิสัยเย็นชาและคาดเดาอารมณ์ได้ยากยิ่ง ซึ่งการตัดสินใจของอี้เฉิงบางครั้งก็เหนือความคาดหมาย ส่วนสาเหตุที่เป็นเช่นนั้นอาจเพราะอีกฝ่ายถูกผู้เป็นบิดาที่ดำรงตำแหน่งประมุขคนก่อนเลี้ยงดูมาโดยปราศจากความรักและความเมตตาด้วยกระมัง อี้เฉินจึงกลายเป็นคนเย็นชาไร้ซึ่งความรู้สึกเห็นใจผู้อื่น โชคยังดีที่อี้เจ๋อผู้นั้นอายุสั้นไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงได้ถ่ายทอดความชั่วร้ายของตนเอง จนทำให้ท่านประมุขน้อยกลายเป็นคนใจคอโหดเหี้ยมเทียบเทียมเขาเป็นแน่

ครั้นพอนึกถึงหงอี้เจ๋อที่ตายไปเมื่อห้าปีก่อน ชายผู้นี้มีลักษณะรูปร่างสูงใหญ่น่ากลัว ใบหน้าดุดันดุจพญามัจจุราช นัยน์ตาเรียบเฉยไร้ความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่ง หว่างคิ้วเป็นเส้นตลอดเวลาไม่เคยแย้มยิ้มให้ผู้ใดเลยสักครั้ง อุปนิสัยโหดเหี้ยมฆ่าคนไม่กะพริบตา ตระกูลหงเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลหุบเขาอูยามารุ่นต่อรุ่น จนมาถึงรุ่นของหงอี้เฉินซึ่งสืบทอดมาจากสายเลือดโดยตรง แต่เพราะในเวลานั้นหงอี้เจ๋อตายจากไปก่อน อี้เฉิงที่ยังเด็กมากนักเลยไม่สามารถรับช่วงต่อได้

ดังนั้นห่าวอู๋ผู้เป็นอา จึงต้องทำหน้าที่รักษาการแทนมาเกือบห้าปีแล้ว การหวนคืนสู่หุบเขาอูยาของท่านประมุขน้อยในครั้งนี้ก็เพื่อสืบทอดตำแหน่งประมุขคนต่อไป

หลีเหว่ยนึกสะท้อนในอกพลางก้มมองหน้าเด็กหญิงด้วยความสงสารระคนเห็นใจไม่น้อย ทว่ายามเมื่อท่านประมุขน้อยเอ่ยบางสิ่งบางอย่างออกมา เด็กหนุ่มจึงค่อยระบายยิ้มอย่างโล่งอก คิดในใจว่าเด็กคนนี้รอดตายแล้ว

“ในย่ามของอาจารย์มียารักษาหรือไม่”

“พอจะมีบ้าง แต่ถึงอย่างไรเราก็ควรพานางไปหาหมอในเมืองก่อน” โม่โฉวผู้เป็นอาจารย์ตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“แต่การเข้าไปในเขตชุนชนอยู่นอกเหนือเส้นทางเดินม้าของพวกเรา หากไม่รีบกลับหุบเขาอูยาให้ทันในเวลาที่ท่านอากำหนด หาไม่แล้วเจ้าคนเจ้าเล่ห์นั้นอาจเล่นแง่กับข้าได้” อี้เฉินเอ่ยด้วยสีหน้าตึงเครียด เนื่องจากรู้จักนิสัยของท่านอาเป็นอย่างดี

หุบเขาอูยาได้ชื่อว่าเป็นดินแดนที่ห่างไกลจากแคว้นเถียนคนละฝากฟ้าเหนือสุดใต้สุด สาเหตุที่ทำให้เขาต้องเดินทางผ่านเส้นทางนี้ เนื่องจากห่าวอู๋ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ ๆ ได้ส่งตัวเขาให้มาเล่าเรียนทางตอนใต้ของแคว้นเถียนตั้งแต่อายุเก้าขวบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากที่หงอี้เจ๋อเสียชีวิตไปแล้ว สำนักศึกษาตี้ฉิวเป็นสำนักศึกษาอันดับหนึ่งที่ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่บรรดาบุตรหลานของผู้มีอันจะกิน แม้กระทั่งลูกขุนนางของแคว้นเถียนก็มีหลายคนที่ถูกส่งตัวเข้าไปศึกษาเล่าเรียนที่นั้น สำหรับหงอี้เฉินที่อยู่ไกลถึงหุบเขาอูยาต่อให้ต้องเดินทางไกลหลายพันลี้ย่อมถือว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่า

ตลอดเวลาที่ศึกษาอยู่อี้เฉินต้องปลอมแปลงประวัติเพื่อปิดบังตัวตน  นั้นก็เพราะป้องกันภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น

หงอี้เฉินเยาว์วัยกว่าศิษย์รุ่นเดียวกันหลายเท่านัก แต่เขาสามารถสำเร็จการศึกษาได้ตั้งแต่อายุยังน้อย ในขณะที่เพื่อนร่วมสำนักคนอื่น ๆ ยังไม่ได้เลื่อนขั้น อี้เฉินสามารถเล่าเรียนและสำเร็จการศึกษาทุกหลักสูตรด้วยวัยเพียงสิบสี่ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วเขาจึงได้บอกลาผู้ดูแลสำนักศึกษาเพื่อหวนคืนสู่หุบเขาอูยา

หุบเขาอูยาเป็นดินแดนที่อยู่นอกเหนือการปกครองของฮ่องเต้แต่ก็นับว่าเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เสียแต่ภูมิศาสตร์มีลักษณะเป็นทุบเขามากกว่าพื้นที่ราบ การจะเข้าโจมตีเพื่อแย่งชิงดินแดนนั้นจึงเป็นเรื่องยากสำหรับกองทหารที่ไม่คุ้นชินเส้นทาง ดีไม่ดีหากยกทัพเข้าไปอาจถูกลอบสังหารยกกองจึงไม่มีแคว้นใดกล้าเสี่ยง อีกอย่างทั่วทั้งใต้หล้าต่างทราบกันดีว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในหุบเขาอูยานั้นล้วนป่าเถื่อนทั้งสิ้น ไม่ใช่ว่าจะเอาเท้าเข้าไปเหยียบแล้วกลับออกมาได้อย่างสบาย เพราะดินแดนแห่งนั้นเต็มไปด้วยคนดิบเถื่อนแต่ไหนแต่ไรมา...

เพียงแค่เอ่ยชื่อหงอี้เจ๋อ ผู้คนก็ต่างขนลุกขนพอง สิ้นกายตายจากเหลือเพียงชื่อให้กล่าวขานแต่ความร้ายกาจโหดเหี้ยมของเขานั้นยังหลงเหลือในเศษซากความทรงจำของผู้คนไม่จางหายไป

ข่าวการตายของอี้เจ๋อไม่ใช่เรื่องที่หุบเขาอูยาปกปิด แต่เรื่องทายาทของอี้เจ๋อนั้นยังคงถูกปกปิดเป็นความลับมานานถึงห้าปี จนกว่าจะถึงวันที่หงอี้เฉินอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ เมื่อนั้นเขาคงจะได้ถูกกล่าวขานว่าเป็นผู้สืบทอดความชั่วร้ายของบิดาสืบไป

“ช่วยนางเถิด... เรื่องเข้าไปในเขตชุมชนค่อยว่ากันในภายหลัง”

ได้ยินเช่นนั้นหลีเหว่ยยิ้มออก เขาจึงจับเด็กหญิงตัวเล็กให้นอนราบกับพื้น ส่วนโม่โฉวได้ทำการรักษาโดยฝังเข็มสกัดพิษและใช้ตัวยาร่วมด้วยโดยมีหลีเหว่ยและอี้เฉินคอยยืนมองอยู่ไม่ห่าง จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งก้านธูปอุณหภูมิร่างกายของนางค่อย ๆ อุ่นขึ้นทีละน้อยจนเกือบจะคล้ายอุณหภูมิของคนปกติ ปลายเล็บมือที่แต่เดิมเป็นสีดำก็ค่อย ๆ กลับมามีสีเนื้อเข้ามาแทรก ริมฝีปากม่วงคล้ำกลับกลายเป็นปกติในเวลาต่อมา

“นางปลอดภัยแล้ว” ผู้อวุโสพูดขึ้น

"อืม"  ท่านประมุขน้อยพยักหน้าตอบรับ

ช่วงดึกสงัดหงอี้เฉินรู้สึกตัวตื่นขึ้นเมื่อประสาทสัมผัสทางการได้ยิน  รับรู้ได้ถึงเสียงฝีเท้าของม้าที่กำลังมุ่งตรงมาทางนี้ หากคาดการณ์ไม่ผิดเขาคิดว่าน่าจะมากกว่าห้า เด็กหนุ่มได้คว้าเอากระบี่คู่ใจลุกเดินมุ่งตรงไปยังร่างของสหายที่กำลังนอนหลับสนิทพร้อมสะกิดเรียกเบา ๆ พลอยทำให้โม่โฉวรู้สึกตัวตื่นตามไปด้วย

“ท่านประมุขน้อย” หลีเหว่ยมีสีหน้างัวเงีย

“ชู่ มีคนกำลังมา” ประมุขน้อยอี้เฉินกระซิบบอกเสียงแผ่ว

หลีเหว่ยทำหน้าตื่นรีบคว้ากระบี่ชักออกจากฝักเพื่อป้องกันภัยให้ผู้เป็นนายกับอาจารย์ เหล่าผู้ติดตามอีกสี่นายที่รู้ตัวแล้วว่ากำลังมีผู้มาเยือนต่างเข้ามาห้อมล้อมเจ้านายไว้ระวังภัยรอบทิศ ทว่าเมื่อคนเหล่านั้นมาถึงกลับไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีหรือชักอาวุธออกมาประมือ

“ช้าก่อน! ข้ามาดี” มู่เฉินตะโกนบอกพลางดึงบังเหียนให้ม้าวิ่งช้าลงก่อนจะหยุดม้าในระยะห่างพอสมควรแล้วตะโกนบอกกล่าวกลุ่มคน

“ข้ามาตามหาคน ไม่ทราบว่าพวกท่านเป็นพ่อค้าหรือ เหตุใดถึงได้มานอนกลางป่าเช่นนี้”

"..."

ไร้เสียงตอบรับเพราะต่างกำลังพิจารณาอยู่ว่าผู้มาเยือนนั้นมีเจตนาอื่นแอบแฝงหรือไม่  ทุกคนจึงนิ่งเงียบดูท่าทีไปก่อน เห็นเช่นนั้นมู่เฉินจึงได้ตะโกนบอกออกไปอีก

“ข้ามาตามหาลูกสาวที่พลัดหลงเข้ามาในป่า เป็นเด็กผู้หญิงอายุแปดขวบ สวมใส่อาภรณ์สีฟ้าที่ตัวของนางมีป้ายตระกูลฉู่ห้อยอยู่ที่เอว ไม่ทราบว่าพวกท่านเห็นนางบ้างหรือไม่"

ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมาราวกับรอคอยคำตอบจากผู้เป็นนายว่าควรทำเช่นไรต่อไป หลังจากเห็นอี้เฉินพยักหน้าให้โม่โฉวจึงได้ตะโกนตอบกลับไปบ้าง

“เมื่อช่วงเย็นพวกข้าได้ช่วยเด็กไว้หนึ่งคน หากท่านมีเจตนาดีก็จงเข้ามาเพียงลำพัง  ให้ผู้ติดตามของท่านรอตรงนั้นก่อน”

สิ้นเสียงขานรับมู่เฉินได้ควบม้ามาเพียงลำพังตามที่อีกฝ่ายร้องขอ แล้วสั่งให้ผู้ติดตามรออยู่ให้ห่างออกไป เขาเกรงว่าคนกลุ่มนี้จะตื่นกลัวแล้วคิดทำร้ายเสวียนหนี่ แสงจากกองเพลิงที่ส่องสว่างทำให้ทั้งสองฝ่ายเห็นหน้ากันชัดขึ้น เมื่อมู่เฉินเห็นว่าในกลุ่มคนมีเด็กหนุ่มร่วมขบวนมาด้วยถึงสองคนจึงแน่ใจแล้วว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่กลุ่มโจรป่าแต่อย่างใด

“นางใช่ลูกสาวท่านหรือไม่”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย การเรียกคืนที่ร้ายแรง
9.1
ความตายกะทันหันไม่ได้เป็นจุดจบของสุดยอดมือสังหาร ทว่ากลับเป็นจุดเริ่มต้นใหม่เมื่อดวงวิญญาณถูกดึงข้ามมิติมายังอีกโลกหนึ่ง จอมเวทผู้โฉดชั่วหวังใช้ร่างเด็กน้อยที่เขาสิงสู่อยู่เป็นเครื่องมือทดลองสุดอันตราย แต่ผู้ที่ถูกเรียกมาไม่ใช่เหยื่อที่ยอมจำนน ด้วยสัญชาตญาณและประสบการณ์ลอบสังหารที่หล่อหลอมมาทั้งชีวิต เขาจึงซ้อนแผนปลิดชีพจอมเวทผู้นั้นอย่างเลือดเย็น เมื่ออุปสรรคแรกถูกกวาดล้าง อดีตนักฆ่าจึงตัดสินใจครอบครองทั้งสถานที่และขุมกำลังของศัตรู เพื่อใช้เป็นรากฐานในการสร้างอาณาจักรแห่งความมืดของตนเองในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบและการนองเลือดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า
หน้าปกนวนิยาย กำเนิดจิ้งจอกน้อยจอมซ่าส์
9.8
วิญญาณสาวสวมร่างคุณหนูตระกูลขุนนาง แต่ต้องเสียความบริสุทธิ์ให้ชายแปลกหน้าจนตั้งครรภ์โดยไร้สามี เรื่องเหนือคาดเกิดขึ้นเมื่อทารกที่คลอดออกมาคือจิ้งจอกน้อยจอมฉลาด สองแม่ลูกต้องร่วมกันรับมือญาติใจร้าย ทว่าความวุ่นวายก็ปะทุขึ้นเมื่อบิดาที่แท้จริงปรากฏตัวหมายทวงคืนครอบครัว ท่ามกลางการแย่งชิง เจ้าก้อนขนสุดแสบที่หวงมารดากลับออกหน้าปกป้อง โดยประกาศให้ท่านพ่อไปเข้าคิวรอเสียก่อน เพราะตำแหน่งตัวเต็งในใจลูกจิ้งจอกคือลุงเศรษฐีข้างบ้านที่เขากำลังเชียร์ให้มารดาตกลงปลงใจด้วย
หน้าปกนวนิยาย องค์หญิงอย่าคิดหนี
8.1
องค์หญิงหลิวอี้เฟยต้องเผชิญชะตากรรมที่เลือกไม่ได้ เมื่อถูกส่งตัวไปวิวาห์กับอ๋องชราต่างแดน ทว่าระหว่างการเดินทางนางกลับบังเอิญล่วงรู้ความลับดำมืดของหัวหน้าองครักษ์ผู้เย็นชา ทำให้เขามุ่งหมายจะปลิดชีพนางเพื่อปิดปาก ท่ามกลางอันตรายรอบด้านและความตายที่ไล่ล่า องค์หญิงจึงต้องหาทางหลบหนีสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดจากน้ำมือของบุรุษเหี้ยมโหดผู้นี้ให้ได้ เรื่องราวความรักท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบในรูปแบบโรมานซ์ที่จบอย่างมีความสุข
หน้าปกนวนิยาย มังกรขาว
8.9
ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีชีวิตยืนยาวนับพันปีถูกคนสนิทหักหลังจนสิ้นชีพ ทว่าเขากลับได้โอกาสย้อนเวลามา 4 เดือนก่อนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2010 อันเป็นวันแห่งการตื่นขึ้นครั้งที่สาม หายนะครั้งนี้ทำให้มิติย่อยผสานรวมกับโลกหลัก นำพาเผ่าพันธุ์ประหลาด พลังวิเศษเหนือธรรมชาติ และหอคอยปริศนาที่เป็นต้นเหตุของสงครามแย่งชิงอำนาจ ด้วยประสบการณ์นับพันปี ลูเอนตัดสินใจใช้ความรู้ทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือและขัดขวางโศกนาฏกรรม เขาต้องชิงความได้เปรียบเพื่อยึดครองหอคอยและพลิกชะตากรรมของโลกให้จงได้