
ชีค หัวใจทระนง
ตอน 3
“กาเบรียน ยินดีด้วย” เสียงยินดีเปล่งมาจากปากอิ่มสวยของหญิงวัยสิบห้า ธิดาของชีคอับดุลรอชีดกับสนมเล็กๆ ในฮาเร็ม “ถึงมันจะช้าไป” น้ำเสียงละอายอยู่ในทีเพราะวันหมั้นนั้นผ่านมาเกือบเดือน แต่เจ้าชายกาเบรียนไม่เคยเข้ามาในวังหลัง และเธอก็ไม่สามารถออกไปฝ่ายหน้าที่เชื้อพระวงศ์ฝ่ายชายประทับอยู่ได้ ถ้าไม่มีกิจจำเป็น
“มัยมูนะห์ ขอบใจนะ” รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนใบหน้าเจ้าชายหนุ่มน้อย เมื่อรับการแสดงความยินดีจากพระเชษฐภคินีวัยสิบห้า มัยมูนะห์มีมารดาของเป็นเพียงสนมปลายแถว ไม่ได้เป็นเชื้อพระวงศ์จากสายใดสายหนึ่งของชาร์มา ประเทศที่มีตำแหน่งชีคเป็นเจ้าผู้ครองรัฐ สนมหลายคนของชีคผู้ปกครองชาร์มา เป็นผู้สืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์ต่างๆ ที่รวมเป็นกลุ่มก้อน ทั้งด้วยความเต็มใจและไม่เต็มใจ การทำสงครามรบพุ่งเพื่อรวบรวมชนเผ่าทะเลทรายภายใต้การนำของชีคราชวงศ์ต่างๆ ในอดีต สิ้นสุดและควบรวมกันเป็นหนึ่ง ภายใต้การนำของชีคราชวงศ์อัลโซกียาห์แห่งชาร์มา ผู้ชนะในสงคราม และราชวงศ์อัลโซกียาห์ก็ปกครองชาร์มามาหลายชั่วอายุคน แม้จะมีแรงต่อต้าน คลื่นใต้น้ำก่อกวนอยู่เนืองๆ เพราะหวังเอกราชกลับคืนมาสู้แคว้นของตนเอง
มัยมูนะห์สาววัยสิบห้าอายุอานามนั้นเหมาะสมแก่การออกเรือน ด้วยชนเผ่าทะเลทรายนั้นแต่งงานมีครอบครัวกันแต่อายุยังน้อย สิบสามสิบสี่สำหรับฝ่ายหญิงนั้นถือว่าเริ่มการมีคู่ได้แล้ว มัยมูนะห์เป็นธิดาไร้ฐานันดรศักดิ์ใดๆ ของชีคอับดุลรอชีด มารดานั้นเป็นแค่ทาสที่ทรงไถ่ตัวมาเพราะชื่นชมความงาม แล้วนำมาเก็บไว้เป็นนางบำเรอในฮาเร็ม แม้จะอยู่อย่างสุขสบายแต่ความเปลี่ยวเหงาย่อมครอบครอง เพราะพระสวามีนั้นมีสนมต้องเสด็จไปหามากมายหลายนาง มารดาของมัยมูนะห์จึงต้องใช้ชีวิตหงอยเหงาและตรอมใจจนเสียชีวิตไป ในขณะที่มัยมูนะห์บุตรสาวอายุได้เพียงสิบขวบ
“มาเฝ้าพระมเหสีหรือ” เสียงถามของมัยมูนะห์ในชุดคลุมยาวแต่ไม่ได้ปกปิดใบหน้า ด้วยถือว่ากำลังพูดคุยกับบุรุษในครอบครัว จึงไม่จำเป็นต้องคลุมหน้าภายใต้ผ้าดำบางเบาตามระเบียบที่เคร่งครัดของราชสำนัก
“ใช่ มารับของประทานไปฝากบิชาเราะห์ ฉันจะไปอังกฤษ” รับสั่งตอบของเจ้าชายหนุ่มน้อยราบเรียบ รอยยิ้มบางๆ ประดับบนพระพักตร์เกลี้ยงเกลาเป็นนิจ
เพียงบิชาเราะห์จากไปไม่ถึงเดือนก็จะตามไปแล้วหรือ? สายตาของมัยมูนะห์นั้นไม่ส่อแววใดๆ ออกมาให้คนมองได้อ่านออก
รับสั่งนุ่มนวลอันเป็นนิจเปล่งออกมาจากโอษฐ์บอบบางสีเรื่อของเจ้าชายหนุ่มน้อยตรงหน้าอีกครั้ง
“อยากได้ของอะไรบ้าง จะซื้อมาฝาก” คำถามนั้นไม่ได้แฝงความนัยอันใด ทว่าคนถูกถามตาวาวอย่างยินดีและปลาบปลื้ม หวังให้มันมีความนัยแอบแฝงอยู่บ้างแม้เพียงเศษเสี้ยวความคิดของเธอ
“จริงหรือ” มือเรียวเล็กสะอาดกำท่อนแขนของอีกฝ่ายอย่างตื่นเต้น ยิ้มกว้างอย่างไม่ควรเพราะขัดกับประเพณีปิดบังใบหน้าเพื่อความสำรวม นิ้วมือเล็กยังกดแรงลงไปอย่างสื่อความหมาย ทว่าคนรับสัมผัสยังไม่คิดอะไร เพราะมองหญิงสาววัยไม่แตกต่างตรงหน้าด้วยความบริสุทธิ์ใจไม่เจืออารมณ์พิศวาสเหมือนหนุ่มวัยเดียวกัน พระหัตถ์ขาวเรียววางลงบนมือนั้นแล้วตบเบาๆ
“จริงสิ อยากได้อะไรก็บอก ถ้ารอให้ฉันซื้อมาฝากเองคงเลือกไม่ถูกหรอก ไม่สันทัดว่าผู้หญิงเขาอยากได้อะไรเป็นของฝาก ถ้าเป็นพวกผู้ใหญ่เช่นเสด็จแม่หรือพวกน้าๆ น้ำหอมหรือกระเป๋าหรูๆ ก็คงพอใจ แต่วัยรุ่นแบบเราฉันเดาไม่ออกหรอก”
นี่ขนาดบอกว่าไม่สันทัด มัยมูนะห์คิดในใจ ก่อนจะบอกของที่อยากได้ออกไป
“ถ้าฉันอยากได้” มัยมูนะห์หยุดแล้วขยับเข้าชิด กระซิบตรงพระกรรณ
พักตร์เจ้าชายหนุ่มแดงเรื่อทันที ก่อนรีบแหงนมองขึ้นด้านบนอันเป็นยอดไม้เขียวครึ้ม ที่เกิดจากวิวัฒนาการทันสมัย บำรุงจนต้นไม้ใหญ่เติบโตบนพื้นทรายได้ไม่แพ้ดินอุดมสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้มัยมูนะห์ที่ขยับออกห่างหลังกระซิบบอกความต้องการแล้ว สังเกตเห็น
“ดะ...ได้ แล้วจะให้บิชาเราะห์ดูให้นะ แค่นี้ใช่ไหม” พระสุรเสียงตกพระโอษฐ์รับคำนั้นตะกุกตะกักเล็กน้อยกับของฝากที่คาดไม่ถึง ก่อนจะชิงออกตัวขอกลับฝ่ายหน้าอันเป็นที่ประทับส่วนของบุรุษ
มัยมูนะห์มองตามสายตาเต็มไปด้วยความหมาย ดวงตาสีดำสนิทตามชาติพันธุ์เป็นประกายรับแสงสะท้อนทินกรอย่างมาดหมาย
หน้าพระตำหนักใหญ่ของพระมเหสีเอก นางไมนาร่าพระนมของเจ้าชายกาเบรียนมองด้วยสายตาไม่ใคร่พอใจนัก ด้วยนางนั้นเป็นผู้อภิบาลและเสียสละน้ำนมให้เสวยจนเติบโต จึงรักและห่วงใยดุจบุตรในอุทร แม้ฮาฟาบุตรชายคนเดียวของนางเอง บางครั้งยังไม่ห่วงหวงเท่าเจ้าชายหนุ่มที่กำลังทรงพระดำเนินไปขึ้นรถพระที่นั่งเสด็จออกไปยังพระราชวังส่วนหน้า นางไมนาร่าพาร่างอวบก้าวรวดเร็วเข้าไปในตำหนัก บอกกับนางกำนัลเวรเฝ้าว่าต้องการเข้าเฝ้าพระมเหสีในทันที
คุณอาจจะชอบ





