ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย บ่วงแค้นทะเลทราย

บ่วงแค้นทะเลทราย

ซาห์ราออกล่าล้างแค้นหลังน้องสาวถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ โดยมีหลักฐานชิ้นสำคัญเป็นแผ่นเงินแกะสลักที่ชี้ตัวไปยังชีคฮาซัน เธอจึงลงมือลักพาตัวและทรมานเขาอย่างแสนสาหัส จนทำให้เขาต้องสูญเสียเจ้าสาวในคืนวิวาห์ ทว่าเมื่อความจริงเปิดเผยว่าเขาคือผู้บริสุทธิ์และฆาตกรตัวจริงยังลอยนวล ซาห์ราจึงต้องยอมชดใช้หนี้แค้นนี้ด้วยชีวิตตามกฎเหล็ก แต่ชีคฮาซันกลับเลือกที่จะจองจำเธอไว้ด้วยพันธนาการแห่งหัวใจแทนความตาย เพื่อตอบแทนความเจ็บปวดที่เขาได้รับ
ตอน
แชร์

ตอน 2

สองปีต่อมา

ราตรีที่มีงานรื่นเริง ราตรีแสนหวานที่อบอวลไปความสุข เพราะเป็นคืนวิวาห์ของฮาซัน บิน ญาบิร อัล บุสตานีย์บุตรชายคนเดียวของหัวหน้าเผ่าบุสตานีย์ ชนเผ่าในทะเลทรายที่อยู่กันอย่างสงบสุขใช้ชีวิตเรียบง่าย ครึ่งหนึ่งของชีวิตชาวบุสตานีย์จะรอนแรมในทุ่งทะเลทรายอันแห้งแล้ง ไม่สนใจการลงหลักปักฐานที่แน่นอนและมั่นคง เพราะบรรพบุรุษของพวกเขาหลงใหลผืนทรายและท้องฟ้าที่ประดับด้วยแสงดาวในยามค่ำคืน การเดินทางไปเรื่อยๆ เสมือนต้องการพิชิตทะเลทรายที่ไกลสุดลูกหูลูกตา

เสียงเครื่องเคาะจังหวะและเสียงปี่ดังประสานกันเป็นทำนองเร่งเร้า พร้อมนางรำร่างอรชรย่างกรายเข้ามากลางวงรื่นเริง ผ้าแพรบางแถบเล็กโอบทรวงสวย เผยหน้าท้องราบเรียบไปจนถึงกระโปรงผ้าแพรเยื่อไม้บางเบายาวกรอมเท้าเปล่าเปลือย พลิ้วไหวตามจังหวะการวาดไปบนพื้นทราย เสียงกระดิ่งที่ข้อเท้าดังตามจังหวะยักย้าย เช่นเดียวกับกำไลข้อมือวงเล็กนับสิบที่กระทบกันทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ใบหน้าหล่อนปกปิดด้วยผ้าแพรบางเบา เผยให้เห็นเพียงดวงตาคมสวยสีอ่อน ที่สะท้อนเปลวไฟจากคบซึ่งประดับไว้ทั่วบริเวณ ลีลาการเต้นรำที่เร่งเร้า เร่าร้อน ยั่วยวนและเชิญชวน สะกดสายตาทุกคู่ให้เพ่งมองมาที่ตัวหล่อน

ฮาซัน บิน ญาบิร อัล บุสตานีย์สวมกัลบียะสีขาว เสื้อคลุมสีดำขลิบทอง โพกผ้าโกตราสีขาวคาดทับด้วยอะกาลที่ทำจากหนังขวั้นเป็นเกลียว ซึ่งเป็นเจ้าบ่าวในวันนี้มองนางระบำที่กำลังร่ายรำอย่างแปลกใจ ก่อนหันไปมองเพื่อนหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เขายิ้มแล้วบอกโดยไม่ต้องถาม

“พวกนางผ่านมา จะไปเต้นรำในเมือง ข้าเลยว่าจ้างมาเต้นรำในงานของเจ้าคนหนึ่ง ถือว่าเป็นของขวัญจากข้านะฮาซัน”

“เพื่อข้าจริงหรือ”

ฮาซันยิ้มอย่างรู้เท่าทัน การีมเพื่อนหนุ่มที่ยังครองตัวเป็นโสด ชอบนักหนากับนางระบำและผู้หญิงขายบริการในทะเลทราย เขาบอกว่ามันไม่เป็นการผูกมัด ปลดเปลื้องแล้วสบายตัวสบายใจ แค่โยนเศษเงินให้พวกนาง และพวกผู้หญิงเร่ร่อนที่ยึดอาชีพแบบนี้ก็มักแวะเวียนมาใกล้หมู่กระโจมของพวกเขาเสมอ นางระบำคนนี้ก็เช่นกันคงเป็นพวกขายตัวแลกเงิน หลังเต้นรำจบก็คงไปนอนกับผู้ชายสักคนที่เสนอเงินให้ และคืนนี้การีมก็คงจับจองเจ้าหล่อนไว้แล้ว

“ข้าไปก่อนดีกว่า ป่านนี้อีซาคงรอแล้ว” ฮาซันกล่าวอ้างถึงเจ้าสาวแสนสวย ที่รอเขาอยู่ในกระโจม

“ขอให้มีความสุขนะ เพื่อน” การีมโบกมือให้ แล้วหันกลับไปสนใจร่างอ้อนแอ้นของสาวงามที่กำลังสะกดทุกสายตาอยู่กลางผืนทราย คืนนี้หลังนางเต้นรำตามว่าจ้างเสร็จ เขาจะเสนอให้นางมานอนด้วย ซึ่งไม่แปลกอะไรกับการที่ผู้หญิงในทะเลทรายที่ห่างไกลความเจริญจะขายตัวเพื่อการดำรงชีพ

ฮาซันมุดเข้าไปในกระโจมของตนเอง โคมไฟทองเหลืองยังเปิดสว่าง เจ้าสาวคนงามนั่งอยู่บนพรมทอมือผืนหนาที่ปูผ้าขาวไว้เรียบร้อย

อีซาในชุดติดกันยาวกรอมเท้าที่ตัดเย็บด้วยผ้าสาลูสีขาว ปักลายดอกไม้สีแดงทั้งชุด คาดเอวด้วยผ้าแพรสีน้ำเงินสด สวมทับด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีแดง ผ้าคลุมหน้าที่รอเจ้าบ่าวมาเปิดออกเป็นแพรเนื้อบางสีแดงประดับริมด้วยเหรียญเงินแวววาว

ชายหนุ่มตรงไปยังที่เจ้าสาวนั่ง ย่อตัวลงนั่งข้างๆ เปิดผ้าคลุมหน้าเธอออกอย่างเบามือ ดวงตาสีดำมีแววสะเทิ้นอาย ยามใบหน้าถูกเปิดเปลือยด้วยมือของเจ้าบ่าวที่หล่อนรัก

“เมียข้า รอข้านานหรือไม่”

ไม่มีคำตอบสำหรับคำถามของฮาซัน เขาเห็นแต่พวงแก้มที่ผัดมาจนนวลแดงขึ้น ฮาซันไม่อาจรอต่อไปได้ วันนี้คือวันแต่งงานของเขา และช่วงเวลาคือเวลาที่วิเศษสุดของงานวิวาห์ จริงอยู่ช่วงที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของการแต่งงานคือช่วงประกอบพิธี ช่วงการรับพรจากผู้ใหญ่ในเผ่า แต่สำหรับบ่าวสาวแล้วช่วงเข้าหอนั้นถือว่ามีค่าที่สุดต้องรีบตักตวง

ตะเกียงทองเหลืองถูกดับ ความมืดเข้ามาครอบครองพื้นที่ในกระโจม เสียงเครื่องประดับของเจ้าสาวกระทบกันดังประสานกับเสียงดนตรีด้านนอก ยามเจ้าบ่าวพยายามถอดออกจากเรือนร่างของนาง เช่นเดียวเสื้อผ้าของทั้งสองคน

เจ้าสาวชาวทะเลทรายโดยเฉพาะเผ่าบุสตานีย์นั้น ต้องพยายามขัดขืนเพื่อรักษาพรหมจารีไว้สุดชีวิต ถึงกับลงมือปัดป้องทุบตีเจ้าบ่าว ที่พยายามยื้อยุดจนชุดฉีกขาด ยิ่งส่งเสียงดังออกไปด้านนอกมากเท่าใดยิ่งทำให้เจ้าบ่าวภูมิใจ และผู้คนด้านนอกที่คอยเงี่ยหูฟังก็ชื่นชมชื่นชอบ

ไม่นานจากเสียงเครื่องประดับ เสียงฉีกเสื้อผ้าต่อสู้พอเป็นพิธี เพราะสองคนรักกันมิใช่แต่งแบบคลุมถุงชน อีซาจึงขัดขืนแต่เพียงเล็กน้อยก่อนจะโอนอ่อนและมีความสุขในการเข้าหอกับเจ้าบ่าวที่หล่อนรัก เสียงลมหายใจ และเสียงครางเบาๆ ผสานคำรักดังขึ้นในเวลาต่อมา

“ข้ารักเจ้าฮาซัน”

คำนี้เจ้าของชื่อแม้จะเคยได้ยินมาบ้างแล้ว แต่คำรักของเมียรักในตอนนี้น่าฟังและไพเราะกว่าที่เคยได้ยินมาหลายเท่านัก

“ข้ารักและภูมิใจในตัวเจ้ามาก เมียของข้า รอสักครู่เดี๋ยวข้าจะกลับมาทำให้เจ้ารักข้ายิ่งขึ้น”

เขาผละจากร่างนุ่มนิ่มของอีซา ที่ได้แต่เอียงอายอยู่ในความสลัวของกระโจม ที่แสงไฟด้านนอกแทรกผ่านเข้ามาได้น้อยเต็มที

ฮาซันพรวดพราดออกมาจากกระโจมอย่างลิงโลด พร้อมชูผ้าขาวที่เปื้อนเลือดพรหมจารีของเจ้าสาว ตามประเพณีให้เพื่อนๆ ดูอย่างภาคภูมิใจ ทว่าด้านนอกกลับเงียบสนิท ไม่มีเสียงพูดคุยเฮฮา ไม่มีการเต้นรำ ไม่มีนางระบำ ไม่มีวงเหล้าสำหรับงานเลี้ยง บนพื้นทรายเม็ดละเอียดร่างแล้วร่างเล่า นอนทอดยาวอย่างระเกะระกะ ฮาซันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่สัญชาตญาณการปกป้องทำให้เขาถอยกลับเข้าไปในกระโจม แต่เหมือนมีอะไรซัดเข้ามาใกล้ตัวเขา ผงนั้นทำให้ตาพร่า สติสัมปชัญญะเลือนราง สมองมึนงงแต่ความห่วงภรรยาไม่ได้เลือนลางไปด้วย

“อีซา! หนีไป”

อีซาที่นอนระทวยอยู่ในกระโจมรีบคว้าผ้ามาพันตัวอย่างตกใจ พร้อมพรวดพราดออกมาจากกระโจมตามคำของฮาซัน หญิงสาวตาค้างอย่างตกใจเมื่อออกมาพบว่าสามีของตนกำลังโงนเงนเหมือนคนมีสติไม่เต็มที่ หยัดยืนร่างกายไม่ตรง โดยมีคนชุดดำถือดาบยาวจำนวนหนึ่งล้อมหน้าล้อมหลัง

“ฮาซัน!”

หล่อนถลันเข้าไปหาเขา แต่ดาบโค้งแบบอาหรับเล่มหนึ่งตวัดเข้ามาขวาง โชคไม่ดีเป็นของหล่อน จะเพราะหล่อนถลาเข้าไปเร็ว หรือดาบตวัดมาช้าทำให้แทนที่จะเป็นการกันไม่ให้หล่อนเข้าไปใกล้ฮาซัน กลับปาดเข้ากลางลำตัวหล่อนเลือดสาด อีซาทรุดร่างลงกับพื้นทรายมองสามีตนเอง เขาหันมาสบตาหล่อนแต่รู้ว่าสติสัมปชัญญะของเขาไม่เต็มร้อย ร่างเขาโงนเงนจวนเจียนจะล้มลง ดวงตาหรี่ปรือ แต่หล่อนยังได้ยินเสียงของเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนสติทั้งสองจะวูบดับ

“อีซา! ”

“ฮาซัน! ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย เนเฟอร์ติตี รักนี้ชั่วนิรันดร์
8.2
เมมนอน องครักษ์ผู้ซื่อสัตย์ของฟาโรห์รามเสสจำต้องเปลี่ยนความรักที่มีต่อเจ้าหญิงเนเฟอร์ติตีให้กลายเป็นความแค้น หลังเขาถูกลอบสังหารระหว่างปฏิบัติภารกิจจนสูญเสียเหล่าทหารคนสนิท เขาปักใจเชื่อว่าเจ้าหญิงที่ตนรักสุดหัวใจมีส่วนรู้เห็นในแผนลวงครั้งนี้ แม้เนเฟอร์ติตีจะพยายามยืนยันความบริสุทธิ์ท่ามกลางหยาดน้ำตา แต่ความภักดีที่เคยมีกลับพังทลายลง เมมนอนจึงประกาศตัดขาดความสัมพันธ์ที่เคยหวานชื่นให้สิ้นสุดลงดั่งสายน้ำไนล์ที่ไม่ไหลย้อนกลับ
หน้าปกนวนิยาย Project N8
7.9
ในอนาคตอันใกล้ที่นวัตกรรมก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านการแพทย์ พลังงาน และอวกาศ มนุษย์ต่างชื่นชมความล้ำหน้าจนอาจลืมตั้งคำถามถึงผลกระทบที่ตามมา ปัญหาใหม่ที่แฝงมากับทางออก และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความเปลี่ยนแปลงนี้ Project N8 หรือชื่อที่พ้องกับจุดจบของเผ่าพันธุ์มนุษย์ กำลังท้าทายว่าโลกพร้อมรับมือกับปลายทางของความก้าวหน้าจริงหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเตือนถึงการสิ้นสุดของยุคสมัยที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในโลกความจริง
หน้าปกนวนิยาย ท่านอ๋องบัดซบ!!! «王爷! 您是昏庸人。»
8.9
จากอ๋องน้อยผู้แสนน่ารักกลับกลายเป็นคนเสเพลที่เลื่องชื่อว่าบัดซบที่สุดในแผ่นดิน ทว่าเบื้องหลังความไร้แก่นสารนี้คือความลับของพ่อมดจากต่างมิติที่ต้องดิ้นรนในโลกแห่งลมปราณ ซึ่งมองว่าเวทมนตร์เป็นเพียงพลังสวะไร้ค่า เขาจึงจำเป็นต้องแสร้งทำตัวเหลวแหลกเพื่อหลีกหนีจากภาระหน้าที่และการแย่งชิงบัลลังก์อันวุ่นวาย พลิกผันชีวิตจากยอดจอมเวทสู่การเป็นท่านอ๋องจอมลวงโลกเพื่อเอาตัวรอดในดินแดนที่ตัดสินทุกอย่างด้วยกำลังภายใน