
เงารักของนายไอศูรย์
ตอน 3
เสียงพูดคุยกันอยู่ตรงมุมห้องทำให้ขวัญฤดีหยุดเดิน เธอได้ยินประโยคที่รสรินขอจากชายหนุ่มชัดเจน
“น่าสมเพชจริงๆ ผู้หญิงไม่มียางอาย ขอนอนกับผู้ชายซึ่งๆ หน้า”
ขวัญฤดีอยากรู้ว่าไอศูรย์จะทำตามคำขอของรสรินไหมจึงเดินไปแอบอยู่ตรงมุมห้อง
“รส...”
ไอศูรย์เรียกชื่อคนรักด้วยน้ำเสียงสั่นเทา เขาเข้าใจว่าหญิงคนรักรู้สึกอย่างไร แต่จะให้ทำลายคนที่ตัวเองรัก เขาทำใจไม่ได้ รสรินควรจะเก็บความสาวไว้ให้กับคนที่จะมาเป็นคู่ชีวิตมากกว่าที่จะเป็นเขาซึ่งจะเป็นพี่เขยเธอในอีกสัปดาห์หน้า
รสรินน้ำตาปริ่มมองหน้าคนรักด้วยความร้าวรานจะขาดใจ เธอรักไอศูรย์มาก มากจนทนไม่ได้ที่จะเห็นเขาไปเป็นของคนอื่น โดยเฉพาะพี่สาวต่างมารดา
“พี่...พี่ทำลายเธอไม่ได้จริงๆ แค่นี้ พี่ก็เหมือนไอ้หน้าตัวเมีย ที่ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ นอกจากปล่อยเลยไปแบบนั้น” ไอศูรย์เจ็บร้าวหัวใจเมื่อต้องปฏิเสธแฟนสาว
“ฮืออ พี่รังเกียจรสเหรอคะ” หญิงสาวยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม เมื่อชายคนรักปฏิเสธ
“รส พี่รักเธอ”
เสียงตัดพ้อทำให้ไอศูรย์ต้องดึงร่างน้อยเข้ามากอด แล้วเขาก็จูบเธอ ซึ่งรสรินก็จูบตอบ และทั้งสองก็จูบกอดกันและกันอย่างนั้นเนิ่นนานราวกับว่ากลัวคนอื่นจะมาพรากออกจากกัน
โดยที่ทั้งคู่หารู้ไม่ว่ามีคนสามคนแอบมองอยู่คนละมุม เต็มดวงมองลูกสาวผู้เปรียบดั่งแก้วตาดวงใจอย่างเจ็บปวด เธอไม่เคยเห็นน้ำตาลูกเลยสักครั้งจนกระทั่งวันนี้
ด้านโกวิทก็ยืนมองสองหนุ่มสาวด้วยความรู้สึกแย่ รู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคนทั้งคู่ จนเกือบเผลอก้าวเข้าไปบอกล้มเลิกงานแต่ง แต่ความรู้สึกผิดและอยากชดใช้ให้กับลูกสาวคนโตกับอดีตเลวร้ายที่ผ่านมาทำให้เขาหยุดความคิดทันที
ขวัญฤดีเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทำร้ายความรักของคนทั้งคู่ จนเกือบจะคิดล้มเลิกแผนการนี้ แต่ความคิดส่วนหนึ่งบอกว่า เธอทำถูกแล้ว สองคนแม่ลูกนั่นสมควรเจ็บปวดบ้าง ที่ต้องโดนแย่งคนรักและเห็นคนที่รักเจ็บปวดใกล้ตาย จะได้รับรู้ว่ามันทรมานแค่ไหน
“ไงคะ คิดจะสวมเขาให้ฉันตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานกันเลยเหรอคะ”
เสียงปรบมือดังขึ้นพร้อมคำพูดถากถาง ทำให้ไอศูรย์และรสรินหันไปมองตามทิศทางที่มาของเสียง
“ความรักของพวกคุณนี่ท่าจะนำทางพวกคุณไปปีนต้นงิ้วแล้วลงนรกนะ” ขวัญฤดีหยุดปรบมือแล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคน
“เธอเข้ามาได้ไง ออกไป!” ไอศูรย์ทำหน้าเหี้ยม ดวงตาสีนิลถมึงทึงมองหน้าขวัญฤดี เขาอยากจะกระโจนเข้าไปจับลำคอระหงแล้วบีบให้หักเป็นสองท่อน
“พี่ขวัญ! ฮืออ”
รสรินยิ่งส่งเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเมื่อเห็นพี่สาวต่างมารดาเดินตรงเข้ามายืนตรงหน้า
“ทำไมฉันจะเข้ามาไม่ได้คะ นี่บ้านฉันนะ ตรงที่พวกคุณจะสมสู่กันเหมือนสัตว์นั่นก็เป็นสมบัติของฉัน” ขวัญฤดีพยักหน้าให้ทั้งคู่มองโซฟาตัวใหญ่ ก่อนเบะปากใส่
“ขวัญฤดี!” ไอศูรย์คำรามเหมือนเสือร้าย เขาโกรธเธอจนหน้าตาแดงก่ำ
“คะ? ว่าที่คุณสามี เรียกภรรยาทำไมคะ?” ขวัญฤดีพูดยั่วโมโหพลางเดินวนรอบตัวของพวกเขา สายตาคู่งามก็มองคนทั้งสองตั้งแต่เท้าจนถึงหัว
“เธอ!! ฉันอยากจะหักคอเธอซะเดี๋ยวนี้!!” ไอศูรย์เหลือทน เขาผละจากรสรินแล้วกระโจนเข้าไปยืนตรงหน้าขวัญฤดี
“จุ๊ๆ ไม่ทำร้ายว่าที่ภรรยานะคะ” ขวัญฤดีหน้าซีด ถึงจะกลัวคนตัวสูงมากแค่ไหน แต่เธอก็ยืนคอตั้งมองท้าทายเขา
“เธอ!!”
ไอศูรย์กางมือออกจะบีบคอระหง แต่ก็ชะงักไว้ เก็บความโกรธเกลียดไว้เมื่อได้สบตาคู่งาม
“ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมมายืนกอดน้องว่าที่ภรรยาตัวเองอยู่อย่างนี้ล่ะคะ มันไม่งามเลยนะ นี่ถ้าใครรู้ก็ต้องคิดเหมือนฉันแน่ว่า พวกคุณกำลังจะเอาเขามาสวมไว้บนหัวของฉัน”
เธอเบะปากใส่ ตาที่จ้องสบกันจนเห็นเงาของตัวเองเต้นสะท้อนอยู่ในดวงตาสีเข้มของเขานั้นทำให้ขวัญฤดีหลบงุด
“ขวัญฤดี!” คำดูถูกของหญิงสาวทำให้ไอศูรย์โกรธจนหน้าเขียวตาแดงก่ำ เขาตะคอกเสียงเหี้ยมชิดหน้าสวยจนได้สัมผัสกลิ่นลมหายใจของกันและกัน
“ว่าไงคะ ว่าที่คุณสามี”
ขวัญฤดียิ่งยั่วเมื่อเหลือบตามองน้องสาว ก่อนเขย่งปลายเท้าทำตัวให้สูง แต่ความสูงของเธอก็สูงเพียงแค่หน้าอกของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงยกแขนขึ้นกอดคอหนาฉุดให้หน้าคมคายโน้มลงมาหา
“ถอยออกไป!” ไอศูรย์ยืนนิ่ง สั่งเสียงสั่นสะท้านให้เธอเอาแขนออกจากคอ
“ทำไมต้องเสียงดังใส่กันด้วยคะ”
ขวัญฤดีใช้สายตายั่วยวนก่อนประทับริมฝีปากบนเรียวปากหยักของเขา เธออยากให้รสรินเห็นว่า ไอศูรย์ไม่ใช่ผู้ชายที่มีใจหนักแน่น แค่ถูกยั่วเท่านี้ เขาก็อ่อนเป็นขี้ผึ้งลนไฟแล้ว
“ขวัญฤดี!!”
ไอศูรย์คำรามเสียงในลำคอเมื่อได้สัมผัสความหอมหวานบนกลีบปากอิ่ม ซึ่งเขาก็คล้อยตามจูบเธออย่างเร่าร้อน
“ฮื้อ ไว้รอวันเข้าหอดีไหมคะ”
ขวัญฤดียืนแทบไม่ติดพื้น สองแขนยึดคอเสื้อเขาไว้แน่น เมื่อชายหนุ่มจูบกระชากวิญญาณ เธอครางห้ามแล้วรีบดันหน้าเขาออก ก่อนจ้องมองสบตากันในหลากหลายความหมาย
หญิงสาวหน้าแดงซ่าน รีบเดินหนีเข้าไปหาน้องสาวแล้วกระซิบเสียงสั่นๆ ชิดหน้ารสรินว่า
“เห็นหรือยังว่า เขาต้องการพี่มากกว่าเธอ”
“ฮือๆ”
รสรินร้องไห้โฮ เจ็บปวดหัวใจกับภาพที่เห็น ไหนจะเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของขวัญฤดี ช่างตอกย้ำว่าเธอเป็นผู้แพ้ทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มต้น
คุณอาจจะชอบ





