ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เจ็ดปีแห่งการหลอกลวง การกลับมาล้างแค้น

เจ็ดปีแห่งการหลอกลวง การกลับมาล้างแค้น

อลินยอมทำงานเป็นพนักงานล้างที่เกิดเหตุอาชญากรรมนานถึงเจ็ดปีเพื่อหาเงินรักษาสูกชาย แต่เธอกลับพบว่าทั้งหมดคือการทดลองทางสังคมที่ภัทรและเพื่อนสนิทร่วมมือกันจัดฉากขึ้น แม้แต่ลูกชายก็ยังถูกล้างสมองให้รังเกียจและตัดขาดจากเธอเพียงเพราะคำโกหกของคนรวยใจยักษ์ พวกเขาดูถูกว่าเธอเป็นแค่คนชั้นต่ำที่ไร้ค่า โดยไม่รู้เลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอคือทายาทตระกูลมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้ถึงเวลาที่อลินจะทิ้งคราบคนจนเพื่อกลับไปทวงคืนศักดิ์ศรีและล้างแค้นทุกคนที่เหยียบย่ำหัวใจของเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 3

อลิน POV:

ฉันปล่อยให้เขานำทางกลับเข้าไปในโรงพยาบาล ฝีเท้าของฉันเหมือนกำลังลุยผ่านซีเมนต์ ทุกย่างก้าวรู้สึกเหมือนเป็นการทรยศต่อผู้หญิงที่หนีออกจากที่นี่ด้วยความเจ็บปวดเมื่อชั่วโมงก่อน แต่ฉันต้องเห็น ฉันต้องเห็นทุกอย่างด้วยตาของตัวเอง ตอนนี้ม่านแห่งการหลอกลวงได้ถูกฉีกกระชากออกไปแล้ว

ความอบอุ่นที่ฉันเคยรู้สึกเมื่อเดินไปตามโถงทางเดินนี้ ความคาดหวังที่จะได้เห็นใบหน้าของน้องต้นกล้า มันหายไปหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวดที่ว่างเปล่าและก้องกังวาน

เมื่อเราเข้าใกล้ห้องรับรองส่วนตัว ฉันได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงหัวเราะที่สดใสและมีความสุข เป็นเสียงของน้องต้นกล้า เขากำลังหัวเราะด้วยความสุขที่ไร้กังวลซึ่งฉันไม่ได้ยินมาหลายเดือนแล้ว ความสุขที่เขาดูเหมือนจะไม่เคยมีเมื่อฉันอยู่ใกล้ๆ

ภัทรผลักประตูเปิดออก รอยยิ้มกว้างประดับอยู่บนใบหน้า “ดูสิว่าผมเจอใครเดินเตร่อยู่ที่ลานจอดรถ”

ภาพข้างในเป็นภาพที่สมบูรณ์แบบของความสุขในครอบครัว เจนกำลังนั่งอยู่บนโซฟานุ่มๆ น้องต้นกล้านั่งซบอยู่บนตักของเธอ ศีรษะของเขาเอนไปข้างหลังอย่างมีความสุขขณะที่เธอจั๊กจี้เอวเขา หนังสือนิทานที่เปิดค้างไว้วางอยู่ข้างๆ พวกเขาดูเป็นธรรมชาติมาก ราวกับเป็นแม่และลูกชายกันจริงๆ

เมื่อสายตาของน้องต้นกล้าจับจ้องมาที่ฉัน รอยยิ้มของเขาก็หายไป มันไม่ได้แค่จางหายไป แต่มันดับวูบลง เหมือนสวิตช์ไฟที่ถูกปิด ร่างกายของเขาแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของเจน

“อ้าว” เขาพึมพำ เสียงเบาแทบไม่ได้ยิน “แม่นี่เอง”

ความสุขในห้องระเหยหายไป

ในอดีต ฉันคงจะรีบวิ่งเข้าไปหาเขา อ้าแขนกว้าง รอคอยอ้อมกอดที่เขาจะให้อย่างไม่เต็มใจ ฉันคงจะคุกเข่าลง หัวใจเจ็บปวด และถามเขาว่ามีอะไรผิดปกติ ทำไมเขาถึงดูห่างเหินนัก ฉันคงจะโทษตัวเอง โทษงานของฉัน โทษความเหนื่อยล้าของฉัน

วันนี้ ฉันแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือของฉันกำแน่นอยู่ข้างลำตัว

ฉันจำได้ทุกครั้งที่ฉันกอดเขาเมื่อเขาร้องไห้ตอนกลางคืนจากสิ่งที่ฉันคิดว่าเป็นความเจ็บปวดจากอาการป่วยของเขา ฉันจะกระซิบคำสัญญาข้างหูเขา สาบานกับเขาว่าฉันจะทำงานหนักขึ้น เก็บเงินเร็วขึ้น ทำทุกอย่างเพื่อให้เขาดีขึ้น ฉันจะหาเงินมาให้ได้ แม่จะจัดการเรื่องนี้เอง

และรางวัลสำหรับความทุ่มเทนั้น สำหรับเจ็ดปีของการทำงานที่หนักหน่วงและบั่นทอนจิตใจ ไม่ใช่ความรักของเขา แต่เป็นความรังเกียจของเขา

เขากระดิกตัวออกจากตักของเจนแล้วขยับหนีฉันไปซ่อนอยู่หลังขาของเธอเล็กน้อย การเคลื่อนไหวเล็กๆ นั้นเป็นการปฏิเสธที่ลึกซึ้งจนขโมยอากาศไปจากปอดของฉัน เขารู้สึกโล่งใจที่ฉันไม่ได้เข้าไปใกล้กว่านี้

ฉันกำกระเป๋าถือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นกลาง หน้ากากของแม่ที่สงบและรักลูกเป็นสิ่งที่หนักที่สุดที่ฉันเคยสวมใส่ ฉันไม่สามารถฝืนยิ้มได้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าของฉันรู้สึกเหมือนหิน

“ต้นกล้า” ฉันพูด เสียงของฉันฟังดูแปลกและฝืน “ไม่ทักทายแม่หน่อยเหรอครับ?”

เขาแอบมองออกมาจากข้างหลังเจน ใบหน้าเล็กๆ ของเขาบึ้งตึง เขาเขย่าหัว ซบหน้าลงกับกระโปรงราคาแพงของเธอ “ไม่เอา”

เจนลูบผมเขา สีหน้าของเธอเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเห็นใจและการตำหนิอย่างอ่อนโยน “ต้นกล้า พูดจาดีๆ สิครับ คุณแม่เหนื่อยนะ ท่านทำงานหนักเพื่อหนูมาก” เธอเหลือบมองฉัน แววตาที่ฉันเคยตีความว่าเป็นมิตรภาพที่คอยสนับสนุน ตอนนี้ฉันเห็นแววแห่งชัยชนะในดวงตาของเธอ การท้าทายที่ไม่ได้พูดออกมา

“น้องแค่ขี้อายหน่อยน่ะวันนี้” เธอพูดกับฉัน เสียงของเธอหวานหยดย้อยจนน่าคลื่นไส้ “น้องค่อนข้างจะรับอะไรไม่ไหว”

ขี้อาย? ลูกชายของฉันไม่เคยขี้อายกับฉัน เขารังเกียจฉันต่างหาก ฉันเห็นมันในดวงตาของเขา

ฉันนึกย้อนไปถึงวันที่เขาถูก “วินิจฉัย” ฉันเป็นแม่ยังสาวที่หวาดกลัว และเจนก็จับมือฉันไว้ สัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ซาบซึ้งในความภักดีของเธอ ฉันถึงกับพูดติดตลกทั้งน้ำตาว่าเธอต้องเป็นแม่ทูนหัวของเขา

เธอไม่ได้เป็นแค่แม่ทูนหัวของเขา เธอได้กลายเป็นแม่ของเขาไปแล้ว เธอขโมยลูกชายของฉันไปจากฉัน ต่อหน้าต่อตาฉัน ด้วยคุกกี้และชุดเลโก้ และกลิ่นที่ไม่ได้ทำให้เขานึกถึงความตายและความเน่าเปื่อย

ทันใดนั้น เจนก็อุทานออกมา เป็นเสียงเล็กๆ ที่ดูเสแสร้ง เธอโผไปข้างหน้า ทำชามผลไม้บนโต๊ะกาแฟหล่น องุ่นและชิ้นแอปเปิ้ลกระจายเกลื่อนพื้นสีขาวสะอาด

“อุ๊ย ซุ่มซ่ามจังเลย!” เธอร้อง

ทันทีทันใด ภัทรก็เข้ามาอยู่ข้างๆ เธอ คุกเข่าลงเพื่อช่วยเธอ “เป็นอะไรรึเปล่าที่รัก?” เขาถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่เขาไม่เคยแสดงให้ฉันเห็นเลยสักครั้งเมื่อฉันกลับบ้านพร้อมกับความเจ็บปวดและบาดแผลของตัวเอง

พวกเขานั่งคุกเข่าอยู่ด้วยกัน เป็นทีมที่สมบูรณ์แบบ ช่วยกันเก็บกวาดความรกที่เธอสร้างขึ้น น้องต้นกล้าก็รีบเข้าไปช่วยด้วย เขาค่อยๆ เก็บองุ่นแต่ละลูกอย่างระมัดระวังราวกับเป็นอัญมณีล้ำค่า

ฉันยืนอยู่ข้างประตู ถูกเมินโดยสิ้นเชิง ฉันเป็นคนนอกในครอบครัวของตัวเอง เป็นวิญญาณในชีวิตที่ฉันหลั่งเลือดให้

ฉันรู้สึกถึงความแน่วแน่ที่เยียบเย็นและแข็งกระด้างก่อตัวขึ้นในอก ไม่มีอะไรเหลือสำหรับฉันที่นี่อีกแล้ว

“ฉันต้องไปแล้ว” ฉันพูด เสียงเรียบเฉย

ภัทรเงยหน้าขึ้น คิ้วของเขาขมวดด้วยความรำคาญ “อร อย่าเป็นแบบนี้สิ นั่งลงก่อน”

แต่ฉันหันหลังกลับไปแล้ว ฉันไม่สามารถหายใจในห้องนั้นได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว มันกำลังทำให้ฉันหายใจไม่ออก

---

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย กุหลาบในเปลวไฟ
9.2
สามปีกับชีวิตสมรสที่เย็นชาและถูกหักหลังโดยฮั่วเป่ยอวี๋ ทำให้เสิ่นเจียงหนานตัดสินใจหย่าขาดเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะหญิงแกร่งผู้เพียบพร้อม ทั้งด้านการออกแบบ การแพทย์ และแฮ็กเกอร์ จนกลายเป็นที่หมายปองของทุกคน เมื่ออดีตสามีคิดจะตามง้อ เธอกลับก้าวเข้าสู่พิธีวิวาห์สุดยิ่งใหญ่กับเผ๋ยเหยียนหลี่ ชายผู้ประกาศก้องผ่านสื่อทั่วโลกว่าเธอคือสมบัติล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวของเขา พร้อมคำขาดถึงใครก็ตามที่คิดจะล่วงเกินภรรยาสุดที่รักคนนี้
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์รักลิขิตสวาท
9.3
อณัศยายังคงภักดีต่อสามีผู้ไร้หัวใจอย่างทศรัสมิ์ แม้เขาจะแต่งงานกับเธอเพียงเพื่อระบายความแค้นที่ฝังรากลึกในอดีต ในสายตาเขา เธอคือลูกสาวของหญิงที่ทำลายครอบครัวเขาจนพินาศและทำให้แม่เขาต้องหนีไปต่างประเทศด้วยความตรอมใจ เมื่อทศรัสมิ์กลับมาในฐานะทายาทหมื่นล้านหลังงานศพบิดา เขาจึงสบโอกาสล้างแค้นตามคำขอความช่วยเหลือจากแม่ของเธอ ทศรัสมิ์พร้อมจะใช้พันธะสมรสนี้เป็นเครื่องมือทำลายชีวิตสองแม่ลูกให้ย่อยยับเหมือนที่เขาเคยเผชิญมา
หน้าปกนวนิยาย รักใหม่พันล้าน
8.7
เสิ่นชิงชิวทุ่มเทความรักให้ลู่จั๋วมานานถึงสามปี แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงสาวบ้านนอกและถูกทิ้งกลางงานแต่งเพื่อผู้หญิงคนอื่น เมื่อความอดทนสิ้นสุดลง เธอจึงเลือกเดินจากไปพร้อมเปิดเผยฐานะทายาทเศรษฐีผู้มั่งคั่งเพื่อรับมรดกแสนล้าน ชีวิตใหม่ที่รุ่งโรจน์ของเธอมักถูกรบกวนโดยคนเขลา ทว่าในขณะที่เธอกำลังจัดการเสี้ยนหนามเหล่านั้น คุณชายฟู่ผู้ทรงอิทธิพลกลับคอยเฝ้าดูอยู่ข้างกายพร้อมชื่นชมในความเด็ดเดี่ยวของเธออย่างออกหน้าออกตา
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรพรากพรหมจรรย์
8.3
อเล็คซานเดอร์ เชอร์ราวิน ซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซีย รู้สึกเสียหน้าอย่างหนักเมื่อถูก พิชญ์สินี พยาบาลสาวผู้แสนเย็นชาเมินเฉยต่อเสน่ห์ของเขา เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจึงวางแผนล่อลวงเธอเข้าสู่หลุมพรางเพื่อพรากพรหมจรรย์เป็นการแก้แค้น หญิงสาวผู้ไร้เดียงสาตกเป็นเหยื่อในเกมล่าโดยไม่รู้ตัว แต่ความเจ็บปวดที่แท้จริงกลับเกิดขึ้นหลังจากเธอได้มอบทั้งตัวและหัวใจให้เขาด้วยความรัก ทว่าสิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นเพียงเช็คเงินสดค่าตัวที่ทำลายหัวใจของเธอจนแหลกสลาย
หน้าปกนวนิยาย ความลับของพ่อทูนหัว (น้ำเหนือ)
8.8
น้ำเหนือ ธนาลักษณ์ นักธุรกิจวัย 32 ปี ปิดตายหัวใจหลังถูกคนรักทิ้งไปแต่งงานกับมหาเศรษฐี ความเจ็บปวดทำให้เขาเชื่อว่าเงินสำคัญกว่าความรักและเลือกใช้ความสัมพันธ์ชั่วคราวแทนการผูกมัด ในขณะที่ทานตะวัน หญิงสาววัย 20 ปีผู้ซื่อสัตย์ในรัก กลับต้องเผชิญวิกฤตชีวิตเมื่อพ่อติดการพนันอย่างหนัก แม่ของเธอจึงต้องพาเธอไปฝากฝังไว้กับคุณนายจันทร์ฉายเพื่อช่วยให้รอดพ้นจากการถูกขายให้เจ้าหนี้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกมืดที่จ้องจะเอาตัวเธอไปชดใช้หนี้แค้น
หน้าปกนวนิยาย จากเมียส้มหล่นสู่หญิงแกร่ง
8.8
ตลอดสามปีในฐานะสะใภ้ตระกูลมู่ หลินซีทุ่มเทความรักให้มู่จิ่วเซียวอย่างอดทน แม้เขาจะเมินเฉยและปล่อยให้น้องสาวทำร้ายเธอด้วยแผนการชั่วร้ายจนเธอตาสว่าง เมื่อรู้ว่าตนไร้ค่าในสายตาเขา เธอจึงทิ้งใบหย่าแล้วจากไปเพื่อเริ่มต้นใหม่ วันเวลาผ่านไปเธอกลายเป็นหญิงแกร่งผู้เจิดจรัสเคียงข้างชายคนใหม่ที่เพียบพร้อม เมื่อต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้ง จิ่วเซียวกลับพบความจริงที่น่าตกใจว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นเพียงตัวแทนของคนอื่นในใจเธอเท่านั้น เขาจึงไม่อาจปล่อยเธอไปได้ง่ายๆ