
จันทร์ซ่อนเล่ห์
ตอน 3
ไฟในโถงด้านล่างปิดลงหมดทุกดวง ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนแอบอยู่ใกล้หน้าต่างสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับไปมองตำแหน่งควบคุมแผงไฟ เงามืดที่เห็นไม่ได้สร้างความสะพรึงกลัวแต่ทำให้รู้สึกขัดใจมากกว่า
“ปิดไฟทำไมเนตร พี่ยังไม่เสร็จงาน”
“คุณหมอแน่ใจหรือคะว่างานไม่เสร็จหรือยังส่องผัวเมียทะเลาะกันไม่เสร็จคะ” กมลเนตรยิ้มจนเห็นฟันขาวกลางความมืด
“เรานะเป็นพยาบาลหรือเป็นนักสืบ พี่ละเบื่อคนรู้ทันจริงๆ”
“ไม่ต้องสืบก็รู้ค่ะ ทะเลาะกันลั่นออกบ่อย น่าเห็นใจยายยุลีที่ต้องระเห็จไปนอนบ้านเล็กมดหมอก็ไม่ให้ไปดูแล”
“แกไม่สบายหรือ”
“ค่ะ เนตรเจอน้าผึ้งที่ตลาดเมื่อเช้า น้าผึ้งบอกว่ายายเป็นไข้ตัวร้อนนอนซมมาหลายวันจะพาไปหาหมอก็ไม่ไป หาหมอมาดูที่บ้านแกก็ไม่เอา แกจะหาแต่หมอบ้านเราเท่านั้น น้าผึ้งก็ไม่กล้ามาตามเพราะเจ้าของบ้านเค้าประกาศิตไว้ห้ามคนบ้านเราไปยุ่มย่ามเด็ดขาด ขอโทษนะคะเพราะเนตรคนเดียวทำให้เดือดร้อนกันไปหมด”
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นพี่น่าจะผิดมากกว่าเพราะพี่วานให้เนตรไปที่นั่น”
“ถ้าเนตรไม่คุยกับคุณแทน เด็กบัวนั่นก็คงไม่หึงหวงจนเกิดเรื่อง ยังไงเนตรก็ผิด”
“โอเคเนตรผิดที่เกิดมาหน้าตาดี ไปนอนเถอะพี่ก็จะนอนแล้ว พรุ่งนี้กลางวันพี่จะแอบไปดูยายยุลีเสียหน่อย”
“แต่เจ้าของบ้านไม่ให้เข้า” กลมเนตรเลิกคิ้วบางๆ
“เชื่อสิ เดี๋ยวก็เก็บกระเป๋าตามผัวไป” ขาดคำของเขมกร ต่างก็หันไปทางบ้านใบบัวอีกครั้งเพราะได้ยินเจ้าหล่อนพูดโทรศัพท์เสียงดังพร้อมกับการลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมานอกบ้านแล้วปิดประตูไปพลาง
“รอด้วย จำไว้นะรอจนกว่าบัวจะไป”
“ห้ามไปก่อน ห้ามทิ้งบัวไว้ที่สนามบินนะ”
“ถ้ากลัวตกเครื่องก็ซื้อใหม่สิรอไปพร้อมบัวเข้าใจมั้ย”
“ตอบสิว่าเข้าใจ ตอบ”
“เออก็แค่นี้แหละ กำลังไปนะ”
คนที่นี่ได้ยินสิ่งที่หล่อนพูดโดยไม่ต้องแอบฟังต่างหันมายิ้มระอา เขมกรยักไหล่หัวเราะในลำคอแล้วแกล้งพูดเสียงคาดคั้นใส่กลมเนตร
“รับปากพี่สิว่าจะไปนอนแล้ว ตอบมา”
“นอนไม่ได้ค่ะ เนตรรอน้องบัวอยู่” กลมเนตรหัวเราะคิกพลางส่ายหน้า
“หือ” นายแพทย์เขมกรศัลยแพทย์ประจำโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งหนึ่งเลิกคิ้วเข้มขึ้นแทนเครื่องหมายคำถาม ลูกผู้น้องสาวหัวเราะอีกครั้งก่อนบอก
“ไม่ใช่บัวนี้ค่ะ แต่เป็นน้องบัวบก มาเอายาให้แม่”
“อะไรกัน เนตรเบิกยามาให้คนไข้อีกแล้วหรือ ทำไมคนไข้ไม่ไปตรวจตามนัดละ” คิ้วคนเป็นหมอขมวดทันที
“คือน้าชวนชมไปตรวจตามนัดแล้วค่ะ แต่มีธุระรีบกลับมาก่อนไม่ได้รอรับยา น้องบัวเลยฝากเนตรไว้”
“อ๋อ แต่มาเสียดึกเชียว”
“โนคอมเมนต์ค่ะ”
“งั้นพี่ไปนอนละนะ” เขาบอกแล้วเดินไปห้องนอนที่อยู่ใกล้ห้องรับแขกกลางบ้านซึ่งต่อเติมขึ้นมาใหม่เมื่อสมาชิกในครอบครัวต่างเติบใหญ่
เดิมทีบ้านสองชั้นหลังนี้มีสองห้องนอนใหญ่ชั้นบนเป็นของพ่อกับแม่และเขา เมื่อกรกมลน้องสาวที่อายุต่างกันสามปีโตพอจะแยกห้องนอนจากพ่อแม่ได้แล้ว พ่อก็ดัดแปลงห้องทำงานเป็นห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวอีกห้อง เขาจึงขอย้ายลงมาอยู่ห้องใหม่เองเพื่อให้น้องสาวที่ยังเล็กได้อยู่ใกล้พ่อกับแม่ที่ชั้นบน
เวลานี้น้องสาวเขาแต่งงานแยกครอบครัวไปแล้ว ห้องนอนนั้นจึงยกให้กมลเนตรหลานกำพร้าของพ่อที่มาพักอาศัย กมลเนตรมาอยู่กับครอบครัวตั้งแต่เรียนมัธยมศึกษาปีที่หกจนเรียนจบพยาบาล เวลานี้ก็ทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพในโรงพยาบาลรัฐบาลแห่งเดียวกับเขา ซึ่งพ่อกับแม่เคยทำงานจนเกษียณอายุราชการ
ทุกวันนี้ทั้งสองท่านยังเป็นหมออาสาออกตรวจรักษาคนไข้ร่วมกับหน่วยราชการที่จัดบริการประชาชนโดยไม่คิดค่ารักษาใดๆ เป็นประจำ บางคราก็ออกต่างจังหวัดทีละหลายวัน เขารู้ว่าทั้งสองหมดห่วงเรื่องลูกหลานและมีความสุขกับงานที่ตอบแทนแผ่นดินอย่างแท้จริง
นายแพทย์เขมกรอดหันไปมองหน้าบ้านหลังนั้นไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงกระชากรถให้ออกตัวแรงและเร็วจนได้ยินเสียงกมลเนตรอุทานตามหลัง
“โห แม่คุณ จะรีบไปตามผัวหรือจะรีบไปตายนะ”
เขมกรอยากตำหนิญาติผู้น้องนักว่าทำไมถึงพูดแช่งชักหักกระดูกคนเช่นนี้ แต่เมื่อคิดไปก็ไม่อยากยุ่งให้มากความ เพราะคนถูกแช่งก็ไม่ได้รับรู้รับฟังคงไม่น่ามีผลกับจิตใจมากเท่าใด จึงค่อยๆ ปิดประตูห้อง
คุณอาจจะชอบ





