
ชิงเทียน จอมยุทธหยุดยุทธภพ
ตอน 2
ณ ริมขอบหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใกล้เทือกเขาสูงใหญ่ มีป่าลึกลับโบราณที่คนในหมู่บ้านต่างเรียกขานกันว่า "ป่ามายา"
ป่าแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวลึกลับและตำนานที่ถูกเล่าขานกันมานานหลายชั่วอายุคน ว่ากันว่าภายในป่าแห่งนี้มีปีศาจโบราณที่แฝงตัวอยู่ และจะคอยทำร้ายพร้อมทั้งดูดกลืนพลังชีวิตของผู้ที่กล้าย้ำกรายเข้าใกล้เขตแดน ส่งผลให้ผู้คนในหมู่บ้านต่างหวาดกลัวและหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ป่าแห่งนี้
หลังจากชิงเทียนได้รับภารกิจสำคัญจากสำนักเฟยหลงให้เข้าไปในป่ามายาเพื่อกำราบปีศาจโบราณ ฝึกฝนการใช้พลังของตนและฟื้นฟูความสงบสุขให้กับหมู่บ้าน เขาเตรียมพร้อมด้วยอาวุธ ยุทธ์และความรู้จากตำราโบราณ ทั้งยังพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ
เมื่อเขาก้าวเท้าผ่านไม้หนามสีดำสนิทเข้าสู่ป่ามายา เขาพบว่าป่าแห่งนี้มีบรรยากาศที่หนาวเย็นและมืดมิด แม้จะเป็นเวลากลางวัน แต่แสงแดดก็แทบจะไม่สามารถส่องผ่านกิ่งไม้หนาทึบของต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้า ต้นไม้เหล่านี้มีลำต้นใหญ่โตและเปลือกไม้ที่เก่าแก่และหยาบกร้าน ใบไม้ที่หนาแน่นสร้างความรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเขาวงกต
ชิงเทียนเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงของสัตว์ป่าที่ไม่คุ้นเคยต่างส่งเสียงออกมาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศดูน่าหวาดหวั่น
ทุกย่างก้าวของเขาสัมผัสกับพื้นดินที่ปกคลุมไปด้วยพืชใบเขียวหนานุ่ม เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนกับเสียงลมที่พัดผ่านต้นไม้ สร้างความรู้สึกเหมือนมีบางสิ่งบางอย่างกำลังเฝ้ามองเขาอยู่
ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ ชิงเทียนสังเกตเห็นร่องรอยที่บ่งบอกถึงการต่อสู้ในอดีต เขาพบกระดูกสัตว์ที่กระจัดกระจายและร่องรอยของเลือดที่เก่าแก่และแห้งเหือด สิ่งเหล่านี้ย้ำเตือนเขาถึงอันตรายที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า
ไม่นานนัก ก็มาถึงบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็นใจกลางของป่ามายา บริเวณนี้มีความเงียบสงัดอย่างน่าประหลาด ต้นไม้รอบข้างดูเหมือนจะเป็นที่พำนักของพลังงานที่มืดมน ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ดังมาจากทุกทิศทาง ร่างเงาที่ดูเหมือนจะเป็นปีศาจโบราณปรากฏตัวขึ้นในสายตาของเขา
ปีศาจโบราณมีรูปร่างเป็นเงามืดที่ไม่สามารถระบุรูปแบบที่ชัดเจนได้ ดวงตาของมันเปล่งประกายแสงสีแดงที่ทำให้ชิงเทียนรู้สึกถึงพลังรุนแรงที่มีปริมาณมหาศาล
ในดวงตาประกายแดงก่ำของปีศาจเจ้าป่าได้จ้องมองเข้าไปยังนัยน์ตาสีมหาสมุทรประกายทองของชิงเทียน ก็เหมือนว่ายิ่งเพิ่มความโกรธและฝุ่นควันเงามืดขมุกขมัวที่รายล้อมอยู่รอบตัวของเขาให้หนาแน่นมากยิ่งขึ้นไปอีก
ขณะที่สายตาสองคู่ประสานกัน หัวใจของชายหนุ่มก็ยิ่งหวาดหวั่นสั่นไหวมากยิ่งขึ้น เขาพยายามกำหนดสมาธิ รวบรวมพลังยุทธ์อย่างที่เคยฝึกฝนมา แต่ทว่าในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ก็กล่าวได้ว่าเป็นเรื่องยากยิ่งที่จะทำให้รวบรวมได้สมบูรณ์
ฉับพลันทันใดนั้น เหมือนว่าปีศาจตนนี้จะจับความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ภายในก้นบึ้งหัวใจของคนตรงหน้า จึงกล่าวขึ้นด้วยเสียงเยือกเย็นน่าสยดสยองว่า
"เจ้าคิดว่าจะสามารถกำราบข้าได้หรือ?”
ชายหนุ่มพยายามรวบรวมความกล้าทำท่าทีใจดีสู้เสือ กล่าวตอบไปว่า
“ข้ากำราบเจ้าได้แน่”
เสียงของหมอกควันดำฟุ้งตอบมาอย่างทันควันว่า
“อย่างเจ้าหน่ะเหรอ กล้ายกตนเทียบข้า!” ก่อนที่ปีศาจจะกระแทกเสียงกล่าวต่อไปว่า
“ข้าคือผู้ครองป่ามายาแห่งนี้มานานนับพันปี ไม่มีผู้ใดสามารถทำลายข้าได้!”
ชายหนุ่มจ้องเขม็งเข้าไปในแววตาของปีศาจคล้ายข่มความกลัวที่มีอยู่ในใจ ก่อนกล่าวตอกกลับไปว่า
“ข้าเนี่ยละ ที่จะทำลายเจ้าเอง!”
กลุ่มควันสีดำส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยอย่างชอบอกชอบใจ เสียงเหล่านั่นดังก้องกังวานไปทั่วทั้งผืนป่า
“เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า อย่าได้หวัง!"
หลังสิ้นสุดประโยคของปีศาจเจ้าป่า ด้วยพลังความโกรธของชิงเทียนได้ปลุกให้ประกายสีทองในดวงตาของเขาให้เปล่งประกายมากยิ่งขึ้น
ไม่ทันไร มือของเขาจับกระบี่งาช้างอย่างคล่องแคล่ว เงื้อมมือฟันไปยังกลุ่มควันสีดำโดยรอบด้วยกระบวนท่าที่รวดเร็วและแม่นยำ
แต่ปีศาจเจ้าป่าโบราณที่สามารถหลีกเร้นกระบวนท่าเหล่านั้น ดุจมิได้สัมผัสแม้แต่ละอองสักเสี้ยวเดียว ทั้งยังส่งพลังรุนแรงสะท้อนกลับไปยังผู้ฟันกระบี่
เมื่อชิงเทียนเห็นเช่นนั้นจึงได้ใช้ทักษะวิชายุทธ์ ด้วยพลังที่เคยเรียนรู้มาเพื่อต่อกรกับกลุ่มก้อนพลังงานตรงหน้า คราที่เขาใกล้จะแทงกระบี่โดนตัวปีศาจแต่สถานการณ์กลับพลิกผัน
ปีศาจโบราณใช้พลังแห่งความมืดเพื่อสร้างภาพลวงตาและหลอกลวงชิงเทียน ทำให้เขาต้องต่อสู้กับความกลัวและความไม่แน่ใจในใจของตนเอง
เขารวบรวมสมาธิพร้อมร่ายคาถากำกับกระบี่ ก่อนที่จะแทงทะลุไปยังดวงตาสีแดงก่ำดุจทับทิมที่เร้นกายในเหมืองมืด แต่ทว่าหลังจากทะลุดวงตานั้นไปแล้วก็ปรากฎเพียงฝุ่นผงที่ว่างเปล่า
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด ขณะที่การต่อสู้เข้าสู่ช่วงเวลาที่เข้มข้นที่สุด ชิงเทียนนึกถึงคำสอนของปรมาจารย์เฟยหลงที่เคยสอนเขาขณะนั่งสมาธิเพื่อบำเพ็ญเพียร
"ความสงบในจิตใจเป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะอุปสรรค"
เขาหยุดคิด หยุดต่อสู้กับสิ่งที่ปีศาจลวงตา และทำสมาธิเพื่อปรับจิตใจให้สงบ ในขณะที่ปีศาจโบราณพยายามโจมตี ชิงเทียนพลิกกลับมาเป็นฝ่ายที่สามารถหลบหลีกและตอบโต้ด้วยพลังที่เพิ่มขึ้นจากความสงบในจิตใจ
ในที่สุด ชิงเทียนสามารถปล่อยพลังขั้นแรกที่ถูกเก็บกักไว้ภายในตัวของเขา ด้วยกระบวนท่า "มังกรฟ้าเหิน" ซึ่งเป็นวิชายุทธ์ที่ทรงพลัง ซึ่งพลังของกระบวนท่านี้สามารถสยบและทำลายพลังมืดของปีศาจโบราณได้
ทำให้เมื่อพลังที่เปล่งประกายเป็นแสงสีทองรูปมังกรที่ลอยเหินไปบนฟ้าก่อนที่จะทะลุลงมาปะทะกับกลุ่มไอและควันดำฟุ้งทั่วป่ามายา
ประกายสีทองเหล่านั้นได้ชำระล้างปีศาจเจ้าป่าโบราณเสียจนหมดสิ้น บัดนี้กลั่มหมอกควันสีดำที่ปกคลุมป่ามายามานานนับพันปีได้สูญสลายหายวับไปกับตา ป่ามายากลับคืนสู่ความสงบ เสียงนกร้องและลมพัดเบา ๆ กลับมาอีกครั้ง
ชิงเทียนรู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความสำเร็จที่ได้ทำภารกิจสำเร็จ เมื่อมองไปยังเบื้องหน้าก็พบกับทับทิมอัญมณีสีแดงสดสองก้อนขนาดเท่ากำปั้นลอยอยู่
เขาจึงคว้าอัญมณีทั้งสองก้อนนั้นเอามาเก็บไว้ก่อนเดินกลับออกจากป่า พร้อมกับความรู้สึกของการได้เติบโตและเรียนรู้จากการต่อสู้ครั้งนี้
เพียงไม่กี่คืนชิงเทียนก็สามารถเดินทางออกจากป่ามายาไปถึงหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลนั้น เป็นครั้งแรกที่ทำให้เขารู้สึกถึงความสุขและความสงบในใจ ได้ตระหนักว่าความกล้าหาญและความมุ่งมั่นสามารถทำให้โลกนี้เป็นสถานที่ที่ดีกว่าได้
การผจญภัยในป่ามายาไม่เพียงแต่ทำให้ชิงเทียนได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการฝึกฝนและการทำสมาธิ แต่ยังทำให้เขาได้ค้นพบถึงความแข็งแกร่งภายในใจของตนเอง พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ ๆ ด้วยตนเองอีกครั้ง..
คุณอาจจะชอบ





