
ตราบาปรัก...สามีชั่วคืน
ตอน 3
หลังจากสนทนาเสร็จเธอยังยืนรอเขาพูดต่อ แต่ชายหนุ่มก็หมุนตัวกลับโดยไม่พูดอะไร หญิงสาวเดินออกมาจากห้องอย่างเหงาหงอย
‘ทำไมพระพรหมไม่สงสารฉันบ้าง อดทนต่อไหวมั้ยเจนจิรา’ หญิงสาวถามตัดพ้อในใจ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
ชีวิตของเธอแวดล้อมไปด้วยคำว่าแย่งชิง มารดาของเธอพยายามที่จะให้บิดาของเธอกลับมาอยู่บ้าน แต่ฝ่ายบ้านใหญ่ก็แรงไม่แพ้กัน บ่อยครั้งที่เธอเห็นการใส่ร้ายด่าทอ หรือแม้กระทั่งตบตีเพื่อแย่งชิง
ความคิดของเธอและมารดาแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เธอพยายามถามมารดาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำไมต้องอดทนอยู่ในสภาพแบบนี้ บิดาเพียงหยิบยื่นเศษเงินของเขาให้เท่านั้น เพราะแม้แต่นามสกุลหรือคำว่าเมียหรือลูกเขาก็ไม่เคยแบ่งให้เธอเมื่ออยู่นอกบ้าน
เจนจิรายังจำได้ดีว่าเธอกับแม่ต้องย้ายบ้านหนีแม่ใหญ่ไม่รู้กี่หน ย้ายโรงเรียนไม่รู้กี่ครั้ง มันเป็นความจริงที่แสนปวดร้าวและคงไม่มีใครรับรู้ถึงความรู้สึกนี้ เธอมีพ่อแค่อยู่ในบ้าน เธอมีแม่ที่คอยแต่จะคิดวิธีเรียกร้องจากสามีเพื่อความสุขของตัวเอง แม้ตอนที่เรียนจบและเข้าไปทำงานกับพ่อในโรงแรม สำหรับคนอื่นเธอก็เป็นเพียงพนักงานทั่วไปคนหนึ่ง
แม้จะคัดค้านการเข้าไปทำงานกับบิดาแต่ก็ทำไม่สำเร็จเพราะมารดาของเธอบีบบังคับให้เธอต้องกลับไปที่นั่น ทุกคนมองเธอเหมือนกระโถนที่จะคอยโยนสิ่งเลวร้ายที่เคยทำในอดีตมาให้ ไม่เคยมีใครสนใจความรู้สึกของเธอเลยสักคน
บิดาของเธอบอกว่า ด้วยสถานะทางสังคมที่เป็นอยู่เขาไม่สามารถยอมรับเธอออกนอกหน้าได้
มารดาของเธอบอกว่า เธอต้องอยู่เพื่อเรียกร้องสิทธิ์และเป็นหนามยอกอกของคนพวกนั้นให้ถึงที่สุด
ในขณะที่บ้านใหญ่บอกเธอว่า ห้ามเผยอหัวชูคอให้คนอื่นรู้ว่าเธอเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของบิดา อยู่ที่นี่เพียงสถานะพนักงานทั่วไปเท่านั้น
แต่จู่ๆ วันหนึ่งบิดาก็เรียกเธอไปพบแบบส่วนตัวและมอบที่ดินผืนนี้ให้เธอ โดยสั่งห้ามไม่ให้บอกใครแม้กระทั่งมารดา ซึ่งตอนนั้นที่ดินผืนนี้ก็สามารถทำธุรกรรมเชิงพาณิชย์ให้คนเช่าและมีรายได้พอสมควร
‘สถานะทางสังคมที่เป็นอยู่ทำให้พ่อไม่สามารถยอมรับลูกได้ แต่ในสถานะของพ่อก็ยังต้องรับผิดชอบลูก อย่าปฏิเสธที่จะรับสิ่งนี้ มันยังน้อยนิดสำหรับการชดเชยของพ่อที่ทำกับลูก วันหนึ่งมันจะเป็นประโยชน์’ คำพูดของบิดาที่พูดกับเธอวันนั้นยังก้องอยู่ในหู จนถึงวันนี้ก็ไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้
เวลาเดียวกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาเขา หญิงสาวร่างโปร่งในชุดสูทสีเข้มเดินเข็นรถกระเป๋าเข้ามาต่อแถวที่มีผู้คนเริ่มออและส่งเสียงจอแจ มืออีกข้างจูงเด็กหญิงวัย 7 ขวบ เด็กหญิงใบหน้าจิ้มลิ้มมีเค้าโครงยุโรปและเอเชียผสมกันอย่างลงตัว
หญิงสาวหันมายิ้มให้เด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นกับการเดินทางมาเมืองไทยครั้งแรก เด็กหญิงชี้โน่นถามนี่มาตลอดทางตั้งแต่ลงเครื่อง
หญิงสาวยื่นพาสปอร์ตของตัวเองให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองซึ่งระบุชื่อ ‘นางพลอยกะรัต ปาเดลโย’ และ ‘เด็กหญิงฮานีญา ปาเดลโย’ เจ้าหน้าที่ประทับตราบนเอกสารตรวจคนเข้าเมือง ก่อนจะส่งกลับให้หญิงสาว
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านของมี้จ้ะฮันนี่”
“ฮันนี่ดีใจที่สุดที่ได้มาเมืองไทยสักที แดดดี้มัวแต่ห่วงงานเลยอดเที่ยว” เด็กหญิงบอกเสียงใส นึกถึงใบหน้าบิดาที่อยากตามมาด้วยแต่ก็ติดงาน
เด็กหญิงรีบยกมืออุดปากตัวเองทันทีเมื่อรู้ตัวว่าพูดผิด “อุ๊บ! ฮันนี่ลืมไปว่าเรามาทำภารกิจสำคัญที่แดดดี้จะรู้ไม่ได้เป็นอันขาด”
พลอยกะรัตหัวเราะออกมาเบาๆ ฮันนี่เป็นเด็กร่าเริงและช่างพูด เดิมทีพ่อของเขาไม่ยอมที่จะให้ลูกสาวห่างกาย แต่ในที่สุดก็จำยอมด้วยเหตุผลของเธอ เป็นครั้งแรกที่เธอขออนุญาตกลับมาเมืองไทยหลังจากบินไปอิตาลีเมื่อ 8 ปีก่อน
มารดาของเธอขายบ้านเก่าหลังจากที่ยื่นคำขาดให้ลูกสาวเดินทางไปอิตาลี พลอยกะรัตต้องบอกลาเมืองไทยและขาดการติดต่อกับเพื่อนที่นี่ ตลอดระยะเวลา 8 ปีเต็ม ตามคำขอของมารดา
‘เพชรพลอย’ แต่งงานกับนักธุรกิจและมีชีวิตที่สุขสบาย เพชรนิลแม่ของเธอจึงต้องการให้พลอยกะรัตมีชีวิตเหมือนอย่างพี่สาว นางวางแผนและยื่นคำขาดพร้อมกับเลือกคู่ชีวิตเอาไว้ให้ลูกสาวคนเล็ก
ทุกอย่างเหมือนภาพสวยหรูโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้ว่าหัวใจของเธอแหลกสลาย เพราะคำว่าบุพการี คำว่ากตัญญู คำมั่นสัญญา และหน้าที่ทำให้เธอต้องไปอยู่ที่นั่น
‘อัลเบร์โต้ ปาเดลโย’ จัดการเรื่องที่พักสำหรับทั้งคู่ก่อนจะเดินทาง เขายอมปล่อยเธอกลับมาเพราะคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ก่อนหน้านั้น แต่ก็ไม่สามารถวางใจถ้าหากไม่ได้จัดการความเรียบร้อยด้วยตัวของเขาเอง
ทันทีที่ก้าวออกจากสนามบินก็มีรถตู้มาคอยรับพร้อมกับ บอดี้การ์ดที่เขาเตรียมไว้ให้เธอ ใบหน้าของพลอยกะรัตแสดงความไม่พอใจออกมาทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่ชายหนุ่มจัดการให้ แต่เธอก็เก็บความไม่พอใจนั้นเอาไว้ก่อน
“อันนามาได้ยังไง ฮันนี่ดีใจที่สุดในโลกที่อันนาได้มาเที่ยวด้วย” ฮันนี่ถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นพี่เลี้ยงคนสนิทของเธอที่เมืองไทย เพราะตอนแรกเข้าใจว่าต้องมา 2 คน
“โรมันกับอัลเบิร์ตด้วยนะ”
เสียงของฮันนี่ถามเจื้อยแจ้วตลอดทางทำให้ความโมโหของหญิงสาวลดลงไปบ้าง แต่ถึงอย่างไรพลอยกะรัตก็จะต้องสะสางกับเขาให้เด็ดขาด เธอหนีความเผด็จการของมารดามาทั้งชีวิต ถึงตอนนี้นางจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่กลับมีตัวตายตัวแทนอย่างเขาเข้ามาแทนที่
รถคันหรูจอดอยู่กลางถนนนับครึ่งชั่วโมงแทบไม่ขยับ เสียงเจื้อยแจ้วเมื่อครู่เริ่มเกิดขึ้นห่างออกไปเรื่อยๆ ในที่สุดเธอก็ทนความเหนื่อยไม่ไหวปิดเปลือกตาหลับอยู่บนตักของหญิงสาว พลอยกะรัตยิ้มให้เด็กหญิงอย่างเอ็นดู ฮันนี่เป็นยอดดวงใจและเธอก็รักเด็กผู้หญิงคนนี้อย่างไม่มีข้อแม้
รถตู้แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์หลังโต ฮันนี่งัวเงียตื่นและทำตาลุกวาวอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นบ้านหลังสวยที่ใหญ่โตไม่แพ้บ้านในอิตาลี แต่พลอยกะรัตกลับถอนหายใจเฮือกอีกรอบเมื่อเห็นสิ่งที่ อัลเบร์โต้ยัดเยียดให้เธอ หญิงสาวพยายามนับ 1-10 ในใจเพื่อที่จะไม่ระเบิดออกมาตอนนี้
พนักงานที่เดินทางล่วงหน้ามาก่อนจากอิตาลีโค้งคำนับให้หญิงสาวทันทีที่เธอก้าวลงจากรถ หากเป็นอันนาพี่เลี้ยงของฮันนี่คนเดียวเธอคงไม่โกรธ แต่นี่ชายหนุ่มส่งเจ้าหน้าที่มาอารักขาเธอเกือบสิบ
“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยครับมาดาม”
“ไม่คิดว่าจะได้เจอพวกคุณที่นี่ พวกคุณมาได้ยังไงกัน”
หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ถามบอดี้การ์ดที่อัลเบร์โต้ส่งมาด้วยน้ำเสียงปกติและสุภาพ เธอให้เกียรติพวกเขาเสมอ เพราะอย่างนี้บริวารของชายหนุ่มจึงรักเธอมากกว่าภรรยาเก่าของเขา
พลอยกะรัตไม่ได้โกรธพวกเขา เพราะทั้งหมดก็แค่ทำตามคำสั่งของผู้เป็นนาย แต่เธอกำลังโกรธคนออกคำสั่ง ทั้งที่ตกลงและรับปากกับเธอเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“คุณอันนาช่วยพาฮันนี่ไปอาบน้ำและพักผ่อนหน่อยนะคะ เธอเพิ่งเคยเดินทางไกลครั้งแรกคงจะเหนื่อยและเพลียกับการเดินทางมากพอสมควร”
หลังจากที่สั่งงานพี่เลี้ยง พลอยกะรัตก็ย่อตัวลงข้างๆ หนูน้อย กดจมูกหอมแก้มทั้งสองข้างก่อนที่จะบอก “ฮันนี่ไปพักก่อนนะคะ มี้มีเรื่องจะคุยกับแดดดี้ก่อน”
“ฮันนี่ จะคุยกับแดดดี้ด้วย” สาวน้อยบอกเสียงใสขึ้นมา
พลอยกะรัตมองด้วยแววตาดุ ฮันนี่พยักหน้าหงอยๆ แม้ว่าพลอยกะรัตจะไม่เคยใช้เสียงและคำรุนแรงกับลูกสาวคนนี้ แต่เธอเพียงแค่มองด้วยสายตาเด็กน้อยก็เข้าใจความหมายของมารดาทันที
“พวกคุณไปทำหน้าที่ของตัวเองเถอะค่ะ ฉันขอเวลาส่วนตัวสักครู่” หญิงสาวบอกคนของอัลเบร์โต้ที่ยืนรอรับคำสั่งจากเธอ เมื่อเธอบอก พวกเขาก็ทำตามทันที
หลังจากฮันนี่เดินเข้าบ้านไปกับพี่เลี้ยงและทุกคนเดินออกไปตามคำสั่งของเธอ พลอยกะรัตก็รีบต่อสายโทรศัพท์กลับอิตาลีทันที
“ถึงเมืองไทยอย่างปลอดภัยใช่ไหม”
ปลายสายกรอกเสียงนุ่มถามหญิงสาวหลังจากกดรับสาย เหมือนเขากำลังนั่งรอการติดต่อกลับจากเธอ
“คุณทำอย่างนี้ทำไม” น้ำเสียงของคนถามห้วนกระด้างอย่างไม่พอใจ
พลอยกะรัตกำลังโกรธจากที่สุดในชีวิต เมื่อก่อนมีเพียงมารดาคนเดียวที่จะสามารถบงการชีวิตเธอได้ทุกอย่าง แต่หลังจากนางเสียไปเมื่อ 2 ปีก่อนเธอก็เป็นอิสระกับตัวเองมากขึ้น หากแต่ยังมีข้อผูกมัดและสัญญาที่ให้ไว้กับเขา เธอจึงไม่สามารถทำตามอย่างที่ใจตัวเองต้องการได้
คุณอาจจะชอบ



![หน้าปกนวนิยาย สามีที่ร้าย(รัก) [Blue Valentine's]](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/2baac1625001834806827229660/MBgkIsqp8QwA.webp!15491.webp)

