ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามาพร้อมกับมิติของอนาคต

ย้อนเวลามาพร้อมกับมิติของอนาคต

หนิงอวี่ นักวิทยาศาสตร์ผู้ทุ่มเทเวลาสองปีเพื่อคิดค้นการข้ามมิติ ได้พบกับกำไลหยกปริศนาที่ร่วงหล่นจากฟากฟ้า นำพาเธอเดินทางสู่ห้วงเวลาอดีตอย่างไม่คาดฝัน ทว่าการไปครั้งนี้เธอไม่ได้ไปตัวเปล่า เพราะเธอยังสามารถดึงเอาทรัพยากรล้ำสมัยจากห้องทดลองออกมาใช้ได้ตามใจนึก ไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือของใช้ต่างโลก เธอเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการใช้ขนมหวานจากอนาคตเข้าล่อใจลี่ซือ เด็กน้อยวัยห้าขวบผู้เอาแต่ใจให้ยอมเชื่อฟังด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นหัวใจและเสบียงวิเศษที่ไม่วันหมดสิ้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

ทันทีที่หนิงอวี่เดินเข้ามาในจวนแล้ว กำไลหยกในข้อมือเล็กของนางก็ส่องแสงสีขาวเปล่งประกายขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนสีไปเรื่อย ๆ เป็นหลากสี หนิงอวี่หยุดเดินในทันทีเพราะเริ่มที่จะรู้สึกปวดศีรษะขึ้นมา จึงเลือกที่จะเดินต่อไปอีกนิดเพื่อนั่งพักลงบนโขดหินในสวนด้านหน้าจวน

มือบางกุมขมับของตัวเองทันทีที่หย่อนก้นลงนั่ง ข้อมูลทั้งหมดของจวนนี้ก็เริ่มทยอยผุดขึ้นมาในหัวของหนิงอวี่เรื่อย ๆ จนกระทั่งสมองประมวณผลได้ว่าตอนนี้นั้นหนิงอวี่มาอยู่ในร่างของหนึ่งในสาวใช้สกุลจาง นามว่าหนิงอวี่ ชื่อเดียวกับตน

และเข้ามาเป็นบ่าวรับใช้ในจวนคหบดีสกุลจางได้เพียงวันเดียวจวนก็ถังแตก เพราะสกุลจางถูกสกุลหลิวที่เป็นคู่ค้าคดโกง แถมยังใส่ร้ายว่ายักยอกทรัพย์ของทางการ ซ้ำร้ายไปกว่านั้นสมาชิกของตระกูลนี้ยังมีโอกาสจะถูกขับไล่ออกจากเมืองหลวงทั้งหมดอีกด้วย

โดยจวนแห่งนี้มีสมาชิกอยู่สี่คนคือเจียวซิ่นเป็นเจ้าบ้าน เจินห่านมารดาของเจียวซิ่น ชิงเจ๋อน้องสาวของเจียวซิ่น และลี่ซือบุตรสาวของชิงเจ๋งกับสามี

ลี่ซือเป็นแม่นางน้อยอายุห้าขวบที่หนิงอวี่มีหน้าที่ต้องดูแลเลี้ยงดู ซึ่งเป็นเด็กน้อยที่มีนิสัยเอาแต่ใจเป็นอย่างมาก เพราะถูกตามใจตั้งแต่เด็ก และตอนนี้ลี่ซือก็กำลังอาละวาดสาวใช้อีกคนที่พยายามจะป้อนข้าวให้เจ้านายตัวน้อย

แต่ทว่าลี่ซือนั้นไม่ยอมกิน ดวงหน้ากลมแก้มป่องจนน่าหยิกนั่นกำลังบูดบึ้ง อารมณ์ขุ่นขวางในชนิดที่เห็นสิ่งใดก็ขวางหูขวางตาไปหมด เมื่อสาวใช้เอาตะเกียบคีบขนมจีบกุ้งจากในตะเข่งไม้อันเล็กมายื่นจ่อปากของเจ้านายน้อยด้วยมือสั่น ๆ ลี่ซือก็สะบัดหน้าหนีไปอีกทางพร้อมกับใช้มือเล็กดันแขนของสาวใช้ให้ออกห่างในทันที พร้อมกับตวาดลั่นเสียงแหลมเล็กจนคนที่ได้ยินต้องมีแสบแก้วหู

“ไม่! ข้าไม่กิน ข้าไม่หิว ข้าไม่อยากกินสิ่งใดทั้งนั้น เอาออกไปให้พ้นหน้าของข้าบัดเดี๋ยวนี้”

แต่สาวใช้ก็ยังไม่ย่อท้อ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ พยายามยื่นขนมจีบกุ้งให้คุณหนูลี่ซืออีกครั้งพร้อมกับพยายามพูดอ้อนวอน

“คุณหนูลองกินขนมจีบกุ้งดูสักคำเถอะเจ้าค่ะ ถ้าคุณหนูไม่กินจะไม่มีแรงวิ่งเล่นนะเจ้าคะ”

และผลตอบรับก็เป็นเช่นเคย แม่นางน้อยลี่ซือยังคงปฏิเสธเสียงแข็ง ยืนยันว่าจะไม่กินอยู่อย่างนั้นหลายครั้งอย่างเอาแต่ใจ สายตาดุ ๆ ของแม่นางเป็นสัญญาณเตือนของการคัดค้าน

“ข้าไม่กิน ข้าไม่กิน ข้าไม่กิน อย่างไรข้าก็ไม่กิน”

หนิงอวี่ที่ยืนแอบดูอยู่นาน ประเมินสถานการณ์ดูแล้วคิดว่าสาวรับใช้คนเดียวคงจะรับมือกับเด็กสาวตัวน้อยแสนเอาแต่ใจไม่ไหว จึงตัดสินใจเข้ามาเจรจากับเจ้าก้อนหน้าตาน่ารักด้วยตัวเอง โดยใช้วิธีการกินให้ดูและทำท่าทางแสดงออกให้ชัดเจนว่าอาหารที่ตัวเองพึ่งกินเข้าไปนั้นรสเลิศมากเพียงใด เคี้ยวตุ้ย ๆ แลดูแล้วน่าอร่อย หวังให้น้ำย่อยของอีกฝ่ายทำงาน

“อือหื้อ รสเลิศมากเลยเจ้าค่ะคุณหนู กลิ่นหอมกรุ่นคงค้างอยู่ในโพรงปากของบ่าว รสชาติล้ำลึกจนวางตะเกียบไม่ลง ลองชิมดูสักคำนะเจ้าคะ” หนิงอวี่พูดพร้อมกับใช้ตะเกียบคีบขนมจีบกุ้งชิ้นใหม่ยื่นจ่อปากของคุณหนูลี่ซืออีกครั้ง แต่ครั้งนี้คุณหนูก็ยังไม่ยอมกิน แต่ใช้มือหยิบขนมจีบกุ้งไปแล้วขว้างปาใส่หนิงอวี่กับสาวใช้อีกคน โดยหยิบขนมจีบกุ้งลูกอื่น ๆ ในเข่งติ่มซำมาขว้างปาด้วย

“ข้าบอกว่าไม่กินอย่างไรเล่า ไม่กิน ไม่กิน น่ารำคาญเสียจริง!”

เสียงเล็ก ๆ ของเด็กตัวน้อยแต่ยามไม่พอใจกลับทรงพลังยิ่งนัก สาวใช้อีกคนที่อยู่กับหนิงอวี่ต้องรีบกล่าวขอร้องให้เจ้านายตัวน้อยทุเลาอารมณ์ขุนมัวลงพร้อมกับคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นอย่างร้อนรน

“คุณหนูระงับโทสะด้วยเจ้าค่ะ พวกบ่าวก็แค่อยากให้คุณหนูได้กินอาหารที่รสชาติเป็นเลิศจะได้มีกำลัง บ่าวผิดไปแล้ว คุณหนูโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”

ส่วนหนิงอวี่ก็ยืนมองด้วยความสงสัยว่าทำไมต้องทำถึงขั้นนั้นด้วย จนกระทั่งลี่ซือยอมหยุดขว้างปาอาหาร สาวรับใช้ที่เอาศีรษะโขกพื้นสำนึกผิดก็ยืนขึ้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเดินเข้าไปหยิบชามขนมหวานมาคุกเข่าลงกับพื้นอีกครั้งแล้วยื่นชามขนมให้กับคุณหนูของตัวเอง

“ถะ ถ้าคุณหนูลี่ซือไม่อยากอาหาร ลองทานขนมดูสักชิ้นก็ได้เจ้าค่ะ”

“ไม่! เอาออกไปให้หมดเลย ข้าไม่กินสิ่งใดทั้งนั้น ข้าจะออกไปวิ่งเล่น”

หนิงอวี่ที่ยืนนิ่งมองวีรกรรมของเด็กดื้ออยู่สักพักหลังจากถูกขว้างปาอาหารใส่ จนเผลอขมวดคิ้วพลางยกมือเท้าสะโพก แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองเป็นบ่าวรับใช้อยู่ในยุคโบราณ กิริยาเช่นนี้คงจะไม่เหมาะ จึงรีบเก็บมือแล้วแอบกลอกตาขึ้นพร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเป็นทางยาวอย่างรำคาญใจ

ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงข้าง ๆ เพื่อนสาวรับใช้ที่คุกเข่าอยู่ก่อนแล้ว และขอชามขนมมาถือเอาไว้แทน ก่อนที่จะหยิบเอาขนมปั้นรูปสัตว์ขึ้นมาล่อตาล่อใจเด็กน้อย แต่ก็ยังถูกมือเล็กปัดทิ้ง

หนิงอวี่อับจนหนทางจึงลุกขึ้นไปแอบทำหน้าเบื่อหน่าย พลางนึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้สร้างห้องเก็บของสมัยใหม่อยู่ในจวนหลังนี้ด้วย ก็อยากที่จะเดินไปหยิบขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาตัวดังของชอบของเด็กมาสักถุง รับรองว่าคุณหนูลี่ซือต้องหายพยศอย่างแน่นอน

ระหว่างที่หนิงอวี่กำลังคิดถึงขนมห่อสำเร็จรูปของยุคปัจจุบันอยู่นั้น ก็รู้สึกเหมือนกับว่ากำไลหยกที่ข้อมือของตัวเองกำลังแผ่พลังงานบางอย่างออกมา ก่อนที่ในมือของหนิงอวี่ที่ไพร่หลังอยู่นั้นจะสัมผัสกับถุงพลาสติกพองโต ที่อยู่ดี ๆ ก็ผุดขึ้นมาได้อย่างไรก็มิอาจรู้ได้ หนิงอวี่จึงยกมือขึ้นมาดูปรากฏว่าในมือของนางนั้นคือถุงขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาที่นางพึ่งจะนึกถึงไปเมื่อสักครู่

‘ระหรือว่ากำไลหยกอันนี้จะเป็นกำไลหยกวิเศษที่ถูกสร้างขึ้นจากมวลสารของลูกไฟดาวตก ทำให้เกิดพลังงานที่สามารถดึงของในห้องเก็บของสมัยใหม่ออกมาได้เมื่อนึกถึงสิ่งนั้น’

หนิงอวี่ยกยิ้มขึ้นมาด้วยความพอใจที่ความมหัศจรรย์ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องเดียว สายตาบ่งบอกถึงการรอชมเรื่องสนุก ถ้าตัวนางกลับไปโลกปัจจุบันได้แล้วสัญญากับตัวเองเลยว่าจะนำเอาลูกไฟหรือกำไลหยกอันนี้ไปวิจัยให้ได้

หนิงอวี่เดินยิ้มไปหาคุณหนูลี่ซือก่อนจะหยิบมันฝรั่งทอดในถุงขนมแปลกตาที่นางนั้นแกะห่อเรียบร้อยแล้วให้กับแม่นางน้อยหนึ่งชิ้น

“คุณหนูลี่ซือ ลองทานสิ่งนี้ดูก่อนนะเจ้าคะ บ่าวได้มาจากตลาด บ่าวเห็นว่ามันแปลกตาจึงนึกถึงคุณหนู”

ลี่ซือมองถุงขนมในมือของสาวใช้หนิงอวี่ด้วยความงุนงง เพราะถุงขนมนั่นช่างแปลกตาพิกล แต่เมื่อหนิงอวี่หยิบขนมขึ้นมาจากในห่อหนึ่งชิ้นแล้วเอาเข้าปาก ก่อนจะเคี้ยวเสียงกรอบแกรบและเลียนิ้วตามหลังจากกลืนขนมลงคอด้วยความเอร็ดอร่อย ทำเอาลี่ซือลอบกลืนน้ำลงคอดังเอื๊อก! แสดงออกชัดเจนว่าอยากกินบ้าง จึงยอมยื่นมือเล็ก ๆ มาขอขนมจากสาวใช้ตรงหน้า

หนิงอวี่ยกยิ้มมุมปากที่ครั้งนี้ตะล่อมเด็กน้อยจอมเอาแต่ใจได้สำเร็จ และยอมหยิบขนมมันฝรั่งทอดในห่อส่งให้ลี่ซือหนึ่งชิ้น ลี่ซือรับเอาไปแล้วใส่เข้าปากในทันที ก่อนที่สีหน้าบึ้งตึงจะค่อย ๆ คลายออกแล้วทำตาโตในขณะที่เคี้ยวขนม เมื่อเคี้ยวเสร็จก็กลืนลงคอแล้วยื่นมือเล็ก ๆ มาเพื่อขออีกชิ้นต่อทันทีอย่างติดใจ

แต่หนิงอวี่มีแผนการอยู่แล้ว จึงชักมือเก็บเพื่อเอาถุงขนมหลบ คุณหนูลี่ซือชักสีหน้าไม่พอใจ ยู่ริมฝีปากเข้าหากัน ใบหน้าส่อเค้าความหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง ส่งเสียงจิ๊จ๊ะ พ่นลมออกจมูกดังหึ! แต่หนิงอวี่ไม่ยี่หระ ทำใจกล้าเอ่ยคำต่อรองอย่างมีเงื่อนไข

“ถ้าคุณหนูยอมกินข้าวจนหมด บ่าวจะนำเอาลูกอม รสนมให้ด้วยเจ้าค่ะ”

“ลูกอมรสนมคือสิ่งใด?”

“ขนมอย่างหนึ่งที่ทำมาจากน้ำตาลกวนกับนม ทั้งอมและเคี้ยวได้ หนุบหนับ รสชาติหวานและมีกลิ่นหอม รสชาติเป็นเลิศอย่างมากเจ้าค่ะ” หนิงอวี่บรรยายจนลี่ซือน้ำลายสอในปาก ถึงแม้ว่าจะเอาแต่ใจแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นเด็กน้อยอายุเพียงห้าขวบอยู่ดี

หนิงอวี่ในตอนแรกที่เห็นความเอาแต่ใจอย่างไร้เหตุผลของลี่ซือแล้ว ก็รู้สึกไม่ชอบใจบ้างอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้อดเอ็นดูแม่นางน้อยลี่ซือไม่ได้ ยิ่งในตอนที่เจ้ากวางน้อยใบหน้าอ้วนกลม ตาชั้นเดียว พวงแก้มปริพยักหน้าหงึก ๆ อย่างน่ารักนั้นใจก็แทบจะละลายเลยก็ว่าได้

ลี่ซือรีบผงกศีรษะขึ้นลงอย่างว่าง่าย หนิงอวี่จุดยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับเพื่อนสาวรับใช้อีกคนให้ช่วยกันป้อนอาหารคาวและหวานให้กับคุณหนูเท่าที่นางจะกินได้

ลี่ซือยอมกินข้าวไปหลายคำ และหลังจากที่ดื่มน้ำนางก็ยื่นมือเล็ก ๆ มาขอขนมจากหนิงอวี่ในทันที หนิงอวี่ก็ทำตามสัญญา นางเอามือไพล่หลังแล้วนึกถึงลูกอมรสนมในใจ ก่อนที่จะรู้สึกถึงพลังของกำไลหยกกำลังทำงาน และในมือของนางก็มีถุงลูกอมรสนมผุดขึ้นมาตามที่ใจนึกคิด

หนิงอวี่จัดการแกะซองลูกอมแล้วส่งให้กับคุณหนูลี่ซือได้ลิ้มรส เจ้าเด็กน้อยรับลูกอมจากมือของสาวใช้มาใส่เข้าปากแล้วเคี้ยวหนึบ ๆ อย่างที่หนิงอวี่ทำให้ดูก่อนหน้า ความพอใจของลี่ซือออกมาทางสีหน้า เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เห็นเขี้ยวเล็ก ๆ และรอยบุ๋มตรงข้างแก้มอย่างน่ารักจนจับใจ

บรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกที่คุณหนูลี่ซือไม่ยอมกินข้าว บัดนี้นั้นแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะคิกคัก เจ้านายตัวน้อยกับสาวใช้จำเป็นที่ในตอนนี้เพิ่มความสัมพันธ์ที่ดีงามต่อกันมากยิ่งขึ้น หนิงอวี่และลี่ซือกินขนมมันฝรั่งทอดรสแตงกวาและลูกอมรสนมด้วยกันจนหมดทั้งสองห่อ จนกระทั่งมีใครบางคนเข้ามาขัดขวางความสุขของทั้งสอง โดยการส่งเสียงเอะอะโวยวายอยู่ในสวนด้านนอกจวน คล้ายกับว่าจะเป็นเสียงของสตรีที่กำลังขาดสติ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมียสายมูพารวย! ปลูกผักก็ปัง รักก็รุ่ง
9.0
หลินเยว่เลี่ยงเดินทางข้ามมิติมาอยู่ในร่างของหญิงสาวที่โดนข่าวลืออันตรายทำลายชื่อเสียงจนครอบครัวตกอยู่ในความยากลำบาก ไม่มีทางหนีออกจากสถานการณ์ยากลำบาก เธอจึงตัดสินใจยอมแต่งงานกับชายหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้เคียงที่มีรอยแผลเป็นบนร่างกาย เมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านสามี เธอต้องเผชิญกับภาระปัญหามากมาย พ่อของสามีป่วยเรื้อรังไม่สามารถรักษาให้หายได้ แม่เลี้ยงมีอุบายเจ้าเล่ห์คอยกดดัน และยังมีพี่น้องหลายคนที่สร้างเรื่องรบกวนเธอไม่หยุด แต่หลินเยว่เลี่ยงไม่ได้มาถึงโลกนี้ด้วยมือเปล่า เธอพกพาระบบฟาร์มและพลังวิเศษที่มาจากเกมที่เธอสร้างขึ้นเอง เธอใช้พลังพิเศษปลูกผักสุดพิเศษขายสร้างรายได้ให้ครอบครัว ค่อยๆแก้ไขปัญหาทางการเงินของบ้านทีละอย่าง เธอเชื่อว่าเพียงแค่เธอและสามีคอยเคียงข้างกัน มีปัญหาอะไรก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ตามที่เธอคิด เมื่อทั้งสองคู่สมรสครองรักกันอย่างเข้มแข็ง โชคลาภก็เริ่มหลั่งไหลเข้ามาอย่างอัศจรรย์ ความเป็นอยู่ของทั้งครอบครัวค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่อาการป่วยของพ่อสามีก็ทุเลาลงจนเกือบหายดี สามีที่เคยเป็นคนหน้าเคร่งขรึม ไม่ค่อยพูดจา ก็เปลี่ยนใจกลายเป็นคนอ้อนรัก ประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาจะรักและตามใจภรรยาผู้นำโชคคนนี้ไปตลอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย แยกบ้านกับแม่สามี ข้าปลูกบ้านสะสมเสบียง อาหารเต็มคลัง
7.3
หูซุยฉิงตื่นมาพบความจริงอันโหดร้ายเมื่อลูกทั้งห้าต้องอดอยาก และญาติสามีกำลังวางแผนขายลูกสาวของเธอ หญิงสาวเด็ดขาดที่จะไม่ยอมทนเป็นเบี้ยล่างอีกต่อไป เธอประกาศแยกบ้านเพื่อปกป้องลูก สวรรค์เข้าข้างเมื่อเธอค้นพบระบบร้านค้าลับที่ช่วยให้กักตุนเสบียงได้แบบไม่อั้น เธอแอบสร้างความมั่งคั่งเงียบๆ เมื่อภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่มาเยือนและกวาดล้างหมู่บ้าน ญาติจอมละโมบต้องเผชิญความอดอยากแสนสาหัส ทว่าครอบครัวของเธอกลับนั่งกินเนื้อและข้าวอย่างสุขสบายไร้กังวล ถือเป็นการแก้แค้นที่สาสม
หน้าปกนวนิยาย แม่สามีหวังฮุบสินสอด ข้าเปลี่ยนเจ้าบ่าวทันที
8.4
หลินรุ่นรุ่นข้ามภพมาในร่างสตรีที่ตายอย่างเวทนาเพราะทุ่มเทสินสอดส่งสามีเป็นขุนนาง แต่กลับถูกทรยศ ซ้ำร้ายแม่สามียังคิดยึดสมบัติและบีบให้เธอเป็นทาส เมื่อเผชิญความอยุติธรรม เธอจึงลุกขึ้นสู้โดยมีน้องชายคอยสนับสนุน หญิงสาวประกาศตัดขาดตระกูลเนรคุณ แล้วเปลี่ยนเจ้าบ่าวไปแต่งงานกับกู้ชิงจื่อ ชายหนุ่มผู้มีอนาคตเป็นถึงแม่ทัพใหญ่ แม้อดีตครอบครัวสามีจะเย้ยหยันว่าตระกูลพ่อค้านั้นต่ำต้อย ทว่าความเย่อหยิ่งนั้นคือความโง่เขลา ท้ายที่สุดกลุ่มคนที่เคยข่มเหงเธอจะสูญเสียทุกสิ่งและร่ำไห้ด้วยความเสียดาย
หน้าปกนวนิยาย มังกรขาว
8.9
ลูเอน ดีมาส ชายผู้มีชีวิตยืนยาวนับพันปีถูกคนสนิทหักหลังจนสิ้นชีพ ทว่าเขากลับได้โอกาสย้อนเวลามา 4 เดือนก่อนถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2010 อันเป็นวันแห่งการตื่นขึ้นครั้งที่สาม หายนะครั้งนี้ทำให้มิติย่อยผสานรวมกับโลกหลัก นำพาเผ่าพันธุ์ประหลาด พลังวิเศษเหนือธรรมชาติ และหอคอยปริศนาที่เป็นต้นเหตุของสงครามแย่งชิงอำนาจ ด้วยประสบการณ์นับพันปี ลูเอนตัดสินใจใช้ความรู้ทั้งหมดเพื่อเตรียมรับมือและขัดขวางโศกนาฏกรรม เขาต้องชิงความได้เปรียบเพื่อยึดครองหอคอยและพลิกชะตากรรมของโลกให้จงได้
หน้าปกนวนิยาย อ้ายหลานสาวน้อยจอมพลัง
9.6
อ้ายหลานคือเด็กหญิงตัวเล็กผู้เกิดมาพร้อมพละกำลังมหาศาลเกินขีดจำกัดมนุษย์ แม้ร่างจะดูบอบบางแต่นางกลับยกกระสอบข้าวหนักๆ ได้ด้วยมือเดียว หรือแม้แต่หินก้อนมหึมาขนาดสิบคนโอบก็ทุ่มทิ้งได้อย่างง่ายดาย นอกจากพลังกายอันน่าทึ่งแล้ว นางยังมีสัมผัสการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยมเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลิ่นอาหารที่อยู่ห่างไกลออกไป ทั้งยังสามารถใช้จมูกแยกแยะสิ่งมีพิษออกจากของที่กินได้ปลอดภัยอย่างแม่นยำจนน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย อาเฟย
8.8
อาเฟยคือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้กลางพงหญ้าตั้งแต่เกิด แม้โชคดีมีชาวบ้านช่วยชีวิตไว้ แต่สุดท้ายเขากลับถูกขายเข้าจวนชินอ๋องด้วยราคาเพียงยี่สิบตำลึงเงิน ท่ามกลางชีวิตที่ต้องดิ้นรน อาเฟยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะเก็บเงินไถ่ถอนอิสรภาพและสร้างตัวให้แข็งแกร่ง ทว่าอุปสรรคใหญ่กลับเป็นอ๋องสี่ผู้มีร่างกายกำยำทรงพลังที่คอยขัดขวางแผนการนี้ด้วยการจับเขาหนีบรักแร้ไปมาอยู่เสมอ เรื่องราวการผจญภัยแสนขำขันและวุ่นวายจึงเริ่มต้นขึ้นในนิยายเน้นความฮาเรื่องนี้