ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

XXX III เรื่องมันเกิด...เพราะกลิ่นหอมของเธอ

เมื่อกลิ่นกายหอมละมุนของเอวา ลูกสาวเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล กลับกลายเป็นสิ่งกระตุ้นตัวตนอีกด้านของแซ้งค์ให้ตื่นขึ้น เขาจึงต้องพยายามแสดงท่าทีรังเกียจและถอยห่างจากเธอเพื่อความปลอดภัยของตัวหญิงสาวเอง ทว่าท่าทางห่างเหินที่ไร้เหตุผลนั้นกลับทำให้เอวายิ่งสงสัยและพยายามค้นหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงไม่ชอบขี้หน้าเธอ จนกระทั่งเหตุการณ์ไม่คาดฝันในคืนหนึ่งได้เปิดเผยความลับและเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาลในโลกมาเฟียที่เต็มไปด้วยอันตราย
ตอน
แชร์

ตอน 2

จนแล้วจนรอดฉันก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นอะไร ถึงได้เดินดุ่ม ๆ ออกจากลิฟต์ไป และคงไม่ใช่เพราะเหม็นกลิ่นอะไรด้วย เพราะทั้งฉันและพี่กัสต่างไม่มีใครรับรู้ถึงกลิ่นไม่พึงประสงค์เลยสักอย่าง

ฉันสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดเหล่านั้นออกไป พร้อมบอกกับตัวเองว่าให้เลิกสนใจเขาซะ

“คุณหนูกินข้าวก่อนนะครับแล้วค่อยลงไป” ร่างสูงเดินเข้ามาภายในห้องพัก พร้อมกับถาดไม้ที่มีอาหารวางอยู่บนนั้น

“ใกล้ได้เวลาแล้วเหรอคะ” ดวงตากลมโตหลุบมองนาฬิกาบนข้อมือ

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นต้องมีการซ้อมสักรอบสองรอบเพื่อสำรวจพื้นผิวแทรค* (*เส้นทางวิ่งในสนาม) ซึ่งประเภทการแข่งที่ฉันลงก็คือการแข่งดริฟต์ เป็นการแข่งที่ไม่ต้องเน้นความแรง และการไปถึงเส้นชัยเป็นอันดับแรก

เนื่องจากผลตัดสินแพ้หรือชนะขึ้นอยู่กับว่าผู้เข้าแข่งขันสามารถเข้าโค้งได้อย่างสวยงามหรือไม่ รวมถึงลูกเล่นต่าง ๆ มุมองศาไลน์เข้าโค้งและความเร็วตอนเข้าโค้ง ผู้แข่งขันจะต้องเลี้ยงความเร็วให้คงที่ พร้อมกับควบคุมไม่ให้รถหลุดออกจากโค้ง เพียงเท่านี้ก็สามารถเป็นผู้ชนะได้

ดูเหมือนจะง่าย แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนอย่างที่คิด ถ้าขาดประสบการณ์และฝึกฝนมาไม่ดีพอ หรือหากเกิดข้อผิดพลาดเพียงนิดเดียวก็อาจทำให้รถสูญเสียการทรงตัวจนเป็นเหตุทำให้พลิกคว่ำได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ควรมีก็คือสติและการฝึกฝน…

ในเรื่องประสบการณ์ส่วนตัวฉันเองก็ไม่ได้มีมากมายอะไรนัก ทุกวันนี้ยังคงต้องหาเวลาฝึกซ้อมอยู่บ่อย ๆ นับว่าโชคดีที่พอจะรู้จักคนในวงการนี้เยอะ จึงให้รุ่นพี่ช่วยสอนเทคนิคการแข่งรถประเภทต่าง ๆ ได้

“ครับ” พี่กัสตอบรับเพียงสั้น ๆ เพื่อยืนยัน

เวลาที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกาก็บ่งบอกเฉกเช่นนั้น ฉันลงมือถอดเครื่องประดับที่สวมใส่วางไว้ด้านหน้ากระจกบานใหญ่ แล้วรูดซิปชุดแข่งรถจนมิดลำคอ แน่นอนว่าชุดนี้ย่อมผลิตมาได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของนักแข่ง

ทุกอย่างบนร่างกาย ณ ตอนนี้ ล้วนเต็มไปด้วยสิ่งที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ฉันได้รับอันตรายหากเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยร้อยเปอร์เซ็นต์กระนั้นมันก็สามารถป้องกันได้ในระดับหนึ่ง

ดวงตากลมโตกวาดมองสำรวจตนเองครู่หนึ่ง แล้วจึงเดินไปทรุดกายนั่งบนเบาะโซฟาหนังตัวใหญ่ เพื่อลงมือรับประทานอาหารที่พี่กัสเอามาให้

มื้อนี้นับเป็นมื้อที่อร่อยมากเลยก็ว่าได้ อาจจะเป็นเพราะฉันกำลังอารมณ์ดี แต่หลังจากการแข่งสิ้นสุด ไม่รู้จะอารมณ์ดีได้เหมือนอย่างตอนนี้หรือเปล่า ช่างเถอะ...ถือซะว่าทำให้เต็มที่ ผลออกมายังไงก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้น

ยอมรับว่าฉันไม่ใช่คนเก่ง รางวัลที่เคยได้มาในแต่ละครั้งล้วนเกิดจากความพยายามทั้งสิ้น ฉันเป็นเพียงแค่น้องใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในวงการนี้ได้ไม่กี่ปี ก็ไม่รู้ว่าวันนี้จะเจอรุ่นใหญ่หรือเปล่า เพราะนี่ไม่ใช่การแข่งขันที่มีกติกาเข้มงวดมากนัก ดังนั้นต่อให้กระดูกคนละเบอร์มากแค่ไหนก็สามารถลงแข่งร่วมกันได้

ยกตัวอย่างเวลาไม่ชอบหน้าใครก็ท้าแข่งกันในสนามไปเลย ไม่ต้องพูดให้เปลืองน้ำลาย ทว่าฉันไม่เคยเจอใครมาท้าหรอกนะ อย่างว่า…เป็นนักแข่งสาวสุดฮอตประจำสนาม ใคร ๆ ก็เอ็นดู

“ถ้าแข่งรถเสร็จเราจะไปอยู่ที่ไหนกันคะ” ฉันเปิดปากถาม ขณะที่แก้มกำลังเคี้ยวข้าวตุ้ย ๆ เต็มปากเต็มคำ

“แล้วคุณหนูอยากไปที่ไหนล่ะครับ” พี่กัสย้อนถามกลับ

“วาให้พี่กัสช่วยคิดอยู่นะคะ”

“ผมไม่รู้ว่าจะพาคุณหนูไปที่ไหนดี”

“งั้นไปคิดมาค่ะ ไว้แข่งเสร็จวาจะมาเอาคำตอบ” บอกอย่างเอาแต่ใจ

มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพี่กัสนักหรอก เดี๋ยวเขาก็คิดออกเองนั่นแหละ…

หลังจากกินข้าวเสร็จเรียบร้อย ฉันกับพี่กัสก็ลงลิฟต์ไปยังชั้นล่าง แล้วเดินอ้อมไปทางด้านหลังเพื่อเข้าสู่เขตสนามแข่งรถ

“สวัสดีครับคุณเอวา” ผู้จัดการที่นี่อย่าง ‘คุณเจียง’ เดินตรงเข้ามาทักทายฉันทันทีที่เห็นหน้า

“สวัสดีค่ะ” รับคำพร้อมรอยยิ้มหวาน ที่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับมองตาเคลิ้ม

เราควรต้องใช้มารยาหญิงให้เป็นประโยชน์ ยิ่งเขาเป็นถึงผู้จัดการของสนามก็ยิ่งต้องสนิทสนมกันเอาไว้ เผื่อวันหน้าจะได้พึ่งพา

“คุณเอวารีบไปซ้อมหรือเปล่าครับ”

“ทำไมเหรอคะ?” หากเขาถามแบบนี้แสดงว่าต้องมีอะไร

“พอดีว่าเจ้าของสนามเขาอยากพบคุณเอวาน่ะครับ” คำตอบที่ได้รับทำให้คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากัน

ฉันพอจะรู้จักเจ้าของสนาม แต่ไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน รู้เพียงแค่ว่าอีกฝ่ายอยู่ประเทศไทย นาน ๆ ทีถึงจะบินมาที่นี่ ดังนั้นเราจึงคลาดกันอยู่บ่อย ๆ เลยไม่ได้พบกัน เหมือนพี่กัสจะเคยบอกชื่อไว้อยู่ แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้ว

“ได้ค่ะ” ฉันรับคำอย่างว่าง่าย

“คุณหนูครับ” ร่างสูงข้างกายทำท่าเหมือนจะห้ามฉันเอาไว้

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แป๊บเดียวเอง” เขาคงไม่ล่อลวงฉันไปฆ่าหรอก อีกอย่างพี่กัสก็อยู่ด้วยทั้งคนจะกลัวอะไร

ตามติดฉันจนแทบจะสิงแบบนี้ ใครมันจะกล้าเข้ามาทำอะไรฉันได้

“อย่างนั้นเชิญทางนี้เลยครับ” มือหนาผายเชื้อเชิญให้เดินไปอีกทางหนึ่ง

ซึ่งระหว่างทางต้องเดินผ่านกลุ่มผู้ชมที่เป็นผู้ชาย เสียงทักทายและเสียงให้กำลังใจตะโกนดังขึ้น ราวกับกลัวว่าฉันไม่ได้ยินอย่างไรอย่างนั้น มือบางยกขึ้นโบกมือให้พวกเขา พลางโปรยรอยยิ้มเหมือนอย่างทุกที

“กองเชียร์เยอะนะครับ” คุณเจียงเอ่ยปากแซว หลังจากพวกเราเดินพ้นตรงจุดนั้นมาแล้ว

“ธรรมดาค่ะ” ฉันบอกอย่างถ่อมตัว

“ทั้งสวยทั้งเก่งแบบนี้ใคร ๆ ก็คงอยากเป็นแฟนคลับ”

ฉันได้แต่ยิ้มรับในคำชมนั้น หางตาเหล่มองพี่กัสเล็กน้อย ซึ่งอีกฝ่ายเอาแต่ทำหน้าเฉยชาไม่รับแขก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย นับถอยหลังสู่ความเสียใจของพ่อทูนหัว
9.5
ลูนาช่วยชีวิตลูกชายผู้สืบทอดมาเฟียทรงอิทธิพลที่สุดในนิวยอร์กอย่างเลียมโดยบังเอิญ แม้คนภายนอกจะมองว่าเขาโหดเหี้ยมและไร้หัวใจในกามารมณ์ แต่เขากลับปฏิบัติกับเธออย่างอ่อนโยนถึงขั้นยอมก้มกราบและเอาใจใส่ทุกรายละเอียดในยามร่วมรักเพื่อไม่ให้เธอเจ็บปวด ทว่าเลียมกลับมีคนรับใช้ทางอารมณ์ไว้เพื่อระบายความต้องการส่วนตัว เมื่อเขาตัดสินใจให้หญิงผู้นั้นเป็นคนตั้งครรภ์ทายาทแทน ความสัมพันธ์ที่เคยลึกซึ้งระหว่างเขากับลูนาก็เริ่มสั่นคลอนและเปลี่ยนไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย ความรักก็เหมือนสัตว์ร้าย ความเกลียดก็เหมือนกรงขัง
9.7
สามีผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าของฉันปล่อยให้สิงโตที่เขารักขย้ำลูกชายจนเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แต่เขากลับเลือกปกป้องสัตว์ร้ายและชู้รักที่เป็นคนดูแลกรง แทนที่จะเสียใจให้กับความสูญเสียครั้งนี้ เมื่อความจริงปรากฏว่าโศกนาฏกรรมไม่ใช่แค่อุบัติเหตุแต่เกิดจากความละเลยเพื่อชู้รัก ความแค้นของฉันจึงปะทุขึ้น ฉันตัดสินใจกำจัดสิงโตที่เขาภูมิใจและส่งสัญญาณหาพี่ชายร่วมแก๊งมาเฟียทั้ง 108 คน เพื่อล้างแค้นด้วยเลือดให้สาสมกับที่เขาพรากแก้วตาดวงใจของฉันไป
หน้าปกนวนิยาย คืนหนึ่งกับเขา
8.2
เบลซ อาร์เดน วอน ทายาทมหาเศรษฐีและนักศึกษาแพทย์ผู้เพียบพร้อม เจ้าของฉายาเจ้าชายน้ำแข็งผู้เย็นชา เขาได้เผชิญหน้ากับ เอซ แดกซ์ตัน หัวหน้าแก๊งมาเฟียสุดอันตรายที่ช่ำชองเรื่องความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน แม้ทั้งสองจะเรียนที่เดียวกันแต่ไม่เคยโคจรมาพบกัน จนกระทั่งเบลซตัดสินใจท้าทายอำนาจมืดด้วยสายตาและคำพูดที่เต็มไปด้วยความนัย เขาหยิบยื่นข้อเสนอสุดช็อกให้เอซลองมีสัมพันธ์กับตนเพียงหนึ่งคืน ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทาน คืนเดียวนี้จะเปลี่ยนความสงสัยให้กลายเป็นความปรารถนาที่ไม่อาจลืมเลือน
หน้าปกนวนิยาย ปราบรักร้ายนายมาเฟีย | พายุ x ชะเอม
9.6
เมื่อพายุ มาเฟียหนุ่มผู้เย็นชาประกาศกร้าวอย่างไร้เยื่อใยว่าเขาไม่เคยมีใจให้ชะเอม พร้อมทั้งสั่งห้ามไม่ให้เธอเข้ามาวุ่นวายในชีวิตของเขาอีกต่อไป ทว่าฝ่ายหญิงสาวเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย เธอสวนกลับด้วยความรู้สึกที่ไม่ต่างกันว่าคนอย่างเขาก็ไม่ใช่สเปกที่เธอจะหลงรักได้เลยแม้แต่น้อย แต่เบื้องหลังท่าทีที่ดูเหมือนจะรั้นเข้าหาเขานั้น กลับซ่อนเหตุผลสำคัญบางอย่างที่บีบบังคับให้เธอต้องยอมทนใกล้ชิดกับมาเฟียร้ายคนนี้อย่างเลี่ยงไม่ได้ในเกมความสัมพันธ์ครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย คุณหนูปั่นป่วนตระกูลใหญ่
8.2
... เธอคือดวงใจของครอบครัว คือผู้สืบทอดที่ทุกคนตั้งความหวังไว้สูงสุด เธอหลงรักผิดคนถึงเจ็ดปี ยอมถอนตัวจากวงการเพื่อมู่จื่อเจว๋ ไม่สนฐานะตนและรับใช้พ่อแม่สามี ใช้ความสามารถของตัวเองสร้างบริษัทเพื่อเขา และพาตระกูลมู่ไปสู่ความมั่งคั่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมาคือการหักหลังจากเขาและเพื่อนสนิทของเธอ เธอหมดสติไปถึงสามปี ในขณะที่มู่จื่อเจว๋กระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “เซี่ยหลิง เพื่อฉัน เธอควรหลับไปตลอดกาล...” เพื่อความเร้าใจ พวกเขาทำเรื่องอย่างว่ากันในข้างเตียงของเธอถึงสามปี เพื่อแย่งชิงบริษัท พวกเขาวางแผนที่จะกำจัดเธอ แต่วันหนึ่งเธอตื่นขึ้นมา และโลกก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง! เธอตื่นขึ้นมาอย่างไม่คาดฝัน จัดการผู้ชายทรยศ ฉีกหน้าหญิงเพื่อนสนิท จัดการพ่อแม่สามีอย่างเด็ดขาด และสร้างความสะเทือนใจให้กับวงการชนชั้นสูงในเมืองหลวง พร้อมทั้งทำให้โลกทั้งใบต้องตกตะลึง บุตรสาวคนโตแห่งตระกูลเซี่ย ที่เคยโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือเธอ! เจ้าของสถิติระดับปรมาจารย์สายดำในระดับนานาชาติ ก็คือเธอ! และแม้แต่ยักษ์ใหญ่แห่งธุรกิจที่ควบคุมเศรษฐกิจใต้ดินของโลก ก็คือเธอ! เมื่อข่าวเรื่องนี้ถูกเปิดเผย วงการชนชั้นสูงในเมืองหลวงถึงกับระเบิด ตระกูลใหญ่ต่างพากันคลุ้มคลั่ง! มู่จื่อเจว๋ที่เคยเห็นเธอยอมมัดผ้ากันเปื้อนและทำอาหารให้ กลับต้องมองเธอที่ยืนเปล่งประกายบนเวทีโลกด้วยความเสียใจ เขาคุกเข่าร่ำไห้ขอการให้อภัยด้วยดวงตาแดงก่ำ “ไสหัวไป!” เธอเตะเขากระเด็นออกไปด้วยเท้าเดียว จากนั้นเธอหันกลับไปมองผู้ชายที่ยืนรอเธออย่างอดทนในท่าทางของอัศวิน เฟิงเส้าถิง เจ้าพ่ออาวุธสงครามระดับโลก ผู้ซึ่งรอคำตอบจากเธอมานานนับสิบปี เธอยิ้มบางๆ และเอ่ยว่า “ฉันรับรักของคุณแล้วค่ะ”
หน้าปกนวนิยาย มาเฟียเถื่อนเมียเด็ก
8.9
อิงฟ้าถูกลักพาตัวมาพบกับสิงห์ มาเฟียหนุ่มลายสักผู้ทรงอิทธิพลที่อ้างตัวว่าเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของครอบครัวเธอ เขาเสนอทางเลือกสุดอันตรายเพื่อล้างหนี้สินทั้งหมด โดยบีบบังคับให้หญิงสาวก้าวเข้าสู่โลกมืดในฐานะภรรยาของเขาเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนในบ้าน แม้อิงฟ้าจะพยายามขัดขืนและปฏิเสธเพียงใด แต่สิงห์กลับใช้เล่ห์เหลี่ยมและอำนาจที่มีคอยไล่ต้อนจนเธอไร้ทางหนี ท่ามกลางความตึงเครียดและสายตาคุกคามที่จ้องจะกลืนกินเธอทุกวินาทีในรังเสือแห่งนี้