
ทางผ่านจอมเถื่อน
ตอน 3
กุลธิดา สกุลรักษ์ หรือกุล วัย 22 ปี ในวันนี้ หล่อนไม่เหมือนเดิมแล้ว ไม่เหมือนเด็กสาวเมื่อหลายปีก่อนที่เขาย่ำยี ไม่ใช่เด็กแบบเมื่อก่อนแล้ว ตั้งแต่ที่พ่อของเธอจากไปพร้อมกับชดใช้หนี้ที่กาสิโนของเขาจนหมดและมีเงินเหลือติดตัวมาตั้งหลักเรียนต่อ บวกกับเธอทำงานด้วย ชีวิตที่ไม่เคยลำบากก็ต้องมาลำบาก เมื่อต้องไปเรียนและอุ้มท้องไปเรียนด้วย ยอมรับว่าอายเพื่อนๆ ในคณะ แต่ทำยังไงได้เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว เธอทำงานไปด้วย เรียนไปด้วย และอุ้มท้องด้วยในตอนนั้น ชีวิตที่ผ่านมามันไม่ง่าย แต่เธอก็เรียนจนจบ และเมื่อเสียพ่อที่เป็นครอบครัวไปแล้วก็ยังมีลูกน้อยอย่างเด็กชายคชา หรือน้องแอล ลูกชายที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตเดียวดายของเธอให้ไม่เหงา และก็ยิ่งเจ็บปวดเมื่อย้อนถึงอดีต เพราะลูกชายนั้นถอดแบบคนเป็นพ่อมาทุกอย่าง หล่อนเกลียดเขา เกลียดจนทุกวันนี้ ภาพเก่าในอดีตยังคงตามมาหลอกหลอนในฝัน และวันนี้เธอก็ไม่เคยคิดว่าจะได้กลับมาเจอช้อยอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็เล่นตลกทำให้เธอเจอเขาที่ห้างสรรพสินค้า
ทุกห้วงความเจ็บปวด ความต่ำทรามที่เขายัดเยียดให้เมื่อครั้งอดีตยามที่มาเก็บดอกเบี้ยที่บ้านของเธอ เขาทำร้ายเธอราวกับโจรป่าก็มิปาน เขาไม่ต่างจากโจรถ่อยเลยสักนิด แม้ว่าเขาจะดูดี แต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนมราคาแพง แต่มันก็ซ่อนความเลวของเขาไม่ได้อยู่ดี หลายปีมานี้เธอคิดว่าตัวเองมีดีกว่าเมื่อก่อน เพราะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง ตั้งแต่ย้ายมาอยู่คอนโดที่เหลือเป็นสมบัติสุดท้ายที่พ่อทิ้งไว้ให้ ส่วนบ้านหลังใหญ่ที่เคยอาศัยอยู่ก็ถูกกาสิโนยึดไปตั้งแต่ที่ท่านหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันเมื่อหลายปีก่อน
มือเล็กลูบแก้มเนียนของลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบสองเดือน ทุกวันนี้เธอเปิดร้านเบเกอรี่เล็กๆ ที่ใต้ตึกของคอนโด โดยมีเดฟเป็นหุ้นส่วนด้วย เดฟคือเพื่อนคนเดียวที่ยังคงอยู่เคียงข้างเธอตั้งแต่สมัยเรียน หนุ่มต่างชาติที่พ่อแม่มาทำงานที่ไทยและได้รู้จักกับเธอ กุลธิดารู้มาตลอดว่าเดฟคิดยังไงกับตนเอง แต่เธอให้เขาเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น คนดีๆ อย่างเดฟต้องเจอคนที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่มีลูกติดแบบเธอ
“กุลโอเคนะ” เสียงเข้มของหนุ่มตาน้ำข้าวเอ่ยถามเพื่อน เมื่อเห็นว่าตั้งแต่กลับมาถึงคอนโด กุลธิดาเอาแต่จ้องหน้าของลูกน้อยที่หลับสนิทอยู่บนรถเข็น
“เราโอเค ขอบคุณเดฟมากนะ”
“อือ...ไม่เป็นไร ว่าแต่วันนี้จะเข้าร้านไหม”
“วันนี้กุลขออยู่ที่ห้องนะเดฟ อีกอย่างน้องแอลยังหลับไม่ตื่นด้วย ไม่รู้ทำไมวันนี้นอนนานจัง”
เธอยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายตัวเล็กที่เป็นครอบครัวเดียวของเธอและเป็นดวงใจของเธอ หากไม่มีเจ้าตัวเล็ก เธอคงจะฆ่าตัวตายไปนานแล้ว ไม่ปากกัดตีนถีบดิ้นรนมาถึงทุกวันนี้หรอก ไม่ตั้งใจเรียนหนักๆ เพื่อมีวันนี้หรอก แม้ว่าคนอื่นจะนินทา มองเธอไม่ดียังไง เธอก็ไม่สนใจ ขอแค่เธอรอดในสังคมเลวร้ายของปัจจุบันนี้ก็พอ
“งั้นเราไปร้านเองวันนี้ ไปดูเด็กที่ร้านสักหน่อย แล้วเราจะแวะขึ้นมาหาอีกทีตอนจะกลับนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกเดฟ เราโอเค”
“อย่าคิดมากนะ เรื่องมันผ่านมานานแล้ว อีกอย่างเดฟไม่รู้หรอกว่ากุลกับเขาเป็นมายังไงกัน แต่มันก็ผ่านมาแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยให้กำลังใจเพื่อน ใช่...เธอคือเพื่อนที่เขาอยากเลื่อนสถานะไปเป็นแฟน แต่กุลธิดาไม่เคยเปิดใจให้เขาเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่เขาก็ชัดเจนมาตลอดว่าชอบหล่อน
“เดี๋ยวเราไปส่งนะ”
“ไม่ต้องหรอก น้องแอลหลับอยู่ เดี๋ยวเราอุ้มน้องแอลไปนอนในห้องให้นะ กุลจะได้ไม่ปวดหลังตอนอุ้มเด็กอ้วน”
“ขอบใจนะเดฟ” เธอยืนขึ้นแล้วเดฟก็เดินมาอุ้มลูกชายของเธอขึ้นจากรถเข็นแล้วเดินไปยังห้องนอนที่เปิดประตูทิ้งไว้รออยู่ก่อนแล้ว เดฟคือเพื่อนที่แสนดี และเดฟช่วยเหลือเธอมาตลอด ไม่ว่าลำบากแค่ไหน เดฟก็อยู่ข้างเธอมาตลอด และเธอรู้มาตลอดเช่นกันว่าอีกฝ่ายคิดยังไงกับตัวเอง แต่เธอมองเขาเป็นมากกว่าเพื่อนไม่ได้จริงๆ
“แม่จะทำยังไงดีครับน้องแอล แม่จะทำยังไงดี วันนี้แม่เจอเขา แม่ไม่อยากเจอเขาเลยลูก” เธอเคลื่อนตัวไปบนเตียงแล้วโน้มหน้าเปื้อนน้ำตาลงจุ๊บเหม่งของลูกน้อย เธอไม่อยากอ่อนแอ แต่เรื่องราวในอดีตที่พยายามจะลืมมันย้อนเข้ามาในหัวอีกครั้ง มันย้อนมาตอกย้ำเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมา
สามปีที่ผ่านมา เธอไปอยู่ที่ไหน แล้วทำไมวันนี้เขาต้องมาเจอเธอด้วย เขาลืมเธอไปแล้วด้วยซ้ำ แต่เพียงแค่ได้เห็นหน้าเธอวันนี้ ความร้อนรุ่มความสวยงามยามได้เคลื่อนไหวบนร่างของเธอมันก็หวนเข้ามาในมโนภาพอีกครั้ง ไอ้ช้อยมองไปยังผนังห้องทำงานของตัวเองแล้วคว้าหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวออกมาโทรสั่งงานลูกน้องของตัวเอง
เขาต้องรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน และยิ่งคิดถึงภาพที่หนุ่มต่างชาติเดินเคียงคู่และโอบไหล่เธอแล้วยิ่งโมโห ให้ตายสิ ก็แค่ของเหลือจากเขาแหละน่า แล้วทำไมเขาต้องไม่ชอบด้วย ผ่านมานานแล้วทำไมเขายังคิดถึงเรื่องราวในอดีตล่ะ และไม่แปลกใจเลย เพราะหลายอาทิตย์มานี้ เขามักฝันเห็นหน้าเปื้อนน้ำตาของเธอจนเขานอนไม่หลับและไม่สนุกกับเด็กในเลานจ์ที่เรียกมาให้บริการตัวเอง
“ฉันไม่ต้องสนหรอกนะว่าตอนนี้เธอจะมีใคร” ช้อยเม้มปากแน่นเมื่อสั่งลูกน้องไปสืบหาที่อยู่ของกุลธิดาว่าปัจจุบันทำอะไร อยู่ที่ไหน และอยู่กับใครตอนนี้ เพราะตั้งแต่พ่อเธอตายแล้วใช้หนี้หมดก็ไม่ได้สนใจจะสืบหาเธออีกเลย เพราะเธอก็แค่ทางผ่าน แค่ดอกเบี้ยที่เขาเก็บเบี้ยรายทางเท่านั้น
“ทำให้ฉันนอนไม่หลับมาหลายอาทิตย์แล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าการฝันถึงเธอจะสื่อถึงอะไร และวันนี้เราก็ได้เจอกันอีกครั้งเด็กน้อย ไม่สิ วันนี้เธอโตแล้ว เธอเป็นแม่คนแล้ว”
เขาพึมพำแล้วลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองไปทันที ตอนนี้เหมือนว่าเขาทำงานทุกอย่างคนเดียว เพราะนายและเพื่อนคู่หูอย่างเสริมก็ติดลูกติดภรรยา เหลือแต่เขาที่โสดตัวคนเดียว ไม่มีภรรยาให้คอยห่วงคอยคิดถึง ไม่มีลูกให้กลับไปเล่นด้วย นึกแล้วก็อิจฉาทั้งสองเหมือนกันที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์
สองวันต่อมา รูปถ่ายและที่อยู่ของกุลธิดาก็มาวางอยู่บนโต๊ะทำงานของช้อย เขาหยิบซองเอกสารที่ลูกน้องเอามาวางไว้ให้แต่เช้ามาเปิดแกะดู เขาไล่อ่านประวัติของเธอที่ผ่านมาตลอดสามปี พร้อมกับรูปถ่ายหลายอิริยาบถของเธอแล้วก็ต้องหยุดนิ่งขมวดคิ้วกับรูปของเธอกับลูกน้อยที่กำลังนั่งหยอกล้อกัน
“เด็กนี่ไม่ใช่ลูกไอ้ฝรั่งนั่นแน่นอน” เมื่อได้เห็นเด็กน้อยชัดๆ ในรูปก็รู้เลยว่าไม่ใช่ลูกของฝรั่งที่มากับเธอแน่นอน และในประวัติของเธอก็บอกว่าเธอยังโสด ยังไม่ได้แต่งงาน แล้วเด็กนี่มาได้ยังไง และเป็นลูกใครกัน และยิ่งช็อกเมื่อเหลือบตาไปเห็นรูปสมัยเด็กของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานด้วย
“โอ้...พระเจ้า!” ช้อยไม่อยากเชื่อ เด็กนั่นเหมือนเขามาก เหมือนเขาตอนเด็ก ไม่หรอก...ไม่ใช่หรอก คงไม่ใช่ลูกของเขาหรอกน่า แม้พยายามคิดแบบนั้น แต่ก็ดูรูปอื่นๆ ด้วยยิ่งชัดเจน ดวงตา รอยยิ้ม และรูปหน้าเค้าโครงของเด็กน้อยนั้นเหมือนเขามาก ถอดแบบมาไม่ผิดเพี้ยน จะผิดแต่สีผิวที่ไม่เหมือนเขา เด็กน้อยขาวเหมือนกุลธิดา
“ลูกกูเหรอวะ” เขาพึมพำกับตัวเอง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขามีลูกได้ยังไง และก็คิดย้อนไปถึงอดีต ตลอดเวลาที่ได้เสพสวาทกับกุลธิดา เขาไม่เคยป้องกัน ไม่เคยเลย และเผลอตัวปล่อยน้ำสวาทในกายหล่อนทุกครั้ง
“ให้ตายสิวะ! กูพลาดได้ยังไง เด็กนี่ลูกกูงั้นเหรอ”
เขาสบถพึมพำออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ เมื่อได้มองรูปแต่ละรูปแบบละเอียดแล้ว มองยังไงเด็กน้อยที่เขาเห็นเมื่อหลายวันก่อนในรถเข็นก็เหมือนเขาไม่มีผิด เหมือนเขาแบบย่อส่วน ถ้าวันนั้นเด็กนั้นไม่นอนหลับหรือได้มองชัดๆ เขาคงรู้ตั้งแต่วันนั้นแล้วว่าเด็กนั้นเหมือนตัวเอง
เมื่อมั่นใจแล้วว่าเด็กคือลูกของตัวเอง และใจของคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองเป็นพ่อคน มีลูกมาตลอดที่หล่อนหายไปก็เต้นตุบตับด้วยความตื่นเต้นระคนความโกรธ สันกรามแกร่งปูดโปนขึ้นด้วยความหมายมาดคาดโทษกุลธิดาแล้วกำรูปในมือแน่น ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อไปหาหล่อนตามที่อยู่ของเธอที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นร้านหรือคอนโดล้วนเป็นที่เดียวกัน
“เจอกูแน่กุล” ช้อยหมายมาดกับตัวเองแล้วคว้าหยิบกุญแจรถยนต์คันหรูพร้อมโทรศัพท์และเสื้อสูทราคาแพงของตัวเองมาใส่รีบๆ เดินตรงไปยังประตูกระชากเปิด แต่เปิดออกมาก็มาเจอกับไอ้เสริมพอดี
“มึงจะไปไหนไอ้ช้อย”
“วันนี้กูไม่เข้ามาแล้วนะ มึงดูแลทุกอย่างแทนกูด้วย” เขาพูดแค่นั้นแล้วก็เดินผ่านเพื่อนไปอย่างรีบๆ ส่วนไอ้เสริมก็มองตามเพื่อนรักที่ดูเร่งรีบผิดปกติ ปกติไอ้ช้อยไม่เคยมีธุระอะไรสำคัญไปกว่างานที่กาสิโนเลยสักครั้ง แต่วันนี้ทำไมดูเร่งรีบ
“มีอะไรสำคัญกว่ากาสิโนอีกวะ” ไอ้เสริมพึมพำมองเพื่อนพร้อมเอกสารสำคัญในมือที่จะเอามาให้เพื่อนช่วยดูช่วยตัดสินใจ เมื่อเพื่อนไม่อยู่จึงหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเอง วันนี้คงได้อยู่ที่กาสิโนทั้งคืนแล้วสินะแบบนี้ ไม่ได้กลับไปกอดลูกน้อยและอ้วนอ้วนของเขาแล้วสิแบบนี้ จึงรีบล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทด้านในออกมากดต่อสายหาสมบุญ ภรรยาสุดที่รักทันที
กุลธิดามองดูลูกน้อยที่เล่นกับเด็กในร้านแล้วยิ้มตาม วันนี้เธอเข้ามาช่วยเด็กในร้านอบขนมและช่วยขายเหมือนทุกครั้งที่ทำประจำ เธอดีใจที่คชาเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย เชื่อฟังเธอตลอด อีกไม่นานเด็กน้อยแก้วตาดวงใจก็จะได้ไปโรงเรียนแล้ว
“น้องแอลคะ มาหาแม่เร็วลูก อย่าไปกวนพี่เขาสิลูก” เมื่อเห็นว่าคชาไปดึงเสื้อของเด็กในร้านที่กำลังขายขนมให้ลูกค้าอยู่จึงกวักมือเรียก
“ก๊าบ...” ด้วยวัยที่ยังพูดไม่ทันชัดถ้อยชัดคำเท่าไหร่
“น่ารักจังเลยที่รักของแม่กุล” เธอโอบกอดหนูน้อยที่วิ่งมาหาตัวเอง
“เดฟๆๆ...” หนูน้อยเรียกชื่อของเดฟเมื่อวันนี้ตั้งแต่เช้ายังไม่เห็นเขามาที่ร้านเลย
“ลุงเดฟไปทำงานนะครับ เดี๋ยวไม่นานก็ซื้อขนมมาให้น้องแอลแล้วครับ”
“หนมๆๆ”
“ใช่ครับ น้องแอลไปนอนที่โซฟาก่อนนะครับ เดี๋ยวแม่ช่วยพี่เขาขายขนมก่อนนะคะ” เมื่อเห็นว่าร้านใกล้ปิด ลูกค้าก็หลั่งไหลกันมาซื้อ จนทำให้เด็กในร้านขายไม่ทัน เธอจึงจะไปช่วย
“ก๊าบ...” หนูน้อยตัวกลมเดินไปยังโซฟาที่ตัวเองใช้เป็นที่นั่งและนอนเป็นประจำทันทีอย่างรู้ความ
กุลธิดามองลูกชายที่ปีนขึ้นไปยังโซฟาตัวเตี้ยแล้วยิ้มตามท่าทางตลกของลูก ขาก็สั้น แขนก็สั้น ตัวก็สั้นอีก มองยังไงก็ดุ๊กดิ๊ก หล่อนอมยิ้มให้กับภาพนั้นแล้วก็เดินไปช่วยเด็กขายขนม เมื่อตอนนี้ลูกค้าต่อคิวกันยาวเลย
คุณอาจจะชอบ





