ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาเขยจอมเถื่อน

อาเขยจอมเถื่อน

พ่อเลี้ยงดรัณมหาเศรษฐีผู้มีอดีตอันขมขื่นจนกลายเป็นคนเถื่อนไร้เหตุผล ต้องโคจรมาพบกับพลับพลึงสาวน้อยผู้ยึดมั่นในความรักที่บริสุทธิ์ ทว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้กลับซับซ้อนเมื่อสถานะระหว่างน้าเขยกับหลานเมียต้องแปรเปลี่ยนเป็นสามีภรรยาอย่างไม่คาดฝัน พลับพลึงต้องเผชิญกับบททดสอบอันหนักหน่วงจากชายที่เธอเคยหลงรัก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นคนใจร้ายที่บีบบังคับให้เธอทำทุกอย่างตั้งแต่หยาดเหงื่อในไร่ไปจนถึงหน้าที่ปรนนิบัติบนเตียงเพื่อแลกกับการเยียวยาแผลใจของเขา
ตอน
แชร์

ตอน 1

หญิงสาวสวยสะคราญด้วยวัยเพียง 21 ปี มีเรือนร่างเพรียวระหงในชุดรัดกุมทะมัดทะแมงด้วยเสื้อเชิ้ตสีหวานเก็บชายสอดใต้เอวกางเกงยีนส์สีเข้มรัดรูปร่างอวบอรชร สวมรองเท้าบู๊ธครึ่งแข้งมีหมวกหนังปีกกว้างแบบหมวกคาวบอยครอบทับศีรษะทุยสวยที่ถักผมเป็นเปียเดี่ยวไม่ให้หลุดรุ่ยลงมาเกะกะใบหน้า เธอมุดช่องว่างของรั้วไม้ที่เกิดจากการผุพังบวกกับฝีมือของตนเองในวัยเด็กเข้ามาในไร่องุ่นกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่ติดกันอย่างชำนาญ

พลับพลึง โรจนศุภเกียรติ ทายาทเพียงคนเดียวของไร่รุ่งโรจน์ ซึ่งเป็นไร่องุ่นที่อยู่ติดกันกับไร่อิงฟ้าที่เธอกำลังยืนอยู่ เธอลอดรั้วเข้ามาแล้วหันไปมองไร่ของตนก่อนจะวิ่งเหยาะๆ ไปตามเส้นทางภายในไร่อิงฟ้า ร่างระหงวิ่งฝ่าเปลวแดดไปถึงบ้านไม้ซุงหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเตี้ยๆ รายล้อมไปด้วยดงดอกกุหลาบหลากสีสัน เธอหยุดเพื่อสูดความหอมของกลิ่นกุหลาบนับพันดอก กุหลาบพวกนี้จะส่งกลิ่นหอมค้างอยู่บนต้นจนร่วยโรยไปเอง มีคนงานคอยดูแลอย่างสม่ำเสมอทุกวันตามความต้องการของเจ้าของ

ดรัณ พัชรอัมรินทร์ หรือพ่อเลี้ยงดรัณ ผู้เป็นเจ้าของไร่องุ่นอิงฟ้าและยังเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งของจังหวัดลำปาง เป็นเจ้าของที่หวงแปลงกุหลาบแสนสวยแปลงนี้มาก

หญิงสาวพาตัวเองก้าวผ่านแปลงกุหลาบสุดหอมเข้าไปในบ้านไม้ซุงหลังงาม บ้านไม้ซุง 2 ชั้น ตกแต่งด้วยความทันสมัยและโปร่งสบายเหมาะสำหรับการตื่นขึ้นมาสูดโอโซนในตอนเช้าของทุกวัน พลับพลึงเห็นทุกอย่างเงียบกริบผิดปกติ ก็เดินเข้าไปในห้องครัวแล้วถามหาเจ้าของบ้านกับแม่ครัวเสียงหวาน แน่นอนว่าความน่ารักของเธอเข้าตาทุกคนทั้งชายหญิง ไม่มีคนไหนจะมองข้ามเสน่ห์อันเย้ายวนตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของเธอได้

“ป้าเบียบจ๋า”

“คุณหนูพลับ เข้ามาหาป้าถึงในครัวแบบนี้คงจะหิวสินะคะ”

ป้าเบียบ หรือระเบียบศรีของทุกคน เป็นคนหนึ่งที่หลงรักพลับพลึงหัวปักหัวปำ ป้าเบียบกอดคุณหนูพลับแล้วหอมแก้มซ้ายขวาประดุจผู้ให้กำเนิด คุณหนูพลับทายาทตระกูลดังตระกูลหนึ่งของจังหวัดนี้ไม่เคยถือเนื้อถือตัวหรือออกอาการรังเกียจคนที่ด้อยกว่า แม้ฐานะจะต่างกันราวฟ้ากับดิน คุณหนูพลับก็ยังยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน พูดจาไพเราะเสนาะหู ไม่มีการแบ่งชนชั้น

“พลับตื่นสายโด่งตะวันส่องก้นขนาดนี้ คงไม่มีอะไรเหลือให้พลับทานหรอกมั้งคะ” พลับพลึงบอกแล้วเดินไปเปิดตู้หม้อที่วางอยู่บนเตา

“มีสิคะ วันนี้มีต้มจับฉ่ายของโปรดคุณหนูด้วยนะคะ”

กลิ่นต้มจับฉ่ายหอมฉุย พลับพลึงสังเกตว่ายังไม่พร่องไปเลยสักนิดก็นิ่วหน้า

“ยังไม่มีใครทานเลยหรือคะ แหม...อย่างกับว่าจะรอให้พลับเปิดซิงก่อนอย่างงั้นแหละ” ว่าแล้วเธอก็คว้าช้อนตักน้ำต้มจับฉ่ายขึ้นมาซด “โห...ร้อน” โอดครวญเล็กน้อยเมื่อความร้อนลวกปาก

ป้าเบียบส่ายหน้ายิ้มๆ กำลังจะอ้าปากเตือนแต่ไม่ทันความเร็วปานจรวดของคนหิว

“เป็นยังไงบ้างคะ ทีหน้าทีหลังต้องเป่าให้หายร้อนก่อนนะคะ ลิ้นพองกันพอดี”

“แหะๆ นิดหน่อยค่ะ แต่อร่อยแบบนี้ทำไมยังไม่มีใครทานล่ะคะ พลับเห็นมีเต็มหม้อเลย”

“พ่อเลี้ยงออกไปไร่ตั้งแต่เช้ามืดแล้วล่ะค่ะ ป่านนี้ยังไม่กลับเข้ามาเลย สงสัยอาหารเช้าของป้าคงเป็นม่ายแล้วล่ะค่ะ”

พลับพลึงปิดฝาหม้อต้มจับฉ่าย อาหารชนิดนี้ไม่ใช่ของโปรดของเธอคนเดียว แต่ยังเป็นของโปรดปรานของ ‘อารัณ’ ด้วย ถ้าเขารู้ว่าป้าเบียบทำไว้ก็คงรีบมาทานแล้ว แต่นี่คงไม่รู้สินะ

“อารัณออกไปไร่ทำไมกันแต่เช้ามืดคะ ไม่รู้จะขยันไปถึงไหน แค่นี้ก็รวยอื้อซ่าอยู่แล้ว”

“พ่อเลี้ยงก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่คุณอิงเสียล่ะค่ะ จากคนเคยร่าเริง สรวลเสเฮฮาตลอดเวลา น่ารัก น่าคบหา กลายเป็นคนเงียบขรึม เย็นชา บางครั้งก็ใจร้ายเลยด้วย อุ้ย! เดี๋ยวป้าตักข้าวให้คุณหนูทานดีกว่าค่ะ” ป้าเบียบรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นสีหน้าของพลับพลึงเปลี่ยนไป รู้ตัวว่าพูดมากไปนิดนึงแล้วต้องเงียบปากขยับตัวไปตักข้าวใส่จานแล้วตักต้มจับฉ่ายของโปรดให้คุณหนูทาน

พลับพลึงยังคงมีรอยยิ้มให้ป้าเบียบเหมือนเดิม แต่รอยยิ้มของเธอหนนี้ไม่แจ่มใสเหมือนเก่า เธอกำลังสงสารเห็นใจดรัณ และนึกเป็นห่วงเขาสุดใจ จะทำอย่างไรอารัณของเธอจึงจะหายเศร้าโศกเสียใจสักที

เมื่ออาหารเช้าจบลงในตอนส่ายโด่ง หญิงสาวก็รวบช้อนแล้วเอ่ยขอตัวกับป้าเบียบ เธอพาตัวเองออกมายืดเส้นยืดสายด้วยการบิดตัวไปมาให้อาหารย่อย แต่เมื่อท้องตึงหนังตาก็หย่อนเลยต้องหาอะไรทำให้ตาสว่าง เธอเดินเข้าไปในห้องฟิตเนสส่วนตัวของดรัณ ในห้องนี้มีอุปกรณ์การออกกำลังกายหลากหลายชนิด ครบเท่าที่มีในฟิตเนสตามคลับหรู วันนี้เธอแต่งตัวไม่เหมาะจะขึ้นไปวิ่งบนลู่วิ่ง รองเท้าของเธออาจจะทำให้ลู่วิ่งเสียหายเพราะไม่ใช่รองเท้าผ้าใบ ตากลมสีน้ำตาลหวานจึงมองไปยังลูกบอลกลมๆ ลูกใหญ่สีฟ้าใส หรือที่เรียกว่า ‘ฟิตบอล’

เดินไปหยุดใกล้แล้วคิดถึงเจ้าของลูกบอลตัวจริง ฟิตบอลลูกนี้ไม่ใช่ของดรัณ แต่เป็นของอิงฟ้าหรืออาอิงของพลับพลึง อิงฟ้าเป็นน้องสาวคนเดียวของคุณพ่อรุ่งโรจน์แล้วก็เป็นอาสาวคนเดียวของเธอด้วย เธอคิดถึงอาอิง ป่านนี้อาอิงคงมีความสุขอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ร่างบางนั่งบนฟิตบอล ขยับไปมาให้พอเหมาะพอดีแล้วเอนตัวพาดโค้งไปกับลูกบอลนุ่มหยุ่น เธอดัดตัวเองเป็นสะพานโค้งอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ ยืดเส้นยืดสายออกเต็มที่ หมุนตัวพลิกเปลี่ยนไปมาเท่าที่จะทำได้อย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้ตัวว่าบัดนี้มีใครบางคนยืนกอดอกขบกรามแน่นมองดูอยู่

พ่อเลี้ยงดรัณในวัย 35 มองหญิงสาวร่างบางอรชรที่กำลังสนุกสนานกับลูกฟิตบอล เขาหวงและอยากไล่เธอไปให้ไกลจากฟิตบอลของอิงฟ้า ทว่า...เขากลับถอนสายตาไปจากเธอไม่ได้ ร่างอรชรอิ่มเอิบที่ทอดโค้งอยู่บนฟิตบอลเผยให้เห็นสัดส่วนความเป็นสาวแทบทุกสัดส่วน อกอวบพุ่งชันดันเสื้อเชิ้ตที่แนบตึงไปกับเรือนร่าง สะโพกงอนเบียดแนบกับความนุ่มหยุ่นของลูกบอลสีสวย และยิ่งไปกว่านั้นสายตาคมกล้าดำสนิทราวนิลเนื้อดีก็ยังจับจ้องจุดที่ดึงดูดความสนใจมากที่สุด จุดที่มีเนื้อนุ่มเบียดกันชิดนูนเด่นดันเป้ากางเกงยีนส์รัดรูปออกมาชัดเจน

คนเย็นชาและใจร้ายอย่างดรัณต้องกลืนน้ำลายลงคอบ่อยๆ จนรู้สึกว่าน้ำบ่อน้อยมีไม่พอดับความแห้งผากที่เกิดขึ้นมาฉับพลัน ลำคอของเขาแห้งผากเป็นผุยผงจนอยากหันหน้าหนีแล้วพาตัวเองไปให้พ้นจากตรงนี้ แต่เขาทำไม่ได้ ขามันก้าวไม่ออกเหมือนถูกมัดตรึงให้อยู่กับที่

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทาสสวาทเพลิงอสูร
7.9
เควิน นพกิจเกรียงไกร ชายหนุ่มผู้รักครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อน้องชายเพียงคนเดียวจบชีวิตลงอย่างน่าสลด โดยมีสาเหตุมาจากหญิงคนรักที่ทอดทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในขณะที่เพชรน้ำหนึ่ง เลิศวรเกียรติ ถูกตราหน้าว่าเป็นคนใจร้ายและเลือดเย็น ทว่าเบื้องหลังภาพลักษณ์นั้น เธอคือหญิงสาวที่ต้องดิ้นรนต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความเกลียดชังของแม่เลี้ยงและน้องสาวที่คอยกดขี่ข่มเหงเธอมาโดยตลอด ชีวิตของเธอจึงเต็มไปด้วยขวากหนามที่ไม่มีใครเคยได้รับรู้หรือสัมผัสถึงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใน
หน้าปกนวนิยาย รักอันตรายล่อลวงหัวใจผู้ชายเย็นชา
8.9
ความรักที่คีย์มอบให้มันคือความจริงใจหรือเพียงแค่คำลวงกันแน่? แม้เขาจะพร่ำบอกว่ารักและแคร์เธอมากเพียงใด แต่ความจริงที่เขายังไม่ยอมตัดขาดจากแฟนเก่ายังคงเป็นหนามยอกอกที่คอยทิ่มแทงใจเธอเสมอ ความอดทนของหญิงสาวเริ่มมอดไหม้ลงทุกทีกับการต้องสวมบทบาทคนงี่เง่าเพื่อเรียกร้องความสนใจ เธอไม่ใช่คนใจดีที่จะยอมจมปลักอยู่กับความหวังลมๆ แล้งๆ ได้ตลอดไป ถึงเวลาที่เขาต้องเลือกว่าจะรักษาเธอไว้หรือจะปล่อยให้รักครั้งนี้พังทลายลง
หน้าปกนวนิยาย เศษเสี้ยวของห้วงหัวใจ
9.4
ความเจ็บปวดจากการยึดมั่นในคำสัญญาจอมปลอมของรุจิภาส ทำให้ดรัลรัตน์ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สู้ชีวิตเพื่อลูกชายเพียงคนเดียวอย่างสิปปภาสมาตลอดห้าปี เธอทิ้งทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเขาให้เติบโตอย่างมีคุณภาพท่ามกลางสายตาคนรอบข้างที่มองว่าเธอเห็นแก่เงิน ทว่าในวันนี้เมื่ออดีตคนรักหวนกลับมาพร้อมความพยายามที่จะชดใช้ความผิดและขอโอกาสแก้ตัว ดรัลรัตน์จึงต้องเลือกว่าจะเปิดใจให้เขาเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง หรือจะทิ้งเขาไว้เพียงเศษเสี้ยวความทรงจำที่เจ็บปวดตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย กู๊ดบาย นายสุดที่รัก
9.0
หลังฟื้นจากอุบัติเหตุ เจียงหว่านฉือต้องใจสลายเมื่อสามีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกันมาสามปีกลับเมินเฉยต่อเธอ เพื่อไปดูแลหญิงอื่นในห้องข้างๆ แถมเขายังข่มขู่จะส่งเธอเข้าคุกเพื่อปกป้องผู้หญิงคนนั้น เธอจึงตัดสินใจยุติความสัมพันธ์ที่แสนอดทนนี้ด้วยการขอหย่า พร้อมเรียกค่าเสียหายก้อนโตเป็นบทเรียนสุดท้าย เจียงหว่านฉือเลือกทิ้งอดีตที่โง่เขลาเพื่อกลับไปรับช่วงต่อมรดกมหาศาลของตระกูลตนเอง และเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะทายาทเศรษฐีผู้มั่งคั่งอย่างสง่างาม
หน้าปกนวนิยาย ความเสียใจถูกกว่าฝุ่น
8.2
โจวซือหยานเป็นศัลยแพทย์นรีเวชผู้เย็นชาและไม่เคยเหลียวแลหญิงใด แม้ฉันจะอยู่เคียงข้างเขามานานถึงสิบปี แต่เขากลับเว้นระยะห่างและตักเตือนให้ฉันสำรวมตนอยู่เสมอ จนกระทั่งเขาส่งผู้ชายสิบคนมาหาฉันเพื่อเป็นการตอบโต้ที่ฉันพยายามใกล้ชิดเขา เมื่อฉันได้รับโอกาสให้สัมผัสเขาในที่สุด ฉันกลับพบความจริงอันเจ็บปวดที่วิลล่าส่วนตัว เมื่อเห็นเขาประคองหญิงสาวอีกคนด้วยความรักใคร่ที่ฉันไม่เคยได้รับ เขาดูถูกว่าฉันมีความคิดที่สกปรกและเทียบเธอไม่ได้ ฉันจึงตัดสินใจจบความสัมพันธ์นี้ลงทันที
หน้าปกนวนิยาย หลานสาวพยศรัก
8.0
เมื่อแก้วขวัญสาวน้อยวัยสิบแปดปีจำต้องย้ายจากเมืองกรุงมาอาศัยอยู่ในบ้านสวนกับไตรภพ อาบุญธรรมวัยสามสิบห้าปีผู้แสนอบอุ่นและเพียบพร้อม ความใกล้ชิดท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบเริ่มสั่นคลอนหัวใจของทั้งคู่ให้หวั่นไหวเกินกว่าความผูกพันในอดีต ทว่าความขี้กลัวของเธอกลับกลายเป็นชนวนเหตุที่ดึงดูดทั้งอันตรายและบทเรียนความรักครั้งใหญ่เข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัว บทพิสูจน์หัวใจระหว่างหนุ่มใหญ่ผู้อมยิ้มกับหลานสาวสุดสวยจึงเริ่มต้นขึ้นในบ้านสวนแห่งนี้