
พนันร้ายมาเฟียเถื่อน
ตอน 3
เสียงผู้คนยังคงดังอยู่ ไม่มีทีท่าว่านักพนันจะลุกไปไหน สายตาเหล่านั้นต่างมุ่งมั่นมองตัวเลขที่ตัวเองวางเดิมพันบนโต๊ะ ถ้าได้เลขที่ตัวเองวางเอาไว้ใบหน้าก็จะเต็มไปด้วยความดีใจ แต่ถ้าไม่ สีหน้าก็เต็มไปด้วยความผิดหวังและโมโห
มือหยาบถือแก้วบรั่นดีหมุนไปมาให้น้ำแข็งก้อนเดียวขยับกระทบแก้วไปมาอย่างครุ่นคิด บานกระจกที่มองเห็นนักพนันทั้งหมด แต่สายตาเขากำลังจับจ้องอยู่ที่ผู้ชายไทยคนหนึ่ง
“เคยเข้ามาเล่นหลายครั้งแล้วครับ แต่ก็หมดตัวทุกครั้ง ครั้งนี้ ผมสอบถามมาแล้ว ดูเหมือนชิปที่อยู่ตรงหน้าจะเป็นกองสุดท้าย”
คิ้วหนายกขึ้นเล็กน้อย หันมองคนข้างตัว มือหยาบวางแก้วลงก่อนใช้นิ้วมือลูบวนปากแก้ว “คำว่าหมดสำหรับเราไม่เคยมี”
หยางเจินผู้ช่วยมือหนึ่งได้ยินเช่นนั้นก็เข้าใจความหมาย เขารีบคำนับผู้เป็นนายตน จากนั้นก็เดินลงไปชั้นล่างพร้อมกระเป๋าชิปจำนวนมหาศาล...
หมดตัว!! นาคินบ่นกับตัวเองอย่างเสียดาย เงินที่ตัวเองเอามา ก็หมด เงินจากบัตรของมินตราก็หมดเช่นเดียวกัน แบบนี้แล้วเขาจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายค่าที่ซุกหัวนอน
เขาถอยออกมาแล้วหยุดอยู่ตรงกำแพงห้อง มองคนรอบด้านด้วยความเสียดาย ยิ่งเห็นคนอื่นได้เงินจำนวนมากเท่าไร ในใจของเขาก็ยิ่งบอกว่าเขายังไม่แพ้
ผีพนันกำลังเข้าสิงไม่ยอมออก เงินจำนวนมากยังลอยอยู่ในสมอง ระหว่างที่เขากำลังครุ่นคิดว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาอีกนั้น ก็มีกลุ่มคนชุดสูทสีดำเดินตรงมาหาเขา
หยางเจินคำนับทักอีกฝ่ายอย่างสุภาพ “คุณนาคินใช่ไหมครับ”
เขาค่อนข้างตกใจที่อีกฝ่ายรู้จักเขา สายตานั้นเต็มไปด้วยความหวาดระแวง “เนื่องจากคุณชายหวังเห็นว่าคุณเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของเรา จึงได้มอบสิ่งนี้ให้คุณครับ”
หยางเจินยกกระเป๋าสีดำขึ้นมาแล้วเปิดออก นาคินเห็นก็ตาลุกวาวกับจำนวนเงินในกระเป๋าที่คะเนแล้วมีมากกว่าหลายล้านหยวน
“นี่มัน”
“เป็นข้อเสนอจากคุณชายหวังครับ”
คิ้วนาคินขมวดเข้าหากัน หยางเจินไม่รอช้า หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาส่งให้ชายหนุ่มตรงหน้า นาคินรับมาอ่าน มันคือสัญญากู้ยืมเงิน ในใจเขากำลังสับสน ถ้าเขารับไว้ก็เท่ากับเป็นหนี้ก้อนโต แต่ถ้าเขาเอาเงินนี้ไปต่อทุน บางที... เขาอาจจะได้มากกว่าสามเท่าด้วยซ้ำ
“ถ้าคุณไม่ตกลงก็ไม่เป็นไรครับ” หยางเจินปิดกระเป๋าทันที เสียงกระเป๋าที่ปิดลงทำให้นักพนันอย่างเขารู้สึกเสียดายโอกาสตรงหน้า แต่ความระแวงของเขาก็ยังคงมีอยู่
“ผมขอแค่ก้อนเดียวก่อน” ลองดูกับโชคของตัวเองในคืนนี้ และหนี้ก็จะได้ไม่เยอะเกินไป
หยางเจินยิ้มเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดกระเป๋าหยิบเงินปึกหนึ่งส่งให้เขาเอาไปแลกชิป เมื่อเหยื่อเดินหันหลังให้เขาก็หันมองคนคุมโต๊ะพนัน สบสายตากันอย่างรู้งาน
แน่นอน ก้อนแรกเขาก็ได้รับชัยชนะ ได้เงินกลับมาถึงสามเท่า
ในใจนาคินก็คิดว่าอาจจะเป็นความโชคดีแค่ครั้งเดียว จึงเล่นต่อในตาต่อไป แต่ไม่ว่าวางไปเท่าไรเขาก็ชนะ จนสุดท้ายความโลภทำให้เขาหันไปหยิบเงินในกระเป๋าที่หยางเจินถือเอาไว้
วางกองลงไปบนโต๊ะ ในใจก็คิดว่าหากชนะตานี้ เขาจะมีเงิน นับสิบล้านหยวน เท่ากับว่าเขาจะกลายเป็นเศรษฐีในชั่วพริบตา
มินตราจะต้องชอบแน่ ๆ ในใจคิดเพียงเท่านี้
ลูกกลมหมุนไปยังวงล้อ รอบข้างตอนนี้เหมือนเงียบสนิท สายตาเขาจับจ้องมองแค่ตัวเลขที่ตัวเองพนัน สุดท้ายเมื่อลูกกลมหยุดลง หัวเข่าเขาก็ทรุดลงพื้นอย่างรวดเร็ว
หมดแล้ว... หมดตัวจริง ๆ แถมตอนนี้เขาเป็นหนี้ก้อนโตอีก
หยางเจินมองชายหนุ่มที่ล้มอยู่บนพื้นอย่างหมดสภาพ สีหน้าเต็มไปด้วยความพอใจ “ไม่ต้องกังวลไปครับ วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะกลับมาก็ได้”
นาคินคิดว่าเขาคงถูกคนพวกนี้พาตัวไปขายอวัยวะใช้หนี้เสียแล้ว แต่เปล่าเลย อีกฝ่ายกลับเพิ่มเงินให้เขาอีก... “คุณหมายความว่ายังไง”
“วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้อาจจะได้มากกว่าเดิม คุณนาคินไม่ต้องกังวลนะครับ เจ้านายผมไม่ใช่คนใจร้ายขนาดนั้น”
จริงเหรอ เขามาเล่นการพนันที่นี่บ่อยก็จริง แต่จำนวนเงินที่เล่นแต่ละครั้งก็ไม่มาก ยกเว้นครั้งนี้ แม้สายตาเขาจะมีความระแวง แต่พอได้ยินคำว่า “พรุ่งนี้คุณอาจจะชนะได้เพิ่มเป็นสิบเท่าก็ได้”
ความโลภของผีพนันเข้าสิงเขาจริง ๆ นาคินหยุดคิดกังวลและความระแวงทั้งหมด เขาถูกหยางเจินพยุงขึ้น จากนั้นก็เดินไปส่งที่ลิฟต์
“พรุ่งนี้หากคุณนาคินไม่รังเกียจ เจ้านายผมจะเลี้ยงมื้อเย็นคุณและเพื่อนของคุณ”
เพื่อน? นาคินหันมองหยางเจิน สีหน้ามีความแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้ถามกลับ คิดว่าเขาเป็นพนักงานที่นี่ก็อาจจะรู้ว่าเขามากันกี่คน
“น้อยคนนะครับที่ได้รับเกียรติรับประทานอาหารกับคุณชายหวัง”
สีหน้าเขาจากที่ระแวงก็เปลี่ยนเป็นดีใจ หวังเฉินเป็นบุตรชายคนโตของสกุลหวัง นักธุรกิจชื่อดังที่มีชื่อเสียงในด้านมืดและสว่าง พื้นที่แถบนี้ล้วนอยู่ภายใต้การปกครองของสกุลหวังทั้งสิ้น ได้ยินมาว่าหวังเฉินบุตรชายคนโตคนนี้เป็นคนมีความสามารถมาก และอายุยังน้อย
“ได้ครับ” เขาตอบรับอย่างเต็มใจ จากนั้นประตูลิฟต์ก็เปิดออก เมื่อนาคินก้าวเข้าไป พอหันหลังมาก็เห็นรอยยิ้มเป็นมิตรของหยางเจิน ที่ทำให้เขารู้สึกลำพองว่าตัวเองสำคัญ
แต่เมื่อประตูปิดลงเท่านั้น รอยยิ้มเป็นมิตรที่เขาได้รับก็กลายเป็นสีหน้าเรียบนิ่งอย่างน่ากลัว หยางเจินเดินกลับไปในห้องพนันอีกครั้ง ก่อนจะรายงานเรื่องทั้งหมด
หวังเฉินไม่ได้มองคนของเขา เพียงแต่พยักหน้ารับรู้ก่อนจะหยิบแก้วบรั่นดีขึ้นมาดื่มอีกครั้ง เมื่อพบว่าน้ำแข็งที่อยู่ในแก้วละลายจนหมดแล้ว เขาก็ยกดื่มจนหมด
ชายหนุ่มลุกขึ้น จากนั้นก็เดินออกจากห้อง “ฉันจะไปว่ายน้ำ”
ว่ายน้ำตอนตีสาม คงมีแต่เพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะทำได้ เสียงประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดขึ้น ก่อนจะพาเขาขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าส่วนตัว เมื่อไปถึงก็มีคนของเขายืนอยู่รอบด้าน
หวังเฉินถอดเสื้อสูทออกส่งให้คนข้างตัว แผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยรอยสักเต็มหลัง ชายหนุ่มมองรอยสักมังกรผงาดบนแขนด้านซ้ายของตัวเอง
จากนั้นก็หันมองพื้นน้ำตรงหน้า แล้วกระโจนลงไปเพื่อดับ ความร้อนรุ่มในใจคืนนี้ เขาหลับตาลงคิดถึงกลิ่นผู้หญิงคืนนี้ เขาชักอดใจที่อยากจะได้เธอมาเชยชมไม่ไหวแล้ว...
คุณอาจจะชอบ





